- หน้าแรก
- ระบบจำลองชีวิตสุ่มเลือกสูตรโกง
- บทที่ 4 ก่อตั้งพรรคระเบิดสวรรค์
บทที่ 4 ก่อตั้งพรรคระเบิดสวรรค์
บทที่ 4 ก่อตั้งพรรคระเบิดสวรรค์
บทที่ 4 ก่อตั้งพรรคระเบิดสวรรค์
【เจ้าประเมินกำลังพล: มีทหารรักษาการณ์ประจำการอยู่นอกเมืองทั้งหมดหนึ่งพันนาย และแปดร้อยนายในนั้นคือทหารเดนตายของเจ้า
เจ้าแค่นเสียงหยัน "แปดร้อยก็แปดร้อย กำลังคนแปดร้อยนายจะชิงลงมือก่อนเพื่อชิงความได้เปรียบ!"
ด้วยคำสั่งของเจ้า กลุ่มทหารรักษาการณ์ที่ยังคงตกอยู่ในห้วงนิทราจึงถูกทหารเดนตายของเจ้าสังหารในทันที
เจ้าไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านกับเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย ท้ายที่สุดแล้ว การจากไปของเจ้าและคนของเจ้าย่อมต้องทำให้บางคนไหวตัวทัน และเจ้าก็ไม่อาจรับประกันได้ว่าพวกมันจะไม่นำเรื่องนี้ไปรายงาน
เพื่อเห็นแก่ชีวิตของตัวเจ้าเอง เจ้าจำต้องกำจัดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นให้สิ้นซาก
"อีกอย่าง นี่ก็เป็นเพียงแค่การจำลองเท่านั้น ในโลกแห่งความเป็นจริงพวกเขาก็ยังคงมีชีวิตอยู่ดีมีสุข"
ปราศจากความรู้สึกผิดใดๆ เจ้าพาบรรดาทหารเดนตายทั้งแปดร้อยนายที่อยู่ข้างกาย มุ่งหน้าไปยังแคว้นหลู่โดยไม่หันหลังกลับไปมอง
ส่วนทหารเดนตายอีกเจ็ดร้อยนายที่อยู่กับเจ้าเมืองหลี่คุนเฉียนนั้น เจ้าก็จนปัญญาที่จะช่วยเหลือพวกมันได้
ท้ายที่สุดแล้ว เขาก็มีคนมากเกินไป ทั้งยังอยู่ภายใต้การจัดการอย่างเป็นระบบ การที่พวกมันจะปลีกตัวออกมาอย่างง่ายดายนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้
โชคดีที่ทหารเดนตายซึ่งทะลวงผ่านไปถึงระดับสามและทหารเดนตายระดับสองส่วนใหญ่ล้วนอยู่กับเจ้า
สำหรับทหารเดนตายที่อยู่กับเจ้าเมืองหลี่คุนเฉียน เจ้าคิดว่าสามารถใช้พวกมันเป็นหมากที่ซ่อนไว้ได้ ใครจะไปรู้ว่าเจ้าอาจจำเป็นต้องใช้งานพวกมันเมื่อใด
หลังจากจากตระกูลหวังและรอนแรมเดินทางมาเป็นเวลาสามเดือน ในที่สุดเจ้าก็มาถึงชายแดน
เจ้าตรวจสอบแผนที่และยืนยันได้ว่าจะสามารถเดินทางไปถึงแคว้นหลู่ได้ก่อนฟ้ามืด
ในเวลานี้ เจ้าเบนสายตาไปยังเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งในแคว้นหลู่ที่มีนามว่า เล่อหยาง
แม้จะถูกเรียกว่าเมือง แต่แท้จริงแล้วมันก็เป็นเพียงแค่ชุมชนที่ใหญ่ขึ้นมาหน่อยเท่านั้น
เนื่องจากแคว้นหลู่แตกแยกออกเป็นฝักเป็นฝ่ายที่ทำสงครามสู้รบกัน อ๋องหย่งจึงเป็นฝ่ายที่อ่อนแอที่สุด โดยครอบครองเมืองเพียงสิบสองแห่ง
เพื่อเป็นการข่มขวัญและขยายอิทธิพลของตน เขาจึงจงใจเปลี่ยนชื่อชุมชนขนาดใหญ่หกแห่งให้เป็นเมือง แล้วกล่าวอ้างว่าตนครอบครองเมืองถึงสิบแปดแห่ง
ภายในเมืองเล่อหยาง มีทหารรักษาการณ์เพียงหนึ่งพันนายรวมถึงขุมกำลังย่อยๆ อีกบางส่วน ที่สำคัญที่สุดคือ มันไม่ได้อยู่ห่างจากเจ้านัก
"ที่นี่แหละ!"
