- หน้าแรก
- คู่มือบำเพ็ญเซียน สูตรลับฉบับตัวประกอบ
- บทที่ 38 หนูทรายกลายพันธุ์
บทที่ 38 หนูทรายกลายพันธุ์
บทที่ 38 หนูทรายกลายพันธุ์
"อ๊ะ!"
"โอ๊ย!"
"เกิดอันใดขึ้น!"
...
ชั่วขณะนั้น เสียงกรีดร้องอุทานดังขึ้นระงม ผู้คนที่เดิมทีขี่ของวิเศษเหาะเหินอยู่ ล้วนร่วงหล่นลงมาจากกลางอากาศอย่างน่าประหลาดใจแทบจะพร้อมเพรียงกัน
โชคดีที่ตอนขี่ของวิเศษนั้นเหาะไม่ได้สูงนัก ประกอบกับเบื้องล่างล้วนเป็นทรายเม็ดละเอียดอ่อนนุ่ม นอกจากการร่วงหล่นที่ดูทุลักทุเลอย่างยิ่งแล้ว กลับไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้
"ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่?"
จางอีอีคว้าตัวหยวนอิงที่ร่วงหล่นอยู่ไม่ไกลจากตนนัก ซึ่งร่างกว่าครึ่งค่อนจมลงไปในทรายให้ลุกขึ้นมา
เมื่อเทียบกับคนอื่นๆ ร่างกายระดับหลอมกายาขั้นสี่ของนางนั้นยืดหยุ่นและแข็งแกร่งกว่ามาก ร่วงลงมาจากความสูงเพียงเท่านี้ยังสามารถยืนหยัดได้อย่างมั่นคง เส้นผมไม่ร่วงหล่นเลยแม้แต่เส้นเดียว
"ข้าไม่เป็นไร"
หยวนอิงถูกจางอีอีดึงขึ้นมายืนให้มั่น นางปัดทรายที่ติดตัวออก พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง พร้อมรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดฝันตลอดเวลา
ไม่นาน พวกเขาก็เข้าใจว่า ไม่เพียงแต่พวกเขาทั้งหกคนเท่านั้น ศิษย์สำนักอื่นกลุ่มใหญ่ที่ตามมาด้านหลังก็เป็นเช่นเดียวกัน จู่ๆ ล้วนร่วงหล่นลงมาจากกลางอากาศทั้งหมด
"ศิษย์พี่ม่อ ในร่างกายข้าดูเหมือนจะไม่มีพลังปราณเหลืออยู่เลย ทั้งยังไม่อาจดึงดูดหรือใช้พลังปราณจากภายนอกได้อีกด้วย"
จางถงถงตระหนักถึงความร้ายแรงของปัญหาได้อย่างรวดเร็ว นางถามม่อเยี่ยนเพื่อความแน่ใจด้วยความไม่อยากจะเชื่อเล็กน้อย "ศิษย์พี่ม่อ ท่านล่ะเจ้าคะ?"
ตอนที่ขี่ของวิเศษเหาะมา ทั้งสองก็อยู่ติดกันหน้าหลังอยู่แล้ว หลังร่วงหล่นลงมาย่อมอยู่ใกล้กันที่สุด
"ข้าก็เช่นกัน!"
หลังจากม่อเยี่ยนทดลองอีกครั้ง สีหน้าก็ดูย่ำแย่อย่างยิ่ง "น่าจะเป็นเพียงชั่วคราว สถานที่แห่งนี้มีข่ายอาคมกักกันตามธรรมชาติบางอย่างอยู่"
"เช่นนั้นทำอย่างไรดี หรือว่าพวกเราจะเดินย้อนกลับไปเพื่อออกจากที่นี่ แล้วค่อยเลือกทิศทางอื่น?"
