- หน้าแรก
- จุดเริ่มต้นของเซียนเริ่มจากหม้อน้อยใบหนึ่ง
- ตอนที่ 46: เข็มไร้เงา
ตอนที่ 46: เข็มไร้เงา
ตอนที่ 46: เข็มไร้เงา
ตอนที่ 46: เข็มไร้เงา
หวังฝูรีบอัญเชิญโล่เกราะดำเพื่อทำหน้าที่ปกป้อง ส่วนต่งซินกับถานซานหยวนอัญเชิญอาวุธวิเศษป้องกันมาปกป้องตัวเองเช่นกัน
พลังจิตเทวะของขอบเขตกลั่นลมปราณเพียงแข็งแกร่งพอจะควบคุมอาวุธวิเศษพร้อมกันได้มากสุดสองชิ้น ด้วยเหตุนี้พวกเขาทั้งสามจึงไม่อัญเชิญอาวุธวิเศษโจมตีออกมาสองชิ้นโดยตรง หากทำการอัญเชิญอาวุธวิเศษโจมตีออกมาสองชิ้นแล้วก็จะไม่สามารถป้องกันได้เหมือนอย่างตอนนี้ไม่ใช่หรือ?
ส่วนอาวุธวิเศษที่ถานซานหยวนใช้ในตอนแรกถูกกัดกร่อนโดยกลิ่นอายชั่วร้ายของภูตผีชั่วร้ายไช่หลานก่อนจะตกลงสู่พื้นแล้วสูญสิ้นพลัง
หอกภูตผีกระแทกเข้าใส่โล่เกราะดำของหวังฝูจนเกิดเสียงดังสนั่น แต่โชคยังดีที่มันป้องกันเอาไว้ได้ นอกจากคลื่นกระแทกรุนแรงแล้ว หวังฝูก็ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร มันทำให้เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอกก่อนจะเอายันต์มังกรเหลืองมาอยู่ตรงหว่างนิ้ว
“ศิษย์น้องหวัง ศิษย์น้องหญิงต่ง การโจมตีของภูตผีชั่วร้ายตนนี้ไม่แข็งแกร่งขนาดนั้น แต่การที่ไม่สามารถใช้อาวุธวิเศษโจมตีพร้อมกันสามชิ้นเพื่อปิดฉากได้เป็นเพราะวิธีการโจมตียังไม่ดีพอ ข้าคิดว่าพวกเราควรใช้อาวุธวิเศษโจมตีพร้อมกันสองชิ้นเพื่อฆ่ามัน” ถานซานหยวนเก็บอาวุธวิเศษป้องกันแล้วใช้อาวุธวิเศษโจมตีอีกชิ้น
นี่คืออาวุธวิเศษขั้นสูงรูปทรงกริช
หวังฝูขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นเช่นนี้ การใช้งานอาวุธวิเศษโจมตีสองชิ้นย่อมหมายความว่าไร้การปกป้องจากอาวุธวิเศษป้องกัน แบบนี้นับว่าอันตรายต่อผู้ฝึกตนอ่อนแออย่างพวกเขามาก แม้จะมียันต์มังกรเหลืองคอยปกป้องอยู่กับตัว แต่ก็ถือว่าเสียการป้องกันไปหลายส่วนเช่นกัน
ทว่าหากถานซานหยวนยืนกรานจะให้ทำเช่นนั้นแถมยังเป็นคนเปิดก่อนใคร แล้วเขากลับไม่ยอมทำตามอีกฝ่าย นั่นอาจเป็นการสร้างความไม่พอใจกับอีกฝ่ายได้
