- หน้าแรก
- กำเนิดอัศวินศักดิ์สิทธิ์ พลิกชะตาด้วยมิติพกพา
- บทที่ 3: ทฤษฎีพระพุทธรูปทองคำบนบัลลังก์หยก
บทที่ 3: ทฤษฎีพระพุทธรูปทองคำบนบัลลังก์หยก
บทที่ 3: ทฤษฎีพระพุทธรูปทองคำบนบัลลังก์หยก
บทที่ 3: ทฤษฎีพระพุทธรูปทองคำบนบัลลังก์หยก
ขบวนขนส่งเดินทางต่อไปภายใต้การคุ้มกันของกองทหารอัศวิน
พวกเขาบรรทุกสัมภาระของราชสำนัก ซึ่งบัดนี้กลายเป็นภาระหน้าที่สำคัญของภาคีอัศวินราชสีห์ไปแล้ว
ในทางกลับกัน การลาดตระเวนตามพื้นที่ต่างๆ กลับกลายเป็นเพียงงานรอง
เมื่อพวกเขาเดินทางกลับมาถึงค่ายทหารนอกเมืองหลวง ฟิโก้ก็มายืนรออยู่ก่อนแล้ว
"นายน้อย! ข้าไปพบพ่อบ้านของบารอนโทมัสมาแล้วขอรับ"
"ดีมาก!" ไรอันลงจากหลังม้าแล้วหันไปสั่งการ "จอร์จ นำเสบียงและสินค้าไปส่งมอบเสีย ส่วนข้าจะไปจัดการของของพวกเราเอง"
เขาไม่ได้อธิบายว่าสินค้าเถื่อนถูกซุกซ่อนไว้ที่ใด และก็ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น
เหล่าอัศวินแห่งกองทหารที่หนึ่งคุ้นชินกับการปฏิบัติตามคำสั่งอยู่แล้ว
เหตุผลสำคัญที่ทำให้พวกเขายังคงรักษาขีดความสามารถในการรบระดับแนวหน้าไว้ได้ ก็คือรายได้จากการลักลอบขนของเถื่อนนี่แหละ
ไรอันพานำพวกเขากอบโกยเงินทองอยู่เสมอ ดังนั้นการสั่งให้พวกเขาฝึกฝนอย่างหนักจึงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย
หลังจากจัดการเรื่องในกองทหารเรียบร้อย ไรอันก็เดินทางกลับบ้านพร้อมกับอัศวินรับใช้ทั้งสามนาย
นี่คือบ้านที่เขาซื้อไว้ในเมืองหลวง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของตระกูลแต่อย่างใด
ไรอันส่งถุงมือให้คนรับใช้ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ พลางเอ่ยขณะเดินไปว่า "ฟิโก้ เอาเหรียญทองทั้งหมดที่ข้าเก็บสะสมไว้ออกมา ถึงเวลาที่พวกมันต้องออกโรงแล้ว"
จุดประสงค์ของการออมเงินคือสิ่งใด?
บางคนอาจรู้สึกว่าเงินคือทุกสิ่งทุกอย่าง แต่สำหรับไรอัน เงินทองก็เป็นแค่ของนอกกาย
ลูกผู้ชายมิอาจขาดอำนาจได้แม้วันเดียว และคนธรรมดามิอาจขาดทรัพย์สินได้แม้วันเดียว เขาเข้าใจความจริงข้อนี้ตั้งแต่ตอนที่ความทรงจำในชาติก่อนถูกปลุกขึ้นมา
ในช่วงสองปีที่ผ่านมา เขาใช้ห้วงมิติส่วนตัวที่ติดตัวมาจากการทะลุมิติเพื่อลักลอบขนของเถื่อน ส่วนแบ่งที่มอบให้อัศวินคนอื่นๆ นั้นเป็นเพียงส่วนน้อยนิดเท่านั้น เพราะกำไรก้อนโตของจริงล้วนถูกเขาเก็บหอมรอมริบไว้
เขาไม่ได้เก็บเงินเพราะความโลภ แต่เป็นเพราะกำลังรอคอยโอกาส
และบัดนี้ โอกาสนั้นก็มาถึงแล้ว
เมื่อฟิโก้ยกหีบใบเล็กเข้ามา ไรอันก็เปิดมันออกด้วยมือเดียว เผยให้เห็นของรักของหวงชิ้นเล็กๆ ที่ส่องประกายระยิบระยับอยู่เต็มหีบ
ไรอันปิดหีบดังคลิก ก่อนจะหยิบรายชื่อแผ่นหนึ่งออกมา "ไปนัดหมายบารอนโทมัสให้ข้าที ข้าต้องการไปเยี่ยมคารวะเขา อ้อ แล้วก็ส่งของขวัญให้ทุกคนตามรายชื่อนี้ด้วย"
"ขอรับ! ข้าจะรีบจัดการเดี๋ยวนี้!"
