- หน้าแรก
- วิชาประสานสุขพลิกชะตาเซียน
- บทที่ 407 ถูจวิ้นหายตัวไป
บทที่ 407 ถูจวิ้นหายตัวไป
บทที่ 407 ถูจวิ้นหายตัวไป
"งั้นพวกท่านยังจะสู้กันอีกไหมครับ?"
"เมื่อกี้ใครชนะล่ะครับ?"
คนที่ถามเมื่อครู่เพิ่งจะตั้งวงเป็นเจ้ามือรับแทงพนันไป ตอนนี้รองหัวหน้าหอทั้งสองกลับสู้กันได้สูสีจนหาข้อสรุปไม่ได้ เขาเลยไม่รู้จะจ่ายเงินยังไงน่ะสิ!
พอโดนสายตาเย็นชาของเฝิงฉู่เซียวกับชิวอังจ้องเขม็ง เขาก็รีบเผ่นแน่บไปทันที ส่วนคนอื่นๆ ก็รู้สถานการณ์และรีบแยกย้ายกันไป
"เฝิงฉู่เซียว!"
พอเห็นฝูงชนแยกย้ายกันไปหมดแล้ว ชิวอังถึงได้เอ่ยปาก "วันนี้แกต้องให้คำอธิบายกับข้ามา!"
"แกยังไม่จบใช่ไหม?" เฝิงฉู่เซียวเองก็อารมณ์ไม่ดี "ข้าก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้ไปนอนกับเมียแก ใครสวมเขาให้แกก็ไปหาคนนั้นสิ จะมาอาละวาดอะไรกับข้า?"
"แกยังอยากจะโดนอัดอีกใช่ไหม?" ชิวอังลุกขึ้นยืนทำท่าจะลงมือ แต่ก็ยั้งไว้ สมองเริ่มประมวลผล
ไม่ถูกสิ ไอ้วายร้ายเฝิงฉู่เซียวนี่ทำไมถึงได้ดูมั่นใจขนาดนี้ เวลาแบบนี้มันน่าจะร้อนตัวไม่ใช่เหรอ?
"เฝิงฉู่เซียว!"
"ข้าขอถามแก แกรับสินบนจนกลายเป็นเครื่องมือให้คนอื่นหลอกใช้ไปแล้วใช่ไหม?"
"เหอะ แกล้งทำหน้าตางุนงงเจ็ดส่วนไร้เดียงสาสามส่วนได้เนียนดีนี่ เลิกเป็นรองหัวหน้าหอแล้วไปเข้าวงการบันเทิงเลยไป!"
"งั้นข้าก็จะเล่นตามน้ำไปกับแกก็แล้วกัน บอกมา วันนี้แกส่งถูจวิ้นไปทำภารกิจบ้าอะไรฮะ?"
"เป็นรองหัวหน้าหอแล้วมีสิทธิ์ทำเรื่องแบบนี้งั้นเหรอ?"
"ตกลงแกร่วมมือกับขั้วอำนาจไหน พวกมันให้ผลประโยชน์อะไรกับแก แกถึงได้ทิ้งสมองแล้วไปเสี่ยงทำเรื่องแบบนี้?"
"ไม่กลัวหัวหน้าหอใหญ่จะตบกบาลหมูๆ ของแกจนแหลกหรือไง?"
"ถูจวิ้น?" เฝิงฉู่เซียวยิ่งงงหนักเข้าไปอีก "ข้าไปสั่งให้เขาทำอะไรตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่สิ เขาไปทำอะไรมา?"
"ยังจะเสแสร้งอยู่อีก?" ชิวอังแค่นหัวเราะเยาะ ก่อนจะเล่าเรื่องที่ตนเพิ่งรับรู้มาตามความเป็นจริง
"เฝิงฉู่เซียว แกอย่ามาทำเป็นไม่รู้ดีรู้ชั่ว ที่ข้ามาหาแกก่อนก็เพื่อความหวังดีนะเว้ย!"
"พวกถูจวิ้นรับคำสั่งแกไปทำภารกิจ แล้วก็ดันไปเจอกับฉินเกอเข้าพอดี ตอนนี้เขาพูดชัดเจนเลยว่าให้แกไปอธิบายเรื่องนี้กับเขา!"
"ถ้าแกให้คำอธิบายไม่ได้ เขาก็จะมาหาแกด้วยตัวเอง คงไม่ต้องให้ข้าพูดมากหรอกนะว่าเขามีฝีมือระดับไหน?"
"ข้ากับเหล่าเฟิงสองคนร่วมมือกันยังสู้เขาไม่ได้เลย แล้วแกที่สู้ข้าไม่ได้ จะยอมให้เขาจับแขวนแล้วซ้อมเอาหรือไง?"
"ถ้าตาแกไม่บอดก็น่าจะรู้ดี หัวหน้าหอใหญ่โปรดปรานเขาจะตาย ต่อให้เขาซ้อมแกจนตาย ข้าว่าเขาก็คงไม่เป็นอะไรหรอก!"
