เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 59 การปรับแต่งระดับไฮเอนด์

บทที่ 59 การปรับแต่งระดับไฮเอนด์

บทที่ 59 การปรับแต่งระดับไฮเอนด์


"เพราะมันมักจะเปิดสาขาการวิจัยใหม่ๆ หรือกระทั่งเติมเต็มช่องว่างในบางสาขา และทำให้เกิดปฏิกิริยามหัศจรรย์กับเวทมนตร์ที่เป็นที่รู้จักอยู่แล้วยังไงล่ะ!"

พูดพลางเขาก็เดินไปที่หน้าโต๊ะทำงาน แล้วหยิบกระดาษหนังผสมผ้ามาปึกหนึ่ง

วัตถุดิบของกระดาษชนิดใหม่นี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับขนหรือหนังสัตว์เลยแม้แต่น้อย ส่วนใหญ่ทำมาจากเส้นใยพืชอย่างฝ้ายและป่าน เนื่องจากเทคโนโลยียังไม่สมบูรณ์นัก คุณภาพจึงมีดีมีแย่ปะปนกันไป แต่ข้อดีคือต้นทุนต่ำและราคาถูก

บนกระดาษมีลายมือของพนักงานธุรการเขียนเอาไว้ โดยเว้นช่องว่างไว้ไม่น้อย

เขาส่งปากกาคอแร้งรุ่นใหม่ล่าสุดที่กำลังเป็นที่นิยมให้ลินน์ ชี้ไปที่มุมกระดาษสีขาวงาช้างแล้วพูดว่า

"ลินน์ ในฐานะพลเมืองคนแรกที่ค้นพบและยื่นขอจดทะเบียนกับทางการ คุณจะได้รับสิทธิ์ในการตั้งชื่อเวทมนตร์บทนี้ เขียนลงตรงนี้ได้เลย คุณคิดชื่อของมันเอาไว้หรือยัง?"

"ให้ชื่อว่า 'วงแหวนน้ำแข็ง' ก็แล้วกันครับ" นี่เป็นชื่อที่ติดมากับคัมภีร์เวทต้นกำเนิดอยู่แล้ว ลินน์รู้สึกว่ามันก็เหมาะสมดี ไม่จำเป็นต้องหาทำแต่งเติมอะไรให้วุ่นวาย

ลูคกวาดตามองเพื่อยืนยันก่อนจะพยักหน้ายิ้มๆ "ตกลงครับ ส่วนเนื้อหาที่เหลือผมจะกรอกแทนให้เอง มันไม่ได้สำคัญอะไรนักหรอก สมาคมเวทมนตร์ค่อนข้างจะผ่อนปรนในการตรวจสอบสิทธิบัตรเวทมนตร์ ขอแค่ผ่านเกณฑ์สามข้อคือ นวัตกรรม ความปลอดภัย และความสามารถในการเผยแพร่ (ความสมบูรณ์ของความรู้เวทมนตร์ถึงระดับที่สามารถนำไปสร้างเป็นหนังสือเวทมนตร์ได้) ก็ผ่านฉลุยแล้วล่ะ"

เขานั่งลงบนเก้าอี้บุนวมฝั่งตรงข้ามลินน์ พลิกเปิดเอกสารหน้าหนึ่งอย่างลวกๆ แยกขาทั้งสองข้างออก โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย สอดประสานมือเข้าด้วยกันโดยวางข้อศอกไว้บนหัวเข่า

ดวงตาสีเทาอมฟ้าที่มองผ่านแว่นตากรอบโลหะบางๆ นั้นจดจ้องมาที่ลินน์อย่างตั้งใจพร้อมกับรอยยิ้ม

"เอาล่ะ ต่อไปผมคงต้องคุยเรื่องความร่วมมือกับหอคอยทองคำกับคุณอย่างจริงจังซะแล้ว"

ลินน์สังหรณ์ใจไว้ก่อนแล้ว จึงพูดติดตลกว่า "คุณประธานครับ นี่เราจะมาคุยธุระของหอคอยจอมเวทกันในสมาคมเวทมนตร์เลยเหรอครับ?"

ลูคเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งด้วยท่าทีไม่ใส่ใจนัก "คุณลืมไปหรือเปล่าว่าที่นี่ก็เป็นอาณาเขตของหอคอยทองคำมาตั้งแต่แรกแล้ว"

ลินน์ถึงกับพูดไม่ออก เขาลืมไปซะสนิทเลยจริงๆ ว่าสมาคมเวทมนตร์แห่งเมืองเคอลินนั้นอาศัยพื้นที่ของหอคอยทองคำตั้งอยู่ตั้งแต่แรกแล้ว

แบบนี้คงเรียกว่าคนอยู่ใกล้ย่อมคว้าโอกาสได้ก่อนสินะ สิทธิบัตรเวทมนตร์ของเขายังไม่ทันจะผ่านการอนุมัติด้วยซ้ำ คำเชิญชวนร่วมธุรกิจก็เริ่มขึ้นซะแล้ว

ทว่าลินน์ก็ดูเหมือนจะไม่มีทางเลือกที่ดีไปกว่านี้แล้วล่ะ หากพูดถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสิทธิบัตรเวทมนตร์ ไม่ว่าจะวัดจากประวัติการทำงานหรือความน่าเชื่อถือ หอคอยทองคำก็ถือเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมที่สุดแล้ว

"คุณลินน์ ในฐานะตัวแทนของหอคอยทองคำ ผมขอแนะนำรูปแบบความร่วมมือด้านสิทธิบัตรเวทมนตร์ให้คุณฟังสั้นๆ ก่อนก็แล้วกัน ซึ่งหลักๆ จะแบ่งออกเป็นสี่รูปแบบครับ

"รูปแบบแรกคือการซื้อขาดในครั้งเดียว กล่าวคือหอคอยทองคำจะจ่ายเงินให้คุณเป็นเงินก้อนในคราวเดียว เพื่อแลกกับสิทธิ์ในการใช้ความรู้ด้านเวทมนตร์ที่คุณให้มาไปผลิตเป็นหนังสือเวทมนตร์หรือสิ่งของอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ภายในระยะเวลาและขอบเขตที่ตกลงกันไว้

"หากคุณกำลังร้อนเงิน ผมขอแนะนำวิธีนี้นะ แต่ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติ ผมไม่ค่อยอยากแนะนำเท่าไหร่

"เพราะมันเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ระยะยาวของคุณ และความมั่นคงในความร่วมมือระหว่างเรา

"รูปแบบที่สองคือการผสมผสานระหว่างค่าแรกเข้ากับส่วนแบ่งยอดขาย รูปแบบนี้เป็นที่นิยมมากที่สุดในกรณีแบบคุณ และเป็นรูปแบบที่ผมแนะนำมากที่สุดด้วย

"ในช่วงเริ่มต้นความร่วมมือ เราจะจ่ายเงินก้อนแรกให้คุณจำนวนหนึ่ง จากนั้นจะจ่ายผลตอบแทนให้คุณเป็นงวดๆ ตามสัดส่วนยอดขายหรือกำไรของสินค้า

"นี่หมายความว่าเราจะสามารถรักษาความร่วมมืออันมั่นคงในระยะยาวได้ หากทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง มันก็จะเป็นสถานการณ์ที่ได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย

"รูปแบบที่สามคือการเซ็นสัญญาแบบรับประกันรายได้ขั้นต่ำ นั่นก็คือไม่ว่าทางเราจะทำกำไรได้หรือไม่ เราก็ต้องจ่ายค่าอนุญาตให้สิทธิ์ขั้นต่ำรายปีให้กับคุณ

"หากคุณไม่มั่นใจในอนาคตของสิทธิบัตรตัวเองเอาซะเลย ผมก็ขอแนะนำให้เลือกความร่วมมือรูปแบบนี้

"ส่วนรูปแบบที่สี่คือการแลกเปลี่ยนความรู้ กล่าวคือทั้งสองฝ่ายจะไม่ได้ใช้เงินในการทำธุรกรรมโดยตรง แต่จะใช้การแลกเปลี่ยนสิทธิ์ในการใช้งานสิทธิบัตรเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายแทน

"ซึ่งวิธีนี้มักจะพบเห็นได้บ่อยในการแลกเปลี่ยนกันเองระหว่างผู้ร่ายเวท"

ลูคพูดอธิบายทั้งหมดนั้นออกมาอย่างเป็นระบบระเบียบด้วยน้ำเสียงราวกับมืออาชีพ ก่อนจะส่งสายตาเชิงตั้งคำถามมาให้ลินน์ ราวกับจะสื่อว่า 'หากมีตรงไหนไม่เข้าใจก็ถามผมได้ตลอดเลยนะ'

ลินน์ได้แต่ลอบทอดถอนใจ สมแล้วที่เป็น 'พ่อค้าเวทมนตร์' แห่งหอคอยทองคำ เมื่อเทียบกับจอมเวทแล้ว เขาดูเหมือนผู้จัดการมืออาชีพซะมากกว่า

