- หน้าแรก
- จุดเริ่มต้นของเซียนเริ่มจากหม้อน้อยใบหนึ่ง
- ตอนที่ 47: สมบัติยันต์
ตอนที่ 47: สมบัติยันต์
ตอนที่ 47: สมบัติยันต์
ตอนที่ 47: สมบัติยันต์
“ขอบคุณ”
หวังฝูตอบรับผ่านจิตเทวะ จากนั้นจึงสังเกตเห็นว่าอาวุธวิเศษโจมตีสองชิ้นของถานซานหยวนกำลังพุ่งเข้ามาหาซึ่งอยู่ไม่ไกล
เขารีบใช้งานกระบี่ธารแสงกับกรวยมังกรปฐพีเพื่อรับมือ แต่ต่งซินลงมือก่อนด้วยการส่งอาวุธวิเศษขั้นสูงสุดสองชิ้นออกไปรับหน้า
“ศิษย์พี่ ข้าจัดการเอง ท่านใช้ยันต์เพื่อป้องกันการลอบโจมตีของซุนเลี่ยงที”
อาวุธวิเศษสี่ชิ้นเข้าปะทะกันกลางอากาศขณะความผันผวนพลังวิญญาณโหมกระหน่ำไปมา หวังฝูมองดูฉากนี้ก่อนจะเข้าใจว่าต่งซินกังวลว่าอาวุธวิเศษของเขาจะขั้นต่ำเกินไปจนไม่สามารถรับมือได้
“หญิงสาวผู้นี้ไม่ทราบว่าเรามีจิตเทวะขอบเขตกลั่นลมปราณระดับสิบสาม แต่แบบนั้นคงดีกว่า ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากเปิดเผยเท่าไหร่” หวังฝูครุ่นคิดกับตัวเอง เมื่อครู่เขาใช้เพียงจิตเทวะขอบเขตกลั่นลมปราณระดับสิบเอ็ดเพื่อควบคุมอาวุธวิเศษโจมตีไช่หลานเท่านั้น
จิตเทวะขอบเขตกลั่นลมปราณระดับสิบสามคือหนึ่งในไพ่ตายของเขา
“ข้าขอดูหน่อยว่าซุนเลี่ยงอยู่ไหน”
หากมีต่งซินคอยรับมือ หวังฝูย่อมไม่ต้องกังวลเรื่องถานซานหยวน ถึงอย่างไรหญิงสาวคนนี้มีอาวุธวิเศษขั้นสูงสุดสองชิ้นอยู่ในมือ ดังนั้นต่อให้การฝึกฝนจะแย่กว่าเล็กน้อยก็สามารถช่วยชดเชยได้ ตอนนี้เขาเพียงอยากตามหาซุนเลี่ยงเท่านั้น หมอนี่กำลังซ่อนตัวอยู่ในความมืด ดังนั้นจึงต้องระแวดระวังอยู่ตลอด
จิตเทวะขอบเขตกลั่นลมปราณระดับสิบสามมองไปยังทิศทางที่ไช่หลานเตือน
แล้วเงาเลือนรางร่างหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงนั้นจึงปรากฏ
“นั่งตรงภูเขาดูเสือต่อสู้กัน [1] หรือ? เหอะเหอะ…” หวังฝูเย้ยหยัน แล้วยันต์จึงทะลวงลงไปในดินใต้เท้า หวังฝูทำการควบคุมพวกมันให้ล้อมรอบซุนเลี่ยง “ข้าจะระเบิดเจ้าก่อน ในเมื่อคิดจะฆ่าข้าก็อย่าหวังว่าข้าจะปรานี”
ด้วยวิญญาณยันต์ของ “คัมภีร์ยันต์สวรรค์” ในร่างกาย หวังฝูจึงทำการควบคุมยันต์ได้ง่ายดายประหนึ่งใช้แขนและนิ้ว ไม่ว่าจิตเทวะไปที่ใด ยันต์ก็เคลื่อนไปที่นั่น
ตูม!
