- หน้าแรก
- มรดกระบบกองเต็มจักรวาล ใช้ยังไงก็ไม่หมด
- บทที่ 15 นี่ กระบี่บินระดับเก้าของข้าหล่นออกมาได้อย่างไร_
บทที่ 15 นี่ กระบี่บินระดับเก้าของข้าหล่นออกมาได้อย่างไร_
บทที่ 15 นี่ กระบี่บินระดับเก้าของข้าหล่นออกมาได้อย่างไร_
บทที่ 15 นี่ กระบี่บินระดับเก้าของข้าหล่นออกมาได้อย่างไร?
ในเวลาเดียวกัน
ณ ยอดเขากระบี่ สำนักศักดิ์สิทธิ์ชางหม่าง
ว่านเริ่นกำลังนั่งจิบชาอย่างสบายอารมณ์อยู่ภายในโถงตำหนักของตน
ดูจากท่าทางแล้ว อารมณ์ของเขาเบิกบานยิ่งนัก
มุมปากประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ อยู่ตลอดเวลา
"พี่ว่าน ได้ชาดีอันใดมาหรือ? ข้าได้กลิ่นหอมกรุ่นของชาโชยมาแต่ไกลเชียว!"
เงาร่างสายหนึ่งร่อนลงที่หน้าประตูโถงตำหนัก
เมื่อว่านเริ่นเห็นผู้มาเยือนก็รีบลุกขึ้น ประสานมือต้อนรับ น้ำเสียงเจือความประหลาดใจเล็กน้อย
"พี่เจียง? ท่านไม่ได้มาเยือนที่นี่เสียนานเลย!"
ผู้มาเยือนคือชายวัยกลางคนสวมชุดคลุมยาวสีเขียว ท่าทางองอาจผ่าเผยไม่ธรรมดา
"ฮ่าๆๆ ช่วงนี้ข้าพึ่งกลับไปที่ดินแดนลึกลับมา พอมาถึงก็รีบแวะมาหาพี่ว่านที่นี่เลย!"
ชายผู้นั้นหัวเราะร่วนอย่างเบิกบาน ก่อนจะเดินเข้าไปในโถงใหญ่โดยไม่รอคำเชิญ
จากท่าทางที่ไม่ถือสาพิธีรีตอง เห็นได้ชัดว่าเป็นสหายสนิทที่คุ้นเคยกับว่านเริ่นเป็นอย่างดี
"เช่นนั้นพี่เจียงก็มาได้เวลาพอดี ลองชิมใบชาที่ศิษย์ของข้านำมามอบให้ดู ไม่รู้ว่าจะถูกปากพี่เจียงหรือไม่!"
ว่านเริ่นเชิญเจียงผิงต๋านั่งลงด้วยรอยยิ้ม จากนั้นก็รินชาที่ชงเตรียมไว้ให้
"โอ้? ในเมื่อเป็นของกำนัลจากลูกศิษย์คนโปรดของพี่ว่าน ข้าก็ต้องขอลิ้มรสเสียหน่อยแล้ว!
ข้ากลับไปดินแดนลึกลับคราวนี้ ก็นำใบชาชั้นดีติดมือมาด้วยเหมือนกัน อีกเดี๋ยวพี่ว่านลองชิมดูสักหน่อยเถิด!"
เจียงผิงต๋านั่งลงฝั่งตรงข้ามว่านเริ่น
แม้กลิ่นชาจะหอมอบอวล แต่เขาไม่ได้คาดหวังอันใดมากนัก
ท้ายที่สุดว่านเริ่นก็บอกเองว่าเป็นของกำนัลจากศิษย์
ศิษย์คนหนึ่งจะหาสมบัตล้ำค่าอันใดมาได้?
