- หน้าแรก
- ฟุตบอล เริ่มต้นด้วยบาโลเตลลี
- บทที่ 15 ตลาดหน้าหนาวที่ยากลำบาก
บทที่ 15 ตลาดหน้าหนาวที่ยากลำบาก
บทที่ 15 ตลาดหน้าหนาวที่ยากลำบาก
ช่วงนี้สปีดอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรือเปล่า แต่เขารู้สึกว่าแม็กไกวร์น้ำหนักลดลงไปนิดหน่อย ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าแม็กไกวร์มีน้ำหนักตัวมากเกินไปนิด แต่เขาก็ไม่คาดคิดว่าเด็กคนนี้จะรู้จักควบคุมมันด้วยตัวเอง ส่วนลูคัสก็ยังคงขยันขันแข็งเหมือนเดิม เขาได้ยินมาว่าแม้แต่ในช่วงวันหยุด ลูคัสก็ยังไปที่สนามซ้อมทีมเยาวชนและลากแม็กไกวร์ไปซ้อมพิเศษด้วย โชคดีที่ทั้งสองคนทำแค่การซ้อมฟื้นฟูร่างกายเท่านั้น ไม่อย่างนั้นเขาคงต้องเป็นห่วงว่าดาวรุ่งพวกนี้จะโหมซ้อมหนักเกินไป
ตามหลักการแล้ว เมื่อทีมเริ่มเข้ารูปเข้ารอย และนักเตะดาวรุ่งก็ขยันขันแข็งขนาดนี้ เขาไม่ควรจะมีเรื่องให้ต้องกังวลอะไรเลย แต่บอร์ดบริหารของสโมสรกลับไม่ยอมปล่อยให้เขาได้อยู่อย่างสงบสุข
“ไม่มีเงินงั้นเหรอ? ชั้นรู้ว่าการทุ่มเงินหลายล้านซื้อเชดมาก่อนหน้านี้มันทำให้สโมสรเจ็บปวด แต่เราก็ไม่ได้ใช้เงินไปมากนักในตลาดซื้อขายรอบที่แล้ว ชั้นต้องการแค่กองหน้ากับกองกลางอย่างละคน และเราก็สามารถขายกองหน้าที่มีอยู่ตอนนี้ออกไปสักคนหรือสองคนเพื่อถอนทุนคืนได้”
“แกรี นายก็รู้ว่ามันยากที่จะขายนักเตะในตลาดหน้าหนาว นับประสาอะไรกับนักเตะที่ไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอันเลย กองหน้าของเราจะขายได้สักเท่าไหร่กันเชียว? แล้วกองกลางที่นายต้องการน่ะ...เกมรับเหนียวแน่น ปั้นเกมรุกได้ แถมยังวางบอลยาวแม่นอีก...พระเจ้า นายคิดว่านายจะซื้อนักเตะแบบนั้นได้ด้วยเงินแค่ไม่กี่แสนงั้นเหรอ?”
“แล้วกองหน้าล่ะ?”
“จะมีทีมไหนบ้าจี้ขายศูนย์หน้าที่ยิงประตูเป็นกอบเป็นกำให้พวกเราในตอนนี้กันล่ะ! ให้นายไปสอยมาจากลีกวันเอามั้ยล่ะ?”
“บ้าเอ๊ย! ชั้นต้องการกองหน้าที่สามารถจับคู่กับลูคัสได้ กองหน้าในลีกวันมันห่วยแตกยิ่งกว่าเชดซะอีก!”
