- หน้าแรก
- พลิกโลกเวทมนตร์เสื่อมสลายด้วยมานาไร้ขอบเขต
- บทที่ 34 เจ้าสาวผมบลอนด์
บทที่ 34 เจ้าสาวผมบลอนด์
บทที่ 34 เจ้าสาวผมบลอนด์
อีไลรีบหันไปมองลินน์ด้วยความซาบซึ้งใจอย่างสุดซึ้งในทันที ส่วนคนอื่นๆ ก็คลายความสงสัยและพากันเห็นด้วยกับความคิดเห็นของลินน์
"ถ้าเป็นเรื่องเขตแดนเวทมนตร์ล่ะก็ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง" อูร์ชิพูดพลางดึงลูกศรประหลาดที่มีลวดลายซับซ้อนสลักอยู่ตรงหัวลูกศรออกมา
"นี่คือ 'ลูกศรทลายเวท' เอาไว้ใช้เจาะทะลวงการปิดกั้นของเขตแดนโดยเฉพาะ"
ลินน์รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ไม่คิดว่าอูร์ชิจะมีของดีแบบนี้อยู่กับตัวด้วย ตามที่เขารู้มา ไอเทมที่ใช้รับมือกับเขตแดนเวทมนตร์มักจะมีแค่ผู้ใช้อาชีพระดับสูงเท่านั้นที่พกติดตัว
ท้ายที่สุดแล้ว สำหรับมือใหม่ไก่อ่อนอย่างพวกเขาก็แทบจะไม่มีโอกาสได้เจอเวทมนตร์ประเภทเขตแดนอยู่แล้ว
ไม่รอช้า ทุกคนต่างก็เริ่มเตรียมตัวกันอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่อูร์ชิลงมือโจมตี ผลการลบล้างตัวตนของ 'เวทไร้รูปร่างไร้เงา' ก็จะหายไปในพริบตา และพวกเขาก็จะเข้าไปอยู่ในระยะการตรวจจับของศัตรู
ลินน์เริ่มจากการรวบรวมพลังสร้าง 'วงแหวนน้ำแข็ง' ออกมาก่อน จากนั้นก็ร่าย 'เวทโล่ป้องกัน' วงแหวนที่หนึ่งเสริมให้กับอีไลที่ดูบอบบางที่สุด
อีไลไม่ได้ปฏิเสธ เธอส่งยิ้มและเอ่ยขอบคุณเขา แต่ความจริงแล้ว การที่เธอมาผจญภัยในป่าเสียงกระซิบย่อมต้องเตรียมตัวมาอย่างดีเยี่ยม บนตัวเธอมีไอเทมเวทมนตร์สำหรับป้องกันทรงพลังอยู่มากกว่าหนึ่งชิ้นเสียด้วยซ้ำ
เมื่อเห็นว่าเพื่อนร่วมทีมเตรียมตัวพร้อมแล้ว อูร์ชิก็ง้างธนูขึ้น ลูกศรทลายเวทพุ่งทะยานแหวกอากาศเสียงดังลั่น ตรงดิ่งไปยังตำแหน่งของผลึกพลังเวทที่ลินน์ตรวจสอบพบเมื่อครู่นี้
ลูกศรพุ่งทะลุผ่านบริเวณนั้นไปได้อย่างไร้สิ่งกีดขวาง
ขณะที่ลินน์กำลังคิดว่าตัวเองอาจจะตรวจสอบพลาด และตรงนั้นแท้จริงแล้วว่างเปล่า จู่ๆ รอยร้าวเล็กๆ นับไม่ถ้วนก็เริ่มลุกลามจากจุดหนึ่งแผ่ขยายออกไปในความว่างเปล่า
เพียงชั่วพริบตา ม่านพลังโปร่งใสก็แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ
ในเสี้ยววินาทีนั้น เสียงลมหวีดหวิว เสียงสัตว์ป่าคำรามต่ำ และเสียงกรีดร้องโหยหวนของมนุษย์ก็ดังระงมขึ้น
กลิ่นเหม็นเน่าชวนให้หายใจไม่ออกปะทะเข้าเต็มหน้า!
บ้าเอ๊ย!
เมื่อลินน์มองเห็นฉากที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าอย่างชัดเจน เขาก็อดไม่ได้ที่จะสบถออกมาในใจ
บนลานกว้างกลางป่า แสงจากเวทมนตร์หลายดวงสาดส่องไปทั่วบริเวณ และภายใต้แสงสว่างนั้นคือภาพความน่าสยดสยองขั้นสุด!
