- หน้าแรก
- วิถีเทพผู้อัญเชิญปีศาจกับระบบอัปสเตตัสสุดโกง เริ่มต้นจากการอัญเชิญซัคคิวบัส
- ตอนที่ 40 มรดกวิชาเลือด และการเอาเรื่อง
ตอนที่ 40 มรดกวิชาเลือด และการเอาเรื่อง
ตอนที่ 40 มรดกวิชาเลือด และการเอาเรื่อง
"อย่ามาล้อเล่นน่า"
ฉีหลินแกะตัวอิเลน่าที่พันอยู่กับร่างของเขาออกทันที แล้วพลิกตัวลงจากเตียง
"บอกแล้วไงว่าต้องรอพิธีเปิดบริสุทธิ์ ขืนทำพังตอนนี้ไอ้ที่อดทนมาตลอดหลายวันนั่นไม่เสียเปล่าเหรอ? มันก็กลายเป็นไอ้โง่น่ะสิ ทนมาตั้งนานจะมาตบะแตกตอนนี้ ฉันไม่เอาด้วยหรอก"
"เฮ้!"
อิเลน่านั่งคุกเข่าอยู่บนเตียง จ้องมองเขาด้วยสายตาฮึดฮัด
"นายฟินไปแล้วแท้ๆ จะมาทิ้งขว้างกันแบบนี้เหรอ? ทำงี้ได้ไงอ่ะ!"
"หา? เชดเข้! นี่ฉันอุตส่าห์ทนเพื่ออนาคตของเธอเลยนะเนี่ย? แล้วเรื่องฟินที่ว่านั่น..."
ฉีหลินพูดพลางก้มลงมองขาขวาของตัวเอง
รอยขาดของกางเกงแน่นอนว่ายังอยู่ แต่บาดแผลที่เขาแทงด้วยหอกน้ำแข็งเมื่อครู่นี้ กลับสมานตัวเหมือนใหม่ ไม่มีแม้แต่รอยแผลเป็น ทิ้งไว้เพียงคราบเลือดแห้งกรังเท่านั้น
"ฟึ่บ——"
ฉีหลินกระโดดขึ้นลงสองสามครั้ง พลางมีแสงสีเลือดค่อยๆ กระจายออกมาจากผิวหนัง จากนั้นร่างของเขาก็วาบหายไป กลายเป็นเงาสีเลือดพุ่งผ่านทั่วหอพักถึงสามสิบรอบ ความเร็วของมันสูงจนแทบจะเรียกว่าเทเลพอร์ตได้เลย!
"ตอนนี้รู้สึกสบายตัวขึ้นเยอะเลยว่ะ"
ฉีหลินหยุดฝีเท้า หลับตาลงสัมผัสถึงพลังภายในร่างกายอย่างละเอียด
ไม่กี่วินาทีต่อมา เขาอ้าปากออกเล็กน้อย เขี้ยวแหลมคมสองซี่ค่อยๆ งอกออกมา ในขณะที่เล็บมือทั้งสิบกลายเป็นกรงเล็บสีเลือดที่แหลมและยาว ราวกับภาพลักษณ์ของเผ่าพันธุ์เลือดในหนังหลายๆ เรื่อง บวกกับผมสีขาวและหน้าตาหล่อเหลาแบบนี้ เรียกได้ว่าเป็นเจ้าชายแวมไพร์อะไรเทือกนั้นเลยล่ะ
"พลังปีศาจโลหิตของฉัน กระตุ้นขึ้นไปอีกขั้นแล้ว"
ฉีหลินลืมตาสีทองขีดตั้งขึ้นมา จิตสั่งการเพียงชั่วครู่เขี้ยวและกรงเล็บก็หดกลับคืนสู่สภาพปกติ
จากนั้นเขาก็เปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาเหลือบมอง
【พละกำลัง: คลาสหนึ่ง 0 ดาว → คลาสหนึ่ง 1 ดาว】
【ความว่องไว: คลาสหนึ่ง 0 ดาว → คลาสหนึ่ง 3 ดาว】
【การป้องกัน: คลาสศูนย์ 5 ดาว → คลาสศูนย์ 7 ดาว】
【พลังเวท: คลาสหนึ่ง 5 ดาว → คลาสหนึ่ง 6 ดาว】
นี่คือข้อมูลบนหน้าต่างระบบ
แต่ระบบของฉีหลิน เป็นแค่ระบบอัปสเตตัสเท่านั้น ดังนั้นจึงมีแค่ช่องสเตตัสแต่ไม่มีช่องสกิลอะไรทำนองนั้นแสดงให้เห็น
และผลประโยชน์สูงสุดจากการกระตุ้นพลังปีศาจโลหิตในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ค่าสเตตัสที่เพิ่มขึ้นพวกนี้ แต่เป็นความสามารถหรือถ้าให้พูดให้ถูกก็คือเวทมนตร์ต่างหาก
เวทมนตร์โลหิต: เงาเลือด!