ยันต์ระเบิดครั้งแล้วครั้งเล่าขณะเปลวไฟพวยพุ่งและแผดเผาอย่างรุนแรง เพียงพริบตา สถานที่ที่ซุนเลี่ยงซ่อนตัวอยู่จึงกลายเป็นทะเลเพลิง
ทว่าหวังฝูไม่ได้เผยสีหน้ามีความสุขแต่อย่างใด เขาเห็นโล่แสงทองอันหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ในทะเลเพลิง ซึ่งตัวซุนเลี่ยงอยู่ภายในโล่แสงดังกล่าว
“อาวุธวิเศษป้องกันขั้นสูงสุด” หวังฝูต้องยอมรับว่าลูกหลานของตระกูลใหญ่เหล่านี้ช่างมีวาสนาเหลือเกิน หากมีอาวุธวิเศษป้องกันขั้นสูงสุดนี้เป็นกระดองเต่า ย่อมเป็นเรื่องยากยิ่งที่จะสังหารซุนเลี่ยงได้ โอกาสเดียวคือต้องใช้พลังวิญญาณทั้งหมด
“หมอนี่ต้องมีอาวุธวิเศษโจมตีขั้นสูงสุดติดตัวแน่ ต้องระวังตัวเอาไว้ โอกาสเดียวคือต้องกระหน่ำโจมตีด้วยยันต์แบบไม่มีพักต่อไป”
หวังฝูยื่นมือออกไปแล้วสะบัด เมื่อนั้นยันต์จึงถูกขว้างออกไปประหนึ่งของไม่มีต้นทุน ประกอบด้วยยันต์โจมตีห้าธาตุพื้นฐานอย่างทองไม้น้ำไฟดิน รวมถึงแสงทอง กรวยไม้ ระเบิดน้ำ ลูกไฟ หนามดิน… แม้พวกมันต่างเป็นยันต์ระดับหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นยันต์ขั้นสูงระดับหนึ่ง แต่ละใบทรงพลังเทียบเท่าวิชาที่ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับสิบถึงสิบเอ็ดใช้ การโจมตีกระหน่ำเข้าไปในพื้นที่นี้ครั้งแล้วครั้งเล่า มันรุนแรงมากพอจนแทบจะพลิกแผ่นดินขึ้นมาได้
ต่งซินตกตะลึง
“ศะ ศิษย์พี่… ปรมาจารย์ยันต์ทุกคนเป็นแบบนี้หรือ…”
“ไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นยังไง แต่ข้าเป็นแบบนี้แหละ” หวังฝูหัวเราะคิกคัก
ต่งซินตกตะลึง แล้วจิตเทวะของนางในการควบคุมอาวุธวิเศษขั้นสูงสุดใกล้จะพังทลาย ทำให้อาวุธวิเศษของถานซานหยวนขยับเข้ามาใกล้พวกเขาอีกสองถึงสามคืบ
“ศิษย์น้องหญิงต่ง ตั้งใจจัดการศัตรูหน่อย” หวังฝูเตือนทันที ต่งซินพยักหน้าซ้ำไปมาขณะกินยาเม็ดฟื้นฟูพลังวิญญาณเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง จากนั้นจึงเทน้ำขวดหนึ่งเข้าปากจนมันพองขึ้นเล็กน้อย
หวังฝูไม่มีอารมณ์มาชื่นชมรูปลักษณ์ขบขันของหญิงสาวผู้นี้ คำเตือนต่อมาของไช่หลานทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ เขาพอจะคาดเดาได้ว่าเหตุใดไช่หลานจึงให้การช่วยเหลือ เหตุผลไม่ใช่อื่นใดนอกจากเขาเป็นคนเอาโคมดอกบัวออกมาเพื่อทำให้นางแก้แค้นได้สำเร็จ
ส่วนเหตุใดก่อนหน้านี้ไช่หลานถึงเต็มไปด้วยจิตสังหารกับความมุ่งร้าย หวังฝูยังไม่อาจเข้าใจได้
“ผู้มีพระคุณ คนผู้นั้นกำลังใช้งานบางสิ่งที่ทรงพลัง อันตรายมาก…”
“ลักษณะเป็นแบบไหนหรือ?” หวังฝูถาม
“บางอย่างที่เหมือนกับกระดาษที่ผู้มีพระคุณใช้ แต่เป็นสีทอง”
“กระดาษยันต์สีทอง...” หวังฝูขมวดคิ้ว “สมบัติยันต์” เขานึกถึงยันต์ที่อวิ๋นหนิงซวงเคยใช้มาก่อนทันที
