เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 39 พลังสายเลือดปีศาจโลหิต กระตุ้นรอบสอง!

ตอนที่ 39 พลังสายเลือดปีศาจโลหิต กระตุ้นรอบสอง!

ตอนที่ 39 พลังสายเลือดปีศาจโลหิต กระตุ้นรอบสอง!


"ตาของนายเปลี่ยนเป็นสีแดงแล้ว!"

เมื่อเห็นสีตาของฉีหลินเปลี่ยนไป ลู่ทิงเสวี่ยก็ตกใจถอยหลังไปสองก้าว พร้อมกับอุทานออกมา

"อะไรนะ?! อ้อ ฉ-ฉันรู้แล้ว..."

พอได้ยินแบบนั้น ฉีหลินที่กำลังทรมานไปทั้งตัวก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดทันที

มันคือพลังปีศาจโลหิต

พลังปีศาจโลหิตในตัวเขากำลังถูกกระตุ้นขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว

หลังจากที่เขาดูดเลือดของอิเลน่าไปเมื่ออาทิตย์ก่อน พลังปีศาจโลหิตที่หลับใหลอยู่ลึกๆ ในร่างกายก็ถูกกระตุ้นขึ้นมาขั้นแรก ความแข็งแกร่งของร่างกายและพลังเวทพุ่งสูงขึ้นทันตาเห็น แต่นั่นมันก็แค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นแหละ ผลประโยชน์ที่ผู้อัญเชิญปีศาจจะได้รับจากพลังปีศาจใดๆ ล้วนต้องใช้เวลา และค่อยเป็นค่อยไป

แน่นอนว่าพลังปีศาจโลหิตก็ไม่มีข้อยกเว้น

ทุกๆ ช่วงเวลาหนึ่ง พลังปีศาจโลหิตจะถูกกระตุ้นเพิ่มขึ้นไปอีกขั้น และหลังจากนั้น ฉีหลินก็จะได้สัมผัสกับความสามารถของเผ่าปีศาจโลหิตมากขึ้น เช่น เวทมนตร์โลหิตพิเศษอะไรทำนองนั้น

การถูกกระตุ้นของพลังปีศาจแต่ละชนิดก็แตกต่างกันออกไป

สำหรับพลังปีศาจโลหิตแล้ว พูดง่ายๆ ก็คือการดูดเลือด ทุกครั้งที่พลังปีศาจโลหิตถูกกระตุ้นขึ้นไปอีกขั้น เขาก็จะเกิดความรู้สึกกระหายเลือดอย่างรุนแรง... ไม่สิ! พูดให้ถูกคือ ไม่ใช่แค่กระหาย แต่มันคือความต้องการ!

ตอนนี้เขาไม่ใช่แค่อยากดูดเลือด

แต่มันคือการถูกบีบให้ต้องดูดเลือด!

"อึก..."

สายตาของฉีหลินเริ่มพร่ามัว เปลี่ยนเป็นสีแดงคล้ำขึ้นเรื่อยๆ สติสัมปชัญญะก็เริ่มเลือนราง ขาดผึงไปทีละน้อย ในหัวเริ่มหลงเหลือเพียงความกระหายใคร่ในเลือดสดๆ...

……

……

"อ๊ากกก!!!"

……

……

"ติ๋ง ติ๋ง"

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน เลือดข้นๆ สองสามหยดก็หยดลงบนพื้นตรงหน้าฉีหลิน

สีสันที่ยั่วยวนใจเหลือเกิน...

กลิ่นหอมที่ชวนให้ลุ่มหลง...

"ดูสิ อยู่นี่ไง~"

ทันใดนั้น เสียงหัวเราะใสแจ๋วราวกับกระดิ่งเงินของเด็กสาวก็ดังขึ้น พร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่โชยเข้าจมูก!

ลำคอขาวเนียนปรากฏขึ้นในสายตาของฉีหลิน บนผิวขาวดุจหิมะนั้น รอยเลือดสีแดงสดตัดกันอย่างชัดเจน...

"โฮก!"