นี่คือเวทมนตร์โลหิตที่ใช้สำหรับการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง เป็นความสามารถพิเศษที่ผสานพลังเวทและพลังกายเข้าด้วยกัน ในตอนที่ใช้งาน ไม่เพียงแต่ต้องดึงพลังเวทออกมา แต่ยังต้องรีดเร้นกล้ามเนื้อทั่วร่างไปพร้อมกัน พลังเวทและพลังกายส่งเสริมซึ่งกันและกัน จนระเบิดความเร็วสูงสุดออกมาได้
การที่ฉีหลินเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงจนเกิดแสงสีเลือดเมื่อกี้นี้ ก็คือผลลัพธ์ของเวทมนตร์โลหิตบทนี้แหละ
"หืม?"
"เดี๋ยวนะ... ทำไมฉันถึงรู้เรื่องข้อมูลพวกนี้ล่ะ?"
ฉีหลินเพิ่งจะฉุกใจคิดเรื่องนี้ขึ้นมาได้
นักเรียนมัธยมปลายไม่มีทางเข้าถึงความรู้เรื่องเวทมนตร์โลหิตได้อยู่แล้ว เพราะงั้นข้อมูลเกี่ยวกับวิชาเงาเลือดนี้ ก่อนคืนนี้เขาไม่รู้อะไรเลยแม้แต่น้อย
ถ้าอย่างนั้น ก็เหลือแค่ความเป็นไปได้เดียวเท่านั้น
การสืบทอดความรู้!
พลังปีศาจโลหิตที่เขาได้รับสืบทอดมาจากปีศาจเลือดครึ่งมนุษย์ตนนั้น เป็นพลังปีศาจโลหิตระดับสูงที่มีการสืบทอดความรู้ติดมาด้วย ทุกครั้งที่เขากระตุ้นพลังได้หนึ่งขั้น เขาก็จะได้รับพลังส่วนหนึ่งพร้อมกับความทรงจำเชิงความรู้ควบคู่กันมาด้วย คล้ายๆ กับการสืบทอดทางสายเลือดของเผ่าอสูรบางประเภท
ตัวอย่างเช่น ลู่ทิงเสวี่ย
ว่ากันว่าพลังน้ำแข็งของเด็กสาวคนนั้น ก็ได้รับมาจากสายเลือดของลิงยักษ์น้ำแข็ง ส่งผลให้พลังของเธอนั้นเหนือกว่าเวทน้ำแข็งส่วนใหญ่ในระดับเดียวกันอย่างมหาศาล
เดี๋ยวนะ
ลู่ทิงเสวี่ยเหรอ?
"ซวยแล้ว..."
ฉีหลินนึกย้อนถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น ใจคอก็เริ่มหนักอึ้งขึ้นมาทันที
การควบคุมพลังไม่ได้แล้วทำร้ายเพื่อนร่วมชั้นเนี่ย ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลยนะเนี่ย ใครจะไปรู้ว่าหลังจากนี้เขาจะถูกลงโทษยังไงบ้าง
ถ้าลู่ทิงเสวี่ยเอาเรื่องนี้ไปฟ้องล่ะก็ เขามีสิทธิ์โดนลากเข้าคุกไปนั่งกินข้าวแดงแน่ๆ
ความรุนแรงของเรื่องนี้ มันต่างจากตอนที่เขาไปล้างแค้นโทมัสอย่างสิ้นเชิง
ต่างกันยังไงน่ะเหรอ?