หลังจากระบุเป้าหมายได้แล้ว เจ้าก็กระจายกำลังทหารเดนตายและเริ่มมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองเล่อหยางในแคว้นหลู่ตามลำดับ】
【ครึ่งเดือนต่อมา ในที่สุดเจ้าก็เข้ามาในเมืองเล่อหยาง เจ้าพาทหารเดนตายของเจ้าไปนั่งในโรงเตี๊ยมและเริ่มกินดื่มกันอย่างเต็มคราบ
การเดินทางอันยาวนานได้ทำให้สภาพร่างกายและจิตใจของเจ้าเหนื่อยล้ามานานแล้ว
"โชคดีที่โลกใบนี้ไม่ได้เข้มงวดเหมือนในยุคโบราณบนโลกของข้า การเข้าเมืองไม่ต้องใช้ป้ายระบุตัวตนใดๆ มิเช่นนั้นข้าคงต้องออกแรงสักหน่อยแล้ว"
หลังจากกินดื่มจนอิ่มหนำ เจ้าก็เริ่มขบคิดถึงหนทางเอาชีวิตรอดในอนาคต
ภายใต้คำสั่งของเจ้า เหล่าทหารเดนตายได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดภายในเมืองเล่อหยาง
ในบรรดาข้อมูลที่นำกลับมา เจ้าเห็นกลุ่มอันธพาลที่มีนามว่า พรรคสุนัขเถื่อน
พรรคสุนัขเถื่อนคอยเก็บค่าคุ้มครองจากพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่แผงลอยในเมือง บังคับสตรีให้ค้าประเวณี และรับจ้างเป็นอันธพาล พวกมันมีสมาชิกกว่าร้อยคน และหัวหน้าของพวกมันก็เป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ระดับหนึ่ง
เจ้าทำการรวบรวมทหารเดนตายภายในเมืองทันที และรีบรุดไปยังที่ตั้งของพรรคสุนัขเถื่อน
เมื่อเวลาผ่านไป ท้องฟ้าก็เริ่มมืดมิด ภายในที่ตั้งของพรรคสุนัขเถื่อน คนกลุ่มหนึ่งกำลังกินเนื้อและดื่มสุรากันอย่างสำราญ
"ลูกพี่ ข้าคิดว่าเดือนหน้าพวกเราสามารถขึ้นค่าคุ้มครองได้นะ!"
"ใช่แล้วลูกพี่ ทุกวันนี้พวกพี่น้องได้กินเนื้อกันแค่ไม่กี่วันครั้ง ช่างน่าหงุดหงิดใจเสียจริง!"
ที่หัวโต๊ะ ชายร่างกำยำหัวโล้นกระดกสุราในมือจนหมด ก่อนจะตบฝ่ามือลงบนโต๊ะเสียงดังลั่น
"พวกเจ้าพวกโง่เขลา ไม่รู้จักการเก็บเกี่ยวระยะยาวหรืออย่างไร!"
"ได้กินเนื้อไม่กี่วันครั้งยังไม่พอใจอีกรึ? รู้หรือไม่ว่าผู้คนข้างนอกอิจฉาพวกเจ้ามากเพียงใด!"
