เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 ผู้อาวุโสประจำตระกูลลงมือ_

บทที่ 14 ผู้อาวุโสประจำตระกูลลงมือ_

บทที่ 14 ผู้อาวุโสประจำตระกูลลงมือ_


บทที่ 14 ผู้อาวุโสประจำตระกูลลงมือ!

ผู้อาวุโสประจำตระกูลทั้งสองเดินมุ่งหน้าไปยังโถงด้านหน้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง

เด็กน้อยตระกูลหลินที่เดินตามหลังมามองผู้อาวุโสประจำตระกูลทั้งสองด้วยสายตาประหลาดใจ เงยหน้าขึ้นมองเป็นระยะๆ

"แค็กๆ!"

เมื่อได้ยินเสียงกระแอมไอ เด็กน้อยก็รีบก้มหน้าเดินตามต่อไป

ผู้อาวุโสประจำตระกูลทั้งสองได้แต่ถอนหายใจด้วยความจนใจ ก็แค่กลับมาเป็นหนุ่มอีกครั้งไม่ใช่หรือ?

ตอนหนุ่มๆ ใครบ้างที่ไม่หล่อเหลาเอาการ มันน่าแปลกใจถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?

ส่วนสาเหตุที่เด็กน้อยคนนี้มาหาพวกเขาก็เพื่อจะมารายงานว่าคนของหอการค้าหมิงเฟิงมาเยือนอีกแล้ว

ทว่าทั้งสองกลับไม่ได้ใส่ใจนัก

หอการค้าหมิงเฟิงอันใดนั่น พวกเขาไม่เห็นอยู่ในสายตาอีกต่อไปแล้ว

ได้ยินมาว่าครั้งนี้ผู้ตรวจการผู้นั้นพาผู้อาวุโสรับเชิญของหอการค้ามาด้วยถึงสองคน

คงตั้งใจพามาข่มขวัญเป็นแน่ ขุมพลังก็คงไม่ธรรมดา ไม่รู้ว่าเมื่อเทียบกับพวกเขาสองคนแล้วจะเป็นเช่นไร?

เมื่อมาถึงโถงด้านหน้าก็พบซูสงรออยู่แล้ว สีหน้าของเขาดูเคร่งเครียดเล็กน้อย

ฝั่งตรงข้ามมีผู้ตรวจการของหอการค้าหมิงเฟิงและชายชราสองคนที่นั่งนิ่งเงียบไม่ยอมพูดจา

ซูสงสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของผู้อาวุโสประจำตระกูลทั้งสอง จึงหันไปมองนอกประตู

หืม?

เมื่อเห็นชายหนุ่มสองคนเดินเข้ามา ซูสงก็อดไม่ได้ที่จะชะงักไปครู่หนึ่ง

ไม่ใช่ผู้อาวุโสประจำตระกูลทั้งสองท่านหรือ?

ไม่ถูกต้อง นี่มันกลิ่นอายของทั้งสองท่านย่างชัดเจน!

เพียงแต่กลิ่นอายนี้ดูเหมือนจะลึกล้ำและเก็บงำซ่อนเร้นมากขึ้น

เพียงแค่ครุ่นคิดครู่เดียว ซูสงก็คาดเดาเรื่องราวได้คร่าวๆ

แววตาของเขาเต็มไปด้วยความอิจฉา

"ท่านผู้อาวุโสประจำตระกูลทั้งสอง!"

ซูสงลุกขึ้นยืนต้อนรับ

เมื่อก่อนเป็นเพราะกลิ่นอายของหลินหยาง เขาจึงต้องให้เกียรติผู้อาวุโสทั้งสองท่านนี้

แต่ตอนนี้ขุมพลังของพวกเขาเหนือกว่าเขาอย่างสิ้นเชิงแล้ว!

นี่หรือคือข้อได้เปรียบของการเกิดเป็นคนตระกูลหลิน?

แม้โถงหวงเฉวียนจะได้รับผลประโยชน์ที่คาดไม่ถึงเช่นกัน แต่เมื่อเทียบกับคนตระกูลหลินแล้วก็ยังมีความเหลื่อมล้ำอยู่ดี

ดูท่าเขาคงต้องพยายามให้มากขึ้น เพื่อจะได้เป็นคนสนิทของคุณชายให้เร็ววัน!

