- หน้าแรก
- หนีตายจากซีกโลกซอมบี้แทบแย่สุดท้ายต้องมาคอยเช็ดล้างวีรกรรมให้คุณชายตัวร้ายเนี่ยนะ
- บทที่ 59 - คิดไม่ถึงล่ะสิว่าจริงๆ แล้วฉันคือเทพบุตรเด็กเรียน
บทที่ 59 - คิดไม่ถึงล่ะสิว่าจริงๆ แล้วฉันคือเทพบุตรเด็กเรียน
บทที่ 59 - คิดไม่ถึงล่ะสิว่าจริงๆ แล้วฉันคือเทพบุตรเด็กเรียน
บทที่ 59 - คิดไม่ถึงล่ะสิว่าจริงๆ แล้วฉันคือเทพบุตรเด็กเรียน
คำพูดของเหลียงป๋อฟังดูเหมือนกำลังปลอบเด็ก หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ การกระทำของไป๋ฮ่าวในสายตาเหลียงป๋อมันดูเหมือนเด็กที่ยังไม่รู้จักโต แต่เหลียงป๋อก็ไม่ได้คิดว่าสิ่งที่ไป๋ฮ่าวทำมันผิดอะไร
เขาแค่รู้สึกว่า คุณหนูที่ถูกประคบประหงมมาอย่างดีคนนี้ อาจจะพอมีฝีมืออยู่บ้าง แต่น่าจะยังไม่โตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวนัก
ไป๋ฮ่าวเองก็แปลกใจกับคำตอบของเหลียงป๋อ แต่ก็ชะงักไปแค่วินาทีเดียว ก่อนจะพูดว่า "รู้ตัวก็ดี"
เขาเดินมุ่งหน้าไปที่ประตู สิ่งที่เขาตั้งใจจะพูดกับเหลียงป๋อก็พูดจบแล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรต้องอยู่ต่อ ก่อนจะออกไป เขาหยุดเดินแล้วทิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่ง "อย่าคิดนะว่าแค่เป็นลูกตระกูลไป๋หรือตระกูลเหลียงแล้วคนอื่นจะต้องคอยเอาอกเอาใจ แทนที่จะเอาเวลาไปทำเรื่องไร้สาระ สู้เอาเวลาไปจัดการกับพวกปลิงที่เกาะแกะอยู่รอบตัวนายดีกว่า ฉันไม่มีทางยอมให้นายเอาอำนาจของตระกูลไป๋ไปปูทางให้คนอื่นเด็ดขาด"
"นี่แกพูดบ้าอะไรวะ!" หวังตงที่ยืนดูไป๋ฮ่าวกับเหลียงป๋อเถียงกันอยู่นาน เหมือนถูกเหยียบหาง แต่เขาก็ไม่ได้โง่ เขาจ้องมองไป๋ฮ่าวด้วยสายตาอาฆาต ก่อนจะเอ่ยปากขู่ "ลูกพี่ไม่ลงไม้ลงมือกับแก แกก็เลยคิดว่าพวกเราไม่กล้าทำอะไรแกงั้นสิ?"
"นั่นสิ! พวกปลิงที่แกหมายถึงน่ะด่าใครวะ?!"
"ลูกพี่ อัดมันเลย!"
พวกลูกน้องที่ยืนอยู่ข้างหลังหวังตงต่างพากันส่งเสียงสนับสนุน แต่ตอนนี้พวกเขากลับพร้อมใจกันยกตำแหน่งลูกพี่ให้เหลียงป๋อหน้าตาเฉย
ความจริงแล้ว ในใจพวกเขาต่างก็ดูถูกเหลียงป๋อและชอบดูความพินาศของเขา แต่สิ่งที่เหลียงป๋อให้พวกเขามันก็ไม่น้อยเลย ตอนนี้ตระกูลไป๋ก็ไม่ใช่ตระกูลกระจอกๆ พวกเขาจึงยินดีที่จะปั้นหน้าทำตัวดีด้วย เพื่อหลอกให้เหลียงป๋อหลงระเริงอยู่ในภาพลวงตาต่อไป
"พอได้แล้ว" เหลียงป๋อพูดขึ้น พลางนวดขมับตัวเอง ครึ่งค่อนวันมานี้ หัวเขามึนไปหมด เมื่อคืนก็ไม่ได้นอนเต็มอิ่ม เขาคร้านจะมานั่งคิดเรื่องไร้สาระพวกนี้แล้ว
"เข้าใจแล้ว นายไปเถอะ"
ไป๋ฮ่าวเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
ตอนที่ปิดประตู รอยยิ้มอย่างมีมารยาทก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าเขาอีกครั้ง ช่างดูขัดกับท่าทีข่มขู่เมื่อครู่นี้ลิบลับ
ภายในห้อง หวังตงพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ สุดท้ายก็เดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามกับเหลียงป๋อ ทำทีเป็นพูดจาเรียกร้องความยุติธรรมให้ "ลูกพี่ จะปล่อยมันไปง่ายๆ แบบนี้จริงๆ เหรอ? ลูกพี่ก็เห็นแล้วว่ามันทำตัวหยิ่งผยองแค่ไหน ไม่เห็นหัวใครเลยสักคน คิดว่าตัวเองเป็นคนของตระกูลเหลียงแล้วจะทำกร่างยังไงก็ได้งั้นเหรอ!"
"ก็เจ๋งจริงนี่นา แน่จริงแกก็ลองไปอัดมันดูสิ?" เหลียงป๋อจิบเหล้าไปอึกหนึ่ง แล้วย้อนถาม
หวังตงกำหมัดแน่น : "..."
"แต่ลูกพี่เป็นคนของตระกูลไป๋นะ ถึงลูกพี่จะซ้อมมันแล้วมันจะทำไมล่ะ? เต็มที่ถ้าเรื่องมันแดงขึ้นมาก็แค่ขอโทษ" ท่าทีของเหลียงป๋อดูแปลกไป ไม่เหมือนกับเมื่อก่อนที่มักจะถูกชักจูงได้ง่ายๆ
ตอนนี้เขาดูเหมือนเป็นลูกพี่ของพวกมันจริงๆ
"พวกแกพูดบ้าอะไรกัน?" เหลียงป๋อเงยหน้าขึ้น ภายใต้เส้นผมที่ยุ่งเหยิง สายตาของเขาจ้องมองไปยังกลุ่มคนตรงหน้า
เขาจำไม่ได้หรอกว่าคนพวกนี้เป็นใคร มีแค่หวังตงเท่านั้นที่ร่างเดิมพอจะจำได้รางๆ ดูจากวิธีที่หวังตงพูดกับเขาแล้ว ก็เหมือนว่าทั้งสองคนจะสนิทกันพอสมควร
สายตาของเหลียงป๋อดุดันมากจนพวกที่ถูกจ้องเริ่มรู้สึกเสียวสันหลัง หวังตงได้สติเร็วที่สุด เขารีบรินเหล้าให้เหลียงป๋อ "พวกเราก็แค่อยากจะช่วยระบายความโกรธให้ลูกพี่เท่านั้นแหละครับ เห็นลูกพี่โดนดูถูก พวกเราที่เป็นลูกน้องก็พลอยเจ็บใจไปด้วย ว่าแต่ลูกพี่ครับ ในกระเป๋านั่นมันอะไรเหรอครับ?"
"ไอ้นี่น่ะเหรอ?" เหลียงป๋อหยิบการ์ดอิเล็กทรอนิกส์ออกมาจากกระเป๋าเสื้อเชิ้ต แล้วตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "จดหมายตอบรับเข้าศึกษาไงล่ะ"
(จบแล้ว)