ร่างของสิ่งมีชีวิตจำนวนนับไม่ถ้วนถูกนำมาปูต่อกันจนกลายเป็นวงแหวนเลือดเนื้อขนาดมหึมา
ก็อบลิน หมาป่าเวทมนตร์ วีเซิลยักษ์ หมูป่า หรือแม้แต่ค้างคาว นกฮูก และมอนสเตอร์กับสัตว์ระดับดาวต่ำอื่นๆ แถมยังมีนักผจญภัยอีกหลายคนปะปนอยู่ในนั้น...
ผิวหนังและเนื้อของพวกมันเชื่อมติดกันราวกับหลอมละลายจนแทบจะแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร
มีเพียงการสังเกตจากโครงร่างที่หลงเหลืออยู่และเสียงครวญครางที่ดังไม่ขาดสายจนชวนให้ขนหัวลุกเท่านั้น จึงจะพอแยกแยะสายพันธุ์ของพวกมันได้
ไม่รู้ว่าสภาพแบบนี้ดำเนินมานานแค่ไหนแล้ว พวกมันดูเหมือนใกล้จะสิ้นใจเต็มที แต่ก็ยังคงขยับตัวดิ้นรนไปมาอย่างไม่หยุดหย่อน
เมื่อได้เห็นภาพราวกับขุมนรกนี้ ใบหน้าของอีไลก็ซีดเผือด ส่วนคนอื่นๆ ก็มีสภาพที่ไม่ต่างกันนัก
ลินน์แสร้งทำเป็นใจดีสู้เสือ แต่ในกระเพาะอาหารของเขากลับปั่นป่วนอย่างหนัก
เขาต้องกัดฟันแน่น เพราะกลัวว่าแค่ก้มหน้าลง น้ำดีก็คงพุ่งพรวดออกมาจากปาก
และที่ใจกลางของวงแหวนเลือดเนื้ออันน่าสะพรึงกลัวนั้น บนแท่นหินสูงครึ่งเมตร ก็มีร่างมนุษย์ปกติอีกสองคนอยู่ตรงนั้น
ผู้ชายรูปร่างผอมเพรียวคนหนึ่งกำลังหันหลังให้พวกเขา เขากำลังคุกเข่าข้างหนึ่งอยู่บนแท่นหิน เสื้อผ้าของเขาดูหรูหรา และสิ่งที่ตัดกับผมสีเงินยวงก็คือผิวสีออบซิเดียนที่เผยให้เห็น
"ดาร์คเอลฟ์..." ลินน์จ้องมองใบหูที่ยาวและแหลมของชายคนนั้นเขม็ง รูม่านตาหดเกร็งเล็กน้อย
นั่นคือสัญลักษณ์ของความมุ่งร้าย ความชั่วช้า แผนการร้าย และความอันตราย
ในฐานะฮาล์ฟเอลฟ์ อีไลก็จดจำตัวตนของชายคนนั้นได้ในทันที เธอแทบหยุดหายใจ นัยน์ตาสีเขียวฉายแววโกรธเกรี้ยวออกมาลางๆ
ส่วนคนที่ดาร์คเอลฟ์คนนั้นกำลังหันหน้าเข้าหา คือเด็กสาวผมบลอนด์หน้าตาธรรมดาคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หิน
ร่างของเธอถูกพันธนาการด้วยเถาวัลย์ เสื้อผ้าบนตัวขาดวิ่น บนศีรษะมีผ้าคลุมหน้าสีขาวผืนเล็กๆ คลุมอยู่ สิ่งที่ปลิวไสวไปตามสายลมคือเสียงครางเครือที่แทบจะขาดใจของเธอ
"ชาร์ลอตต์ ชาร์ลอตต์ที่รักของผม รับปากผมเถอะนะ แต่งงานกับผมได้ไหม?" ดาร์คเอลฟ์ชายผู้นั้นพร่ำเพ้อด้วยน้ำเสียงราวกับคนละเมอ
ในมุมที่พวกของลินน์มองไม่เห็น เขาเงยหน้าขึ้น จ้องมองเด็กสาวผมบลอนด์ด้วยสายตาหลงใหล นัยน์ตาสีม่วงเข้มดุจผลองุ่นเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่อย่างลึกซึ้ง
"มะ... ไม่ ปล่อยฉันไป... ขอร้องล่ะ..."