ฉีหลินที่ดวงตาแดงก่ำคำรามต่ำๆ รวบตัวลู่ทิงเสวี่ยเข้ามากอดไว้แน่น ก่อนจะอ้าปากกว้าง ฝังเขี้ยวลงบนลำคอระหงของเธออย่างแรง!

แต่!

เพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่เขี้ยวแหลมคมทั้งสองซี่นั้นจะฝังลงไปบนเนื้อของอีกฝ่าย ร่างกายของฉีหลินก็กระตุกวาบ เขาเงยหน้าขึ้นอย่างแรง ก่อนจะถอยหลังไปหลายก้าว เอาหัวโขกกำแพงดังปัง พร้อมกับยกมือขึ้นเสกหอกน้ำแข็งแทงเข้าที่ต้นขาตัวเองเต็มแรง!

"ฉึก!"

เลือดสาดกระเซ็นลงบนพื้น!

ความเจ็บปวดแปลบปลาบจากบาดแผลที่ต้นขา ทำให้สติของฉีหลินกลับคืนมาเล็กน้อย ดวงตาสีเลือดค่อยๆ กลับมาโฟกัสอีกครั้ง

"แฮ่ก... แฮ่ก... แฮ่ก!"

ฉีหลินหอบหายใจหนักหน่วง มองไปที่ลู่ทิงเสวี่ย

ตอนนี้เด็กสาวคนนั้นทรุดลงไปนั่งกับพื้น มองเขาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด

ที่ลำคอของเธอมีรอยแดงช้ำเป็นจ้ำจากการถูกบีบอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีบาดแผลเป็นรอยกรีดเลือดซิปๆ ถึงจะไม่ลึกมาก แต่ก็พอจะทำให้เลือดไหลซึมออกมาได้เรื่อยๆ

"อึก?!"

ฉีหลินหน้าตาดุร้าย พยายามอดกลั้นความกระหายเลือดอย่างสุดความสามารถ เขาก้มหน้าลงมองนิ้วมือทั้งสิบของตัวเอง

สิ่งที่เห็นคือ เล็บทั้งสิบนิ้วของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ยาวและแหลมคมราวกับกรงเล็บสัตว์ร้าย โดยเฉพาะที่เล็บนิ้วชี้ขวา ยังมีคราบเลือดสดๆ ติดอยู่

เขาเข้าใจแล้ว

สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ ล้วนเป็นภาพลวงตาทั้งสิ้น

ไอ้เลือดข้นๆ สองสามหยดแรกนั่น ไม่ได้จู่ๆก็หยดลงบนพื้นหรอกนะ

——แต่น่าจะเป็นตอนที่เขาสติแตกแล้วใช้กรงเล็บข่วนคอลู่ทิงเสวี่ย เลือดมันก็เลยกระเซ็นออกมาต่างหาก

ไอ้เสียงหัวเราะใสแจ๋วของเด็กสาวบ้าบออะไรนั่นก็ไม่มีอยู่จริงเหมือนกัน

——ของจริงน่าจะเป็นเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวของลู่ทิงเสวี่ยซะมากกว่า ส่วนไอ้คำพูดที่เชื้อเชิญให้เขาดูดเลือดนั่น ยิ่งเป็นภาพลวงตาแบบร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม

ความทรงจำสองส่วนนี้ของฉีหลินเลือนรางเต็มที

"เธอ..."

ฉีหลินมองลู่ทิงเสวี่ยด้วยสีหน้าบอกไม่ถูก

ลู่ทิงเสวี่ยไม่ได้แปลงร่างเป็นลิงยักษ์น้ำแข็ง ทำไมกัน?

ด้วยความสัมพันธ์อันผิวเผินระหว่างเขากับลู่ทิงเสวี่ย อีกฝ่ายไม่มีทางยอมปล่อยให้เขาทำร้ายโดยไม่ขัดขืนหรอก

ถ้าอย่างนั้นก็เหลือแค่ความเป็นไปได้เดียว——ลู่ทิงเสวี่ยขัดขืนไม่ได้!

