เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 408 คุณก็รู้จักเจียงเฉาหนิงด้วยเหรอ

บทที่ 408 คุณก็รู้จักเจียงเฉาหนิงด้วยเหรอ

บทที่ 408 คุณก็รู้จักเจียงเฉาหนิงด้วยเหรอ


"ที่บอกว่าคนหายตัวไป หาไม่เจอนี่หมายความว่าไง?"

"นี่ หัวหน้าหอชิว ท่านคงไม่ได้กำลังปกป้องเฝิงฉู่เซียว แล้วร่วมมือกับเขามาหลอกผมหรอกนะ?"

ชิวอังรู้ว่าฉินเกอกำลังล้อเล่น เมื่อเผชิญกับข้อสงสัยเขาจึงไม่เก็บมาใส่ใจเลยแม้แต่น้อย "น้องฉิน นายก็รู้ว่าข้าเป็นคนยังไง!"

"ลูกผู้ชายอกสามศอกดั่งนกอินทรีอย่างข้า จะไปทำเรื่องแบบนั้นได้ยังไง?"

"งั้นท่านลองว่ามาสิ ถูจวิ้นคนเป็นๆ ตัวเบ้อเริ่ม จะหายตัวไปดื้อๆ แบบไร้ร่องรอยได้ยังไง?" ฉินเกอส่งสายตาเป็นเชิงบอกให้เจิ้งชิวอี๋รินชาให้ชิวอัง

"ระบบของหออิงอู่พวกท่านนี่มีช่องโหว่ใหญ่เกินไปแล้วมั้ง?"

"ถ้ามีคนแบบถูจวิ้นเพิ่มมาอีกสักสองสามคน ไม่วุ่นวายกันไปหมดเหรอ?"

เจิ้งชิวอี๋ทำตามอย่างว่าง่าย ไม่กล้าแสดงอารมณ์หงุดหงิดแม้แต่น้อย ดูราวกับเป็นสาวใช้ก็ไม่ปาน

"ใครว่าไม่ใช่ล่ะ..." ชิวอังหยุดพูดกลางคัน เขามองถ้วยชาก่อนจะหันไปมองเจิ้งชิวอี๋ด้วยสายตาประหลาดใจเต็มเปี่ยม

น้องฉินนี่มีฝีมือจริงๆ เวลาผ่านไปแค่ไม่นาน กลับสามารถปราบพยศคุณหนูใหญ่ตระกูลเจิ้งให้เชื่องได้ขนาดนี้เลย?

นี่ไม่ใช่แค่การรินชาธรรมดา สำหรับคนทั่วไปอาจจะเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับเจิ้งชิวอี๋แล้วมันต่างกันอย่างสิ้นเชิง

คุณหนูผู้สูงศักดิ์อย่างเธอ นอกจากคนในครอบครัวและผู้อาวุโสแล้ว เธอเคยปรนนิบัติใครที่ไหนกัน?

เจิ้งชิวอี๋อ่านสายตาของชิวอังออก เธอก็ถอยไปยืนอยู่ด้านข้างด้วยความอึดอัดใจ อยากจะด่าฉินเกอก็ทำได้แค่แอบด่าในใจเท่านั้น

ชิวอังดึงสติกลับมา "น้องฉิน ข้าคิดยังไงก็คิดไม่ออกจริงๆ เรื่องของถูจวิ้น นายมีความเห็นยังไงบ้าง?"

"นายคิดว่าถูจวิ้นน่าจะได้รับคำสั่งจากใคร ทำไมถึงต้องทำแบบนี้ มันมีความหมายอะไร?"

"ต่อให้เขาไม่ได้บังเอิญไปเจอนายเข้าพอดี แล้วพาตัวคนกลับมาที่หออิงอู่ได้สำเร็จ ดูเหมือนก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรอยู่ดีไม่ใช่เหรอ?"