เอาชนะไม่ได้แน่
หวังฝูมองต่งซินที่อยู่ด้านข้างด้วยความรู้สึกลังเลเล็กน้อย
หากซุนเลี่ยงใช้สมบัติยันต์ พวกเขาย่อมไม่สามารถขัดขืนได้อย่างแน่นอน แต่ถ้าต่งซินมีสมบัติยันต์ก็ไม่แน่ แต่ดูแล้วไม่น่าจะเป็นไปไม่ได้ ตระกูลต่งไม่ได้มั่งคั่งและมีอำนาจเหมือนอย่างตระกูลซุน พวกเขาไม่มีบรรพชนขอบเขตปราณทองแต่อย่างใด
“ถึงเราจะหลบหนีได้ แต่ต่งซิน…”
โชคดีที่ไช่หลานคล้ายกับมีความคิดบางอย่าง นางเอ่ยคำออกมา “ผู้มีพระคุณ ข้าฟื้นตัวได้มากพอสมควรแล้ว น่าจะพอช่วยท่านได้”
“โห?” หวังฝูบังเกิดความยินดี
“ข้ามีวิธีทำให้จิตเทวะของคนผู้นั้นสั่นสะท้านได้ รอเพียงหนึ่งอึดใจแล้วผู้มีพระคุณค่อยทำการโจมตีเขา” ไช่หลานเอ่ยคำ
“ได้” หวังฝูใช้พละกำลังทั้งหมดเพื่อควบคุมกรวยมังกรปฐพีโจมตีซุนเลี่ยงผู้กำลังซ่อนตัวอยู่ในโล่แสงทอง คราวนี้เขาไม่ได้ออมกำลังขณะใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดเพื่อปลดปล่อยจิตเทวะขอบเขตกลั่นลมปราณระดับสิบสามออกมา
กรวยมังกรปฐพีกลายเป็นธารแสงก่อนจะกระแทกเข้าใส่โล่แสงทอง
เกิดเสียงคำรามสนั่นหวั่นไหว
หวังฝูกลืนยาเม็ดฟื้นฟูวิญญาณก่อนจะกระหน่ำโจมตีสุดกำลัง
กรวยมังกรปฐพีหมุนอย่างบ้าคลั่งขณะปล่อยประกายไฟออกมา
คราวนี้ซุนเลี่ยงที่อยู่ในโล่แสงทองเย้ยหยันออกมา “เจ้ามันคนบ้านนอกเหลือเกิน อยากทะลวงอาวุธวิเศษป้องกันขั้นสูงสุดของข้ากำไลหยกทองงั้นหรือ? เหอะเหอะ… เมื่อข้าใช้อาวุธวิเศษชิ้นนี้ มันก็ถึงคราวตายของเจ้าแล้ว ถานซานหยวนก็ไม่เว้นเช่นกัน”
เขาไม่เคยคิดที่จะปล่อยให้ถานซานหยวนมีชีวิตรอดอยู่แล้ว ไม่มีใครสามารถเอาของของเขาไปได้
“เหอะ หากไม่ใช่เพราะความจริงที่ยันต์พวกนั้นใช้พลังวิญญาณของข้ามากเกินไป ป่านนี้คงใช้สมบัติยันต์ไปได้แล้ว โชคยังดีที่มันใกล้เสร็จแล้ว ใกล้แล้ว…”
ซุนเลี่ยงยิ้มเยาะ เขาครุ่นคิดเอาไว้หมดแล้ว หลังจากฆ่าถานซานหยวนและพวกหวังฝูอีกสองคน เขาจะไม่เก็บคนจากหมู่บ้านเริ่นเจียเอาไว้ ถึงอย่างไรเขาก็เล่นกับสาวงามที่สุดไปถึงสี่คนแล้ว จึงไม่มีค่าอะไรต้องมาสนใจอีก พอถึงเวลากลับสำนัก เขาจะกลายเป็นวีรชนผู้กำจัดภูตผีชั่วร้ายและล้างแค้นให้กับหมู่บ้านเริ่นเจียและศิษย์ร่วมสำนัก
“ฮ่าฮ่าฮ่า…”
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขาจึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา แต่วินาทีต่อมาก็เกิดปวดหัวขึ้นมากะทันหัน จากนั้นจิตเทวะจึงอ่อนกำลังและพร่ามัว ไม่เพียงแต่พลังวิญญาณที่ถ่ายทอดไปยังสมบัติยันต์ถูกหยุดเอาไว้เท่านั้น แต่แม้กระทั่งกำไลหยกทองซึ่งเป็นอาวุธวิเศษป้องกันขั้นสูงสุดยังกลับมาที่ข้อมือเพราะไม่มีจิตเทวะคอยควบคุมอีกด้วย
ฟิ่ว!