ต่างกันตรงที่ พ่อของลู่ทิงเสวี่ยแซ่ลู่... แซ่เดียวกับกรุ๊ปลู่บริษัทอสังหาฯ ยักษ์ใหญ่นั่นแหละ...
"อิเลน่า?"
ฉีหลินหันไปมองซัคคิวบัสตัวน้อยที่อยู่ข้างเตียง
"อะไรเล่า!"
อิเลน่ากอดอก ทำหน้ามุ่ยใส่เขา
"ถ้าฉันติดคุก เธอจะรอฉันอยู่ข้างนอกไหม?"
"???"
……
……
วันถัดมา
เวลา 07:30 น.
โรงเรียนมัธยมรุ่งอรุณแห่งที่สาม ห้องให้คำปรึกษาทางจิตวิทยา
ตอนนี้ บนโซฟาในห้องนี้มีคนนั่งอยู่สามคน
ฉีหลิน
ลู่ทิงเสวี่ย
และผู้หญิงสวยสวมแว่นคนหนึ่ง ดูอายุอานามน่าจะประมาณสามสิบต้นๆ สวมเสื้อสเวตเตอร์คอเต่าสีดำรัดรูป กับกระโปรงยาวสีน้ำเงินเข้มเลยเข่า ไม่ว่าจะเป็นบุคลิกหรือรูปร่างก็น่าหลงใหลตามแบบฉบับสาววัยทำงานเต็มตัว
เธอชื่อหลีชิวหม่าน เป็นผู้ใช้พลังเหนือมนุษย์คลาสสองสายนักบวชมีใบรับรองจิตแพทย์ และปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาทางจิตวิทยาประจำโรงเรียนมัธยมรุ่งอรุณแห่งที่สาม
"นักเรียนฉีหลิน เรื่องพฤติกรรมควบคุมตัวเองไม่ได้เมื่อคืนนี้ เธอมีอะไรจะแก้ตัวไหม?"
หลีชิวหม่านถือแท็บเล็ตไว้ในมือซ้าย มือขวาขยับกรอบแว่นเล็กน้อย จากนั้นก็หรี่ตาคู่สวยจ้องมองฉีหลินที่นั่งอยู่ตรงข้าม
"ผมขอรับสารภาพทุกอย่างครับ"
ฉีหลินยกมือขึ้นทั้งสองข้าง แล้วหันหน้าไปทางลู่ทิงเสวี่ยข้างๆ ด้วยความรู้สึกผิด
"ขอโทษจริงๆ... ขอโทษจากใจจริงครับ..."
ตอนนี้ลำคอของเด็กสาวคนนี้ยังพันผ้าพันแผลสีขาวเอาไว้ และภายใต้ผ้าพันแผลนั้น ก็คือบาดแผลที่เขาลงมือทำขึ้นกับมือเมื่อคืนนี้เอง
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ"
ลู่ทิงเสวี่ยไม่ได้โกรธเคืองฉีหลิน เพียงแต่เผยยิ้มที่ดูซับซ้อนออกมา
"บางครั้ง เราก็ควบคุมพฤติกรรมตัวเองไม่ได้ไม่ใช่หรือไงล่ะ?"
"หืม?"
ฉีหลินชะงักไป "เธอ... เธอไม่โกรธฉันเหรอ?"