จิบสักอึกแล้วกล่าวชมตามมารยาทสักสองสามคำก็คงพอแล้ว
เมื่อว่านเริ่นได้ยินเจียงผิงต๋าบอกว่านำใบชาชั้นดีติดตัวมาด้วย ก็เพียงอมยิ้มไม่กล่าวสิ่งใด
เมื่อเห็นเจียงผิงต๋ายกถ้วยชาขึ้น ภายในแววตาของว่านเริ่นก็วาบผ่านด้วยความคาดหวังที่ยากจะสังเกตเห็น
คาดหวังปฏิกิริยาของเจียงผิงต๋าหลังจากดื่มน้ำชาถ้วยนี้
นี่ไม่ใช่ชาธรรมดาทั่วไป แต่เป็นชากระบี่ซ่อนเร้นที่หลินเฉิงมอบให้เขา
หนึ่งในสิบอันดับชาวิญญาณระดับราชันย์แห่งทวีปหงอวี่
เพียงแค่ได้ชื่อว่าเป็นราชันย์ชาก็ถือว่าเป็นใบชาที่ล้ำค่าสุดแสนจะบรรยายแล้ว
การติดอยู่ในสิบอันดับแรกได้ ย่อมหมายความว่าเป็นของหายากยิ่งในโลกหล้า คนธรรมดาทั่วไปอย่าว่าแต่จะได้ลิ้มรสเลย แม้แต่จะได้เห็นยังยาก
ชากระบี่ซ่อนเร้นนี้ยังมีความแตกต่างจากราชันย์ชาชนิดอื่นอยู่บ้าง
รูปลักษณ์ภายนอกดูไม่ต่างจากชาระดับธรรมดา ต้องดื่มน้ำชาเข้าไปเท่านั้นจึงจะสัมผัสได้ถึงความไม่ธรรมดาของมัน
เจียงผิงต๋าคือสหายสนิทที่คบหากับเขามานานหลายสิบปี
และยังเป็นถึงผู้นำสาขาของหอการค้าหมิงเฟิง หนึ่งในขุมอำนาจชั้นนำแห่งดินแดนลึกลับ ที่ถูกส่งมาประจำการ ณ เขตชางหม่าง
ทั้งสองผูกวาสนากันเพราะต่างก็เป็นผู้บำเพ็ญกระบี่ มักจะมาดวลหมาก จิบชา และแลกเปลี่ยนวิถีกระบี่แห่งเต๋ากันอยู่เสมอ
ที่ผ่านมามักจะเป็นเจียงผิงต๋าที่นำใบชาชั้นดีมาแบ่งปัน ทำให้เขาแอบอิจฉาอยู่ลึกๆ
บ่อยครั้งที่เขารู้สึกต่ำต้อยเล็กน้อย เพราะไม่สามารถนำสมบัติล่ำค้า มาตอบแทนได้
คราวนี้ได้พึ่งกลิ่นอายของเฉิงเอ๋อร์ ต้องขอโอ้อวด... อะแฮ่ม... ต้องตอบแทนสหายเก่าผู้นี้ให้สาสมเสียหน่อย
ท้ายที่สุดเขาก็ดื่มใบชาชั้นดีของอีกฝ่ายไปไม่น้อยเลยทีเดียว
แม้ว่าทุกครั้งที่หยิบของดีออกมา เจียงผิงต๋าจะมองเขาด้วยสายตาประหนึ่งมองเศรษฐีใหม่ก็ตาม
ภายใต้สายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของว่านเริ่น เจียงผิงต๋ายกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างไม่ใส่ใจนัก
"หืม?"
พอดื่มเข้าไปอึกแรก เจียงผิงต๋าก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที
น้ำชาที่กลืนลงไปกลับไม่ได้ถูกส่งเข้าสู่ช่องท้อง
แต่มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นกฎเกณฑ์บางอย่างที่ยากจะอธิบาย พุ่งเข้าชำระล้างหัวใจ?
ผู้บำเพ็ญกระบี่ที่เข้าใจแก่นแท้เจตจำนงกระบี่ เมื่อบรรลุขอบเขตพลังอันลึกล้ำ ก็จะเริ่มควบแน่นจิตกระบี่
แม้จะไม่ได้หมายความว่าหัวใจกลายเป็นกระบี่จริงๆ แต่มันจะก่อให้เกิดเจตจำนงกระบี่ซ่อนใจหมุนวนอยู่รอบๆ หัวใจ
นั่นคือความแข็งแกร่งที่เหนือล้ำกว่าระดับเจตจำนงกระบี่ การมีเจตจำนงกระบี่ซ่อนใจหมุนวนอยู่ จะทำให้หัวใจของผู้บำเพ็ญกระบี่แตกต่างจากคนทั่วไป
หัวใจของผู้บำเพ็ญกระบี่ที่หลอมรวมกับเจตจำนงกระบี่ซ่อนใจอย่างสมบูรณ์ ต่อให้ตายไปก็จะไม่มีวันเน่าเปื่อยตลอดกาล
สำหรับเจียงผิงต๋านั้น เขายังห่างไกลจากการควบแน่นเจตจำนงกระบี่ซ่อนใจอยู่อีกมาก
ทว่าภายใต้การชำระล้างของกฎเกณฑ์ที่แปรสภาพมาจากน้ำชาที่ดื่มเข้าไป กลับทำให้เขาสัมผัสได้ถึงโอกาสลางๆ
เมื่อสัมผัสได้ถึงสภาวะนี้ เจียงผิงต๋าถึงกับเบิกตากว้าง รีบดื่มน้ำชาเข้าไปอีกอึก
แล้วก็อีกอึก
เพียงสองอึก เขาก็ดื่มน้ำชาจนหมดถ้วย
ยังไม่พอ เขายังใช้นิ้วเขี่ยเศษใบชาสองชิ้นที่ติดอยู่ก้นถ้วยส่งเข้าปากไปเคี้ยวด้วย
ทำเอาว่านเริ่นมองตาค้างไปเลย
ทว่าเจียงผิงต๋ากลับไม่รู้สึกเขินอายแม้แต่น้อย
เมื่อสัมผัสได้ว่าความเข้าใจต่อโอกาสนั้นชัดเจนยิ่งขึ้น เขาก็รู้ทันทีว่านี่คือใบชาชนิดใด!