คนอื่นๆ ก็ทยอยพบปัญหาเช่นกัน ต่างไม่รู้ว่าควรทำเช่นไรดี
"จะถอยไปที่ใด? ไม่เห็นหรือว่าคนกลุ่มนั้นที่อยู่ห่างออกไปตั้งไกลด้านหลังก็โดนเล่นงานพร้อมกับพวกเรา? ข่ายอาคมเช่นนี้เมื่อเปิดออกแล้ว จะปลดเปลื้องเมื่อใดหาใช่พวกเราจะเป็นคนกำหนดได้"
อย่างไรเสียม่อเยี่ยนก็ยังเป็นผู้มีความรู้กว้างขวาง เขาทำลายความคิดที่หวังพึ่งโชคนี้ทิ้งอย่างรวดเร็ว
โชคดีที่เป็นเพียงการไม่อาจใช้พลังปราณได้ ชั่วคราวนี้ดูเหมือนว่าจะไม่มีผลกระทบในแง่ร้ายอื่นใดต่อร่างกาย
"แต่เมื่อไม่อาจใช้พลังปราณก็ไม่อาจขี่ของวิเศษได้แล้ว ศิษย์พี่ใหญ่ นี่พวกเราต้องพึ่งพาสองขาเพื่อเดินออกจากทะเลทรายแห่งนี้อย่างนั้นหรือ?"
หยวนเสี่ยวชี ศิษย์สำนักหลีซานร้องทุกข์กับหยวนอิง "เช่นนั้นต้องเดินไปถึงปีใดเดือนใดกัน เกรงว่าพอถึงกำหนดเวลาพวกเรายังคงเดินวนเวียนอยู่ในทะเลทรายแห่งนี้ แล้วจะไปหาอาวุธเซียนได้อย่างไร?"
ติดอยู่ในทะเลทราย เมื่อไม่อาจใช้พลังปราณย่อมไม่อาจขี่ของวิเศษเหาะเหินได้อีก ฐานตบะบำเพ็ญที่มีมาแต่เดิมก็กลายเป็นเพียงของประดับ
"ไม่มีพลังปราณ สิ่งที่ควรเป็นกังวลที่สุดมิใช่ความปลอดภัยหรอกหรือ?"
จางอีอีเอ่ยขึ้นมากะทันหัน พร้อมเตือนด้วยความหวังดี "ตอนนี้พวกเราก็เหมือนมนุษย์ธรรมดาแล้ว เกรงว่าหากมีอันตรายอันใดเข้ามาสักหน่อยก็คงไม่มีพลังพอจะปกป้องตนเองได้"
ศิษย์ของสำนักใหญ่มักจะถูกสำนักปกป้องไว้ดีเกินไปจริงๆ เมื่อเทียบกับผู้บำเพ็ญเพียรอิสระที่ต้องเอาชีวิตเข้าแลกทรัพยากรบำเพ็ญเพียรและต้องพึ่งพาตนเองในทุกสิ่งอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันแล้ว ก็นับว่ายังอ่อนหัดเกินไปมากจริงๆ
เวลานี้มันเมื่อใดกันแล้ว สิ่งแรกที่นึกถึงกลับกลายเป็นเรื่องที่ไม่อาจขี่ของวิเศษได้และต้องทนทุกข์ทรมานพึ่งพาสองขาเดิน ทว่ากลับไม่ยอมไตร่ตรองให้ดีว่าหลังจากไร้ซึ่งพลังปราณแล้วจะรักษาชีวิตในดินแดนลี้ลับแห่งนี้อย่างไร เพื่อให้มีชีวิตรอดผ่านพ้นช่วงเวลาสิบสี่วันที่เหลือไปได้อย่างราบรื่น
"อีอีกล่าวได้ถูกต้อง พวกเจ้าล้วนต้องระวังตัวให้ดี!"
สีหน้าของหยวนอิงเปลี่ยนไปในทันที นางรีบเตือนศิษย์น้องทั้งสองคนอย่างจริงจังให้ตั้งใจสักหน่อย อย่าได้สับสนระหว่างเรื่องหลักกับเรื่องรอง
ตลอดทั้งวันมานี้ พวกเขาไม่พบเจออันตรายใดเลยตลอดทาง หากมองว่านี่คือดินแดนลี้ลับแม่น้ำลั่วเซียนที่มีระดับความอันตรายสูงส่ง ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดปกติอยู่แล้ว
ดูจากตอนนี้แล้ว ไม่ใช่ว่าพวกเขาโชคดีอันใดเลย แต่เป็นเพราะสถานที่แห่งนี้กำลังบ่มเพาะหลุมพรางขนาดมหึมาอยู่ต่างหาก เพียงแต่ตอนนี้เพิ่งจะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการก็เท่านั้น
"ให้ตายเถิด นั่นมันสิ่งใดกัน?"
