เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 คำเตือนจากว่านเริ่น_ อย่าได้ก่อเรื่องใส่ตัวกับตระกูลหลิน_

บทที่ 16 คำเตือนจากว่านเริ่น_ อย่าได้ก่อเรื่องใส่ตัวกับตระกูลหลิน_

บทที่ 16 คำเตือนจากว่านเริ่น_ อย่าได้ก่อเรื่องใส่ตัวกับตระกูลหลิน_


บทที่ 16 คำเตือนจากว่านเริ่น! อย่าได้ก่อเรื่องใส่ตัวกับตระกูลหลิน!

เจียงผิงต๋าอ้าปากค้างเล็กน้อย แววตาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ

"ระดับเก้า! กระบี่บิน?"

"ว่าน... พี่ว่าน นี่คงไม่ใช่ของที่ศิษย์ของท่านมอบให้อีกแล้ว?"

"ใช่แล้ว พี่เจียง ศิษย์ของข้าสิ่งอื่นไม่เป็นเช่นไร แต่เรื่องเอาอกเอาใจอาจารย์นี่ข้าละปวดหัวนัก!"

"ข้าไม่รับ เขาก็ยังรั้นจะให้ เจ้าว่าดูเถิด เป็นอาจารย์แต่คอยรับของจากศิษย์อยู่ร่ำไปเช่นนี้ จะไปมีหน้ามีตาได้อย่างไรกัน!"

ว่านเริ่นตอบเจียงผิงต๋าด้วยรอยยิ้ม โดยไม่สนใจสายตาที่จ้องมองมาประหนึ่งจะกลืนกินของอีกฝ่าย

"พี่ว่าน! ขอบคุณสำหรับชากระบี่ซ่อนเร้นขั้นสูง วันนี้ข้าน้อยมีอาการไม่ค่อยสบาย จึงขอตัวกลับก่อน!"

หัวใจของเจียงผิงต๋าไม่อาจทานทนได้อีกต่อไป

เขากลัวว่าหากอยู่นานกว่านี้ ว่านเริ่นคงต้องควักเอาสมบัตล้ำค่าที่น่าสะพรึงกลัวกว่านี้ออกมาอีกเป็นแน่

"พี่เจียงอย่าพึ่งรีบร้อน ข้าเอาของพวกนี้ออกมาไม่ใช่เพื่อโอ้อวดแล้ว!"

ว่านเริ่นเห็นท่าทีเจียงผิงต๋าที่เหมือนจะโกรธจนจากไป จึงรีบร้องเรียก

เจียงผิงต๋าฟังแล้วก็ได้แต่กลอกตามองบน

เจ้าไม่โอ้อวดเช่นนั้นรึ? ท่าทางโอ้อวดของเจ้ามันประทับอยู่บนหน้าย่างชัดเจน แล้ว

"พี่เจียงนั่งก่อนเถิด ข้ายังมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย!"

เมื่อเห็นว่านเริ่นมีท่าทีจริงจังขึ้นมา

เจียงผิงต๋าก็ระงับความตั้งใจที่จะกลับแล้วนั่งลงอีกครั้ง "พี่ว่านเชิญกล่าว!"

ว่านเริ่นไม่ได้เอ่ยปากในทันที แต่กวาดจิตสัมผัสตรวจสอบรอบบริเวณว่ามีผู้ใดอยู่หรือไม่ ก่อนจะควบคุมค่ายกลของโถงใหญ่เพื่อตัดขาดจากโลกภายนอก

เมื่อเห็นว่านเริ่นระมัดระวังถึงเพียงนี้ เจียงผิงต๋าก็มีสีหน้าจริงจังขึ้นมาทันที

"พี่เจียง ก่อนหน้านี้ท่านเคยกล่าวถึงเรื่องที่หอการค้าหมิงเฟิงของพวกท่านกำลังตามหาสมบัติล้ำค่าต่ออายุขัยไม่ใช่หรือ?

ไม่ทราบว่า สมุนไพรวิญญาณเทียนอวิ๋นเชียนเปี้ยนไฉ่เหลียน ใช้ได้หรือไม่?"