เมื่อได้ยินคำตำหนิจากเขา ฝูงชนต่างก็ก้มหน้าลงและตกอยู่ในความเงียบ
ทันใดนั้น เสียง 'ตึง' ดังสนั่นหวั่นไหวจากการพังทลายก็แว่วเข้าหูสมาชิกพรรคสุนัขเถื่อน
"นั่นมันเสียงอันใดกัน?"
เหล่าสมาชิกพรรคสุนัขเถื่อนลุกขึ้นยืน และหันขวับไปทางประตูใหญ่
ในชั่วขณะนั้น เจ้าก็พุ่งทะยานเข้ามาพร้อมกับกลุ่มทหารเดนตาย
สีหน้าของหัวหน้าพรรคสุนัขเถื่อนแปรเปลี่ยนไป และมันก็เตรียมจะระบายความโกรธเกรี้ยวใส่เจ้า
ทหารเดนตายระดับสามผู้หนึ่งพุ่งทะยานไปเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว และตวัดดาบฟันลงมาที่มัน
จังหวะที่มันกำลังจะหยิบอาวุธขึ้นมาป้องกัน ดาบของทหารเดนตายระดับสามก็ฟาดฟันลงมาจากเหนือศีรษะของมันแล้ว
เมื่อเห็นดังนั้น มันจึงบิดตัวในทันที ทำให้สามารถดึงศีรษะหลบหลีกไปได้อย่างฉิวเฉียด
โชคร้ายที่ร่างกายของมันหลบพ้นไม่หมด
เสียง 'ตุบ' ดังขึ้น แขนข้างหนึ่งร่วงหล่นลงสู่พื้น
"อ๊าก!"
"พวกเจ้าเป็นใครกันแน่?"
หัวหน้าพรรคสุนัขเถื่อนล้มลงกองกับพื้นด้วยความเจ็บปวด มันเหลือบมองไปที่กลุ่มคนและตระหนักได้ว่าเจ้าคือหัวหน้าของพวกมัน จึงรีบตะเกียกตะกายคลานเข้ามาหาเจ้า
"พี่ชาย พวกเราล้วนเป็นคนแปลกหน้าที่ไร้ความแค้นต่อกัน หากข้าล่วงเกินท่านด้วยประการใด ได้โปรดเมตตาด้วยเถิด"
เจ้าแค่นเสียงหยันอย่างเย็นชา "จำเป็นต้องมีความแค้นด้วยรึ ข้าถึงจะสังหารเจ้าได้?"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หัวหน้าพรรคสุนัขเถื่อนก็ชะงักงันไปชั่วครู่ ก่อนจะเริ่มร้องห่มร้องไห้อย่างน่าเวทนาต่อหน้าเจ้าในทันที
"ข้าขอร้องท่านล่ะ! ข้าขอร้อง!"
"เพียงแค่ท่านละเว้นชีวิตข้า เงินทองทั้งหมดของพรรคสุนัขเถื่อนจะเป็นของท่าน!"
เมื่อมองดูสภาพอันน่าสมเพชของมัน มุมปากของเจ้าก็โค้งขึ้นเล็กน้อย
"หากข้าสังหารเจ้า เงินทองก็ยังเป็นของข้าอยู่ดี!"
สิ้นคำพูด เจ้าก็ชักกระบี่ยาวจากเอวของทหารเดนตายที่อยู่ใกล้ๆ แล้วแทงทะลุร่างของมัน
เสียง 'ฉึก' ดังขึ้น หัวหน้าพรรคสุนัขเถื่อนสิ้นใจตายในทันที!