หยวนเสี่ยวชีที่ถูกตำหนิพลันหน้าซีดเผือด ชี้มือไปยังที่ห่างออกไปไม่ไกลแล้วพึมพำออกมาประโยคหนึ่ง แม้นึกอยากจะด่าจางอีอีว่า 'ปากอัปมงคล' สักคำก็ยังไม่ทัน
เมื่อมองตามทิศทางที่นิ้วของเขาชี้ไป พลันเห็นหนูทรายกลายพันธุ์ฝูงใหญ่ที่มีขนาดตัวใหญ่กว่าแมวกำลังวิ่งตะบึงมาทางพวกเขาประดุจพายุ
"อ๊าก!"
"หนีเร็วเข้า!"
...
เสียงกรีดร้องดังขึ้นอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ศิษย์จากสองสำนักที่อยู่ใกล้ที่สุดเป็นกลุ่มแรกที่ถูกฝูงหนูทรายกลายพันธุ์โจมตี สถานการณ์ค่อนข้างน่าเวทนาอย่างยิ่ง
ศิษย์สำนักที่มักจะถือตัวว่าสูงส่งยังไม่ทันได้ปรับตัวกับการเปลี่ยนจากผู้บำเพ็ญเพียรระดับจู้จีกลับกลายมาเป็นมนุษย์ธรรมดา ก็ต้องมาเผชิญหน้ากับการโจมตีของหนูทรายกลายพันธุ์ ในความตื่นตระหนกนั้น จู่ๆ ก็เกิดการบาดเจ็บล้มตายอย่างรุนแรงขึ้นทันที
"จะหนีไปที่ใด? วิ่งหนีพ้นหรือ? หากไม่อยากตายก็จงมาร่วมมือกันรับศึกเถิด มันก็แค่สัตว์อสูรระดับหนึ่งเท่านั้น!"
จู่ๆ ก็มีคนตวาดเสียงดังลั่น ยกอาวุธในมือขึ้นแล้วฟันฉับเข้าใส่หนูทรายกลายพันธุ์ตัวหนึ่งที่กระโจนเข้าหาเขาทันที
การโจมตีเข้าเป้าอย่างจัง!
หนูทรายกลายพันธุ์ตัวนั้นหลบไม่ทัน บนร่างพลันปรากฏรอยแผลขนาดใหญ่ขึ้นมาทันที เลือดสดๆ ไหลริน มันร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวด
เมื่อเห็นเช่นนี้ ฝูงชนที่กำลังตื่นตระหนกจึงค่อยๆ ได้สติกลับมา ในช่วงความเป็นความตายก็ไม่มีสิ่งใดให้ต้องคิดมาก ต่างรีบคว้าอาวุธของตนขึ้นมาต่อสู้กับหนูทรายกลายพันธุ์ที่พุ่งเข้ามาหาพวกเขาทีละตัวๆ เช่นกัน
แม้ยามนี้พวกเขาล้วนไม่อาจใช้พลังปราณได้ ตบะฐานบำเพ็ญกลายเป็นเพียงของประดับไม่ต่างอันใดกับมนุษย์ธรรมดา ทว่าท้ายที่สุดพวกเขาก็มิใช่มนุษย์ธรรมดาจริงๆ ร่างกายและฝีมือย่อมแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ธรรมดามากนัก ยังไม่ถึงขั้นอ่อนแอจนทำได้เพียงรอความตาย
พวกจางอีอีไม่กี่คนก็ถูกหนูทรายกลายพันธุ์ที่พุ่งเข้ามาล้อมรอบไว้อย่างรวดเร็วเช่นกัน พวกมันมีร่างกายที่ปราดเปรียว เคลื่อนไหวรวดเร็วปานสายฟ้า กรงเล็บและฟันแหลมคมไร้ที่เปรียบ หากเผลอเพียงนิดเดียวก็สามารถฉีกเนื้อชิ้นใหญ่ของเจ้าออกมาได้ ช่างโหดเหี้ยมดุร้ายยิ่งนัก
