เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 : การทะลวงสัมผัสที่หก

บทที่ 3 : การทะลวงสัมผัสที่หก

บทที่ 3 : การทะลวงสัมผัสที่หก


บทที่ 3 : การทะลวงสัมผัสที่หก

ขณะนั้นหลี่เซียงและเอมีกำลังนั่งดูเจ้าตัวเล็กทั้งสองเล่นหยอกล้อกับพุดดิ้งและแบล็กแพนเธอร์อยู่ในห้องนั่งเล่น ท่ามกลางบรรยากาศแสนเรียบง่าย

ทว่าเสียงประหลาดบางอย่างก็ดังขึ้น

ไม่ใช่เสียงจากภายนอก…แต่มาจากภายในบ้านและทิศทางก็ดูเหมือนจะ

“เลออน?”

ทั้งสองสบตากันก่อนเอ่ยขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

ทันทีนั้น เอมีรีบอุ้มเด็กทั้งสองไว้แนบ อก ขณะที่หลี่เซียงลุกขึ้นแล้วพากันเร่งฝีเท้าขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง

สองหมาอลาสกันก็ตามหลังอย่างรู้หน้าที่ประตูห้องของเลออนเปิดแง้มอยู่ หลี่เซียงรับลูกคนหนึ่งจากภรรยาไว้แล้วก้าวนำเข้าไปก่อน

ทันทีที่ข้ามธรณีประตู ร่างเขาก็ชะงัก เหมือนถูกตรึงอยู่กลางอากาศ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตะลึงเอมีเดินตามเข้ามาและเมื่อมองเห็นสิ่งเดียวกัน เธอก็ถึงกับนิ่งงันไปอีกคน

“กล่อง~!”

เสียงแหลมเล็กดังขึ้นจากเจ้าตัวเล็กในอ้อมแขน ดวงตากลมใสของพวกเขาเปล่งประกายราวเห็นของเล่นวิเศษตรงหน้า

แต่สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงนั้น ไม่ใช่ของเล่นมันคือ กล่องทองคำแห่งอควาเรียส ซึ่งในยามนี้...ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

แสงสีทองอบอุ่นแผ่พุ่งออกมาจากกล่องอย่างต่อเนื่องภาพหญิงสาวถือเหยือกน้ำที่สลักอยู่บนฝากล่องพลันดูเหมือนมีชีวิตจริง ทุกเส้นสายของการแกะสลักเปล่งแสง ราวกับกำลังเคลื่อนไหว

จากกล่อง…มีเสียงหนึ่งแผ่วเบาและกังวานในเวลาเดียวกันมันไม่ใช่เสียงพูด ไม่ใช่ดนตรี แต่มันคล้ายเสียงสวด เสียงกระซิบ…ราวกับกำลังเล่าขานมหากาพย์บางอย่างจากยุคที่โลกยังไร้มนุษย์

เสียงนั้น ไม่สามารถบรรยายเป็นถ้อยคำแต่มันสัมผัสเข้ามาในใจ

ทั้งหลี่เซียงและเอมีต่างรู้สึกได้ถึง “อารมณ์” ที่แผ่จากกล่องออกมา ความตื่นเต้น ความเฝ้ารอ

นั่นไม่ใช่ภาพลวงตา ไม่ใช่จินตนาการแต่คือพลังจริง…ที่กำลังเคลื่อนไหว

“หรือว่าเลออน…ใกล้จะปลุกพลังคอสโม่สำเร็จแล้ว?” เอมีพึมพำ

ก่อนที่หลี่เซียงจะได้เอ่ยตอบ กล่องทองก็เปล่งแสงออกมาอีกครั้ง ครั้งนี้แรงกว่าเดิมแสงทองศักดิ์สิทธิ์พวยพุ่งออกจากกล่องจนทั้งห้องสว่างจ้า

ทุกคนในห้องรวมถึงเด็กๆ ยกมือขึ้นป้องดวงตาโดยอัตโนมัติ

แสงนั้นเรืองรอง เจิดจ้า ร้อนแรงราวกับโลกทั้งใบกำลังจมหายไปในทะเลแห่งทองคำ

…แล้วทุกอย่างก็เงียบลง

เมื่อแสงค่อยๆ จางหายลงไปทีละน้อยสิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าครอบครัวนี้…ไม่ใช่กล่องอีกต่อไปแต่คือ เกราะทองคำแห่งอควาเรียส

เกราะหญิงสาวอันศักดิ์สิทธิ์ สง่างาม อ่อนช้อย และแฝงพลังอันน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน

ในห้วงขณะนั้น…ทุกสิ่งเงียบงันโลกทั้งใบหยุดหมุนชั่วคราวเพื่อยอมรับการตื่นขึ้นของบางสิ่งที่สูงส่งเหนือสามัญสำนึก

พลังศักดิ์สิทธิ์ที่แผ่ออกมาจากเกราะนั้นช่างยิ่งใหญ่เกินจะเอ่ยถึง แรงกล้าจนยากจะจ้องมองตรง ๆ ด้วยตาเปล่า

หากเป็นคนธรรมดา คงไม่ต่างจากพุดดิ้งและแบล็กแพนเธอร์ที่นอนราบอยู่หน้าห้อง ตัวสั่นงันงกด้วยสัญชาตญาณดิบที่รับรู้ได้ถึงความศักดิ์สิทธิ์เหนือธรรมชาติ

แต่กับครอบครัวของเลออนมันกลับตรงกันข้ามแสงทองอันเรืองรองนั้นอบอุ่น อ่อนโยน ราวกับอ้อมกอดจากเทพเจ้า

มันชะโลมใจของหลี่เซียง เอมี และเจ้าตัวเล็กทั้งสองให้ผ่อนคลาย รู้สึกสดชื่น มีพลัง และบริสุทธิ์อย่างน่าประหลาด

“พระเจ้า…มันสวยเหลือเกิน” เอมีพึมพำ ดวงตาหยาดเยิ้มไปด้วยความหลงใหล

เส้นสายของเกราะทองคำ องค์ประกอบทุกมุม ทุกองศา ล้วนสมบูรณ์แบบ ราวกับงานศิลป์จากสรวงสวรรค์ที่ถูกสลักด้วยมือเทพ

ไม่ใช่แค่ความงามทางสายตา แต่ยังมีความศักดิ์สิทธิ์แฝงอยู่ในทุกรายละเอียด—ความงามที่ไม่อาจแตะต้องด้วยจิตคิดลบ

แม้จะสวยงามเพียงใด มันกลับทำให้ผู้คนรู้สึกเกรงกลัวโดยธรรมชาติ

ตึง!

ก่อนที่ทุกคนจะได้พินิจนานกว่านั้นเกราะทองคำแห่งอควาเรียสพลันส่องประกายจ้า ก่อนจะกลายเป็นเส้นแสงทองคำพุ่งทะลุกำแพงออกไปสู่ท้องฟ้า

ทุกคนในบ้านรีบวิ่งตามออกไปยังหน้าต่างเมื่อเห็นทิศทางของแสงทองพุ่งตรงเข้าสู่แนวเขา พวกเขาก็เข้าใจทันทีว่ามันกำลังมุ่งไปหาใคร

หลี่เซียงกับเอมีสบตากัน ดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและคาดหวัง

แต่ทันใดนั้น เส้นแสงทองกลับเปลี่ยนทิศ กระโจนขึ้นฟ้าแล้วแทรกตัวเข้าสู่ท่ามกลางดวงดาวที่ส่องอยู่กลางกลุ่มเมฆดำ ซึ่งไม่น่าจะปรากฏได้ในตอนกลางวัน

“เหลือเชื่อ…”

ทั้งสองพึมพำออกมาอย่างไม่เชื่อสายตาขณะที่เจ้าตัวเล็กก็ชี้ขึ้นฟ้าแล้วร้องเสียงใส

“ดาวสวย~!”

แสงแห่งเทพยังคงสาดกระจายหมู่ดาวส่องประกายเหนือม่านเมฆดำที่หมุนวนเป็นเกลียว พาให้ท้องฟ้ากลายเป็นฉากลึกลับราวโลกเหนือจริง

โครม!

เสียงฟ้าระเบิดดังสนั่น ก่อเกิดเสาแสงสีทองพวยพุ่งจากศูนย์กลางของพายุหมุนบนฟ้าเสานั้นพุ่งตรงลงสู่เทือกเขาใจกลางป่า—สถานที่เดียวกับที่เลออนนั่งฝึกอยู่

ในวินาทีนั้น พลังศักดิ์สิทธิ์อันกว้างใหญ่ก็ปะทุขึ้นไม่เพียงมนุษย์แม้แต่สิ่งมีชีวิตระดับเทพ…และปีศาจที่เร้นกายในเงามืดก็ต้องหันมามอง