ทหารเดนตายที่เจ้าพามาต่างก็เริ่มลงมือ ถอนรากถอนโคนพรรคสุนัขเถื่อนจนสิ้นซาก
สมาชิกพรรคสุนัขเถื่อนนั้นเป็นเพียงแค่กลุ่มคนที่ไร้ระเบียบวินัย ภายในเวลาไม่ถึงอึดใจ พวกมันทั้งหมดก็ถูกจัดการจนเรียบวุธ
หลังจากเดินสำรวจรอบๆ ที่ตั้งของพรรคสุนัขเถื่อน เจ้าก็เริ่มจัดการเตรียมการต่างๆ
ท้ายที่สุดแล้ว ทหารเดนตายที่เจ้าพามานั้นมีจำนวนมากกว่าแปดร้อยนาย และมีห้องพักไม่เพียงพอสำหรับทุกคน
โชคดีที่ทหารเดนตายเหล่านี้เชื่อฟังคำสั่งของเจ้าอย่างเคร่งครัดและไม่ได้ใส่ใจเรื่องที่หลับที่นอน การเบียดเสียดกันหน่อยย่อมไม่ใช่ปัญหา
ดังนั้น หลังจากอัดทหารเดนตายกว่าสิบคนเข้าไปในแต่ละห้อง ทุกคนก็เข้าที่เข้าทางในที่สุด
หลังจากนั้น เจ้าก็เปลี่ยนชื่อจากพรรคสุนัขเถื่อนเป็นพรรคระเบิดสวรรค์
ขุมกำลังต่างๆ ในเมืองเล่อหยางไม่ได้ประหลาดใจกับเรื่องนี้นัก
ในสายตาของพวกมัน พรรคสุนัขเถื่อนเป็นเพียงขุมกำลังเล็กๆ และการเปลี่ยนขั้วอำนาจย่อมเป็นเรื่องปกติ
เช่นเดียวกับก่อนหน้านี้ ที่พรรคสุนัขเถื่อนได้กวาดล้างขุมกำลังที่ชื่อว่าพรรคพยัคฆ์ดำก่อนที่จะเข้ายึดครองอาณาเขตในปัจจุบัน】
【ในปีที่หก เจ้าได้ตั้งรกรากในเมืองเล่อหยางอย่างสมบูรณ์แบบ
ในช่วงเวลานี้ เจ้าได้ส่งทหารเดนตายที่เพิ่งถูกอัญเชิญมาใหม่เข้าไปแฝงตัวตามขุมกำลังต่างๆ ภายในเมือง
ภายในพรรคระเบิดสวรรค์ หลี่เมิ่ง ภรรยาของเจ้ากำลังนวดบีบไหล่ให้เจ้าอยู่
"ท่านพี่ฉู่ ข้าหาอนุภรรยาให้ท่านสักคนดีหรือไม่?"
"ท่านแข็งแกร่งเกินไปจริงๆ ข้าอยากหาน้องสาวสักคนมาช่วยแบ่งเบาภาระ"
เจ้าเงยหน้าขึ้นมองนาง "เมิ่งเอ๋อร์ วันๆ ในหัวของเจ้ากำลังคิดเรื่องอันใดอยู่กัน?"
"สามีของเจ้าเป็นคนเช่นนั้นหรือ?"
"ตื้นเขิน ตื้นเขินเกินไปแล้วจริงๆ!"
ทว่าในตอนนั้นเอง เจ้าก็เปลี่ยนน้ำเสียงและยิ้มให้นางเล็กน้อย "เมิ่งเอ๋อร์ เจ้าเป็นคนจัดการเรื่องราวภายในบ้านเถิด"
"หากคนเดียวไม่พอ จะสองหรือสามคนก็ได้ พวกนางจะได้ช่วยเจ้าแบ่งเบาเรื่องงานบ้านได้ด้วย"
หลี่เมิ่งอึ้งไปชั่วครู่ ก่อนจะยกกำปั้นขึ้นมาทุบไหล่เจ้าเบาๆ
"ท่านพี่ฉู่ ท่านช่างร้ายกาจนัก!"