ที่สำคัญที่สุดคือ นี่ไม่ใช่เพียงไม่กี่ตัวหรือหลายสิบตัว แต่เป็นฝูงใหญ่หลายร้อยตัว เป็นฝูงสีเทาดำกว้างใหญ่ ราวกับจะฆ่าอย่างไรก็ไม่มีวันหมด มองแล้วชวนให้ขนลุกซู่
หลังจากความตื่นตระหนกในตอนแรกสงบลง คนและหนูทรายกลายพันธุ์ก็เข้าต่อสู้พัวพันกันอย่างรวดเร็ว ทั้งสองฝ่ายต่างลงมือโดยไม่รั้งรอ ไม่เจ้าตายก็ข้ารอด
สิ่งเดียวที่ศิษย์แต่ละสำนักรู้สึกโชคดีในยามนี้ก็คือ ในตอนที่พลังปราณไม่อาจใช้งานได้กะทันหันนั้น พวกเขากำลังขี่ของวิเศษเหาะอยู่พอดี อย่างน้อยในมือก็ยังมีอาวุธที่พอดูได้ให้ใช้งาน ไม่ถึงขั้นต้องใช้มือเปล่าเข้าสู้รบ
"อีอี เจ้าขยับเข้ามาใกล้ข้าหน่อย ระวังตัวด้วย!"
หยวนอิงฟันหนูทรายกลายพันธุ์ตัวหนึ่งที่กำลังจะพุ่งเข้ามากัดจางอีอีจนกระเด็น นางปกป้องดรุณีน้อยผู้โชคร้ายที่ไร้อาวุธเพียงคนเดียวไว้ด้านหลังของตนทันที
สิ่งน่าขยะแขยงพวกนี้มีมากเกินไปจริงๆ นางไม่อาจดูแลจางอีอีได้ตลอดเวลา ทำได้เพียงช่วยเหลือเป็นครั้งคราวเมื่อสบโอกาสเท่านั้น หวังเพียงว่าแม่นางผู้นี้จะฉลาดเฉลียวเอาตัวรอดได้บ้าง
"ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านอย่าได้เสียสมาธิเพราะข้าเลย ข้าดูแลตนเองได้เจ้าค่ะ"
จางอีอีเอ่ยพลางปล่อยหมัดซัดหนูทรายกลายพันธุ์อีกตัวที่เตรียมจะลอบโจมตีหยวนอิงจากด้านหลังจนกระเด็นออกไป
หนูทรายเฉียดผ่านลำคอของหยวนอิงและถูกกระแทกจนลอยกระเด็นออกไปอย่างแรง หลังจากตกลงพื้น มันก็ดิ้นกระแด่วๆ อยู่สองสามทีก่อนจะสิ้นใจตายและไม่ขยับเขยื้อนอีกเลย
หยวนอิงชะงักไปครู่หนึ่ง ถึงเพิ่งพบว่าตอนที่ตนลงมือช่วยจางอีอีเมื่อครู่นี้ กลับเกือบถูกหนูทรายกลายพันธุ์อีกตัวกัดคอจนขาด โชคดีที่อีอีสังเกตเห็นได้ทันท่วงที ทั้งยังลงมือได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งนัก
ทว่า แม่หนูน้อยผู้นี้เพียงหมัดเดียวก็สามารถสังหารหนูทรายกลายพันธุ์ที่รับมือยากได้ถึงหนึ่งตัว ร้ายกาจยิ่งนัก!
หากพูดตามความเป็นจริงแล้ว แข็งแกร่งกว่านางในตอนนี้มากทีเดียว!
"เช่นนั้นเจ้าก็ระวังตัวด้วย"
เมื่อเห็นว่าจางอีอีมีพลังปกป้องตนเองได้จริงๆ นางก็ไม่พะวงอีกต่อไป หันไปตั้งอกตั้งใจรับมือกับหนูทรายกลายพันธุ์ฝูงใหญ่ทางฝั่งของตนที่กำลังทวีจำนวนขึ้นเรื่อยๆ แทน