เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 54 จงใจอ่านข้ามสัญลักษณ์ลับบนกำแพง ตาเฒ่าคนนี้ใจดำอำมหิตนัก

บทที่ 54 จงใจอ่านข้ามสัญลักษณ์ลับบนกำแพง ตาเฒ่าคนนี้ใจดำอำมหิตนัก

บทที่ 54 จงใจอ่านข้ามสัญลักษณ์ลับบนกำแพง ตาเฒ่าคนนี้ใจดำอำมหิตนัก


"ปัง! ปัง!"

ด้านนอกรอยแยกแคบๆ ฝูงสัตว์ประหลาดที่สวมเปลือกสำริดหนาเตอะพวกนั้นยังคงกระแทกผนังหินอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

เศษหินร่วงกราวลงมา แต่รอยแยกมันแคบเกินไปจริงๆ ร่างกายอันใหญ่โตของพวกมันจึงติดแหง็กอยู่ข้างนอก ทำได้เพียงส่งเสียงคำรามทึบๆ ออกมาเท่านั้น

ลึกเข้าไปในรอยแยก

แสงไฟฉายสาดไปบนกำแพงหินที่เรียบเนียนบานนั้น

นกที่กำลังกางปีกบินตัวหนึ่ง ถูกล็อกติดไว้ตรงกลางด้วยวงแหวนวงหนึ่ง

หลิ่วซานเจวี๋ยจ้องมองตราสัญลักษณ์นั้น ทั้งร่างสั่นเทิ้มไปหมด

ใบหน้าที่เต็มไปด้วยร่องรอยกรำศึกของเขา ตอนนี้บิดเบี้ยวจนกลายเป็นสีหน้าที่แปลกประหลาดสุดๆ

คล้ายกับกำลังหัวเราะ แต่ก็คล้ายกับกำลังร้องไห้

"ซานเหยีย..."

เหล่าเฉากุมแขนที่ยังมีเลือดไหล เอ่ยเรียกด้วยความระมัดระวัง

"เขตหวงห้าม... นี่มันเขตหวงห้ามสายหลักของตระกูลเฟิง!"

หลิ่วซานเจวี๋ยหันขวับกลับมา นัยน์ตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยสีแดงก่ำ น้ำเสียงแหบพร่าราวกับกระดาษทรายขูด

"ตระกูลหลิ่วของเราทุกยุคทุกสมัย เป็นได้แค่สายรองของกวนซานไท่เป่า ไม่มีแม้แต่สิทธิ์จะได้เห็นบทกวีชี้ทางฉบับสมบูรณ์เลยด้วยซ้ำ เฟิงซือกู่... เฟิงซือกู่เอาแก่นแท้ทั้งหมดมาซ่อนไว้ที่นี่เอง!"

เขาพุ่งตัวเข้าไปที่หน้ากำแพงหินบานนั้นราวกับคนเสียสติ

สองมือสั่นระริกลูบคลำไปตามผนัง

ต้าจ้วงที่มองดูอยู่ด้านหลัง อดไม่ได้ที่จะลูบแขนตัวเอง "พี่เสวียน ตาเฒ่านี่โดนกระตุ้นหนักไปจนสมองมีปัญหาแล้วหรือเปล่า?"

"ช่างเขาเถอะ สังเกตบนกำแพงไว้"

หลินเสวียนสายตากวาดมองกำแพงหินอย่างเย็นชา

รอบๆ ตราสัญลักษณ์นกบินในวงแหวนนั้น มีสัญลักษณ์ขนาดเล็กจิ๋วแกะสลักเอาไว้อย่างหนาแน่น

ทั้งหมดคือสัญลักษณ์ลับกวนซาน หรือควรจะเรียกว่าบทกวีชี้ทางกวนซาน

นิ้วของหลิ่วซานเจวี๋ยลากไล่ไปตามสัญลักษณ์ลับพวกนั้นทีละบรรทัด ปากก็พึมพำอย่างฟังไม่ค่อยได้ศัพท์

"เข้าประตูนีั พบเตาโอสถ... เป็นตายร่วมกระดาน เปลือกไม่พังวิญญาณไม่ดับ..."

เขาอ่านเร็วมาก ยิ่งอ่านดวงตาก็ยิ่งเป็นประกาย

โจวเยี่ยนถามเสียงต่ำอยู่ด้านหลัง "หลิ่วซานเจวี๋ย บนนั้นมีเขียนวิธีเปิดประตูไว้หรือเปล่า?"

"มี มีสิ!"