"นายไม่ได้ตั้งใจนี่นา"
ลู่ทิงเสวี่ยส่ายหน้าเบาๆ แล้วหันไปมองหลีชิวหม่านที่อยู่ตรงข้าม
"ครูหลีคะ หนูมาตามที่ครูเรียกแล้วนะคะ ตอนนี้จุดยืนของหนูชัดเจนค่ะ นักเรียนฉีหลินไม่ได้ตั้งใจทำร้ายหนู ในฐานะจอมยุทธ์อสูรหนูเข้าใจสถานการณ์แบบนี้ดีค่ะ เพราะงั้นหนูขอไม่เอาความกับเหตุการณ์ในครั้งนี้... ตอนนี้หนูขอตัวได้หรือยังคะ? คาบแรกวันนี้เป็นวิชาต่อสู้จริง ซึ่งเป็นวิชาเอกของสายหนู หนูไม่อยากพลาดค่ะ"
"ครูเข้าใจแล้ว"
หลีชิวหม่านพยักหน้าเบาๆ แล้วกล่าวเสริม
"แต่เธอยังไปตอนนี้ไม่ได้ ตามกฎระเบียบของโรงเรียน ครูต้องทำการประเมินทางจิตวิทยาให้เธอ เพื่อยืนยันให้แน่ชัดว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อจิตใจของเธอ"
"สภาพจิตใจหนูปกติดีค่ะ ไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย"
ลู่ทิงเสวี่ยลุกขึ้นยืนทันที หมุนตัวเดินไปทางประตู แล้วทิ้งประโยคหนึ่งไว้ก่อนจะจากไป
"ส่วนเรื่องการประเมินทางจิตวิทยา? ขอโทษทีนะคะ หนูไม่มีเวลา วันหลังค่อยว่ากันใหม่นะคะ"
หลีชิวหม่านได้ยินแบบนั้นก็ทำได้เพียงถอนหายใจ
"งั้นก็ได้ นักเรียนลู่ทิงเสวี่ย เธอไปเข้าเรียนได้เลย ถ้าหลังจากนี้มีปัญหาด้านจิตใจอะไรเพิ่มเติม ยินดีต้อนรับมาปรึกษาครูได้เสมอนะ"
"ค่ะ"
ลู่ทิงเสวี่ยเปิดประตูห้องออกไปทันที
"นักเรียนฉีหลิน"
หลีชิวหม่านหันมามองฉีหลิน แล้วยื่นแท็บเล็ตในมือให้เขา
"ดูนี่สิ บันทึกจากกล้องวงจรปิดในห้องทดลองของเย่เซิน บันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดเมื่อคืนไว้อย่างละเอียดตามที่ครูทราบมา สภาพของเธอในตอนนั้นความทรงจำน่าจะเลือนรางมากสินะ? ทีนี้เธอก็จะได้รู้แล้วว่า เมื่อคืนเธอทำอะไรลงไปกับนักเรียนลู่ทิงเสวี่ยบ้าง"
"ครับ"
ฉีหลินได้สติ รีบรับแท็บเล็ตมา แล้วใช้นิ้วชี้กดเล่นคลิปที่หยุดค้างเอาไว้ต่อ
"ตาของนายเปลี่ยนเป็นสีแดงแล้ว!"
"อะไรนะ?! อ้อ ฉ-ฉันรู้แล้ว..."
"โฮก!"
บนหน้าจอเหตุการณ์ ฉีหลินนอนหมอบอยู่บนพื้น ดวงตาแดงก่ำ ส่งเสียงคำรามราวกับสัตว์ป่า จากนั้นปากก็เริ่มงอกเขี้ยวออกมาสองซี่ เล็บมือทั้งสิบเปลี่ยนเป็นสีเลือด และยาวแหลมคมอย่างรวดเร็ว
ส่วนลู่ทิงเสวี่ยฝั่งตรงข้าม ก็รีบถอยหลังไปสองก้าว บนใบหน้าและมือเริ่มมีขนสีขาวโพลนงอกออกมา ทำท่าเหมือนจะกระตุ้นสายเลือดอสูรเพื่อแปลงร่างเป็นลิงยักษ์น้ำแข็ง
แต่ในวินาทีนั้นเอง
"โฮก!"
ฉีหลินส่งเสียงคำรามออกมาอีกครั้ง
จากนั้นขนบนตัวลู่ทิงเสวี่ยก็หดหายไปอย่างรวดเร็ว ราวกับว่ามันถูกทำให้กลัวจนไม่กล้าโผล่ออกมาอีก ทำให้การแปลงร่างของเธอต้องหยุดชะงักลงกลางคันไปโดยปริยาย
++++++++++++ ถึงนักอ่านทุกท่าน หากท่านชื่นชอบผลงานเรื่องนี้ อย่าลืมกดไลค์ กดใจ และเพิ่มเรื่องนี้เข้าชั้นหนังสือโปรด เพื่อไม่พลาดการอัปเดทตอนใหม่กันด้วยนะครับ +++++++++++++