"รอให้มืดก่อนค่อยไป" ไรอันกำชับเป็นพิเศษ ก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้ "จริงสิ สืบดูด้วยว่ามีหนอนบ่อนไส้ในกองทหารของเราหรือไม่"
ไรอันไม่เชื่อแม้แต่วินาทีเดียวว่าอัศวินคุมกฎจะดักรอเขาได้อย่างแม่นยำขนาดนั้นหากปราศจากสายข่าว
"เข้าใจแล้วขอรับ! ข้าจะตรวจสอบอย่างละเอียดแน่นอน"
ไรอันแค่นยิ้ม การใส่ร้ายงั้นหรือ? ผลงานและความแข็งแกร่งงั้นหรือ? อีธานยังอ่อนหัดเกินไป พวกขุนนางระดับสูงเบื้องบนไม่สนเรื่องพรรค์นี้หรอก
แน่นอนว่าหากต้องการยัดเงิน ก็ต้องมีลู่ทางให้ยัด การมีหัวหมูอยู่ในมือแต่หาประตูวัดไม่เจอนั้นเป็นเรื่องปกติยิ่งนัก
โชคดีที่ตระกูลเดอร์ริคเป็นส่วนหนึ่งของแวดวงสังคมชั้นใน และไรอันในฐานะอัศวินก็สานสัมพันธ์เหล่านั้นไว้เป็นอย่างดี
อย่าดูถูกการส่งของดีประจำถิ่นหรือของขวัญชิ้นเล็กชิ้นน้อยในช่วงเทศกาลเชียว หากปราศจากสิ่งเหล่านั้นปูทางไว้ก่อน ใครจะกล้าสุ่มสี่สุ่มห้ารับเงินของเจ้า?
บัดนี้ ถึงเวลาที่ความพยายามอันสม่ำเสมอเหล่านั้นจะได้แสดงพลังแล้ว
คืนนั้น ฟิโก้ลงพื้นที่ตระเวนส่งของขวัญด้วยตัวเอง
"นายน้อย ท่านพูดถูกจริงๆ ขอรับ ถ้าข้าไม่คุ้นเคยกับพวกเขาผ่านการเดินสายส่งของเป็นประจำ เงินพวกนี้คงไม่มีใครกล้ารับแน่" ฟิโก้รายงานไรอันอย่างตื่นเต้นเมื่อกลับมาถึง "ขนาดนั้นแล้ว หลายตระกูลยังอิดออดอยู่นาน ข้าทำตามที่ท่านสั่งเป๊ะๆ คือไม่เอ่ยปากขอร้องอะไรเลย ในที่สุดพวกเขาก็ยอมรับของไป"
ไรอันยิ้มอย่างรู้ทัน เอ่ยปากขอร้องงั้นหรือ? แค่ทุกคนเข้าใจตรงกันโดยนัยก็เพียงพอแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่ได้ต้องการให้พวกนั้นยื่นมือมาช่วย เพียงแค่ไม่สร้างปัญหาก็ดีถมไปแล้ว
"แล้วบารอนโทมัสว่าอย่างไรบ้าง?" ไรอันถามเข้าประเด็น
จริงอยู่ที่เส้นสายของตระกูลสามารถเข้าถึงราชสำนักได้ แต่การเลื่อนขั้นของเขายังคงขึ้นอยู่กับรองผู้บัญชาการภาคีอัศวินผู้นี้
ทำไมไม่เข้าหาผู้บัญชาการไปเลยล่ะ? ก็ถ้าเส้นสายมันเข้าถึงกษัตริย์ได้โดยตรง จะต้องมานั่งไล่แจกเงินไปทั่วทำไมกัน
ฟิโก้รีบตอบ "บารอนโทมัสเชิญท่านไปพูดคุยที่คฤหาสน์ในวันพรุ่งนี้ขอรับ"