แสงสีเหลืองสายหนึ่งวูบไหว แล้วจิตเทวะของเขาจึงกลับคืนมา แต่รูหนึ่งกลับปรากฏที่หน้าอกขณะโลหิตยังคงไหลออกมา
“ไม่…”
เมื่อกรวยมังกรปฐพีกลับมา รูขนาดใหญ่จึงปรากฏขึ้นที่หัวของเขาก่อนจะถึงแก่ความตายในทันที
ลูกหลานที่ซุนเฉียนรักใคร่มากที่สุดล้มลงกับพื้น
หวังฝูถอนหายใจด้วยความโล่งอกขณะคว้ายันต์จากอากาศธาตุแล้วเก็บใส่กระเป๋า ส่วนเรื่องอื่นไว้หารือกันหลังจากจัดการถานซานหยวนแล้ว
ยันต์ ยันต์วิญญาณโจมตีและยันต์วิญญาณพันธนาการพุ่งออกจากถุงเก็บของขณะกลายเป็นกระบี่คมปลาบ จากนั้นจึงพุ่งเข้าหาถานซานหยวนอย่างราบรื่น
ถานซานหยวนเริ่มคิดที่จะถอยแล้วเมื่อเห็นซุนเลี่ยงล้มลง ทว่ายันต์เคลื่อนไหวเร็วกว่า ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงดึงอาวุธวิเศษโจมตีสองชิ้นกลับมาแล้วใช้พละกำลังทั้งหมดเพื่อใช้งานอาวุธวิเศษป้องกันขั้นสูงหนึ่งชิ้นเพื่อขัดขืนการกระหน่ำโจมตีของยันต์
ในเวลาเดียวกัน เขาหยิบยันต์ป้องกันออกมาเพื่อเสริมการป้องกันให้ตัวเองอีกหนึ่งชั้น
“ศิษย์น้องหวัง ศิษย์น้องหญิงต่ง มาคุยกันก่อน…”
ขณะมองทั้งสองที่โอบล้อมเข้ามา ถานซานหยวนก็หน้าซีดประหนึ่งคนตายขณะทำได้เพียงร้องขอความเมตตาจากพวกเขาเท่านั้น เขาไม่คาดคิดว่าการลอบโจมตีของซุนเลี่ยงจะไม่ได้ผล แถมไม่คาดคิดอีกด้วยว่าซุนเลี่ยงจะตายไวโดยไม่มีการกล่าวเตือนขนาดนั้น ทำให้แผนเดิมอันไร้ที่ติกลับล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง
“ศิษย์พี่หวัง อย่าไปฟังผู้ชายคนนี้ ฆ่ามันซะ” ต่งซินเต็มไปด้วยจิตสังหารด้วยเกรงว่าหวังฝูจะใจอ่อน
หวังฝูรู้สึกขบขันเล็กน้อย เขาไม่ใช่คนใจอ่อนอยู่แล้ว ถึงอย่างไรเขาก็เคยฆ่าคนตอนอยู่สำนักชั้นนอกมากับมือ
“ศิษย์น้องหญิงต่งไม่ต้องห่วง วันนี้คือวันตายของเขา”
[1]: นั่งมองคนอื่นทะเลาะกันจากด้านข้างเพื่อรอโอกาสเก็บเกี่ยวผลประโยชน์