"สมุนไพรวิญญาณเทียนอวิ๋นเชียนเปี้ยนไฉ่เหลียน? ย่อมได้แน่นอน แม้ก่อนหน้านี้สมบัติล้ำค่าต่ออายุขัยหลายชนิดที่ข้าเคยส่งมอบไปจะถูกตำหนักหลักส่งกลับมา แต่หากหา สมุนไพรวิญญาณเทียนอวิ๋นเชียนเปี้ยนไฉ่เหลียน ได้ก็ รับรองว่า..."

เจียงผิงต๋ากล่าวไปได้ครู่หนึ่งก็ชะงักงัน เบิกตากว้างจ้องเขม็งไปที่ว่านเริ่น

"พี่ว่าน ท่านคงไม่ได้จะบอกข้าแล้วว่า ในมือท่านมีสมบัติสวรรค์ชิ้นนั้นอยู่?"

"ถูกต้อง ข้ามี สมุนไพรวิญญาณเทียนอวิ๋นเชียนเปี้ยnไฉ่เหลียน อยู่ในมือหนึ่งดอก!"

ว่านเริ่นพยักหน้ายืนยัน

เขาเคยได้ยินเจียงผิงต๋าบอกมาก่อนว่า สมบัติล้ำค่าต่ออายุขัยนี้ดูเหมือนตำหนักหลักของหอการค้าหมิงเฟิงจะตามหาให้แก่บรรพชนท่านหนึ่ง

หากผู้ใดสามารถตามหาสมบัติล้ำค่าต่ออายุขัยที่ล้ำค่าและได้ผลจริง ย่อมได้รับรางวัลตอบแทนและถูกสนับสนุนจากหอการค้าอย่างเต็มกำลัง

ตัวเขาและเจียงผิงต๋าเป็นสหายสนิทกันมาหลายปี ไม่นับเรื่องมิตรภาพระหว่างกัน วันข้างหน้าหากมีเรื่องอันใดก็อาจต้องพึ่งพาอาศัยกัน

เขาย่อมปรารถนาให้ฐานะทางโลกของสหายผู้นี้ในหอการค้าหมิงเฟิงสูงส่งยิ่งขึ้น

"อันใดกัน? หนึ่งดอก?"

เจียงผิงต๋าไม่อาจเชื่อสายตาตนเอง

จนกระทั่งดอกบัวสีรุ้ง อันงดงามตระการตาถูกว่านเริ่นนำออกมา ลอยละล่องอยู่เบื้องหน้าของคนทั้งสอง

เจียงผิงต๋ารีบลุกพรวดขึ้นทันที

"สมุนไพรวิญญาณเทียนอวิ๋นเชียนเปี้ยnไฉ่เหลียน! ใช่แล้ว! ใช่แล้ว! นี่คือ สมุนไพรวิญญาณเทียนอวิ๋นเชียนเปี้ยnไฉ่เหลียน ที่เป็นสมบัติสวรรค์ในระดับตำนาน!"

เจียงผิงต๋าจ้องมองดอกบัวสีรุ้งด้วยแววตาเลื่อนลอย ริมฝีปากสั่นระริกพึมพำไม่เป็นภาษา

เมื่อได้สติ เจียงผิงต๋าก็รีบหันไปถามว่านเริ่น "พี่ว่าน ขายหรือไม่?"

"แน่นอน! ที่ข้านำออกมาก็เพื่อจะขายให้พี่เจียงสักสองกลีบอย่างไรเล่า!"

ว่านเริ่นกล่าวด้วยรอยยิ้ม

เจียงผิงต๋าพยายามรวบรวมสติแล้วนั่งลง

เมื่อได้ยินว่าว่านเริ่นขายให้เขาเพียงสองกลีบ เขาก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย นึกว่าว่านเริ่นจะขายให้ทั้งดอกเสียอีก

แม้ตัวเขาจะไม่มีปัญญาซื้อ แต่หอการค้าหมิงเฟิงย่อมซื้อได้แน่นอน

เมื่อถึงเวลานั้น ตัวเขาผู้มอบข้อมูลนี้ย่อมได้รับความสำคัญอย่างยิ่งยวด

ซึ่งจะเป็นการยกระดับฐานะทางโลกของเขาภายในหอการค้าอย่างมหาศาล

"พี่ว่าน ขายให้ทั้งดอกไม่ได้หรือ? หรือจะขายให้มากกว่านี้หน่อย!"