“ศิษย์พี่ถาน หากมีใครมาโจมตีพวกเราตอนนี้ เกรงว่า…” ต่งซินเปิดเผยความกังวลออกมาจนทำให้หวังฝูต้องมองนางใหม่ หญิงสาวผู้นี้เป็นคนตรงไปตรงมา นางพูดในสิ่งที่ต้องการและอยากทำในสิ่งที่คิด
“ศิษย์น้องหญิงต่งไม่ต้องห่วง ไม่มีคนอื่นอยู่ที่นี่ หากพวกเราใช้อาวุธวิเศษหกชิ้นโจมตีพร้อมกัน ภูตผีชั่วร้ายจะต้องหายไปอย่างแน่นอน แถมพวกเรายังมียันต์คอยให้การปกป้องอยู่ ไม่ต้องห่วง” ถานซานหยวนมีสีหน้าวางใจ จากนั้นอาวุธวิเศษขั้นสูงรูปทรงกริชก็สำแดงเดช
อาวุธวิเศษสี่ชิ้นทำให้ภูตผีชั่วร้ายไช่หลานเสียเปรียบในทันที ทำให้มันไม่มีพลังงานจะสร้างหอกภูตผีขึ้นมาอีกต่อไป
“ศิษย์พี่คิดเห็นเช่นไร?” ต่งซินชำเลืองมองมาทางหวังฝูแล้วกระซิบ “ความเร็วของยันต์ไม่มากเท่าอาวุธวิเศษ หากมีใครโจมตีพวกเราจริงคงจะอันตรายไม่ใช่น้อย”
“ช่วยไม่ได้หรอก ศิษย์พี่ถานอัญเชิญอาวุธวิเศษโจมตีสองชิ้นแล้ว” หวังฝูส่ายหน้าขณะใช้กระบี่ธารแสงซึ่งเป็นหนึ่งในสองอาวุธวิเศษขั้นกลางที่ได้มาจากตำหนักกิจการทั่วไปของสำนักชั้นในตอนไปถึงขอบเขตกลั่นลมปราณระดับสิบ
ขณะมองกระบี่เงินที่ลอยอยู่ตรงหน้าหวังฝู ต่งซินก็ยิ่งรู้สึกประหลาดใจ
“ศิษย์พี่ ท่าน… ไม่มีอาวุธวิเศษขั้นสูงหรือ?”
“ไม่มี” หวังฝูกางแขน ในฐานะผู้สร้างยันต์ผู้อยู่ในตำหนักยันต์ล้ำเลิศทั้งวัน เขาจึงไม่เคยคิดที่จะซื้ออาวุธวิเศษทรงพลัง ซึ่งก่อนมาทำภารกิจก็ได้ซื้อเพียงกรวยมังกรปฐพีกับโล่เกราะดำเท่านั้น
“น่าเสียดายที่ข้าใช้อาวุธวิเศษหมดแล้ว ไม่งั้นคงให้ศิษย์พี่ยืมหนึ่งชิ้นแล้ว” ต่งซินแลบลิ้นขณะหยิบอาวุธวิเศษขั้นสูงอีกชิ้นออกมาแล้วลอยขึ้นไปในอากาศธาตุ
แค่ได้ดูยังทำให้หวังฝูน้ำลายไหล
ช่างเป็นหญิงสาวที่มั่งคั่งนัก
อาวุธวิเศษทั้งหกเข้าโจมตี ทำให้ภูตผีชั่วร้ายไช่หลานพลันรู้สึกกดดัน มันหลบหนีจากอันตรายได้อย่างหวุดหวิดขณะรวบรวมปราณภูตผีทั้งหมดเพื่อต้านทานการโจมตีของอาวุธวิเศษ แต่มันก็ทำได้เพียงป้องกันเท่านั้น ส่วนจะถูกกำจัดตอนไหนก็อยู่ที่เวลา