เขาทำราวกับไม่ได้ยินเสียงอ้อนวอนอันแผ่วเบาของเด็กสาว ดวงตาของเขาเบิกกว้าง พร่ำพูดกับตัวเองอย่างดีใจจนแทบคลั่งว่า
"คุณ... คุณตกลงแล้วจริงๆ! เยี่ยมไปเลย! ผมจะจัดงานแต่งงานให้พวกเราเดี๋ยวนี้แหละ!"
เขาหมกมุ่นกับ 'พิธีขอแต่งงาน' นี้มากเสียจนมองข้ามผู้บุกรุกทั้งห้าคนไปเสียสนิท
"อีไล" ลินน์หันไปมองเด็กสาวฮาล์ฟเอลฟ์ข้างกายด้วยความทำตัวไม่ถูก "คนนั้นคือชาร์ลอตต์ เฟนริล ที่คุณตามหาอยู่จริงๆ งั้นเหรอ?"
อีไลที่ยังไม่หายตกใจกับวงแหวนเลือดเนื้อลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ถึงเพิ่งจะเข้าใจสิ่งที่ลินน์ถามเมื่อครู่
เธอรีบปฏิเสธทันควัน "ไม่ใช่ค่ะ นั่นไม่ใช่ชาร์ลอตต์ ฉันเดาว่าเธอน่าจะเป็นหนึ่งในเพื่อนร่วมทีมของคุณทาน่าที่หายตัวไป..."
ยังไม่ทันสิ้นเสียง เลียมก็ง้างธนูแล้ว ลูกศรพุ่งแหวกอากาศตรงดิ่งไปยังดาร์คเอลฟ์คนนั้นอย่างรวดเร็ว
ลินน์แอบร้อง 'ทำได้สวย' ในใจ เมื่อหันไปมอง ก็เห็นว่าลูกศรดอกนั้นเจาะทะลุกะโหลกของเจ้านั่นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
แต่มันจะราบรื่นเกินไปหรือเปล่า?
ทันทีที่เขามีข้อสงสัยนี้ผุดขึ้นมา ก็เห็นดาร์คเอลฟ์คนนั้นกระตุกไปทั้งตัว โดยไม่ได้ส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาเลยแม้แต่น้อย
วินาทีต่อมา ลูกศรที่ปักทะลุหัวของเขาก็อันตรธานหายวับไป
เกิดอะไรขึ้น?
ลินน์หรี่ตาลง จู่ๆ เสียงกรีดร้องโหยหวนอย่างแสนสาหัสก็ดังแว่วเข้ามาในหู
เขาหันไปมองตามเสียง ก็เห็นบักแบร์ตัวล่ำบึ้กนอนหงายอยู่ท่ามกลางวงแหวนเลือดเนื้อ และบนหัวของมันก็มีลูกศรที่อูร์ชิเพิ่งยิงออกไปปักอยู่!
อาการบาดเจ็บถึงตายนั้น ถูกย้ายไปพร้อมกับลูกศรเลยงั้นเหรอ?
อูร์ชิทำหน้าเย็นชาขณะยิงธนูดอกที่สองออกไป พริบตาต่อมา ลูกศรของเขาก็ไปปักอยู่บนไหล่ของหมาป่าเวทมนตร์ตัวหนึ่ง
ลินน์เข้าใจหลักการของปรากฏการณ์ประหลาดนี้ได้ในทันที...
วงแหวนเลือดเนื้อนั้นเชื่อมโยงกับดาร์คเอลฟ์ผู้ทำพิธีกรรมด้วยวิธีที่แปลกประหลาดบางอย่าง การโจมตีใดๆ ก็ตามที่สร้างความเสียหายให้กับเขา จะถูกย้ายไปให้สิ่งมีชีวิตที่อยู่ภายในวงแหวนในชั่วพริบตา!