"รู้ตัวซะบ้าง สารภาพขั้วอำนาจที่แกร่วมมือด้วยออกมาให้หมด ถอนรากถอนโคนพวกมันซะ จะได้โดนลงโทษเบาลงหน่อย!"
"ข้าไม่ใช่คู่มือแก?" เฝิงฉู่เซียวจับประเด็นได้แม่นยำ "แกนี่ช่างกล้ายกหางตัวเองจริงๆ หรืออยากจะสู้กันใหม่อีกรอบ?"
"ข้าไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าแกกำลังพล่ามเรื่องไร้สาระอะไรอยู่ ข้าไปสั่งถูจวิ้นให้ไปทำเรื่องพวกนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่?"
"ชิวอัง แกนี่มันไอ้โง่มีดีแต่กล้ามเนื้อจริงๆ เรื่องราวยังไม่ทันจะถามให้รู้เรื่องก็พุ่งเข้ามาหาเรื่องข้าแล้ว?"
"แกลองไปสุ่มถามคนในหอดูสิ วันนี้ข้ายุ่งอยู่ข้างนอกตลอด ไม่ได้เจอหน้าถูจวิ้น แล้วก็ไม่ได้โทรหาเขาสักสาย ข้าจะไปสั่งเขาได้ยังไง?"
"ข้าทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน เพิ่งจะได้นั่งพักหายใจ ก้นยังไม่ทันจะอุ่น ไอ้หมูป่าอย่างแกก็พุ่งเข้ามาหาเรื่อง แกคิดว่าใครกันแน่ที่บ้า?"
"ขนาดคนขึ้นชื่อว่าไร้สมองอย่างแกยังดูออกเลยว่า การสั่งให้ถูจวิ้นไปทำเรื่องแบบนั้นมันเป็นการกระทำที่โง่เง่า แกคิดว่าข้าจะโง่ขนาดนั้นเชียวเหรอ?"
"จริงเหรอ?" คราวนี้ตาชิวอังเป็นฝ่ายงงบ้าง "แกไม่ได้เป็นคนสั่งจริงๆ เหรอ?"
"แล้วถูจวิ้นมันจะไปเอาความกล้ามาจากไหน!?"
เขาล้วงโทรศัพท์มือถือออกมากดเบอร์ "แกอย่ามาหลอกข้าเสียให้ยาก เรื่องแบบนี้ตรวจสอบนิดเดียวก็รู้เรื่องหมดแล้ว แกปิดบังไปไม่รอดหรอก!"
"ปิดเครื่องเหรอ?"
ชิวอังขมวดคิ้ว ก่อนจะกดโทรซ้ำอีกสองครั้ง แต่ก็ยังปิดเครื่องอยู่ดี
เขาจึงจำใจต้องโทรไปอีกเบอร์หนึ่ง
ไม่กี่นาทีต่อมา ก็มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามา "หัวหน้าหอชิว ท่านเรียกหาผมเหรอครับ?"
ชิวอังพยักหน้า "แกไปถามดูหน่อยสิ วันนี้มีใครบ้างที่ออกไปทำภารกิจกับถูจวิ้น ให้พวกมันมาที่นี่ให้หมด!"
ไม่ถึงสิบนาที คนกลุ่มหนึ่งก็มารวมตัวกัน ทั้งหมดคือคนที่ติดตามถูจวิ้นออกไปทำภารกิจจับกุมครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูกของเติ้งซีหมิงในวันนี้
หลังจากสอบสวนไปพักหนึ่ง ชิวอังก็ถึงกับสับสน
คนพวกนี้รู้แค่ว่าถูจวิ้นรับคำสั่งจากเฝิงฉู่เซียวให้ออกไปทำภารกิจ ส่วนเรื่องที่ว่าถูจวิ้นได้รับคำสั่งจากเฝิงฉู่เซียวมาจริงๆ หรือเปล่านั้น ไม่มีใครรู้เลยสักคน!
ที่สำคัญคือ ตอนนี้ถูจวิ้นหายตัวไปแล้ว
"พวกแกแยกย้ายกันไปก่อนเถอะ!"
หลังจากสูญเสียเซลล์สมองไปเป็นจำนวนมาก ชิวอังก็โบกมือไล่ให้ทุกคนแยกย้ายกันไป จากนั้นเขาก็จ้องเขม็งไปที่เฝิงฉู่เซียว
"แกคงไม่ได้กำลังเล่นแผนสละเบี้ยเพื่อรักษาขุนอยู่หรอกใช่ไหม?"
"พอรู้ว่าความแตก ถูจวิ้นก็รู้ตัวว่าต้องจบเห่ แกเองก็อาจจะจบเห่ตามไปด้วย"
"แกก็เลยให้ถูจวิ้นหนีไปให้พ้นๆ ขอแค่ไม่มีพยานอย่างมัน ก็จะไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าแกเป็นคนสั่ง!"
