- หน้าแรก
- วิชาประสานสุขพลิกชะตาเซียน
- บทที่ 406 สองรองหัวหน้าหอเปิดศึกกันแล้ว
บทที่ 406 สองรองหัวหน้าหอเปิดศึกกันแล้ว
บทที่ 406 สองรองหัวหน้าหอเปิดศึกกันแล้ว
เป่ยตู ตระกูลจ้าว
"นายท่านครับ เหลียงเส้าฮุยออกมาจากอวิ๋นซีจูแล้วครับ"
"ดูเหมือนว่าโรคของเขาจะหายแล้วจริงๆ และซุนซื่อเจิ้งก็พักอยู่ที่อวิ๋นซีจูจริงๆ ด้วยครับ!"
"นอกจากนี้ พวกเรายังพบคนของสำนักเสวียนอันด้วย พวกเขาคอยคุ้มกันอยู่รอบนอกอวิ๋นซีจูอย่างลับๆ ดูท่าทางคงจะยังไม่ได้ติดต่อกับซุนซื่อเจิ้งโดยตรง"
พ่อบ้านโหวชินรายงานด้วยความเคารพ
"หายแล้วจริงๆ เหรอ?" จ้าวอวี้ลูบคลำลูกประคำในมือ ดวงตาลึกล้ำ "มะเร็งตับอ่อน รักษาหายได้ น่าสนใจแฮะ..."
โหวชินถามขึ้นว่า "นายท่านครับ เหลียงเส้าฮุยเป็นมะเร็งตับอ่อนระยะสุดท้าย มันมีทางรักษาให้หายขาดได้จริงๆ เหรอครับ?"
จ้าวอวี้เผยรอยยิ้มแฝงความหมายลึกซึ้ง "ถ้าเป็นคนอื่นก็คงน่าเหลือเชื่ออยู่หรอก แต่ซุนซื่อเจิ้งกับอวี๋เซี่ยงหมินเป็นเพื่อนสนิทกัน"
"อวี๋เซี่ยงหมินยังสามารถปรุงยารักษาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้เลย การที่ซุนซื่อเจิ้งจะมีความสามารถแบบนี้ก็ไม่นับว่าแปลกอะไร"
"ตาแก่สองคนนี่คงไม่ได้ไปเจอวาสนาอะไรเข้า แล้วค้นพบสิ่งที่ไม่ควรจะอยู่บนโลกใบนี้หรอกนะ?"
เขาไม่ได้กำลังถามโหวชิน แต่กำลังถามตัวเอง
หลังจากครุ่นคิดอยู่นาน จ้าวอวี้ก็ถามขึ้น "ยังมีสถานการณ์อะไรอย่างอื่นอีกไหม?"
โหวชินพยักหน้า "จากความเคลื่อนไหวของตระกูลเหลียงในช่วงหลายวันมานี้ พวกเราประเมินว่าเหลียงเส้าฮุยน่าจะสั่งให้คนนำยารักษาที่ซื้อมาจากซุนซื่อเจิ้งไปตรวจสอบและวิเคราะห์ครับ เป้าหมายน่าจะต้องการถอดสูตรยาออกมา!"
"เรื่องนี้ไม่แปลกหรอก คนปกติก็คงคิดแบบนี้ทั้งนั้น เหลียงเส้าฮุยเองก็ไม่มีข้อยกเว้น"
"ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าเหลียงเส้าฮุยไปหาซุนซื่อเจิ้งด้วยเรื่องอะไร แต่การที่เขาไปหาซุนซื่อเจิ้งในเวลานี้ คิดว่าน่าจะยังถอดสูตรยาไม่สำเร็จแน่"
"แกพูดถูก ถ้าเหลียงเส้าฮุยทำสำเร็จ คงไม่ออกมาโผล่หน้าให้เห็นในเวลานี้หรอก เขาไม่ได้โง่ขนาดนั้น!"