เจียงผิงต๋ารู้ดีว่าผู้ที่ครอบครองสมบัติสวรรค์เช่นนี้ย่อมไม่ค่อยขายมันออกมาเท่าใดนัก แต่เขาก็ยังอยากจะลองถามดู

"พี่เจียง เรื่องที่มากกว่านี้อย่าได้คิดเลย อีกอย่างที่ข้าขายให้ก็เพราะอยากจะช่วยพี่เจียงเท่านั้น! หากเป็นคนอื่น ต่อให้ให้ศิลาวิญญาณมากเท่าใด ข้าก็ไม่ขาย!"

เจียงผิงต๋าถอนหายใจยาว "เช่นนั้นก็ขอบคุณพี่ว่านยิ่งนัก!"

ทั้งสองหารือเรื่องราคาอยู่ครู่หนึ่ง ว่านเริ่นก็ลดราคาให้เป็นกรณีพิเศษ

เจียงผิงต๋าบรรจุกลีบดอกไม้สองกลีบลงในกล่องสมบัติวิญญาณแห่งปฐพีที่มูลค่าไม่ธรรมดากล่องหนึ่งด้วยความระมัดระวัง

เมื่อการแลกเปลี่ยนเสร็จสิ้น เจียงผิงต๋าก็เผยรอยยิ้มออกมา

จากนั้นเขาก็มีความลังเลใจเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามว่านเริ่น

"พี่ว่าน แม้จะเป็นเรื่องที่หุนหันไปสักหน่อย แต่ข้าก็ยังอยากทราบว่า เจ้าดอกบัวสีรุ้งนี่หรือว่า..."

ว่านเริ่นรู้ว่าเขากำลังจะถามอันใด น้ำเสียงจึงกลายเป็นเคร่งขรึม

"นี่ไม่ใช่ของที่ศิษย์ข้ามอบให้ แต่เป็นของที่พี่ใหญ่ของศิษย์ข้ามอบให้โดยตรง!

พี่เจียง วันนี้ข้าอวดสมบัตล้ำค่าต่อหน้าท่านมากมายขนาดนี้ ก็เพื่อจะตักเตือนท่านสักคำ!

หอการค้าหมิงเฟิงของพวกท่านตั้งกระจายอยู่ทั่วหัวเมืองในเขตชางหม่าง มีอยู่สถานที่หนึ่งที่ท่านต้องใส่ใจให้มาก!

จงอย่าปล่อยให้คนรับใช้ของท่านไปก่อเรื่องที่ท่านไม่อาจแบกรับผลที่ตามมาได้เป็นอันขาด!"

"โอ้? พี่ว่านหมายความว่า ผู้ที่สามารถนำชากระบี่ซ่อนเร้น, กระบี่บินระดับเก้า, และ สมุนไพรวิญญาณเทียนอวิ๋นเชียนเปี้ยนไฉ่เหลียน ออกมาได้ผู้นั้น อยู่ในเขตชางหม่างเช่นนั้นหรือ?"

เมื่อเจียงผิงต๋ากล่าวเช่นนั้น ในใจก็พลันสั่นสะท้าน

เมื่อครู่เขาจมอยู่กับความโอ้อวดของว่านเริ่นและความตื่นตะลึงของ สมุนไพรวิญญาณเทียนอวิ๋นเชียนเปี้ยนไฉ่เหลียน

พอลองนำมาใคร่ครวญดูดีๆ สมบัตล้ำค่าทั้งหมดนี้ล้วนมาจากคนคนเดียวกันเช่นนั้นรึ?

กระบี่บินระดับเก้าก็ยังพอว่า หอการค้าหมิงเฟิงก็พอจะหามาได้ เพียงแต่มีไม่มากนัก

อีกทั้งคงไม่มีใครหยิบยื่นให้เด็กน้อยคนหนึ่งแบบส่งเดช

ส่วนชากระบี่ซ่อนเร้น และ สมุนไพรวิญญาณเทียนอวิ๋นเชียนเปี้ยนไฉ่เหลียน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย!