"เฝิงฉู่เซียว แกนี่มันเจ้าเล่ห์จริงๆ เสียดายที่ต่อหน้าสติปัญญาอันลึกล้ำดุจห้วงสมุทรของข้า ทุกอย่างมันก็แค่เรื่องเปล่าประโยชน์!"
เฝิงฉู่เซียวส่งสายตาสมเพชเวทนาให้ชิวอังราวกับกำลังมองคนปัญญาอ่อน "แกบ้าไปแล้วจริงๆ ใช่ไหม?"
"แกลองไปถามคนที่อยู่กับข้าในวันนี้ดูสิ วันนี้ข้าไม่ได้โทรศัพท์เลยสักสาย จะไปสั่งการถูจวิ้นได้ยังไง?"
"ถูจวิ้นก็ไม่ใช่คนโง่ ในเมื่อรู้ว่าความแตกแล้วต้องหนี ทำไมยังต้องลากข้าเข้าไปเกี่ยวด้วย?"
"ถ้าเป็นอย่างที่แกพูด การที่ข้ายังคงนั่งอยู่บนตำแหน่งรองหัวหน้าหออย่างมั่นคง มันก็มีแต่ข้อดีไม่มีข้อเสียสำหรับเขา แล้วทำไมก่อนจะหนี เขาถึงต้องลากข้าลงน้ำไปด้วย?"
"ไปแว้งกัดใครมั่วๆ สักคนอย่างเช่นแกหรือเหล่าเฟิง มันไม่ง่ายกว่าเหรอ?"
"หัดใช้สมองซะบ้างได้ไหม?"
"ดูเหมือนว่าจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ..." สติปัญญาอันลึกล้ำดุจห้วงสมุทรของชิวอังพังทลายลง เขาจำต้องยอมรับว่าสิ่งที่เฝิงฉู่เซียวพูดนั้นมีเหตุผล
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็ฉีกยิ้มแหย "เหล่าเฝิง เรื่องเข้าใจผิด ทั้งหมดเป็นเรื่องเข้าใจผิดน่ะ!"
"ข้าแค่เป็นห่วงกลัวว่าแกจะเดินหลงทางเท่านั้นเอง!"
เฝิงฉู่เซียวยังคงทำหน้าทะมึน "พูดคำว่าเข้าใจผิดคำเดียวก็กะจะปัดสวะให้พ้นตัวเลยงั้นเหรอ?"
"แล้วแกจะเอายังไง หรือจะต้องให้ข้าโขกศีรษะให้แกด้วย?" ชิวอังนวดไหล่ของตัวเอง "ลงมือหนักชะมัด!"
"ถ้าข้าไม่ยั้งมือเอาไว้ล่ะก็ เงินเดือนเดือนนี้ของแกคงต้องเอาไปทำฟันปลอมหมดแล้ว!"
"ถ้าไม่โม้มันจะตายไหม?" เฝิงฉู่เซียวบ้วนน้ำลายปนเลือดออกมา "คำขอโทษไม่ต้องหรอก ข้าทนฟังปากเหม็นๆ ของแกไม่ไหว!"
"เหล้าชั้นดีที่บ่มมาสามสิบปีของแก ข้าขอครึ่งหนึ่ง ถ้าไม่ยอมก็มาสู้กันใหม่!"
"นี่แกปล้นกันชัดๆ!" ชิวอังเบิกตากว้างเท่าไข่วัว ก่อนจะเดินวนซ้ายทีขวาที "เฝิงฉู่เซียว แกแอบเล็งเมียข้ามานานแล้วใช่ไหมฮะ?"
"แกเลิกพูดจาไร้สาระได้แล้ว!" เฝิงฉู่เซียวถูกชิวอังทำให้หัวเราะออกมาจนได้ "เพื่อรักษาเหล้าของตัวเองไว้ ถึงกับพูดเรื่องพรรค์นี้ออกมาได้เลยเหรอ?"
"ยัยป้าหน้าเหลืองของแกน่ะเก็บไว้เป็นสมบัติของแกคนเดียวเถอะ คิดว่าทุกคนเขาจะอยากได้เหมือนแกหรือไง?"
"คำเดียวเลยนะ จะให้หรือไม่ให้ ถ้าไม่ให้ ข้าจะเอาเรื่องที่แกพูดเมื่อกี้ไปฟ้องพี่สะใภ้ แล้วแกก็ไปอธิบายเอาเองแล้วกัน!"
ชิวอัง "..."
"ครึ่งหนึ่งมันมากไป ข้าให้หนึ่งในสี่ก็แล้วกัน ข้าเองยังตัดใจดื่มไม่ลงเลย!"
"หนึ่งในสาม แกอย่าได้คืบจะเอาศอก!"
......
วันรุ่งขึ้น ชิวอังก็เดินทางมาที่อวิ๋นซีจูตั้งแต่เช้าตรู่