"นายท่านครับ แล้วพวกเราต้องทำอะไรสักอย่างไหมครับ จะปล่อยให้เหลียงเส้าฮุยตัดหน้าไปก่อนไม่ได้นะครับ! หรือจะให้ท่านอวี๋กับพรรคพวกออกโรงอีกครั้ง?"
จ้าวอวี้หน้าขรึมลง "แกช่วยใช้สมองคิดหน่อยได้ไหม?"
"ที่นี่คือที่ไหน นี่คือเป่ยตูนะ!"
"แกคิดว่าจะทำอะไรตามอำเภอใจเหมือนตอนอยู่เจียงเฉิงได้งั้นเหรอ เห็นคนอื่นตาบอดหรือเป็นไอ้งั่งกันหมดหรือไง?"
"สถานะของอวี๋จิ้นเซียวและพรรคพวกมันพิเศษเกินไป ถ้ายังไม่ถึงขั้นจนตรอกจริงๆ จะให้พวกนั้นออกโรงอีกไม่ได้แล้ว!"
"อวี๋จิ้นเซียวมันก็ไอ้บัดซบ บอกให้มันอย่าเพิ่งกลับมาเป่ยตูก็ยังจะดึงดันกลับมาให้ได้ กลับมาก็ช่างเถอะ แต่มันกลับไม่ยอมอยู่นิ่งๆ เงียบๆ สักสองสามวัน ดันมาฆ่าคนไปตั้งมากมายในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้!"
"ก่อเรื่องวุ่นวายไว้ตั้งเยอะ แต่ก็ยังทำงานไม่สำเร็จ สูตรยารักษาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงก็ไม่ได้มา ยาที่ทำเสร็จแล้วก็ยังเอากลับมาไม่ได้สักเม็ด!"
"ช่างเถอะ..."
เขาหยุดไปชั่วครู่ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง "ทางฝั่งม่อเฉิงสถานการณ์เป็นยังไงบ้าง?"
"จัดการเรียบร้อยแล้วครับ!" โหวชินพูดราวกับต้องการเสนอความดีความชอบ ใบหน้าฉายแววภาคภูมิใจ "เซวียเจ๋อเซ็นชื่อแล้ว ตอนนี้บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพฮุ่ยเจ๋อตกอยู่ในการควบคุมของพวกเราโดยสมบูรณ์แล้วครับ"
"ต้องบอกว่าทั่วม่อเฉิงอยู่ภายใต้การควบคุมของพวกเราหมดแล้ว จะไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรที่ขัดหูอีก!"
จ้าวอวี้พยักหน้าอย่างพึงพอใจ "หลังจากนี้คงไม่ต้องให้ฉันพูดอะไรมากแล้วใช่ไหม?"
"รอให้เรื่องซาลงไปก่อน คนที่ไม่สมควรมีชีวิตอยู่ ก็ไม่มีความจำเป็นต้องเก็บไว้แล้ว!"
"ครับ!" โหวชินรับคำอย่างหนักแน่น ทว่าสีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นลังเล "นายท่านครับ ในบรรดาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลปั๋วอ้ายในม่อเฉิง มีญาติผู้ป่วยหลายคนหนีมาที่เป่ยตูครับ"
"คาดว่าคงเป็นเพราะไปเรียกร้องในอินเทอร์เน็ตแล้วไม่ได้ผล พวกเขาก็เลยไปชูป้ายประท้วงตามท้องถนนในเป่ยตูเพื่อเรียกร้องความสนใจจากสังคม..."
"อะไรนะ บังเอิญไปเจอฉินเกอเข้า แล้วคนก็ถูกเขาพาตัวไปงั้นเหรอ?!" จ้าวอวี้ตบโต๊ะด้วยความโกรธจัดแล้วลุกขึ้นพรวด "ตระกูลเฉินมันทำบ้าอะไรอยู่ ถึงได้ปล่อยให้คนหนีมาถึงเป่ยตูได้?"