สายเลือดอสูรในตัวเด็กสาวคนนี้น่าจะถูกกลิ่นอายปีศาจโลหิตในตัวเขากดทับเอาไว้ จนไม่สามารถแม้แต่จะดิ้นรนขัดขืนได้

นี่เป็นข้อพิสูจน์ชั้นดีเลยว่า พลังปีศาจโลหิตที่ฉีหลินสืบทอดมานั้น อยู่ในระดับที่สูงมาก!

พลังปีศาจชนิดเดียวกัน ก็มีการแบ่งระดับเหมือนกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะส่งผลต่อศักยภาพในอนาคต ยิ่งเป็นพลังปีศาจโลหิตระดับสูงเท่าไหร่ ในอนาคตก็จะยิ่งสามารถขุดค้นและกระตุ้นความสามารถพิเศษออกมาใช้ได้มากขึ้นเท่านั้น

นี่เป็นเรื่องดีแน่นอน

แต่ในขณะเดียวกัน ยิ่งเป็นพลังปีศาจระดับสูง โอกาสที่มันจะส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้อัญเชิญปีศาจก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย อย่างเช่นเมื่อกี้ เขาสติหลุดไปเลย เห็นแต่ภาพลวงตาทั้งนั้น ขืนเขาไม่ดึงสติกลับมาได้ในวินาทีสุดท้ายล่ะก็ ลู่ทิงเสวี่ยคงโดนเขากัดคอไปแล้วล่ะสิ ถ้าเป็นแบบนั้นล่ะก็ บรรลัยแน่ๆ ได้ไปนอนซังเตชัวร์!

นี่แหละข้อเสียร้ายแรง

แต่ตอนนี้เรื่องเร่งด่วนที่สุด ก็คือต้องจัดการกับความกระหายเลือดนี่ให้ได้ก่อน!

"อึก!"

ฉีหลินเอื้อมมือขวาไปจับหอกน้ำแข็งที่ปักคาอยู่ที่ต้นขาตัวเอง บิดมันเบาๆ ให้เกิดความเจ็บปวดรุนแรงเพื่อเรียกสติ

จากนั้นเขาก็มองลู่ทิงเสวี่ยด้วยความรู้สึกผิดสุดขีด ก้มหัวให้เด็กสาวที่กำลังตื่นตระหนกตกใจสุดๆ

"ไว้ฉันจะหาเวลามาขอโทษเธอทีหลังนะ! ฉันขอโทษจริงๆ! แต่... แต่ตอนนี้ฉันต้องรีบไปจัดการเรื่องบางอย่างก่อน!"

พูดจบ ฉีหลินก็พังประตูพรวดพราดออกไปจากห้องทดลอง ร่างกายแผ่รังสีสีแดงเลือดออกมา กลายเป็นเงาสีเลือดจางๆ พุ่งทะยานไปตามความมืดมิดของยามค่ำคืน มุ่งหน้ากลับไปยังหอพักของเขาและอิเลน่าด้วยความเร็วสูงสุด!

……

……

"ปัง!"

สิบวินาทีต่อมา

ประตูหอพักหมายเลข 7603 ก็ถูกฉีหลินพังเข้ามา

ดวงตาของเขาแดงก่ำ หายใจหอบถี่ ผิวหนังตามร่างกายแดงระเรื่อ แผ่ไอร้อนระอุออกมาอย่างเห็นได้ชัด

"เอ๋?"

อิเลน่าที่กำลังนอนหลับอยู่สะดุ้งตื่นเพราะเสียงดังโครมคราม ลุกขึ้นนั่งบนเตียงด้วยความงัวเงีย สายเดี่ยวชุดนอนข้างขวาหลุดรุ่ยลงมา

"อิเลน่า ฉันทนไม่ไหวแล้ว!"

ฉีหลินดึงหอกน้ำแข็งที่ต้นขาออกแล้วโยนทิ้งไป ก่อนจะกระโดดขึ้นเตียง กดแม่ซัคคิวบัสตัวน้อยไว้ใต้ร่าง

"ต-ตอนนี้เลยเหรอ?"