เจ้ายื่นมือออกไปลูบผมของนางด้วยรอยยิ้ม
วันเวลาล่วงเลยไป หนึ่งเดือนผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว
บัดนี้ นอกจากการใช้ชีวิตอย่างสำราญแล้ว เจ้าก็ยังคงตั้งใจฝึกฝนวิทยายุทธ์อย่างหนักหน่วง ท้ายที่สุดแล้ว เมื่อการจำลองสิ้นสุดลง เจ้าก็ยังคงต้องกลับสู่โลกความเป็นจริง
เจ้าเพียงแค่ไม่รู้ว่าจะได้รับรางวัลใดบ้างเมื่อกลับคืนสู่โลกความเป็นจริง
อย่างไรก็ตาม เจ้ารู้สึกว่าพรสวรรค์ของตนเองนั้นช่างย่ำแย่เกินไปจริงๆ นับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ระดับหนึ่ง พละกำลังทางร่างกายของเจ้าก็เพิ่มพูนขึ้นอย่างเชื่องช้าเหลือเกิน
"ไม่ ช้าเกินไปแล้ว"
เจ้าพึมพำกับตนเอง "ทหารเดนตายที่ถูกอัญเชิญมาในช่วงสองปีแรก ล้วนทะลวงผ่านไปถึงระดับหนึ่งแล้ว และหลายคนก็ก้าวไปถึงระดับสองหรือระดับสามด้วยซ้ำ"
เจ้าเริ่มสงสัยว่าเป็นเพราะวิทยายุทธ์ของเจ้าอยู่ในระดับที่ต่ำต้อยเกินไปหรือไม่
ท้ายที่สุดแล้ว ยามที่เจ้าอ่านนิยายในชาติก่อน ตัวเอกเหล่านั้นล้วนฝึกฝนวิชาอย่างสิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกรหรือไม่ก็คัมภีร์เก้าอิม
ส่วนตัวเจ้านั้น กลับกำลังฝึกฝนเพียงแค่วิชาหมัดภูเขาเหล็กอันแสนธรรมดา
เจ้าตระหนักได้ว่าตนเองไม่อาจใช้ชีวิตอย่างสุขสบายเช่นนี้ต่อไปได้ หากรางวัลจากระบบคือระดับการฝึกตนของเจ้า เจ้าคงเสียเปรียบครั้งใหญ่เป็นแน่
ไม่กี่วันต่อมา เจ้าได้รวบรวมทหารเดนตายทั้งหมด ขบคิดที่จะโค่นล้มจวนเจ้าเมืองเพื่อตั้งตนเป็นเจ้าเมืองเสียเอง จากนั้นค่อยเสาะแสวงหาวิทยายุทธ์ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
จากการสืบสวนของเจ้า จวนเจ้าเมืองมีคนเพียงพันกว่าคนเท่านั้น และโดยพื้นฐานแล้วพวกมันล้วนเป็นเพียงทหารธรรมดาที่ไร้ซึ่งวิทยายุทธ์ใดๆ
มีเพียงนายกองพันเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่มีระดับการฝึกตนอยู่ที่ระดับสอง
ส่วนเจ้าเมืองนั้น มีนามว่า หลู่หวู่เต๋อ และมันเป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ระดับสาม
ที่สำคัญที่สุด หลู่หวู่เต๋อผู้นี้ไร้ซึ่งเส้นสายเบื้องบน ด้วยเหตุนี้ มันจึงต้องมาเฝ้ารักษาเมืองเล็กๆ แห่งนี้
เจ้ารู้สึกว่าต่อให้มันตายไป อ๋องหย่งก็ไม่แน่ว่าจะมาหาเรื่องถึงที่
หลังจากเวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป เจ้าก็ตัดสินใจเด็ดขาดที่จะลงมือกับหลู่หวู่เต๋อ
"ในเมื่อมันตายไปแล้ว ตราบใดที่ข้าส่งคนไปแสดงความภักดีและมอบผลประโยชน์ให้บ้าง ย่อมไม่น่าจะมีปัญหาใดๆ"
เจ้าคำนวณกำลังทหารเดนตายของเจ้า: ระดับสามห้านาย, ระดับสองแปดสิบกว่านาย, และระดับหนึ่งหรือยังไม่มีระดับอีกกว่าพันนาย เจ้าสามารถคว้าชัยชนะมาได้อย่างขาดลอย】