ไรอันรู้ดีว่าตอนนี้เขามีโอกาสถึงสามสิบหรือสี่สิบเปอร์เซ็นต์ที่จะได้รับการเลื่อนตำแหน่ง
มาถึงตรงนี้ ฟิโก้ลังเลเล็กน้อยก่อนจะถามว่า "นายน้อย ข้าเข้าใจเรื่องการไปเยี่ยมเยียนคนรู้จักเก่าแก่ของตระกูลนะขอรับ แต่การส่งของขวัญไปให้พวกขุนนางราชสำนักด้วย มันไม่ออกจะสูญเปล่าไปหน่อยหรือขอรับ?"
"สูญเปล่างั้นหรือ?" ไรอันลุกขึ้นยืน "ไม่หรอก ขุนนางราชสำนักพวกนี้คือกลุ่มคนที่ใกล้ชิดกับฝ่าบาทมากที่สุด ไม่ว่าพวกเขาจะช่วยเรื่องการเลื่อนขั้นของข้าได้หรือไม่ ข้าก็ต้องรักษาสัมพันธ์อันดีกับพวกเขาไว้"
ขุนนางสืบตระกูลคือรากฐานของอาณาจักร แต่ขุนนางราชสำนักคือส่วนต่อขยายที่ถ่ายทอดพระประสงค์ของกษัตริย์ได้โดยตรงที่สุด
พวกเขาอาจจะจำไม่ได้หรอกว่าเจ้าเคยให้ของขวัญ แต่ถ้าเจ้าไม่ให้ล่ะก็ พวกเขาจำแม่นแน่นอน
นี่แหละคือวิถีของโลกใบนี้
วันรุ่งขึ้น ไรอันนำของขวัญติดตัวไป และสวมเสื้อผ้าธรรมดาเพื่อเดินทางไปเยือนคฤหาสน์ของบารอนโทมัสอย่างเงียบๆ
ที่เขาได้เป็นถึงหัวหน้ากองทหารในภาคีอัศวินราชสีห์ ก็เป็นเพราะความเอ็นดูจากบารอนโทมัส
แม้อันที่จริงทั้งสองตระกูลจะไม่ได้มีความสนิทชิดเชื้ออะไรกันเป็นพิเศษ แต่ในฐานะสมาชิกของชนชั้นขุนนางเหมือนกัน มันก็ยังคงมีสายสัมพันธ์ตามธรรมเนียมอยู่บ้าง
ส่วนเหตุผลที่เขาได้เลื่อนขั้นเป็นแค่หัวหน้ากองทหารน่ะหรือ... ก็เพราะภาคีอัศวินราชสีห์เต็มไปด้วยพวกเส้นใหญ่น่ะสิ!
สำหรับไรอันแล้ว แค่สร้างเส้นสายเชื่อมโยงไว้ได้ก็เพียงพอแล้ว
โดยปกติแล้วเขามักจะส่งของบรรณาการไปให้อย่างสม่ำเสมอ แม้มูลค่าจะไม่มากมายนัก แต่อย่างน้อยในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน อีกฝ่ายก็ยังยินยอมที่จะพบเขา
บารอนโทมัสย่อมรู้จุดประสงค์การมาเยือนของไรอัน หากไม่ใช่เพราะการสานสัมพันธ์ที่ทำมาอย่างต่อเนื่องแล้วล่ะก็ เขาคงปฏิเสธไปอย่างแน่นอน
เหมือนอย่างที่... หัวหน้ากองอีธานกำลังยืนอยู่หน้าประตูบ้านของบารอนในเวลานี้
เมื่อไรอันก้าวลงจากรถม้า เขาก็เห็นอีธาน หัวหน้ากองทหารที่สอง กำลังยืนอยู่ตรงทางเข้าพร้อมกับอัศวินรับใช้อีกหลายนาย
"นัดหมายของท่านบารอนในวันนี้เต็มหมดแล้ว ท่านค่อยมาใหม่วันพรุ่งนี้เถิด ท่านอีธาน!"