อิเลน่าไม่ได้ขัดขืน แต่กลับทำหน้ามึนตึ้บ

"นายบอกว่าจะรอทำพิธีเปิดบริสุทธิ์ไม่ใช่หรือไง? ถ้าทนไม่ไหวตอนนี้ แล้วที่อดทนมาตั้งหลายวันนั่นจะไม่อดทนไปฟรีๆ เหรอ? นาย... อ๊ะ? อ๊า~"

ยังไม่ทันพูดจบ ฉีหลินก็ก้มลงกัดลำคอขาวเนียนของเธอ ดูดเลือดคำโตเข้าปากไปเต็มๆ

ส่วนสีหน้าของอิเลน่านั้นกลับดูแปลกประหลาดขึ้นเรื่อยๆ

เจ็บงั้นเหรอ?

ไม่... นี่ไม่ใช่ความเจ็บปวดเลย มันไม่เจ็บเลยสักนิด ตรงกันข้าม...

"อ๊า~"

อิเลน่าอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงครางออกมา เธอรีบเอามือปิดปาก ใบหน้าแดงซ่านขึ้นเรื่อยๆ ส่งเสียงครางกระเส่าชวนหวิวออกมาเป็นระลอก

นี่มันความรู้สึกอะไรกันเนี่ย?

แตกต่างจากตอนที่โดนดูดเลือดคราวที่แล้วลิบลับเลย

การโดนกัดครั้งนี้ เธอรู้สึกดี... ดีเหลือเกิน...

"อื้ม~"

……

……

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน

ฉีหลินค่อยๆ กลับคืนสู่สภาพปกติ ดวงตาสีเลือดเปลี่ยนกลับเป็นสีทองดังเดิม

ส่วนอิเลน่าที่อยู่ใต้ร่างเขานั้น ตอนนี้กลับกลายร่างเป็นซัคคิวบัสเต็มตัว ร่างกายชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ เส้นผมและชุดนอนแนบสนิทไปกับผิว ใบหน้าแดงก่ำสุดๆ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง หายใจหอบหนักหน่วง

"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?"

ฉีหลินตั้งท่าจะยันตัวลุกขึ้นโดยสัญชาตญาณ แต่พอลองเอามือคลำดู ก็พบว่าผ้าปูเตียงเปียกชุ่มไปหมด

เอ่อ นี่น่าจะเป็นเหงื่อของอิเลน่า... มั้ง?

"ที่แท้... ที่แท้พวกปีศาจพวกนั้นก็ไม่ได้โกหกนี่นา"

อิเลน่ายิ้มยั่วยวน ดวงตาสีชมพูเป็นประกายวิบวับ น้ำเสียงออดอ้อนหยดย้อย

พูดจบ หางซัคคิวบัสก็เลื้อยออกมาจากชายกระโปรงลูกไม้สีดำ ปลายหางรูปหัวใจลูบไล้ใบหน้าของฉีหลินเบาๆ

"หา?"

ฉีหลินทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก

"พวกปีศาจบอกว่า การถูกปีศาจโลหิตดูดเลือดน่ะ จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเสียวซ่านมีความสุขจนขึ้นสวรรค์เลยล่ะ"

เรียวขายาวสวยของอิเลน่าค่อยๆ ตวัดเกี่ยวเอวของฉีหลินไว้ พร้อมกับเอื้อมมือไปคล้องคอเขา ใช้แรงดึงตัวเองขึ้นมาประกบปากกระซิบข้างหูเขาด้วยลมหายใจอุ่นๆ หอมกรุ่น

"ตอนนี้... ฉันรู้ซึ้งถึงความเสียวซ่านนั้นแล้วล่ะ... ฉีหลิน ฉันก็ทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน"

"เราสองคน มาเริ่มกันเถอะ"

จบบทที่ ตอนที่ 39 พลังสายเลือดปีศาจโลหิต กระตุ้นรอบสอง!

คัดลอกลิงก์แล้ว