เขาไม่เคยได้ยินชื่อผู้ใดในหอการค้าหมิงเฟิงที่ครอบครองของเหล่านี้ได้เลยด้วยซ้ำ!

ผู้ที่ครอบครองสมบัติวิญญาณที่หาใดเปรียบและสามารถมอบให้คนอื่นได้นั้น...

ซีด!

เจียงผิงต๋าสูดหายใจเข้าลึกอย่างไม่อาจหักห้ามได้

บุคคลเช่นนี้ เกรงว่าจะมาจากขุมอำนาจแห่งดินแดนลึกลับเช่นนั้นหรือ?

"ถูกต้อง อยู่ในราชวงศ์อู่ หนึ่งในสิบสองราชวงศ์นั่น

เพียงแต่ ณ ตอนนี้ สถานที่แห่งนั้นถูกผู้อาวุโสท่านนี้เปลี่ยนไปแล้ว โดยตั้งชื่อราชวงศ์ใหม่ตามแซ่ของเขาว่า ราชวงศ์หลิน!"

เจียงผิงต๋าฟังคำของว่านเริ่นแล้วก็ได้แต่ขบคิดอยู่ในใจ

หลังจากกลับไปจะต้องเตือนผู้ดูแลสาขาในสถานที่แห่งนั้นให้จงดี

หรือเขาควรจะลงไปคุมงานด้วยตัวเองเสียเลย?

เมื่อนึกถึงตรงนี้ แววตาของเจียงผิงต๋าก็เปล่งประกายสว่างไสวขึ้นเรื่อยๆ...

หากเป็นเช่นนั้น ไม่เพียงแต่จะป้องกันไม่ให้คนสายตาฝ้าฟางไปก่อเรื่องใส่ตัวได้

ตัวเขายังมีโอกาสได้ผูกมิตรกับตัวตนลึกลับผู้นี้อีกด้วย!

เมื่อคิดดังนั้น เจียงผิงต๋าก็ลุกขึ้นกล่าวขอบคุณว่านเริ่นแล้วรีบลาจากไป

เขาต้องรีบนำ สมุนไพรวิญญาณเทียนอวิ๋นเชียนเปี้ยนไฉ่เหลียน กลับไปส่งที่ดินแดนลึกลับ

จากนั้นจึงจะเริ่มวางแผนย้ายตำหนักหลักในเขตชางหม่างจากราชวงศ์อวี่ไปยังราชวงศ์หลิน!

...

ณ หอการค้าหมิงเฟิงในเมืองหลิน

"ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี! กล้าไม่ไว้หน้าหอการค้าหมิงเฟิงของข้าถึงเพียงนี้!"

"ผู้นำหอการค้า! รายงานเรื่องนี้ไปยังเมืองอวี่เถิด! ขอให้ตำหนักหลักส่งผู้แข็งแกร่งลงมาจัดการกวาดล้างตระกูลหลินและโถงหวงเฉวียนให้สิ้นซาก!"

รองผู้นำหอการค้า หลี่ซื่อ กล่าวด้วยความโกรธเกรี้ยวตะคอกใส่ หวังชิง ที่นั่งอยู่ด้านบน

ผู้ตรวจการที่ยังคงสั่นสะท้านอยู่กำลังคุกเข่าอยู่กลางโถง

ส่วนผู้อาวุโสรับเชิญที่บาดเจ็บสาหัสทั้งสองคนถูกส่งตัวไปรักษาเรียบร้อยแล้ว!

"เจ้าคนไร้ค่า แค่ตระกูลหลินเล็กๆ ตระกูลเดียวก็จัดการไม่ได้! แถมยังทำผู้อาวุโสขอบเขตหยวนอิงบาดเจ็บไปถึงสองคน ยังไม่ไสหัวไปให้พ้นหน้าข้าอีก!"

จบบทที่ บทที่ 16 คำเตือนจากว่านเริ่น_ อย่าได้ก่อเรื่องใส่ตัวกับตระกูลหลิน_

คัดลอกลิงก์แล้ว