ลินน์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจปัดตัวเลือกที่หนึ่งและสามตกไปก่อน แบบแรกก็ไม่ต่างอะไรกับการทุบหม้อข้าวตัวเองกินให้อิ่มไปแค่มื้อเดียว ส่วนแบบหลังก็ดูจะระมัดระวังมากเกินไปจนผลตอบแทนต่ำเตี้ยเรี่ยดิน

โดยทั่วไปแล้วเขาคงเลือกรูปแบบที่สอง เพราะท้ายที่สุดเขาก็จะได้รับเงินก้อนทันที แถมยังได้รับส่วนแบ่งอย่างต่อเนื่อง ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือส่วนแบ่งนั้นขึ้นอยู่กับยอดขายหรือกำไรของผลิตภัณฑ์ลิขสิทธิ์โดยตรง ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้มองว่ายอดขายหนังสือเวทมนตร์ 'วงแหวนน้ำแข็ง' จะออกมาดีสักเท่าไหร่นัก

ส่วนรูปแบบที่สี่นั้น เป็นเพราะความสนใจในเวทมนตร์ของลินน์ล้วนๆ เขากำลังคิดอยู่ว่าตัวเองจะสามารถนำความรู้เกี่ยวกับ 'วงแหวนน้ำแข็ง' ไปแลกเปลี่ยนกับเวทมนตร์วงแหวนที่หนึ่งบทอื่นๆ ได้อีกหรือเปล่านะ?

"คุณลูคครับ ในรูปแบบที่สี่เนี่ย ผมสามารถนำความรู้ 'วงแหวนน้ำแข็ง' ไปแลกเปลี่ยนกับใครสักคนเพื่อให้ได้ความรู้ด้านเวทมนตร์กลับมา แล้วในขณะเดียวกันก็นำมันไปใช้วิธีเดิมในการแลกเปลี่ยนกับคนอื่นๆ อีกหลายๆ คนได้ไหมครับ?"

ลินน์บอกเล่าความคิดของตัวเองให้ลูคฟัง จุดประสงค์หลักก็เพื่อยืนยันความเป็นไปได้ของวิธีการนี้กับผู้เชี่ยวชาญ

ลูคส่ายหน้าทันที "ไม่ได้ครับ โดยทั่วไปแล้วสัญญาการแลกเปลี่ยนความรู้จะมีข้อกำหนดให้เก็บรักษาความลับระหว่างกัน ซึ่งนั่นจะเป็นการป้องกันสถานการณ์ที่คุณพูดถึงไปโดยปริยาย

"แต่คุณก็สามารถเลือกที่จะอนุญาตให้ทั้งสองฝ่ายนำสิทธิบัตรในมือไปเผยแพร่ต่อบุคคลที่สามได้นะ สิ่งนี้อาจจะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายได้ในระยะสั้น แต่มันจะทำให้สิทธิบัตรเวทมนตร์ในมือคุณแพร่หลายและด้อยค่าลงอย่างรวดเร็ว หากมองจากผลตอบแทนโดยรวมแล้ว ถือว่าเป็นผลเสียอย่างแน่นอนครับ"

เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่งเพื่อปล่อยให้ลินน์มีเวลาครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ยต่อ "ผมก็ยังคงแนะนำให้คุณเลือกความร่วมมือรูปแบบที่สองอยู่ดีนะ แม้ว่าเวทมนตร์ของคุณอาจจะไม่ค่อยดึงดูดในตลาดการใช้งานระดับล่างนัก แต่ในฐานะเวทมนตร์บทใหม่เอี่ยมที่มีความรู้ครบถ้วนสมบูรณ์ มันจึงมีศักยภาพที่สูงมากในตลาดระดับกลางและระดับไฮเอนด์"

"พวกผู้ร่ายเวทระดับกลางอย่างจอมเวทอาวุโสหรือจอมเวทชั้นยอดน่ะ พวกเขามีสถานะทางสังคมที่สูงพอ และมักจะมีเงินเหลือเฟือ พวกเขาคงไม่รังเกียจที่จะใช้เงินสำหรับเวทมนตร์วงแหวนที่หนึ่งเพื่อซื้อเวทมนตร์ระดับล่างที่สามารถนำไปยกระดับวงแหวนใช้งานได้หรอกครับ

"แน่นอนว่าเวทมนตร์ระดับล่างอย่างมากก็สามารถยกระดับวงแหวนขึ้นไปได้แค่ระดับกลางเท่านั้น แต่ด้วยความสมบูรณ์แบบของความรู้ด้านเวทมนตร์ที่คุณมี มันอาจมีโอกาสถูกยกระดับไปได้ถึงวงแหวนที่หกเลยด้วยซ้ำ! ซึ่งนี่เป็นเรื่องที่หาได้ยากมากๆ เลยนะ"