"ขอแค่เขาพาคนกลับมาที่หออิงอู่ได้ มันก็ไม่ใช่ว่าเขาอยากจะจัดการยังไงก็จัดการได้ตามใจชอบเสียหน่อย!"

"เป็นใครผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่มันต้องเกี่ยวข้องกับม่อเฉิงแน่ๆ!" ฉินเกอตอบโดยไม่ต้องคิด "ถูจวิ้นบอกท่านเหรอว่าเขาจะพาคนกลับมาที่หออิงอู่แน่นอน?"

"ระบบของพวกท่านหละหลวมขนาดนี้ ขนาดช่องโหว่เรื่องแอบอ้างคำสั่งยังปล่อยให้เขาฉวยโอกาสได้ หลังจากเขาพาคนไปแล้ว ก็ค่อยหาข้ออ้างสุ่มสี่สุ่มห้าไล่คนอื่นไป แล้วพาคนไปที่อื่น มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ หรอกเหรอ?"

"นี่เป็นเรื่องของพวกท่าน พวกท่านก็ไปจัดการกันเอง ถ้าสืบเจออะไร ก็อย่าลืมมาบอกผมด้วยล่ะ!"

ฉินเกอลุกขึ้นยืน "ในเมื่อท่านมาแล้ว วันนี้ก็อยู่เล่นหมากรุกกับผู้เฒ่าซุนที่นี่ก็แล้วกัน ผมจะออกไปข้างนอกสักหน่อย!"

มีคนของสำนักเสวียนอันคอยจับตาดูอยู่ เขาไม่คิดว่าจะมีใครกล้าทำอะไรซุนซื่อเจิ้งในตอนกลางวันแสกๆ หรอก

แต่ในเมื่อมีชิวอังอยู่ด้วย มีหลักประกันเพิ่มขึ้นอีกชั้นก็ย่อมเป็นเรื่องดี แรงงานฟรีมีให้ใช้ก็ต้องใช้

แต่ชิวอังกลับไม่พอใจ "กะจะให้ข้าเฝ้าประตูให้อีกแล้วสิ!"

"ข้าไม่เอาด้วยหรอก เพราะไอ้บัดซบถูจวิ้นนั่น ตอนนี้ข้ามีเรื่องให้ต้องทำเยอะแยะ จะเอาเวลาว่างที่ไหนมานั่งเฝ้าบ้านให้นายทุกวัน!"

"ไม่มีเวลาว่างจริงๆ เหรอ?" ฉินเกอทำท่าครุ่นคิด "เหล้าชั้นดีที่บ่มมาสามสิบปีอะไรนั่นของท่าน แบ่งให้เฝิงฉู่เซียวไปครึ่งหนึ่งแล้วใช่ไหม?"

"อีกครึ่งหนึ่งที่เหลือเป็นของผมแล้วกัน!"

ชิวอังเบิกตากว้าง "เอาอะไรมาอ้าง?!"

"เอาอะไรมาอ้างเหรอ?" ฉินเกอกลั้นขำ "วันนั้นตอนที่เราดื่มเหล้าด้วยกันที่หออิงอู่ ท่านพูดว่ายังไงล่ะ?"

"ท่านบอกว่าคุยกับผมถูกคอมาก เพื่อเป็นการต้อนรับผม เลยเอาเหล้าที่ดีที่สุดของตัวเองออกมาให้ดื่ม มีเรื่องนี้ใช่ไหม?"

"ตอนนี้ดูเหมือนว่า เหล้าที่ดื่มตอนนั้นก็ไม่เห็นจะเท่าไหร่เลยนี่นา อย่างน้อยก็ไม่เห็นมีเหล้าชั้นดีสามสิบปีอะไรนั่นเลย!"

"ท่านพูดจาโกหกหลอกลวง ไม่ควรโดนลงโทษบ้างเหรอ?"

"อีกอย่าง เรื่องของถูจวิ้นไม่ว่าต้นสายปลายเหตุจะเป็นยังไง เขาก็เป็นคนของหออิงอู่พวกท่านใช่ไหมล่ะ?"