ทว่าบักแบร์ที่มีลูกศรปักอยู่บนหัวกลับยังไม่ตายทันที มันยังคงนอนรอความตายอย่างทรมานเช่นเดิม
ลินน์รู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที พิธีกรรมนี้ดูเหมือนจะประหลาดเกินไปหน่อยแล้ว
ในตอนนั้นเอง ดาร์คเอลฟ์ก็รู้สึกตัวในที่สุด เขาลุกขึ้นยืนตัวสั่นเทา
ใบหน้าอันหล่อเหลางดงามที่สืบทอดสายเลือดเอลฟ์ของเขาบิดเบี้ยวจนน่าเกลียด นัยน์ตาสีม่วงลุกโชนไปด้วยไฟโทสะ
"พวกแมลงวันน่ารำคาญ!" เขากัดฟันกรอด แผดเสียงคำรามออกมาทีละคำ เส้นเลือดบนหน้าผากปูดโปน "พวกแกกล้าดียังไงมาขัดจังหวะงานแต่งของฉันกับชาร์ลอตต์ ฉันจะฆ่า... ฆ่าพวกแกให้หมด!"
สิ้นเสียงคำรามด้วยความโกรธแค้น วงแหวนเลือดเนื้อก็เริ่มดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง เสียงครวญครางของสิ่งมีชีวิตนานาชนิดก็ดังระงมรุนแรงยิ่งขึ้น
พรวด! พรวด! พรวด!
เลือดสีดำที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่าพุ่งกระฉูดออกมาจากก้อนเนื้อที่หลอมละลายเพียงครึ่งเดียว ก่อตัวเป็นห่าฝนสีดำทึบบนท้องฟ้า แล้วสาดซัดเข้าใส่ทั้งห้าคนในพริบตา!
ในขณะเดียวกัน พลังวิญญาณของลินน์ก็ปั่นป่วนอย่างหนัก เขาสัมผัสได้เลยว่าเลือดสกปรกเหล่านั้นมีอันตรายถึงขีดสุด!
หากสัมผัสโดนตัวเข้า พวกเขาอาจถูกปนเปื้อน กัดกร่อน และค่อยๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของวงแหวนเลือดเนื้อนั่น!
ในชั่วพริบตานั้น เขาพยายามรีดเค้นพลังวิญญาณอย่างสุดชีวิต เพื่อกระตุ้น 'เวทโล่ป้องกันยกระดับวงแหวน' ที่ผู้เฒ่าบาร์ตันมอบให้เขา
เมื่อดูจากระดับความชั่วร้ายของเลือดสกปรกเหล่านั้น มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะปกป้องตัวเขาและเพื่อนร่วมทีมได้!
เมื่อเห็นเลือดสกปรกสาดซัดลงมาราวกับห่าฝนศร ทุกคนก็เตรียมรับมือราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ แต่ต่อให้เป็นเลียมที่เคลื่อนไหวได้ปราดเปรียวที่สุด ก็ไม่อาจหลบหนีออกจากพื้นที่นั้นได้ทัน
ไม่มีทางให้หลบเลี่ยง!
เมื่อประเมินสถานการณ์ได้แล้ว พวกเขาก็ล้มเลิกความคิดที่จะหลบหลีก เลียม ซิลิน และอูร์ชิ ซึ่งเป็นนักผจญภัยรุ่นเก๋าและผู้อาวุโสกว่าต่างยืนหยัดปกป้องลินน์และอีไลไว้ด้านหลังอย่างแน่วแน่
ส่วนอีไลก็ไม่รู้ว่าหยิบแผ่นหินสีขาวนวลที่ดูเปราะบางออกมาถือไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เธอกำลังออกแรงบีบมันให้แตกละเอียด
ทันใดนั้นเอง ดวงจันทร์กลมโตสีขาวบริสุทธิ์เหนือศีรษะของพวกเขาก็สาดแสงสว่างเจิดจ้าไร้ที่สิ้นสุดลงมา
แสงสว่างนั้นราวกับปาฏิหาริย์ที่ร่วงหล่นจากฟากฟ้า มันโอบล้อมทั้งห้าคนรวมถึงเลือดสกปรกที่สาดซัดเข้ามาเอาไว้ด้วยกัน
เพียงชั่วพริบตา เลือดสกปรกเหล่านั้นก็ละลายหายวับไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับหิมะที่ถูกแสงอาทิตย์แผดเผา
พร้อมกันนั้น เสียงผิวปากดังกังวานใสก็ดังมาจากที่สูง
ลินน์เงยหน้าขึ้นมอง และพลันพบว่ามีดวงตาสีเขียวเรืองแสงหลายคู่กำลังส่องประกายขึ้นมาอย่างเงียบเชียบตามโขดหินเหนือหุบเขา