ท้ายที่สุดสปีดกับผู้จัดการสโมสรก็จบการสนทนากันด้วยความขุ่นเคือง แม้จะพูดยากว่าใครถูกใครผิด เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดไม่ใช่สโมสรที่ร่ำรวยอะไร และหลังจากตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก พวกเขาก็สูญเสียรายได้จากค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดไปอย่างมหาศาล พวกเขาอาจจะเคยมีเงินหลายล้านไว้ทุ่มซื้อนักเตะเมื่อสองสามปีก่อน แต่นักเตะที่ซื้อมากลับโชว์ฟอร์มได้ไม่คุ้มค่าตัว ผู้จัดการสโมสรจึงย่อมต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
การพิจารณาของสปีดนั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานของความแข็งแกร่งของทีม การให้เจมี วอร์ดรับบทบาทเป็นตัวเชื่อมระหว่างกองกลางกับกองหน้าเป็นเพียงมาตรการชั่วคราวเท่านั้น ถึงแม้สตีเฟน ควินน์และมอนต์โกเมอรีจะสามารถประคองแดนกลางด้วยความเข้าขากันได้ แต่ทีมยังคงต้องการเพลย์เมกเกอร์ที่แท้จริง
ท้ายที่สุดแล้วความสามารถของสตีเฟน ควินน์ก็ยังดูขาด ๆ เกิน ๆ อยู่บ้าง และสภาพร่างกายของเขาก็เป็นจุดอ่อนที่อาจสร้างปัญหาได้เสมอ หากกองกลางคู่แข่งกดดันหนักเข้า เขาก็จะเจองานหยาบในการครองบอล เขาเป็นกองกลางตัวซัพพอร์ตที่ดี สามารถกวาดบอลและสนับสนุนด้วยทักษะการคุมเกมที่มีอยู่บ้าง แต่การจะให้เขารับบทเป็นหัวใจในแดนกลางนั้นดูจะฝืนธรรมชาติเกินไป
แทคติกปัจจุบันของพวกเขาทำได้เพียงแค่การเปลี่ยนแกนบอลออกริมเส้นอย่างรวดเร็ว แล้วปล่อยให้ปีกเป็นคนเปิดเกมรุก แต่การพึ่งพาแต่เกมรุกทางริมเส้นเพียงอย่างเดียว จะทำให้พวกเขาตกเป็นเป้าง่าย ๆ สำหรับคู่แข่ง
สำหรับแผงกองหน้า สปีดยิ่งทวีความต้องการที่จะซื้อตัวนักเตะที่มีสัญชาตญาณการจบสกอร์ที่ไว้ใจได้ เพื่อปลดปล่อยศักยภาพของลูคัสออกมาให้ถึงขีดสุด
แต่ก็อย่างที่ผู้จัดการสโมสรบอกไว้ ไม่มีทีมไหนในอีเอฟแอล แชมเปียนชิปที่จะยอมปล่อยกองหน้าที่พึ่งพาได้ออกมาง่าย ๆ ในตอนนี้
สปีดเครียดหนักแต่ก็ไม่มีทางเลือก เขาทำได้เพียงขอร้องให้บอร์ดบริหารลองมองหานักเตะดาวรุ่งจากสโมสรยักษ์ใหญ่ หากมีคนที่เหมาะสมก็อาจจะขอยืมตัวมาก่อน พวกเขายังสามารถส่งแมวมองไปซุ่มดูฟอร์มนักเตะจากลีกล่าง ๆ ให้ละเอียดขึ้น เมื่อตลาดหน้าหนาวเปิดทำการ หากมีนักเตะฝีเท้าดี พวกเขาก็อาจจะเชิญมาทดสอบฝีเท้าได้
ในเมื่อสโมสรไม่มีเงิน พวกเขาก็ต้องใช้เท่าที่มี แถมตอนนี้เขาก็ไม่อยากจะทิ้งเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดไปไหนด้วย