เมื่อผู้ตรวจการของหอการค้าหมิงเฟิงเห็นซูสงทักทายชายหนุ่มแปลกหน้าสองคน ก็แค่นเสียงหัวเราะเยาะ

"เจ้าตำหนักซู ท่านเห็นพวกเราเป็นคนโง่หรืออย่างไร? หาเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมสองคนมาสวมเสื้อผ้าของพวกตาเฒ่านั่นมารับรองพวกเรารึ!"

"ทำไม? ตอนไล่ข้าออกไปทำเป็นปากแข็งแกร่ง พอตอนนี้ข้าพาผู้แข็งแกร่งของหอการค้าหมิงเฟิงมาด้วย ก็เลยกลัวจนหัวหดแล้วหรือ?"

ตอนที่มาครั้งก่อน เขาคิดว่าตนเป็นคนของหอการค้าหมิงเฟิง ย่อมไม่มีใครกล้าไม่ไว้หน้า

เขาจึงไม่ได้พาใครมาด้วยเลย

ใครจะไปคิดว่าตระกูลหลินจะไม่ไว้หน้าหอการค้าหมิงเฟิงเลยแม้แต่น้อย หลินหยางไม่มารับรองด้วยตัวเองก็แล้วไปเถอะ

แต่กลับถูกผู้อาวุโสประจำตระกูลหลินสองคนไล่ออกมา ขุมพลังระดับแก่นทองคำระดับที่สี่อย่างเขาก็ไม่กล้าแข็งขืน

จึงได้แต่หัวซุกหัวซุนกลับไปรายงานเรื่องนี้ให้รองผู้นำหอการค้าทราบ!

รองผู้นำหอการค้าสั่งให้เขากลับมาที่ตระกูลหลินอีกครั้งทันที พร้อมทั้งส่งผู้อาวุโสรับเชิญขอบเขตหยวนอิงมาคุมกันเขาด้วยถึงสองคน!

แล้วเขาก็กลับมาด้วยท่าทีที่โอหังยิ่งกว่าเดิม ท่าทางราวกับอยากจะเชิดหน้าใส่ทุกคน

แม้อยู่ต่อหน้าซูสง

แต่จากท่าทีเมื่อครู่ ซูสงก็ยังมีความยำเกรงต่อหอการค้าหมิงเฟิงอยู่บ้าง

ไม่เหมือนกับพวกบ้านนอกคอกนาตระกูลหลินสองคนนั่น!

ผู้อาวุโสรับเชิญทั้งสองที่ผู้ตรวจการพามาด้วยก็เผยรอยยิ้มดูแคลนเช่นกัน

หากไม่นับรวมโถงหวงเฉวียนแล้ว ตระกูลหลินเล็กๆ แค่นี้ เพียงแค่พวกเขาสะบัดมือก็ลบให้หายไปได้แล้ว

แล้วโถงหวงเฉวียนจะทำไม?

สำนักงานสาขาใหญ่ของหอการค้าหมิงเฟิงในเมืองอวี่ มีกระทั่งยอดผู้ยิ่งใหญ่ขอบเขตถอดจิตประจำการอยู่เชียว!

หลินเฟยหยวน ผู้อาวุโสประจำตระกูลลำดับที่หนึ่งเหลือบมองคนของหอการค้าหมิงเฟิงทั้งสามคน

เมื่อเห็นท่าทีเย่อหยิ่งของทั้งสามคนที่เหมือนกันอย่างน่าประหลาด

เขาก็แค่นเสียงเย็นชาออกมาเบาๆ!

"ปัง!"

"ปัง!"

เสียงแค่นเย็นชาของหลินเฟยหยวนโจมตีผู้อาวุโสรับเชิญทั้งสองของหอการค้าหมิงเฟิงที่อยู่ข้างผู้ตรวจการจนปลิวไปกระแทกกำแพงด้านหลังอย่างแรง!

ทั้งสองบาดเจ็บสาหัสจนหมดสติไปในพริบตา!

หากผู้อาวุโสประจำตระกูลลำดับที่หนึ่งไม่รั้งพลังไว้ ทั้งสองคงกลายเป็นผงธุลีไปแล้ว!