“ศิษย์น้องหญิงต่ง จงใช้ความแข็งแกร่งทั้งหมดที่มีเพื่อใช้งานอาวุธวิเศษขั้นสูงสุด” ถานซานหยวนเอ่ยคำเสียงต่ำ ส่วนหวังฝู… เขาไม่สนใจแต่อย่างใด
ถานซานหยวนขยับมือเพื่อสร้างผนึกขณะพลังวิญญาณไหลออกมาอย่างบ้าคลั่ง แล้วอาวุธวิเศษขั้นสูงสุดดาบยาวจึงส่องแสงคมปลาบ ทำให้เกิดแสงดาบทั่วร่างก่อนจะเชือดเฉือนกลิ่นอายภูตผีรอบข้างภูตผีชั่วร้ายไช่หลานไปถึงร้อยละสิบโดยตรง
ต่งซินไม่น้อยหน้าเช่นกัน อาวุธวิเศษขั้นสูงสุดสองชิ้นปลดปล่อยความสามารถพิเศษออกมาทีละชิ้น แล้วกลิ่นอายภูตผีรอบข้างภูตผีชั่วร้ายไช่หลานจึงลดลงไปอีกราวร้อยละยี่สิบ
“ควรค่าแก่การเป็นอาวุธวิเศษขั้นสูงสุดเหลือเกิน ช่างทรงพลังยิ่งนัก แต่ถึงแม้จะทรงพลัง แต่ก็ใช้พลังงานเป็นจำนวนมาก ด้วยระดับการฝึกฝนขอบเขตกลั่นลมปราณระดับสิบเอ็ดของต่งซิน เกรงว่าถ้าใช้อีกรอบก็คงหมดสิ้นซึ่งเรี่ยวแรงแล้ว” หวังฝูวิเคราะห์ในใจ
ตามที่คาดไว้ ใบหน้าของต่งซินซีดลงมาก
“ศิษย์น้องหญิงต่ง ลงมืออีกรอบ… อีกแค่ครั้งเดียว ข้าก็จะสามารถทำลายภูตผีชั่วร้ายตนนั้นได้หมดสิ้น” ถานซานหยวนตะโกน
ต่งซินกัดฟันขณะรวบรวมจิตเทวะไปที่อาวุธวิเศษรูปทรงปิ่นปักผม นางไม่ใช่คนโง่ที่จะมาใช้พลังวิญญาณจนหมดสิ้นได้
พวกเขาทั้งสองใช้งานอาวุธวิเศษขั้นสูงสุดอีกครั้ง แล้วกลิ่นอายภูตผีรอบข้างภูตผีชั่วร้ายไช่หลานก็ลดลงไปอีกร้อยละยี่สิบ
“กรี้ด…”
เสียงกรีดร้องน่าเวทนาดังออกมาจากปากของไช่หลาน มันดูเหมือนกับกำลังจะยอมแพ้ขณะกลิ่นอายภูตผีรอบข้างลดลงไปมาก
ตอนนี้ถานซานหยวนเผยสีหน้าประหลาดใจขณะขอให้หวังฝูกับต่งซินโจมตีสุดกำลัง แน่นอนว่าพวกเขาทั้งสองไม่ได้เกียจคร้านขณะทำการโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่า ทว่าตอนนี้เสียงผู้หญิงอ่อนแรงจึงลอยเข้าหูของหวังฝู
มันช่างคุ้นเคยนัก
“ผู้มีพระคุณโปรดระวัง”
หวังฝูตกตะลึง เขาต้องใช้เวลาสักพักจึงจะนึกออกว่าเป็นเสียงของไช่หลาน
จากนั้นเขาไม่คิดให้มากความขณะขยับนิ้วเล็กน้อยเพื่อใช้งานยันต์มังกรเหลืองสองใบ ใบหนึ่งให้ต่งซินที่อยู่ข้างกาย ส่วนอีกใบใช้ปกป้องตัวเอง
ติ๊ง! ติ๊ง!