เขาเงยหน้ามองว่านเริ่น น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย "พี่ว่าน นี่คือ ราชันย์ชากระบี่ซ่อนเร้นใช่หรือไม่?"
"ฮ่าๆๆ เป็นไปตามคาด พี่เจียงลิ้มรสได้จริงๆ ด้วย ถูกต้องแล้ว นี่คือชากระบี่ซ่อนเร้น ของเล่นเล็กๆ น้อยๆ ที่ศิษย์นำมามอบให้ ทำให้พี่เจียงต้องขบขันแล้ว!"
เมื่อว่านเริ่นเห็นท่าทีราวกับคนไม่เคยเห็นโลกของเจียงผิงต๋า เขาก็ลูบเคราพร้อมกับโบกมือปฏิเสธด้วยรอยยิ้ม
เมื่อเจียงผิงต๋าได้ยินคำกล่าวของว่านเริ่น เขาก็มีความรู้สึกอยากจะคว่ำโต๊ะขึ้นมาตงิดๆ
นี่มันชากระบี่ซ่อนเร้นที่ติดหนึ่งในสิบอันดับราชันย์ชาเชียว! เจ้าเรียกของสิ่งนี้ว่าของเล่นเล็กๆ น้อยๆ หรือ?
ว่าแต่ศิษย์ของเจ้าเป็นใครมาจากไหนกันแน่?
ชั่วชีวิตนี้เขาเคยได้ยินแต่ชื่อ แต่ไม่เคยเห็นของจริงมาก่อนเลย
ความสำคัญของชากระบี่ซ่อนเร้นต่อผู้บำเพ็ญกระบี่นั้น ไม่ด้อยไปกว่ากระบี่บินระดับแปดเลย!
อีกทั้งชากระบี่ซ่อนเร้นยังได้รับการยอมรับว่าเป็นราชันย์ชาที่มีจำนวนน้อยที่สุด อย่างไม่มีข้อกังขา!
"พี่ว่าน อย่ากล่าวเช่นนั้นเลย นี่คือชากระบี่ซ่อนเร้น จะเรียกว่าของเล่นเล็กๆ น้อยๆ ได้อย่างไร?
ไม่นึกเลยว่าพี่ว่านกลับกลายเป็นผู้ครอบครองสมบัติล้ำค่าระดับตำนานเช่นนี้ได้ ช่างน่าอิจฉาเหลือเกิน!"
เจียงผิงต๋ายิ้มอย่างขมขื่น สายตาเหลือบมองป้านชาตรงหน้าว่านเริ่นเป็นระยะๆ อย่างไม่อาจปกปิดความอิจฉาไว้ได้
ทว่าเขาไม่ได้คาดคั้นถามว่าว่านเริ่นได้ของสิ่งนี้มาจากที่ใด และไม่ได้เอ่ยปากขออย่างหน้าด้านๆ
ท้ายที่สุด ผู้ใดที่ได้ครอบครองสมบัติล้ำค่าเช่นนี้ จะยอมเปิดเผยที่มาของมันให้คนอื่นรู้กันเล่า?
การที่ว่านเริ่นไม่ได้ปิดบังเขา ทั้งยังแบ่งให้เขาดื่มหนึ่งถ้วย ก็นับว่าเป็นความไว้วางใจและบุญคุณอันยิ่งใหญ่แล้ว
"เฮ้อ... เป็นเพราะข้ารับศิษย์ที่ดีได้! ข้าก็แค่พึ่งพิงกลิ่นอายศิษย์ข้าเท่านั้น!"