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้ผู้ตรวจการสะดุ้งสุดตัว หันหน้าไปมองด้วยความสั่นเทา

เขาเห็นเพียงผู้อาวุโสรับเชิญขอบเขตหยวนอิงทั้งสองคนนอนกองอยู่บนพื้น ไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไร

ผู้ตรวจการชะงักลมหายใจ หันหน้ากลับมาอย่างช้าๆ

ทว่ากลับพบใบหน้าหนึ่งโผล่มาใกล้ๆ อย่างไม่ทันตั้งตัว ทำให้เขาสะดุ้งถอยหลังกรูด

ชายหนุ่มที่สวมชุดของผู้อาวุโสประจำตระกูลลำดับที่หนึ่งกำลังก้มตัวจ้องมองเขาเขม็ง

ผู้ตรวจการรู้สึกราวกับถูกสัตว์ร้ายยุคโบราณจ้องตะครุบ เหงื่อเย็นผุดพรายเต็มแผ่นหลังจนเสื้อผ้าเปียกโชกไปหมด

"นี่หรือคือที่พึ่งที่ทำให้เจ้ากล้ามาก่อเรื่องวุ่นวายที่ตระกูลหลิน? แล้วตอนนี้? จะไปเรียกกำลังเสริมมาอีกหรือไม่?"

เมื่อสิ้นเสียง คำว่า 'หรือไม่' ยังไม่ทันขาดคำ เก้าอี้ที่ผู้ตรวจการนั่งอยู่ก็แหลกละเอียด ทำให้เขาล้มก้นจ้ำเบ้าลงไปกองกับพื้น

"อ๊าก! ขะ... ข้าผิดไปแล้ว ข้าผิดไปแล้ว! ข้าไม่กล้าอีกแล้ว! อย่าสังหารข้าเลย อย่าสังหารข้าเลย!"

ผู้ตรวจการที่กองอยู่บนพื้นดิ้นทุรนทุราย ร้องตะโกนออกมาสุดเสียงราวกับเห็นวิญญาณ

เมื่อเห็นปฏิกิริยาของผู้ตรวจการ ผู้อาวุโสประจำตระกูลลำดับที่หนึ่งก็ยืดตัวขึ้น หันไปมองซูสงและหลินเฟยเหว่ย

"พวกผู้เยาว์นั่นบอกว่าข้าหน้าตาหมดจดหล่อเหลาไม่ใช่หรือ? แต่ดูจากปฏิกิริยาของเขาแล้ว ทำไมข้าถึงดูน่ากลัวนัก?"

ทั้งสองแบมือออกพร้อมกัน เป็นเชิงบอกว่าพวกเขาก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกัน

ทว่าซูสงเองก็ตกใจไม่น้อย

เขาไม่คิดเลยว่าผู้อาวุโสประจำตระกูลลำดับที่หนึ่งจะลงมืออย่างเด็ดขาดเพียงนี้

นี่คือหอการค้าหมิงเฟิงเชียว!

ได้ยินมาว่าเป็นขุมอำนาจใหญ่ระดับแนวหน้าจากดินแดนลึกลับ

เพียงแค่ผู้นำสาขาที่ถูกส่งมาประจำที่เขตชางหม่างก็ยังมีขุมพลังถึงขอบเขตถอดจิต คิดดูว่าพวกเขาแข็งแกร่งเพียงใด

แต่ทว่า...

หลินหยางผู้นี้ไม่อาจใช้ตรรกะทั่วไปมาตัดสินได้

ต่อให้เขาจะหวาดระแวงหอการค้าหมิงเฟิง แต่สำหรับหลินหยางแล้วคงไม่ใช่!

เพียงครึ่งวัน เขาก็สามารถยกระดับคนขอบเขตแก่นทองคำที่ศักยภาพเหือดแห้งไปแล้วสองคน ให้มีขุมพลังอย่างน้อยถึงขอบเขตถอดจิตได้

เขาไม่คิดว่าหอการค้าหมิงเฟิงจะทำเช่นนี้ได้!

ดังนั้นเขาจึงไม่ได้เข้าไปขัดขวางการลงมือของผู้อาวุโสประจำตระกูลลำดับที่หนึ่งแต่อย่างใด

อย่างมากก็แค่รู้สึกไม่ชินกับการลงมือที่เด็ดขาดไม่ไว้หน้าใครเช่นนี้เท่านั้น

"หืม? เสื่อมเสียเกียรติ! เสื่อมเสียเกียรติ! ช่างน่ารังเกียจเสียจริง!"