ลินน์ตาลุกวาว เขายังไม่เคยนึกถึงทิศทางนี้มาก่อนเลย ไม่น่าเชื่อว่าเวทมนตร์วงแหวนที่หนึ่งซึ่งอาศัยความสมบูรณ์แบบของความรู้จนมีโอกาสยกระดับขึ้นไปในวงแหวนที่สูงกว่าได้นั้น จะสามารถดึงดูดจอมเวทอาวุโสหรือแม้กระทั่งจอมเวทชั้นยอดให้มาซื้อได้ด้วย?

"คุณลูคครับ ถ้าเป็นแบบนี้แล้วล่ะก็ หนังสือเวทมนตร์ควรจะตั้งราคาและวางขายยังไงดีล่ะครับ?"

โดยปกติแล้วคุณภาพของหนังสือเวทมนตร์จะถูกกำหนดโดยปริมาณความรู้ที่ถูกบันทึกเอาไว้ด้วยพลังวิญญาณ และราคาก็จะขึ้นอยู่กับคุณภาพของมัน ลินน์เพียงแค่ไม่ค่อยแน่ใจเกี่ยวกับกลยุทธ์การตั้งราคาและการวางจำหน่ายที่ชัดเจนนัก

ลูคยิ้มพลางกล่าวว่า "ผมขอแนะนำให้ใช้กลยุทธ์แบบขั้นบันไดครับ กำหนดราคาตามตลาดเป็นหลัก ส่วนในเรื่องจำนวนการผลิต หนังสือเวทมนตร์คุณภาพต่ำจะผลิตน้อยกว่าสิบเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ขาดไม่ได้เด็ดขาด จุดประสงค์หลักก็เพื่อให้พวกผู้ร่ายเวทระดับฝึกหัดได้รับรู้ถึงการคงอยู่ของเวทมนตร์บทนี้ ในอนาคตหากพวกเขาสามารถเลื่อนระดับได้ พวกเขาย่อมกลับมาหาซื้ออย่างแน่นอน

"ส่วนคุณภาพระดับกลางจะกินสัดส่วนที่สามสิบเปอร์เซ็นต์ เพราะเมื่อพิจารณาถึงความสมดุลระหว่างต้นทุนและผลกำไรแล้ว กลุ่มเป้าหมายหลักคือผู้ร่ายเวทระดับขั้นต้น

"ส่วนคุณภาพระดับสูงจะเป็นกำลังหลัก โดยจะกินสัดส่วนถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์ กลุ่มเป้าหมายหลักคือผู้ร่ายเวทระดับอาวุโสและระดับชั้นยอด โดยเฉพาะระดับชั้นยอด ผมคิดว่าเราสามารถผลิตหนังสือเวทมนตร์แบบสั่งทำพิเศษ ที่มีความสมบูรณ์ของความรู้เข้าใกล้เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ หรือแม้กระทั่งหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มได้เลยทีเดียว!"

ลินน์กะพริบตาปริบๆ "แล้วอีกสิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลือล่ะครับ?"

ลูคยิ้มออกมา เขาดีใจมากที่ลินน์ตั้งใจฟังสิ่งที่เขาพูด จึงอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า

"ก่อนหน้านี้ผมเคยบอกไปแล้วว่า เวทมนตร์ที่สมบูรณ์แบบและความรู้ด้านเวทมนตร์ที่ครบถ้วนบริบูรณ์นั้น มีมูลค่าที่ไม่อาจประเมินได้สำหรับเหล่านักวิชาการสายวิจัย!

"และยิ่งไปกว่านั้น..." เขาชูนิ้วชี้ขึ้นมา เน้นย้ำด้วยความหมายแฝงลึกซึ้ง "พวกนักวิชาการเฒ่าหัวโบราณเหล่านี้มักจะมีพวกขุนนางคอยให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลังเสมอ ถึงแม้ว่าพวกเขาอาจจะมีเงินติดตัวไม่มากนัก แต่สำหรับสิ่งที่จะสามารถทำให้การวิจัยของพวกเขาบรรลุความก้าวหน้าได้แล้วล่ะก็ พวกเขาก็ไม่เคยขี้เหนียวเลยสักนิดเดียว"

จบบทที่ บทที่ 59 การปรับแต่งระดับไฮเอนด์

คัดลอกลิงก์แล้ว