หลิ่วซานเจวี๋ยหันขวับกลับมา ชี้ไปที่ด้านขวาของกำแพงหิน ซึ่งก็คือบริเวณที่อยู่ทางทิศตะวันออก

"สัญลักษณ์ลับบอกว่า กลไกแกนประตูอยู่ใต้ภาพสลักนูนต่ำรูปหัวสัตว์บนผนังฝั่งตะวันออก แค่กดภาพสลักนั่น ประตูห้องโอสถบานนี้ก็จะเปิดออก"

เขาหันไปมองเหล่าเฉา

"เหล่าเฉา แกอยู่ใกล้ ไปกดหัวสัตว์ที่ผนังฝั่งตะวันออกนั่นลงไปที"

เหล่าเฉาชะงักไปเล็กน้อย

เดิมทีเขาก็บาดเจ็บอยู่แล้ว พอได้ยินว่าต้องเปิดกลไก ในใจก็รู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาตามสัญชาตญาณ

แต่หลิ่วซานเจวี๋ยเป็นเสาหลักของเขา อีกทั้งเมื่อครู่ยังใช้ไม้บรรทัดหยกช่วยชีวิตอาเป้าไว้ได้

เหล่าเฉากัดฟัน ส่องไฟฉาย แล้วค่อยๆ คลำผนังหินฝั่งตะวันออกเดินขยับเข้าไป

หลินเสวียนไม่ได้พูดอะไรเลยมาตั้งแต่ต้น

สายตาของเขาไม่ได้มองสัญลักษณ์ลับบนกำแพง แต่กลับจ้องเขม็งไปที่มือของหลิ่วซานเจวี๋ย

เมื่อครู่นี้ตอนที่หลิ่วซานเจวี๋ยกำลังตีความสัญลักษณ์ลับ

นิ้วหัวแม่มือของเขา บังเอิญไปบังสัญลักษณ์ลับบรรทัดสุดท้ายบนผนังฝั่งตะวันออกไว้อย่างผิดธรรมชาติสุดๆ

แถมตอนที่ให้เหล่าเฉาไปเปิดกลไก ร่างกายของหลิ่วซานเจวี๋ย ยังเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว

นี่คือท่าทีหลบหลีกอันตรายตามสัญชาตญาณ

"เดี๋ยวก่อน"

หลินเสวียนเอ่ยขึ้นกะทันหัน

แต่ช้าไปครึ่งวินาที

มือของเหล่าเฉาสัมผัสโดนภาพสลักนูนต่ำรูปหัวสัตว์ที่นูนขึ้นมาบนผนังฝั่งตะวันออก และออกแรงกดลงไปแล้ว

"กริ๊ก"

เสียงกลไกดีดตัวดังขึ้นเบาๆ

ประตูหินไม่ได้เปิดออก

ภายในปากของภาพสลักรูปหัวสัตว์ จู่ๆ ก็มีเสียงฟุ่บดังขึ้น พร้อมกับพ่นละอองผงสีแดงคล้ำออกมา

ระยะมันใกล้เกินไป

วินาทีที่ละอองผงพ่นออกมา กลิ่นอัลมอนด์ขมที่ฉุนกึกก็ลอยคลุ้งไปทั่วอากาศ

"เชี่ย!"

หลินเสวียนก้าวออกไปหนึ่งก้าว มือขวาพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว คว้าคอเสื้อแจ็กเก็ตกันลมของเหล่าเฉาไว้แน่น อาศัยแรงจากเอว กระชากชายฉกรรจ์น้ำหนักร้อยสี่สิบกว่าจินคนนี้ถอยหลังกลับมาอย่างแรง

"ฉ่า——!"

ละอองผงสีแดงคล้ำพ่นเฉียดหน้าของเหล่าเฉาไป ตกลงบนผนังหินข้างๆ หินที่แข็งแกร่งถึงกับมีควันขาวลอยกรุ่นขึ้นมาพร้อมเสียงฉ่า และถูกกัดกร่อนจนเป็นหลุมเป็นบ่อเต็มไปหมด

แม้เหล่าเฉาจะถูกกระชากหลบพ้นระยะอันตรายถึงชีวิตแล้ว

แต่ก็ยังมีผงอีกหยิบมือหนึ่ง ตกลงบนต้นคอด้านข้างของเขา

"อ๊าก——!!!"

เหล่าเฉาร้องโหยหวนราวกับหมูถูกเชือด เอามือกุมคอไว้แน่น

เขานอนดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้นอย่างบ้าคลั่ง

วินาทีที่ผงสีแดงคล้ำหยิบมือนั้นสัมผัสโดนผิวหนัง มันก็เหมือนกับเอาเหล็กเผาไฟแดงโร่มานาบลงบนเนื้อ ผิวหนังดำคล้ำและเปื่อยยุ่ยอย่างรวดเร็ว มีน้ำเหลืองกลิ่นเหม็นคาวปะทุออกมา

"อย่าจับ! แบบนี้ต้องใช้มีดขูดออก!"