"แล้วพวกแกมัวทำบ้าอะไรกันอยู่ เรื่องสำคัญขนาดนี้ทำไมไม่รีบจัดการให้เรียบร้อย ทำไมไม่รีบมารายงาน?"
"แกรู้หรือเปล่าว่าฉินเกอเป็นคนยังไง จนป่านนี้ยังกล้าดูถูกเขาอยู่อีกเหรอ?"
"เขาฆ่าคนของตระกูลหมิ่น ฆ่าคนของหน่วยบังคับใช้กฎหมายแห่งหออิงอู่ แต่กลับไม่เป็นอะไรเลย แถมยังได้เป็นถึงหัวหน้าหอสาขาเจียงเฉิงอย่างสง่าผ่าเผยอีก"
"เขาเข้าไปในสำนักงานใหญ่ของหออิงอู่แล้วไม่เพียงจะเอาตัวรอดกลับมาได้ แต่ยังสนิทสนมเรียกพี่เรียกน้องกับเฟิงซั่วฟางและชิวอังที่เป็นรองหัวหน้าหออีกด้วย!"
"ถ้าคนแบบนี้เข้ามายุ่งด้วย จะเก็บกวาดเรื่องนี้ยังไง?"
โหวชินก้มหน้าลง ตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ระหว่างทางที่สามคนนั้นเดินทางจากม่อเฉิงมายังเป่ยตู มีคนติดตามพวกเขามาเยอะแยะเลยครับ ตระกูลเฉินก็เลยหาโอกาสลงมือไม่ได้"
"ผมติดต่อไปหาตระกูลเฉินแล้ว พวกเขาบอกว่าจัดการเรียบร้อยแล้ว แล้วก็บอกว่าจัดการเองได้ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกเขาจะทำงานพลาดแบบนี้!"
จ้าวอวี้หมุนลูกประคำในมืออย่างรวดเร็ว "แจ้งตระกูลเฉินไป ให้ทางฝั่งม่อเฉิงปิดปากเงียบให้หมด ก่อนที่เรื่องนี้จะเงียบหายไป ห้ามใครก่อเรื่องใหม่ขึ้นมาอีกเด็ดขาด!"
"บอกให้พวกมันตามเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวตัวเองให้สะอาด ไม่ว่าจะเจอกับการตรวจสอบแบบเปิดเผยหรือการลงพื้นที่สืบสวนลับๆ ก็ห้ามโดนจับหางได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีใครช่วยพวกมันได้!"
"ครับ!" โหวชินรับคำ ก่อนจะถามต่อว่า "นายท่านครับ มันรุนแรงขนาดนั้นเลยเหรอครับ?"
"เมื่อก่อนก็เคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยๆ ตระกูลเฉินก็จัดการได้เรียบร้อยดีทุกครั้ง ไม่ได้ก่อให้เกิดคลื่นลมอะไรใหญ่โตเลยนะครับ"
"พ่อบ้านโหว!" จ้าวอวี้โกรธจัดขึ้นมาจริงๆ "นี่แกก็เป็นเหมือนไอ้พวกนั้นสินะ อวดดีจนลืมไปแล้วใช่ไหมว่าตัวเองเป็นใคร?"
"เสียแรงที่ตามรับใช้ฉันมาตั้งหลายปี!"
"เมื่อก่อนเวลาเกิดปัญหาอะไรตระกูลเฉินก็รับมือได้หมด แต่เมื่อก่อนมันเคยไปพัวพันกับหออิงอู่ หรือมีคนแบบฉินเกอเข้ามาแทรกแซงไหมล่ะ?"
"แกคิดว่าตระกูลเฉินจะมีอำนาจล้นฟ้าในม่อเฉิงได้จริงๆ งั้นเหรอ?"
"อย่าว่าแต่ตระกูลเฉินเลย ต่อให้เป็นตระกูลจ้าวของพวกเราก็ยังทำไม่ได้!"
"เดินหมากพลาดตาเดียวล้มทั้งกระดาน ราชสีห์ตะปบกระต่ายยังต้องใช้แรงทั้งหมด เข้าใจไหม?"