ในแง่หนึ่ง เขาอยู่กับสโมสรมาหลายปี เขาแขวนสตั๊ดที่เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด และเรียนรู้วิธีการเป็นโค้ชจากที่นี่ ดังนั้นเขาจึงมีความผูกพันกับสโมสรไปแล้ว ในอีกแง่หนึ่ง ลูคัสและแม็กไกวร์ที่เขาเพิ่งดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในฤดูกาลนี้ ต่างก็ฉายแววพรสวรรค์ออกมาอย่างล้นเหลือ จะมีโค้ชคนไหนห้ามใจไม่ให้ปั้นเด็กอัจฉริยะพวกนี้ได้ลงคอ? โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กอัจฉริยะที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์และพรแสวงควบคู่กันไป
ถ้านักเตะดาวรุ่งสองคนนี้เติบโตขึ้น และเขาสามารถนำพาเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดกลับสู่พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ในมุมมองของเขา ความสำเร็จนั้นจะเทียบเท่ากับเส้นทางอาชีพค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกของเขาเลยทีเดียว
เขาหวังว่าทีมจะสามารถหานักเตะที่เหมาะสมมาร่วมทีมได้ สปีดอธิษฐานอยู่ในใจ
หลังจากเกมที่พบกับเรดดิง เอฟซี เกมลีกนัดต่อไปของพวกเขาจะเตะกันในวันที่ 11 ธันวาคม นักเตะเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดได้รับวันหยุดพักผ่อนสองวัน ก่อนจะกลับมาซ้อมหนักกันต่อ
เกมรับของทีมยังต้องการความลงตัวมากกว่านี้ และลูคัสกับเชด อีแวนส์เองก็ยังต้องการเคมีในเกมรุกที่เข้าขากันมากกว่านี้เช่นกัน แต่เรื่องพวกนี้มันเร่งรัดกันไม่ได้ สปีดและทีมสตาฟฟ์โค้ชได้วางแผนการฝึกซ้อมเป็นระยะ ๆ และทีมก็ค่อย ๆ ปรับจูนเข้าหากันทีละก้าว ไม่นานการแข่งขันอีเอฟแอล แชมเปียนชิป นัดที่ยี่สิบเอ็ดก็มาถึง คู่แข่งของเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดคือบาร์นสลีย์ ทีมคู่ปรับร่วมเมือง...ทีมเก่าที่แม็กไกวร์เคยสังกัดอยู่
ถึงแม้จะเป็นศึกดาร์บี้แมตช์ท้องถิ่น แต่เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดกับบาร์นสลีย์ก็ไม่ใช่คู่แค้นคู่อาฆาตกันขนาดนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองสโมสรค่อนข้างปกติ และพวกเขาก็มักจะมีการแลกเปลี่ยนนักเตะเยาวชนกันอยู่เสมอ
ก่อนที่จะย้ายมาอยู่เชฟฟิลด์ ลูคัสเคยอาศัยอยู่กับลุงของเขาที่บาร์นสลีย์ แม็กไกวร์เองก็ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้มาหลายปี ทั้งสองคนไม่ได้รู้สึกอึดอัดใจอะไรที่ได้กลับมาที่นี่ ก่อนเกม พวกเขาถึงกับปั่นจักรยานเล่นกันครู่หนึ่งที่ด้านนอกสนามกีฬาโอ๊กเวลล์ รังเหย้าของบาร์นสลีย์