หลินเสวียนใช้เท้าเตะมือของเหล่าเฉาที่กำลังตะกุยสะเปะสะปะออกไป ชักมีดพับยุทธวิธีที่เอวออกมา ใช้สันมีดทาบไปที่คอของเหล่าเฉา แล้วขูดเอาเนื้อเน่าเปื่อยพร้อมกับทรายพิษนั้นออกไปอย่างหยาบกระด้างสุดๆ

เลือดสดๆ ทะลักออกมาทันที แต่อย่างน้อยก็หยุดยั้งการลุกลามของพิษไว้ได้

เหล่าเฉาเจ็บจนตาเหลือก สลบเหมือดไปในทันที

อาเป้าพุ่งเข้าไปกดบาดแผลของเหล่าเฉาไว้แน่น นัยน์ตาแดงก่ำ หันขวับไปถลึงตาใส่หลิ่วซานเจวี๋ย

ต้าจ้วงเองก็เลือดขึ้นหน้า ชูมือถือขึ้นมาแล้วตะคอกใส่หลิ่วซานเจวี๋ย "แกแม่งจงใจใช่ไหมวะ!"

คอมเมนต์ในห้องไลฟ์สดระเบิดขึ้นมาทันที

[เชี่ย! ตาแก่เวรนี่หลอกได้แม้กระทั่งพวกเดียวกันเอง!]

[พิษนี่มันจะแรงเกินไปแล้ว โดนแค่นิดเดียวเนื้อก็เน่าเลย!]

[เทพหลินปฏิกิริยาไวมาก ช้าไปวิเดียวหัวเหล่าเฉาหายแน่!]

[หลิ่วซานเจวี๋ยคนนี้จงใจชัวร์ๆ! เมื่อกี้เขาหลบไปข้างหลังด้วย!]

บรรยากาศภายในทางเดินแคบๆ ลดฮวบลงถึงจุดเยือกแข็งในพริบตา

โจวเยี่ยนชักปืนพกออกมาทันที เสียงดึงสไลด์ขึ้นลำดังแกรก ปากกระบอกปืนสีดำทะมึนเล็งตรงไปที่หัวของหลิ่วซานเจวี๋ยเขม็ง

"หลิ่วซานเจวี๋ย"

น้ำเสียงของโจวเยี่ยนเย็นยะเยือกราวกับจะฆ่าคน "แกอธิบายมาให้ฉันฟังเดี๋ยวนี้"

หลิ่วซานเจวี๋ยหน้าซีดเผือด ยกมือทั้งสองข้างขึ้น สายตาลุกลี้ลุกลนเล็กน้อย

"หัวหน้าโจว... เข้าใจผิดกันแล้ว! เข้าใจผิดกันแน่ๆ! สัญลักษณ์ลับบนนั้นมันเก่าแก่เกินไป ตัวอักษรบางตัวก็สึกกร่อน ฉัน... ฉันก็เลยแยกแยะไม่ออกน่ะ!"

"แกแยกแยะไม่ออกงั้นเหรอ?"

หลินเสวียนโยนมีดพับที่เปื้อนเลือดลงบนพื้น เกิดเสียงกระทบดังกังวานใส

เขาจ้องมองหลิ่วซานเจวี๋ยอย่างเย็นชา

"เมื่อกี้ตอนที่แกตีความไปถึงท่อนผนังฝั่งตะวันออก มือของแกชะงักอยู่บนนั้นนิดนึง"

หลินเสวียนก้าวรุกเข้าไปหาหนึ่งก้าว

"หลังจากชะงัก แกก็ไม่อ่านมันออกมา แต่กลับให้เหล่าเฉาไปกดของที่ผนังฝั่งตะวันออกเลย"

"แล้วผนังฝั่งตะวันออกก็พ่นพิษออกมา"

หลินเสวียนจ้องเขาเขม็ง

"หลิ่วซานเจวี๋ย แกจะบอกว่าแกไม่เห็นว่าตัวอักษรบรรทัดนั้นเขียนว่าอะไร แกเชื่อตัวเองไหมล่ะ"