ใต้สายน้ำตกกลางผาใหญ่ เสาแสงสีทองพาดผ่านร่างของเลออนที่ยืนนิ่งอยู่ใต้ม่านน้ำ เกราะทองคำแห่งอควาเรียสได้สวมใส่อย่างสมบูรณ์

เกราะสีทองงดงาม สง่างาม เปี่ยมด้วยพลังหน้ากากสีทองล้ำค่าแผ่นเกราะไหล่ยกสูงสัญลักษณ์รูปตัว S สีขาวไขว้กลางอกอัญมณีสีเขียวประดับที่ปกคอกระโปรงเกราะดีไซน์หนักแน่นปลอกแขนสีทองอ่อน

เกราะขาเรียบคมไร้ที่ติและเสื้อคลุมสีฟ้าอ่อนด้านหลังที่พลิ้วไหวท่ามกลางพลังจักรวาล

ทุกส่วนประสานกันอย่างลงตัวเกราะทองนี้ไม่เพียง สวมใส่ กับเลออน แต่ หลอมรวม กับเขาอย่างแนบแน่นราวกับเป็นเนื้อเดียวกัน

แม้ในอนาคตเขาจะสูงขึ้น ร่างเปลี่ยนแปลง เกราะนี้ก็จะปรับตามโดยไม่ทำให้ดูเทอะทะหรือผิดสัดส่วน

บนพื้นผิวของเกราะ บัดนี้ปรากฏเปลวเพลิงสีทองบางเบานั่นคือ คอสโม่  ของเลออนที่เพิ่งถูกปลุกขึ้น

เขายืนอยู่ใต้ม่านน้ำตก แต่ทุกสรรพสิ่งรอบตัวกลับถูกหยุดนิ่ง สายน้ำ ใบไม้ ก้อนหิน ผืนดิน ทุกอย่างถูกแช่แข็งราวเข้าสู่ยุคน้ำแข็ง

เลออนหลับตาลงสัมผัสถึงตอสโม่อันยิ่งใหญ่ที่ก่อกำเนิดขึ้นภายในและในวินาทีนั้น...เขารู้สึกว่า โลกทั้งใบช่างเปราะบาง

ณ หน้าผาแห่งหนึ่ง ห่างออกไปหลายกิโลเมตรชายชราสวมสูทสากล หมวกทรงกลมในมือและถือไม้เท้าแบบสุภาพบุรุษ ยืนอยู่เงียบ ๆ

สายตาเขาแน่วนิ่ง มองไปยังศูนย์กลางของอาณาเขตที่ถูกแช่แข็งเบื้องหน้า ที่นั่นมีใครบางคนยืนอยู่ใต้ลำแสงทองคำกลางม่านน้ำตก

“พลังที่ไม่เคยเห็นมาก่อน…ศักดิ์สิทธิ์ สว่างไสว…เป็นใครกัน?”

เขาพึมพำกับตัวเองแต่ก่อนจะได้คำตอบ ร่างเขาก็ชะงัก

ชายหนุ่มในเกราะทองคำผู้ยืนอยู่ไกลลิบ…กลับปรากฏเบื้องหน้าเขาอย่างไร้เสียง!

เขาเหินลอยอยู่กลางอากาศ ดวงตาคมกริบจ้องตรงมาพลังศักดิ์สิทธิ์ระเบิดออก ล็อกเป้าลงบนชายชรา

ริมฝีปากของชายหนุ่มขยับเล็กน้อย เสียงของเขานุ่มลึก แต่เยือกเย็น

“ปีศาจ…”

คำเดียวที่เปล่งออกมาคือชื่อของความชั่วร้ายในสายตามนุษย์

ชายชรายิ้มบาง เอียงหมวกลงแนบอกอย่างสุภาพ

“ข้ามาด้วยความหวังดี…เจ้าหนู”

แต่เลออนยังคงจ้องแน่นิ่ง

“…แต่ข้ากลับเห็นความโลภและความชั่วร้ายในจิตวิญญาณของเจ้า”

ตึงงงง!

ทันใดนั้น พลังเยือกแข็งก็กระแทกออกจากร่างของเลออน รุนแรงราวพายุพัดโลก น้ำแข็งและหิมะกราดเกรี้ยวปกคลุมทั่วทุกทิศ ราวกับใบมีดนับพันตัดผ่านห้วงอากาศ

โลกทั้งใบในขณะนั้น หยุดหายใจ

จบบทที่ บทที่ 3 : การทะลวงสัมผัสที่หก

คัดลอกลิงก์แล้ว