"จะมาอ้างว่าเขาทรยศหออิงอู่ แล้วพวกท่านก็โยนความผิดทั้งหมดไปให้เขา ปัดความรับผิดชอบให้พ้นตัวแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ?"

"ถ้าเป็นแบบนี้ พวกท่านก็ทำอะไรตามอำเภอใจได้เลยสิ พอเกิดเรื่องก็แค่หาคนมารับเคราะห์แทน ส่วนตัวเองก็นอนหลับสบายใจเฉิบ!"

"ในเมื่อหออิงอู่ของพวกท่านต้องรับผิดชอบ ในฐานะที่เป็นรองหัวหน้าหออิงอู่ พวกท่านไม่คิดจะอธิบายอะไรให้ผมฟังบ้างเลยเหรอ?"

"นี่มัน..." มุมปากของชิวอังกระตุกอยู่หลายครั้ง จากนั้นเขาก็ตบไหล่ฉินเกอ พร้อมกับปั้นรอยยิ้มบนใบหน้า "น้องฉิน นายพูดแบบนี้ก็ห่างเหินกันเกินไปแล้ว!"

"เมื่อกี้ข้าจำผิด วันนี้ข้าว่าง ว่างมากเลยล่ะ!"

"เรื่องของถูจวิ้น เหล่าเฝิงไปจัดการแล้ว ข้ากำลังว่างไม่มีอะไรทำพอดี ประจวบเหมาะเลย ข้าไม่ได้เจอผู้เฒ่าซุนมาพักใหญ่แล้ว ขอตัวไปเล่นหมากรุกกับเขาสักสองกระดานนะ!"

เขาก้าวเท้ายาวๆ รีบวิ่งแจ้นไปจนลับสายตาโดยที่ยังพูดไม่ทันจบประโยคด้วยซ้ำ

"คุณหนูใหญ่เจิ้ง เตรียมรถ ออกเดินทางได้!"

"เตรียมบ้าเตรียมบออะไรเล่า รถก็จอดอยู่ข้างนอก ขึ้นรถก็ออกเดินทางได้เลย ยังจะต้องเตรียมอะไรอีก?"

"หืม?"

"ค่ะ คุณฉิน เชิญทางนี้ค่ะ!"

"ค่อยยังชั่วหน่อย"

"......"

กว่าหนึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งสองคนก็มาถึงสโมสรศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานแห่งหนึ่ง ซึ่งที่นี่กำลังจัดการแข่งขันต่อสู้แบบอิสระ

ก่อนหน้านี้ฉินเกอเคยได้ยินช่ายชิงอีพูดว่าเจียงเฉาหนิงเข้าร่วมการแข่งขันนี้ ถ้าจำไม่ผิดวันนี้น่าจะแข่งถึงรอบรองชนะเลิศแล้ว ไม่รู้ว่าเจียงเฉาหนิงจะเข้ารอบหรือเปล่า

พอดีทางฝั่งม่อเฉิงยังสืบไม่ได้เรื่องอะไร แวะมาดูเจียงเฉาหนิงหน่อยก็แล้วกัน

เขามีความคิดที่ชัดเจนมาก ก็แค่ทำเหมือนตอนที่จัดการตระกูลซูกับตระกูลหลีที่ไห่เฉิง ขั้นแรกคือจัดการเจียงเฉาหนิงให้อยู่หมัดเสียก่อน!

จากนั้นก็ให้เจียงเฉาหนิงขึ้นกุมอำนาจตระกูลเจียง ใครไม่ยอมรับก็อัดมันซะ

เจียงเฉาหนิงกุมอำนาจตระกูลเจียง เขาก็กุมเจียงเฉาหนิงอีกที มันก็เรียบง่ายและโหดเหี้ยมแบบนี้นี่แหละ!

