- หน้าแรก
- หนีตายจากซีกโลกซอมบี้แทบแย่สุดท้ายต้องมาคอยเช็ดล้างวีรกรรมให้คุณชายตัวร้ายเนี่ยนะ
- บทที่ 51 - ลุงก็ยังเป็นลุงอยู่วันยังค่ำ
บทที่ 51 - ลุงก็ยังเป็นลุงอยู่วันยังค่ำ
บทที่ 51 - ลุงก็ยังเป็นลุงอยู่วันยังค่ำ
บทที่ 51 - ลุงก็ยังเป็นลุงอยู่วันยังค่ำ
"ตระกูลเหลียง... ใช่ๆ ผมมาส่งอาหารน่ะครับ อะไรงั้นเหรอ?! บัตรผ่าน?" เหลียงป๋อเบิกตากว้าง
ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงวัน เหลียงป๋อที่เพิ่งจะตื่นตอนสิบเอ็ดโมงหลังจากนอนเต็มอิ่มมาทั้งคืน ก็ลุกขึ้นมาแต่งตัวลวกๆ ล้างหน้าบ้วนปากแบบไม่ได้หวีผมด้วยซ้ำ แล้วก็นั่งรถมาที่คฤหาสน์ตระกูลเหลียง ใจจริงเขาก็อยากจะขับรถมาเองอยู่หรอก แต่สภาพตอนที่ยังตื่นไม่เต็มตานี้ ถ้าขืนให้ขับรถ เขาคิดว่าชีวิตใหม่หลังความตายคงได้สิ้นสุดลงภายในเดือนเดียวแน่ๆ
บนรถรางไฟฟ้าคนแน่นขนัด พอเขาลงมา ทุกอย่างก็ดูวุ่นวายไปหมด
แต่พอเดินมาถึงหน้าเขตคฤหาสน์ตระกูลเหลียง เขากลับถูกยามยกมือขวางเอาไว้
"นี่พ่อหนุ่ม จะเข้าไปข้างในมันก็ต้องมีเหตุผลดีๆ หน่อยนะ มาตัวเปล่าแบบนี้ พอฉันลองหยั่งเชิงถามว่าเป็นคนส่งอาหารใช่ไหม เธอก็ดันตอบรับหน้าตาเฉย แถมบัตรผ่านก็ไม่มี" ยามเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี เขารู้สึกคุ้นหน้าเด็กหนุ่มคนนี้อยู่บ้าง แต่ก็นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน แต่เขาก็เจอคนมาตั้งมากมาย จะปล่อยให้เข้าไปง่ายๆ เพียงเพราะคุ้นหน้าก็คงไม่ได้ ข้างในนั้นมันบ้านตระกูลเหลียงเชียวนะ
"ก็ผมลืมเอาคีย์การ์ดมานี่ครับ..."
หละหลวมไปหน่อย พลาดซะแล้ว ตอนที่ออกจากบ้านตระกูลเหลียง เขาไม่คิดเลยว่าจะได้กลับมาอีก ก็เลยทิ้งคีย์การ์ดกับจดหมายเอาไว้ในห้องของร่างเดิมหมดเลย
ตอนนั้นก็กะจะทำตัวเท่ๆ ซะหน่อย แต่ตอนนี้เป็นไงล่ะ เข้าบ้านไม่ได้เลย
"คนก่อนหน้าก็พูดแบบนี้แหละ"
"พวกคนหนุ่มอย่างพวกเธอ คงอยากจะเข้าไปตีสนิทกับคุณชายเหลียงสินะ โปรเจกต์พวกนั้น คุณชายเขาอาจจะไม่สนก็ได้ เลิกตื๊อเถอะ เข้าไปข้างในนี้น่ะ นอกจากคนตระกูลเหลียง กับคนที่คุณชายเหลียงสั่งไว้เป็นพิเศษแล้ว ฉันไม่ปล่อยใครเข้าไปเด็ดขาด"
จะโทษที่ยามจำเหลียงป๋อไม่ได้ก็คงไม่ถูกนัก เมื่อก่อนเหลียงป๋อไว้ผมยาว เดินก้มหน้าก้มตา ทำตัวไม่เป็นโล้เป็นพาย ไม่เคยสบตากับใครตรงๆ พวกเขาก็เลยไม่เคยได้มองหน้าชัดๆ อยู่ที่นี่มาตั้งหลายปี คุยกันแทบจะนับคำได้