หลิ่วซานเจวี๋ยสะดุ้งเฮือก ริมฝีปากสั่นระริก เค้นคำพูดไม่ออกเลยแม้แต่ครึ่งคำ

"แกเห็นว่าเป็นเขตหวงห้ามสายหลักของตระกูลเฟิง ก็เลยรีบร้อนอยากจะเข้าไปหาของของสายกวนซานของพวกแก แต่ก็กลัวว่าบนประตูบานนี้จะมีค่ายกลมรณะกันขโมย"

หลินเสวียนกระชากหน้ากากเขาออกจนหมดเปลือกอย่างไม่ปรานี

"ดังนั้นแกจึงจงใจละเลยคำเตือน เอาพี่น้องที่ร่วมเป็นร่วมตายของแกคนนี้มาเป็นหินโยนถามทาง ถ้าเขาไม่ตาย ประตูเปิดแกก็เข้าไป ถ้าเขาตาย อย่างน้อยก็ช่วยเคลียร์กลไกไปแล้ว"

"หลิ่วซานเจวี๋ย วิธีการของกวนซานไท่เป่าอย่างพวกแกนี่ มันสกปรกจริงๆ"

เมื่ออาเป้าได้ยินคำพูดนี้ ทั้งร่างก็แข็งทื่อไป

เขามองเหล่าเฉาที่สลบไสลไม่ได้สติอยู่บนพื้น แล้วหันไปมองหลิ่วซานเจวี๋ยที่เหงื่อเย็นแตกพลั่กเต็มหน้า เส้นเลือดบนหลังมือที่กำพลั่วสนามไว้แน่นปูดโปนขึ้นมา

เขาไม่ได้พูดอะไร แต่ความจงรักภักดีในสายตานั้น ได้แตกสลายไปจนหมดสิ้นแล้ว

หลิ่วซานเจวี๋ยพิงกำแพงหิน หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง เค้นคำพูดไม่ออกอยู่นาน

เขารู้ตัวดีว่า ตัวเองจบเห่แล้วจริงๆ

ไม่เพียงแต่จะถูกทางเจ้าหน้าที่เพ่งเล็งเท่านั้น แม้แต่ใจของลูกน้องสองคนสุดท้ายก็ยังสูญเสียไปด้วย

"หัวหน้าโจว เก็บปืนเถอะ"

หลินเสวียนปรายตามองโจวเยี่ยนแวบหนึ่ง "ที่นี่ใช้ปืนเดี๋ยวจะลั่นเอาได้ ต้าจ้วง บันทึกวิดีโอเมื่อกี้ไว้ให้ดี ออกไปแล้วเอาไปให้ตำรวจเป็นหลักฐานเลย"

"วางใจได้เลยพี่เสวียน ชัดระดับ HD ไม่มีเซ็นเซอร์ ไม่พลาดไปแม้แต่วินาทีเดียว!"

ต้าจ้วงกัดฟันชูมือถือขึ้นมา

โจวเยี่ยนแค่นเสียงเย็นชา แล้วเก็บปืนเข้าซอง

"หลิ่วซานเจวี๋ย ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไปแกเดินอยู่หน้าสุดของทีม ถ้าแกกล้าเล่นตุกติกอีก ฉันรับรองเลยว่าแกจะได้ตายอนาถกว่าไอ้สัตว์ประหลาดข้างนอกนั่นแน่"

ในตอนนั้นเอง

"ครืน..."

เสียงกลไกดังทึบๆ แว่วมาจากภายในกำแพงหิน

ภาพสลักนูนต่ำรูปหัวสัตว์ที่เหล่าเฉากดลงไปเมื่อครู่นี้ ถึงแม้จะพ่นทรายพิษออกมา แต่มันก็เป็นการกระตุ้นกลไกเปิดประตูจริงๆ

กำแพงหินบานที่สลักตราสัญลักษณ์นกบินในวงแหวนนั้น ค่อยๆ แย้มออกเป็นรอยแยกจากตรงกลาง

กลิ่นชาดอันรุนแรงผสมกับกลิ่นน้ำมันพรายที่แปลกประหลาดสุดๆ ทะลักออกมาจากซอกประตู

ซอกประตูกว้างขึ้นเรื่อยๆ

แสงไฟฉายสาดส่องเข้าไป

โรงงานใต้ดินขนาดมหึมา ค่อยๆ ปรากฏขึ้นสู่สายตาของทุกคน

บริเวณใจกลางสุด

มีเตาหลอมโอสถสำริดขนาดมหึมาสูงเท่าคนสองคนตั้งตระหง่านอยู่

จบบทที่ บทที่ 54 จงใจอ่านข้ามสัญลักษณ์ลับบนกำแพง ตาเฒ่าคนนี้ใจดำอำมหิตนัก

คัดลอกลิงก์แล้ว