เจิ้งชิวอี๋มองดูรอบๆ อยู่ครู่หนึ่ง คิ้วเรียวก็ขมวดเข้าหากัน "นึกว่านายมีธุระสำคัญอะไรต้องทำ ที่แท้ก็มาดูเรื่องสนุกพวกนี้นี่เอง!"

"นายว่างมากนักเหรอ?"

เธอคอยเป็นห่วงเรื่องของสวีเสี่ยวลั่วอยู่ตลอด ในจิตใต้สำนึกของเธอ ขอเพียงเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับสวีเสี่ยวลั่ว ก็ไม่นับว่าเป็นเรื่องสำคัญอะไรทั้งนั้น

"ผมไม่ค่อยพอใจกับท่าทีของคุณเลยนะ!"

สายตาของฉินเกอกวาดมองไปรอบๆ ฝูงชน "ถ้าทนไม่ไหวก็ไม่ต้องฝืนตัวเองหรอก เดี๋ยวผมโทรหาเหลียงเส้าฮุยเลยก็แล้วกัน"

"หรือว่าตอนนี้คุณจะโอนเงินให้ผมหนึ่งพันล้าน?"

เจิ้งชิวอี๋ "......."

สายตาของฉินเกอไปหยุดอยู่ที่หญิงสาวคนหนึ่งบนสังเวียน "วันหลังจะพูดอะไรก็ระวังหน่อย ถ้ายังใช้ท่าทีแบบนี้พูดกับผมอีกล่ะก็ ผมจะคิดดอกเบี้ยแล้วนะ!"

"หนึ่งพันล้าน ดอกเบี้ยวันละสิบล้าน!"

"ทำไมนายไม่ไปปล้นซะเลยล่ะ!" เจิ้งชิวอี๋มองตามสายตาของฉินเกอไป เมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยบนสังเวียน เธอก็ชะงักไปเล็กน้อย "เจียงเฉาหนิง?"

บนสังเวียนมีคนยืนอยู่สองคน หนึ่งในนั้นเป็นหญิงสาวในชุดฝึกศิลปะการต่อสู้สีขาว รูปร่างสูงโปร่งและสมส่วนสง่างาม

ผมยาวถูกมัดรวบสูง คิ้วและดวงตาดูเย็นชา ผิวพรรณละเอียดเนียนราวกับหยกขาวเปล่งประกายจางๆ

ฉินเกอถามด้วยความประหลาดใจ "คุณรู้จักเจียงเฉาหนิงด้วยเหรอ?"

"ฉันรู้จักเธอแล้วมันแปลกตรงไหน?" เจิ้งชิวอี๋พูดออกไปแล้วเพิ่งจะนึกขึ้นได้ "นายก็รู้จักเจียงเฉาหนิงด้วยเหรอ?"

"ที่นายมาที่นี่ไม่ใช่แค่มาดูเรื่องสนุกเฉยๆ แต่พุ่งเป้ามาที่เธอสินะ?"

"ดูเรื่องสนุกเหรอ?" ฉินเกอยิ้ม "ขอยืมคำพูดของคุณเมื่อกี้มาใช้หน่อยนะ ผมว่างมากนักเหรอ?"

"ลองเล่ามาสิว่าคุณรู้จักเจียงเฉาหนิงได้ยังไง แล้วรู้เรื่องของเธอมากแค่ไหน?"

"นายต้องการจะทำอะไร คงไม่ได้คิดจะจีบเธอหรอกนะ?" เจิ้งชิวอี๋เองก็ไม่รู้ตัว แต่ภายในใจกลับรู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์สักเท่าไหร่

หมอนี่เมื่อวานยังแอบเล็งฉันไว้อยู่เลยไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงได้หันกลับมาขอให้ฉันช่วยเขาไปตามจีบผู้หญิงคนอื่นซะงั้น มีคนปกติที่ไหนเขาทำเรื่องแบบนี้กันบ้าง?

จบบทที่ บทที่ 408 คุณก็รู้จักเจียงเฉาหนิงด้วยเหรอ

คัดลอกลิงก์แล้ว