"จับตาดูทางฝั่งอวิ๋นซีจูต่อไป ถ้าสามคนนั้นออกมาเมื่อไหร่ ก็หาทางจัดการพวกมันซะ ถ้าจำเป็นก็ให้อวี๋จิ้นเซียวเป็นคนลงมือ!"
"อ้อ แล้วก็นัดตาแก่เจียงเซียนเจวี๋ยให้ฉันอีกรอบ ทรัพยากรของตระกูลเจียง ฉันจะต้องเอามาให้ได้!"
......
สำนักงานใหญ่หออิงอู่
'ปัง——'
เฝิงฉู่เซียวกำลังนั่งชงชาอยู่ที่โต๊ะน้ำชาไม้เนื้อแข็ง จู่ๆ ร่างของชิวอังก็ปรากฏตัวขึ้น เขาตบโต๊ะน้ำชาจนแตกละเอียดเป็นชิ้นๆ ทำให้น้ำชาสาดกระเซ็นไปโดนตัวของเฝิงฉู่เซียวเต็มๆ
"ชิวอัง แกบ้าไปแล้วเหรอ?"
เฝิงฉู่เซียวโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ "ข้าไม่ได้ไปนอนกับเมียแกสักหน่อย แกจะโมโหอะไรนักหนาฮะ?"
"บัดซบเอ๊ย!" ชิวอังโกรธจัด เขาชกหมัดใส่ทันที
'ปัง ปัง ปัง——'
ทั้งสองคนคุยกันไม่ลงรอยก็เปิดศึกใส่กันทันที ภายในห้องชงชามีพายุลมปราณพัดกระหน่ำ ไม่นานห้องก็พังพินาศจนเละเทะไปหมด
เหล่าศิษย์ของหออิงอู่ต่างพากันวิ่งเข้ามาเมื่อได้ยินเสียง พอเห็นรองหัวหน้าหอทั้งสองคนกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด พวกเขาก็ได้แต่ยืนงงเป็นไก่ตาแตก
พวกเขาอยากจะเข้าไปห้าม แต่การต่อสู้ที่ดุเดือดระดับนี้ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะเข้าไปแทรกแซงได้เลย
ในเมื่อเข้าไปห้ามไม่ได้ งั้นก็ขอดูเรื่องสนุกไปก่อนก็แล้วกัน
คนชอบจุ้นจ้านบางคนถึงขั้นตั้งวงพนัน พนันกันว่าระหว่างเฝิงฉู่เซียวกับชิวอังใครจะเป็นฝ่ายชนะ เนื่องจากทั้งคู่มีฝีมือสูสีกัน อัตราต่อรองจึงเท่ากันเป๊ะ
ทั้งสองคนต่อสู้กันนานกว่าครึ่งชั่วโมง ซัดกันจนพื้นที่รอบๆ พังราบเป็นหน้ากลองราวกับถูกรถแม็คโครไถ ก่อนจะยอมหยุดมือ ทั้งคู่นั่งหอบหายใจแฮกๆ อยู่บนพื้นโดยทิ้งระยะห่างกันกว่าสิบเมตร
"หัวหน้าหอทั้งสองท่าน พวกท่านเป็นอะไรกันไปครับ ทำไมถึงได้ต่อสู้กันเองแบบนี้ล่ะครับ?"
เมื่อเห็นทั้งสองคนหยุดมือ ก็มีคนเดินเข้าไปถาม
"เรื่องของแกหรือไง!"
"แล้วก็พวกแกด้วย มองอะไรกันฮะ ไม่เคยเห็นคนตีกันหรือไง ไปทำหน้าที่ของตัวเองได้แล้วไป!"
"แกจะมาเลียนแบบคำพูดข้าทำไมวะ ฮึ่ม!"
เฝิงฉู่เซียวกับชิวอังพูดขึ้นมาพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย เป็นความเข้าขากันที่ไม่ถูกที่ถูกเวลาเอาเสียเลย