ในสายตาของลูคัส บาร์นสลีย์ดูเหมือนเมืองเล็ก ๆ มากกว่าจะเป็นเมืองใหญ่ มีประชากรทั้งหมดไม่เกินสองแสนคนและมีพื้นที่ขนาดเล็ก ก่อนหน้านี้ ตอนที่เขาไปดูบอลที่สนามกีฬาโอ๊กเวลล์กับเพื่อน ๆ ที่โรงเรียน เขาต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าที่นั่งเกือบครึ่งหนึ่งในสนามนั้นว่างเปล่า
แต่ถึงกระนั้น อัตราการเข้าชมห้าสิบเปอร์เซ็นต์ก็ถือว่าค่อนข้างดีทีเดียว เพราะสนามกีฬาโอ๊กเวลล์สามารถจุคนได้มากกว่าสองหมื่นคน ทุก ๆ วันที่มีเกมเหย้า จะมีประชากรบาร์นสลีย์หนึ่งในยี่สิบคนหลั่งไหลเข้ามาในสนาม ซึ่งจริง ๆ แล้วถือเป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างน่าทึ่งมาก
ความเข้มข้นของบรรยากาศฟุตบอลในอังกฤษเห็นได้ชัดจากเรื่องนี้เอง
เกมการแข่งขันยังคงมีกำหนดเริ่มเตะในเวลาสี่โมงเย็น อุณหภูมิในวันนี้ค่อนข้างต่ำ สูงกว่าจุดเยือกแข็งเพียงเล็กน้อย แต่โชคดีที่ฝนไม่ตก ลูคัสสวมเสื้อกีฬาแขนยาวไว้ข้างในก่อนตั้งแต่ในห้องแต่งตัว จากนั้นจึงเปลี่ยนมาใส่เสื้อแข่งและสวมถุงมือกันหนาวที่สโมสรเตรียมไว้ให้ เมื่อเห็นดังนั้น แม็กไกวร์ก็ทำตามบ้าง มันช่วยไม่ได้นี่นา ถ้าอังกฤษในหน้าหนาวไม่มีแดดแถมยังมีฝนตกปรอย ๆ ความรู้สึกหนาวเหน็บและเปียกชื้นแบบนั้นก็คงพอ ๆ กับที่บ้านเกิดของลูคัสในมณฑลเสฉวนนั่นแหละ การรักษาความอบอุ่นก็ถือเป็นการปกป้องร่างกายอย่างหนึ่งด้วย
ด้วยสภาพอากาศเช่นนี้ เกมระหว่างทั้งสองทีมจึงดูเหมือนจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเชื่องช้า ถึงแม้แฟนบอลในสนามจะยังคงส่งเสียงเชียร์อย่างกระตือรือร้น แต่นักเตะทั้งสองฝ่ายกลับดูระมัดระวังในการหยั่งเชิงคู่แข่ง
วันนี้ แผงหลังของเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดโชว์ฟอร์มได้ค่อนข้างดี โดยไม่ปล่อยให้บาร์นสลีย์มีโอกาสมากนักในครึ่งแรก หลังจากทำประตูติดต่อกันหลายนัด ลูคัสก็ดึงดูดความสนใจจากทีมต่าง ๆ ได้เช่นกัน ภายใต้การตามประกบอย่างแน่นหนาของบาร์นสลีย์ เขาเล่นได้อย่างมีเหตุมีผลทีเดียว นอกจากการโหม่งตรงกรอบไปหนึ่งครั้ง เขาก็ไม่ค่อยมีจังหวะสับไกง่าย ๆ เลย เมื่อจบครึ่งแรก ทั้งสองทีมจึงเสมอกันอยู่
หลังจากเริ่มครึ่งหลัง บาร์นสลีย์ก็เปิดเกมบุกเต็มสูบอยู่พักหนึ่ง จนลูคัสถึงกับต้องถอยลงมาช่วยเกมรับอยู่พักใหญ่ อย่างไรก็ตาม บาร์นสลีย์ก็มีปัญหาแบบเดียวกับที่เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดเคยเจอ นั่นคือแนวรุกที่ฝืดเคือง พวกเขามีโอกาสอยู่บ้าง แต่กองหน้ากลับไม่สามารถจบสกอร์ได้ ซึ่งนั่นทำให้เหล่านักเตะบาร์นสลีย์เริ่มร้อนรน
สปีดสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงทางสภาพจิตใจของนักเตะบาร์นสลีย์ได้อย่างเฉียบขาด เขาถอดเจมี วอร์ดออก และส่งกองกลางอีกคนลงมาแทน การมีกองกลางสามคนช่วยบรรเทาความกดดันในแนวรับได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อได้ครอบครองบอล เขาจะสั่งให้สตีเฟน ควินน์วางบอลยาวไปให้ลูคัสโดยตรง ข้ามขั้นตอนการถ่ายบอลในแดนกลางไปเลย
แทคติกนั้นเรียบง่าย แต่ผลลัพธ์กลับดีเกินคาด การดันไลน์สูงของบาร์นสลีย์ทำให้เกิดช่องโหว่ขนาดใหญ่ในแดนหลัง เมื่อลูคัสเผชิญหน้ากับการโดนรุมกินโต๊ะ เขาจะพยายามโหม่งชงไปให้เชด อีแวนส์ที่อยู่ใกล้ ๆ อย่างสุดความสามารถ หรือไม่ก็จ่ายตรงไปให้แมตธิว โลว์ตันที่เติมเกมรุกขึ้นมา ส่งผลให้พวกเขาสวนกลับได้สำเร็จหลายครั้ง
ในนาทีที่เจ็ดสิบหก สตีเฟน ควินน์โยนบอลโด่งมาอีกครั้ง กองหลังบาร์นสลีย์ก็กรูกันเข้าไปบีบลูคัสอีกครั้งตามความเคยชิน แต่ครั้งนี้ควินน์ตั้งใจจะจ่ายให้เชด อีแวนส์ต่างหาก เมื่อแทบไม่มีใครกดดันอยู่รอบตัว เชด อีแวนส์จึงสามารถคุมบอลได้อย่างสบาย ๆ แมตธิว โลว์ตันที่อยู่ริมเส้นโอเวอร์แลปขึ้นมาอีกครั้งและเรียกขอรับบอล เชด อีแวนส์จึงรีบปาดบอลไปให้เขาทันที หลังจากที่ทั้งสองคนดึงตัวประกบไปได้ส่วนหนึ่ง ลูคัสก็พลิกตัวและเริ่มสปรินต์ด้วยความเร็วสูง
ลูคัสวิ่งสอดหาช่องได้รวดเร็วมาก หลังจากแมตธิว โลว์ตันกระชากหนีปีกบาร์นสลีย์ด้วยความเร็วล้วน ๆ เขาก็ไม่รอให้กองหลังคนอื่นเข้ามาขัดจังหวะ และตัดสินใจเปิดบอลจากบริเวณขอบกรอบเขตโทษอย่างเด็ดขาด
เชด อีแวนส์ยังวิ่งเข้ามาในกรอบเขตโทษไม่ทัน ในวินาทีนี้ มีเพียงลูคัสคนเดียวเท่านั้นที่พุ่งพรวดเข้ามา ทุกคนรู้ดีว่าลูกเปิดของแมตธิว โลว์ตันนั้นตั้งใจจะเปิดมาให้ลูคัส แต่พวกเขาก็หยุดหมอนั่นไว้ไม่ได้!
ลูคัสที่กำลังวิ่งมาด้วยความเร็วเต็มพิกัด พุ่งทะยานขึ้นราวกับรถถังบดขยี้เซ็นเตอร์แบ็กของบาร์นสลีย์ มันคือภาพแห่งความรุนแรงอันงดงามอย่างแท้จริง ผู้รักษาประตูบาร์นสลีย์สบถลั่นก่อนจะถลาตัวออกมา แต่มันก็สายเกินไปเสียแล้ว ด้วยแรงส่งมหาศาลจากการกระโดด ลูคัสแทบจะ ‘ทุบ’ ลูกฟุตบอลเข้าไปตุงตาข่ายบาร์นสลีย์!
สปีดเอามือกุมหัวด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ ก่อนที่เขาจะฉีกยิ้มกว้างด้วยความยินดี
แทคติกของเขาไม่ได้มีความสลับซับซ้อนอะไรเลย แต่เมื่อนายมีเซ็นเตอร์ฟอร์เวิร์ดแบบนี้อยู่ในทีม ยังจะต้องพึ่งพาแทคติกซับซ้อนอะไรอีกล่ะ?
ก็แค่โยนบอลเวรนั่นไปให้ลูคัสก็สิ้นเรื่องแล้ว!
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล
จบตอน
By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล
═❀═❀═❀═❀═❀═❀═