"โอ้? นี่คือของที่ศิษย์ของพี่ว่านมอบให้จริงๆ หรือ?"
เดิมทีเจียงผิงต๋าคิดว่าเรื่องศิษย์เป็นเพียงข้ออ้างของว่านเริ่น เพื่อปกปิดที่มาของใบชา
ทว่าเมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและจริงจังของว่านเริ่น หรือว่าชากระบี่ซ่อนเร้นนี้ เด็กน้อยคนนั้นจะได้มาจริงๆ
"ย่อมเป็นความจริง แม้ว่าศิษย์ข้าจะได้รับมาจากพี่ใหญ่ของเขาอีกที แต่เขาก็ส่งต่อให้ข้า!
จริงด้วย พี่เจียง เมื่อครู่เห็นท่านบอกว่า คราวนี้กลับดินแดนลึกลับได้นำใบชาชั้นดีติดตัวมาด้วย เหตุใดไม่นำออกมาให้ชมเป็นขวัญตาสักหน่อยเล่า?"
ว่านเริ่นพยักหน้ายิ้ม ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องสนทนา
จิตใจของเจียงผิงต๋ายังคงจดจ่ออยู่กับชากระบี่ซ่อนเร้น พอได้ยินคำกล่าวต่อมาของว่านเริ่น ใบหน้าแก่ชราก็พลันแดงก่ำ
"พี่ว่านพูดเป็นเล่นไป! มีราชันย์ชาอยู่ตรงหน้า ชาชั้นเลวของข้าจะกล้านำออกมาได้อย่างไร!"
แม้คำพูดของว่านเริ่นจะดูโอ้อวดไปบ้าง แต่เจียงผิงต๋าก็ไม่สามารถต่อว่าอันใดได้ ที่ผ่านมาเขาโอ้อวดไว้เยอะเหมือนกันไม่ใช่หรือ?
คราวนี้ว่านเริ่นโอ้อวดได้ยิ่งใหญ่กว่า การที่เขาจะภาคภูมิใจบ้างย่อมเป็นเรื่องปกติ
"ฮ่าๆๆ! ใบชาจะดีจะด้อยแล้วอย่างไรเล่า สิ่งสำคัญคือความสุนทรีย์ที่พวกเราได้จิบชาร่วมกันต่างหาก!
พี่เจียงกล่าวหนักไปแล้ว แต่ในเมื่อพี่เจียงไม่ต้องการ เช่นนั้นก็มารับชากระบี่ซ่อนเร้นนี้อีกสักสองสามถ้วยเถิด!"
เมื่อว่านเริ่นเห็นเจียงผิงต๋ากลับมามีสีหน้าเช่นเดิม เขาก็รู้สึกเบิกบานใจยิ่งนัก
พลางรินชาให้เจียงผิงต๋าอีกหนึ่งถ้วย
เจียงผิงต๋าตาเป็นประกาย รีบกล่าวขอบคุณ
"ขอบคุณพี่ว่านยิ่งนัก การที่ได้รู้จักยอดวีรบุรุษเช่นพี่ว่าน นับเป็นวาสนาของข้าอย่างแท้จริง!"
ทว่าพึ่งจะยกถ้วยชาขึ้น ทางฝั่งว่านเริ่นก็เกิดเสียงดังขึ้น
"เคร้ง!"
"นี่! กระบี่บินระดับเก้าเล่มนี้หล่นออกมาได้อย่างไร?"
"พี่เจียง กระบี่บินระดับเก้านี่ช่างดูแลยากกว่าอาวุธจิตวิญญาณชนิดอื่นเสียจริง ต้องคอยหล่อเลี้ยงด้วยปราณอยู่เสมอ"
"นี่ พอหล่อเลี้ยงเสร็จ ข้าก็ลืมเก็บเข้ากล่องกระบี่เสียได้!"
ว่านเริ่นเก็บกระบี่วิญญาณที่หล่นอยู่บนพื้นขึ้นมา บ่นพึมพำขณะเก็บมันใส่กลับเข้าไปในกล่องกระบี่ที่อยู่ในแหวนวิญญาณ
เมื่อหันไปมองเจียงผิงต๋า ก็เห็นเขานิ่งค้างอยู่ในท่าถือถ้วยชา แข็งทื่อราวกับรูปปั้นไปเสียแล้ว