แต่เหลียงป๋อในตอนนี้ดูเป็นเด็กหนุ่มที่เต็มไปด้วยพลังงานอันล้นเหลือ ดูซกมกและเจ้าเล่ห์นิดๆ แต่กลับไม่ได้ทำให้รู้สึกน่ารังเกียจแต่อย่างใด
"ลุงพูดแรงไปแล้วนะครับ" เหลียงป๋อคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะล้วงบุหรี่ออกมาจากกระเป๋า ยื่นให้ลุงยามมวนหนึ่ง ส่วนตัวเองก็คาบไว้ในปากมวนหนึ่ง
พูดตามตรง เขาก็ค่อนข้างจะตะขิดตะขวงใจที่จะโทรหาเหลียงซงให้เปิดประตูให้ ไม่ใช่เพราะหยิ่งยโสอะไรหรอก แต่เพราะสำหรับร่างเดิมแล้ว ที่นี่น่าจะเป็นบ้านของเขาต่างหาก
ถึงเขาจะไม่ใช่คนดีอะไร แต่ก็ถือว่าพอมีคุณธรรมอยู่บ้าง อะไรที่พอจะรักษาไว้ให้คนอื่นได้ เขาก็จะพยายามทำให้เต็มที่ ถ้าสุดวิสัยจริงๆ ก็ถือว่าเขาทำดีที่สุดแล้ว
ทว่านอกจากเบอร์ของเหลียงซงกับเหลียงฮั่นแล้ว ร่างเดิมก็ไม่มีเบอร์คนอื่นในตระกูลเหลียงเลย
"นี่พ่อหนุ่ม ฉันดูแล้วเธอก็ไม่ใช่คนดื้อด้านฟังใครไม่ขึ้นนะ แล้วทำไมถึงไม่ฟังคำเตือนกันบ้างล่ะ?" ลุงยามคาบบุหรี่ แล้วสูบเข้าไปเฮือกใหญ่
"เข้าไม่ได้ก็คือเข้าไม่ได้ ไม่มีคีย์การ์ด ไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ลุงก็ต้องทำตามหน้าที่นะ"
"คนเราก็มีเรื่องลำบากใจกันทั้งนั้นแหละครับ ผมแค่จะเข้าไปเอาของแป๊บเดียว อีกสิบนาทีก็กลับออกมาแล้ว"
เหลียงป๋อตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ
"ไม่ได้"
ลุงยามตอบกลับมาอย่างหนักแน่น ไม่มีทีท่าว่าจะยอมอ่อนข้อให้เลย
คิ้วของเหลียงป๋อกระตุกเข้าหากันเล็กน้อย ท่าทีที่เคยดูสบายๆ เปลี่ยนไปในพริบตา เขาจ้องมองลุงยามรูปร่างสันทัดตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความมั่นใจ "แล้วถ้าผมยืนยันว่าจะเข้าไปให้ได้ล่ะครับ?"
ลุงยามมองหน้าเขาเงียบๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปกดปุ่มที่อยู่ข้างๆ อย่างเงียบเชียบ ป้อมยามที่ดูธรรมดาๆ กลับมีปืนกลอัตโนมัติหลายกระบอกโผล่ออกมา เล็งเป้ามาที่เหลียงป๋อ
ลุงแกสูบบุหรี่เข้าปอดเฮือกหนึ่ง เปล่งประกายรัศมีอันน่าเกรงขามออกมา ก่อนจะพ่นคำพูดสั้นๆ ออกมาสองคำ "ไม่-ได้"
เหลียงป๋อ : "..."
"ฮัลโหล เหลียงซง... คุณชายเหลียงใช่ไหมครับ? เปิดประตูให้หน่อยสิ"
(จบแล้ว)