เสียงแสดงความรังเกียจของหลินเฟยหยวนดังขึ้น

ซูสงมองตามไปอย่างสงสัย

เขาเห็นผู้ตรวจการของหอการค้าหมิงเฟิงกลัวจนปัสสาวะราดเสียแล้ว

ซูสงขมวดคิ้วกลั้นหายใจ ในใจยิ่งรู้สึกดูถูกหอการค้าหมิงเฟิงมากขึ้นไปอีก!

คนที่แข็งแกร่งแต่แอบอ้างกลิ่นอายคนอื่นเช่นนี้ยังได้เป็นถึงผู้ตรวจการ ดูท่าหอการค้าแห่งนี้ก็คงไม่เท่าไหร่

"เด็กๆ ลากคนของหอการค้าหมิงเฟิงพวกนี้ออกไปที!"

หลินเฟยหยวนเรียกคนรับใช้ของตระกูลหลินที่รออยู่หน้าประตู

เดิมทีเขาตั้งใจจะหักขาชายผู้นี้เสียหน่อย

แต่ตอนนี้คงลงมือไม่ลงแล้ว เพราะรู้สึกขยะแขยง

คนรับใช้สองสามคนที่ตัวสั่นงันงกเดินเข้ามาลากทั้งสามคนออกไปคนละคน จากนั้นหลินเฟยหยวนก็สะบัดมือร่ายเคล็ดวิชาทำความสะอาดโถงด้านหน้าจนหมดจด

พวกเขาถึงกล้าหายใจได้สะดวกขึ้น

"พี่ชายทั้งสองบรรลุถึงขอบเขตถอดจิตแล้วใช่ไหม? ช่างน่าอิจฉาเสียจริง! ไม่รู้ว่าข้าจะมีโอกาสได้ก้าวขึ้นสู่ขอบเขตพลังระดับนี้บ้างหรือไม่!"

เมื่อซูสงมองดูใบหน้าหล่อเหลาอ่อนเยาว์ของทั้งสอง ก็อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ

หลินเฟยหยวนและหลินเฟยเหว่ยล้วนเป็นคนซื่อสัตย์ถ่อมตน จึงรีบโบกมือปฏิเสธ

"เจ้าตำหนักซูชมเกินไปแล้ว ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นของขวัญจากประมุขตระกูลทั้งสิ้น!

เมื่อก่อนข้าก็ไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลยว่าชาตินี้จะมีวาสนาได้ก้าวเข้าสู่ระดับตำนาน ขอบเขตแปรจิตวิญญาณ!

ช่างเหมือนชีวิตหลังความตายจริงๆ!"

คำว่า ขอบเขตแปรจิตวิญญาณ ดังสนั่นราวกับเสียงฟ้าร้องในหูของซูสง!

ตัวอักษรคุ้นตาเหลือเกิน แต่นามนั้นช่างแปลกหู!

"ถูกต้องแล้ว ที่น่าเสียดายเพียงอย่างเดียวคือพวกเราไม่ได้อยู่ในขอบเขตหยวนอิงนานนัก

ท้ายที่สุดนั่นก็เป็นขอบเขตพลังที่พวกเราใฝ่ฝันอยากจะทะลวงให้ได้มาตลอด

สุดท้ายเพียงชั่วพริบตาเดียวก็ก้าวขึ้นมาเป็น ขอบเขตแปรจิตวิญญาณไปเสียแล้ว! ช่างน่าเสียดายจริงๆ!"

ตอนที่ทั้งสองคนพูด สีหน้าของพวกเขาล้วนจริงจังและเคร่งขรึมยิ่งนัก

แต่ซูสงกลับรู้สึกอยากจะตบพวกเขาให้ตายคามือเหลือเกิน!

ทว่าเมื่อคิดว่าหากทำเช่นนั้น คนที่จะโดนตบตายอาจจะเป็นเขาเองเสียมากกว่า

เขาจึงจำต้องข่มความรู้สึกนี้เอาไว้!

จบบทที่ บทที่ 14 ผู้อาวุโสประจำตระกูลลงมือ_

คัดลอกลิงก์แล้ว