คนเฝ้าประตูไล่อีธานอย่างเย็นชา เขาเห็นคนมานักต่อนักแล้ว และไม่นึกเกรงกลัวสถานะอัศวินของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย
อีธานไม่กล้าโมโห แถมยังต้องโค้งคำนับพลางกล่าวว่า "ตกลงๆ! พรุ่งนี้ข้าจะมาใหม่ เจ้ารบกวนเรียนท่านบารอนด้วยว่าข้ามาขอเข้าพบ"
คนเฝ้าประตูเอ่ยเสียงเรียบ "ข้าจะรายงานให้แน่นอน แต่ข้าจัดตารางเวลาของท่านบารอนไม่ได้หรอก พรุ่งนี้ท่านก็มารอเอาเองแล้วกัน!"
อีธานจนปัญญา ได้แต่หันหลังเตรียมตัวจากไป
ทันใดนั้น ไรอันก็เดินสวนเข้ามาจากอีกฝั่ง
เมื่อคู่แข่งทั้งสองประจันหน้ากัน ต่างฝ่ายต่างก็รู้จุดประสงค์ในการมาเยือนของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี
เมื่อนึกถึงตอนที่เขาถูกพี่ชายด่าทออย่างสาดเสียเทเสียเมื่อวาน อีธานก็โกรธจัด ไอ้บ้านนอกคอกนาจากต่างเมืองริอ่านจะมาตีเสมอแข่งกับเขางั้นหรือ?
"หัวหน้ากองไรอัน เพิ่งกลับมาเมื่อวาน วันนี้ก็รีบแจ้นมาเยี่ยมท่านบารอนเลย ขยันขันแข็งเสียจริงนะ!" อีธานเยาะเย้ยถากถาง "แต่โชคร้ายหน่อยนะ ตารางของท่านบารอนเต็มหมดแล้ว เจ้ากลับไปเสียเถอะ!"
ไรอันปั้นรอยยิ้มจอมปลอม "ข้าไม่ได้กระตือรือร้นอยากจะก้าวหน้าเท่าท่านหรอกนะ หัวหน้ากองอีธาน ข้าเพิ่งส่งมอบภารกิจเสร็จ ก็เลยมารายงานตัวต่อท่านบารอน"
"ตารางของท่านบารอนเต็มแล้ว!" อีธานย้ำ
ไรอันเดินสวนผ่านเขาไปพลางเอ่ยถามอย่างยียวน "จะเป็นไปได้หรือไม่ว่า... มันเต็มแค่สำหรับท่านคนเดียว?"
อีธานหันขวับ มองแผ่นหลังของไรอันพลางกัดฟันกรอด "ไอ้บ้านนอก ข้าล่ะอยากจะรู้นักว่าเจ้าจะผ่านประตูเข้าไปได้หรือไม่"
เขาไม่เชื่อเด็ดขาด อย่างไรเสียบิดาของเขาก็เป็นถึงขุนนางในละแวกเมืองหลวง แถมยังมีตำแหน่งในเมืองหลวงด้วยซ้ำ ถ้าบารอนโทมัสไม่ยอมให้เขาเข้าพบ แล้วจะยอมให้ไอ้บ้านนอกนี่เข้าพบงั้นหรือ?
เขาขอเชื่อว่าบารอนเป็นคนตงฉินและมือสะอาดจนไม่อยากพบใครในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้เสียยังจะดีกว่า