เมื่อยันต์มังกรเหลืองเพิ่งสำแดงผลจนสร้างโล่แสงลวดลายมังกรเหลืองขึ้นมา เสียงคมชัดทั้งสองจึงดังขึ้นในหมู่ แล้วยันต์มังกรเหลืองจึงสั่นไหวจนสูญเสียพลังไปเล็กน้อย
“ฝีมือใคร…”
หวังฝูมองอาวุธวิเศษรูปทรงเข็มสองเล่มที่กระแทกเข้าใส่โล่แสงลวดลายมังกรจนเกิดอาการสั่นสะท้านถึงขั้นหลั่งเหงื่อเย็นออกมา อีกแค่นิดเดียว อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น หากไม่ได้ยินเสียงเตือนจนใช้ยันต์มังกรเหลืองทันเวลา เมื่อครู่เขากับต่งซินคงกลายเป็นภูตผีไปแล้ว
ต่งซินตระหนักได้ในเวลาต่อมาก่อนจะเรียกอาวุธวิเศษขั้นสูงสุดรูปทรงปิ่นปักผมที่ใช้โจมตีภูตผีชั่วร้ายไช่หลานมาโจมตีอาวุธวิเศษรูปทรงเข็มสองเล่มที่กำลังโจมตีเข้ามา
อาวุธวิเศษรูปทรงเข็มนี้เป็นอาวุธวิเศษขั้นสูง มันถูกซ่อนเร้นจนยากที่จะตรวจจับได้ เมื่อถูกอาวุธวิเศษรูปทรงปิ่นปักผมโจมตีก็หมองหม่นจนเสียพลังอย่างรวดเร็ว
“อาวุธวิเศษตระกูลซุน เข็มไร้เงา” ต่งซินกัดฟัน นางทราบว่าหากศิษย์พี่หวังฝูไม่ลงมือ เกรงว่าคงถึงฆาตไปแล้ว
เมื่อคิดได้ดังนี้ นางจึงมองหวังฝูด้วยสีหน้าขอบคุณและมุ่งมั่น
“อาวุธวิเศษตระกูลซุน หรือว่า…” ใบหน้าของหวังฝูมืดมนขณะหันไปมองถานซานหยวน
แต่ถานซานหยวนกลับมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร แล้วอาวุธวิเศษสองชิ้นที่เดิมใช้โจมตีภูตผีชั่วร้ายไช่หลานจึงหันมาทางเขาในทันที
“ศิษย์น้องหญิงต่ง ดูเหมือนว่าศิษย์พี่ถานซานหยวนจะสมคบคิดกับซุนเลี่ยง เกรงว่าเขาอยากฆ่าพวกข้าที่นี่” หวังฝูเอ่ยคำขณะดึงอาวุธวิเศษสองชิ้นกลับมา ส่วนไช่หลาน ไม่มีใครให้ความสนใจชั่วขณะ
“ข้าก็นึกอยู่ว่ามีบางอย่างผิดปกติกับเขา” ฟันสีเงินของต่งซินกระทบเข้าหากันขณะดวงตากลมโตที่คลอด้วยน้ำตาเต็มไปด้วยโทสะ จากนั้นจึงคล้ายกับนึกบางอย่างขึ้นได้ก่อนจะเอ่ยคำอย่างแผ่วเบา “ศิษย์พี่ ตระกูลซุนมีวิชาที่ชื่อว่าวิชาไร้เงาซึ่งเอาไว้ใช้คู่กับวิชาเข็มไร้เงาได้อย่างน่าอัศจรรย์ ซุนเลี่ยงที่โจมตีพวกเราจะต้องซ่อนตัวอยู่แถวนี้แน่ เพราะงั้นระวังด้วย”
“ได้ ศิษย์น้องหญิงเก็บยันต์มังกรเหลืองสองใบนี้เอาไว้ใช้ในอนาคต” หวังฝูพยักหน้าขณะหยิบยันต์มังกรเหลืองอีกสองใบแล้วส่งให้ต่งซิน
ต่งซินหน้าแดงขณะเอ่ยขอบคุณอย่างแผ่วเบา “ขอบคุณศิษย์พี่”
“ศิษย์น้องหญิงต่ง อย่าคิดเรื่องอื่น แค่ผ่านอุปสรรคตรงหน้าให้ได้ก่อน” หวังฝูลำบากใจเล็กน้อย
โชคดีที่เสียงของไช่หลานดังขึ้นอีกครั้ง หวังฝูจึงทราบว่าอีกฝ่ายกำลังสื่อสารกับเขาผ่านการเชื่อมต่อของยันต์ชักนำภูตผี
“ผู้มีพระคุณโปรดระวัง อีกคนอยู่ห่างจากท่านไปข้างหลังห้าจั้ง”