เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 306 สะเทือนเลื่อนลั่นใต้หล้า

บทที่ 306 สะเทือนเลื่อนลั่นใต้หล้า

บทที่ 306 สะเทือนเลื่อนลั่นใต้หล้า


ถังอวี่นำกองทัพต้าถงสามร้อยนาย มุ่งหน้าไปทางตะวันตกตลอดเส้นทาง ข้ามเขาลงห้วย ทนแดดทนฝน มุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทาง

เนื่องจากไม่มีทหารไล่ตามแล้ว ถังอวี่จึงมีเวลาและแรงกายในการสร้างกฎระเบียบ

อุดมการณ์ของกองทัพต้าถงคือสิ่งใด จะแบ่งแยกตำแหน่งขุนนางอย่างไร จะประเมินผลอย่างไร และจะเลื่อนขั้นอย่างไร

ต้องปฏิบัติตามวินัยข้อใดอย่างเคร่งครัด ในยามหน้าสิ่วหน้าขวานควรตัดสินใจเลือกเช่นไร

ถังอวี่อิงจากความรู้ที่ตนมี แม้เขาจะคิดว่าเป็นความรู้ที่ตื้นเขินยิ่งนัก ทว่ามันกลับเป็นสิ่งที่ก้าวล้ำยุคสมัยนี้ไปแล้ว

เขาหล่อหลอมกองทัพนี้อย่างไม่หยุดหย่อน ยกระดับความตระหนักรู้ทางความคิดของพวกเขา ปรับปรุงปณิธานและความเป็นตัวของตัวเองอย่างต่อเนื่อง หวังที่จะสร้างพวกเขาให้กลายเป็นกองทัพที่ไร้พ่ายในท้ายที่สุด

และในขณะที่การสร้างอุดมการณ์ของเขากำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด โลกภายนอกกลับวุ่นวายจนแทบระเบิดแล้ว

ถังอวี่ใช้คนสามร้อยนายปะทะกับแปดร้อยนาย ไม่มีผู้ใดตกตายแม้แต่คนเดียว และแทบจะสังหารคู่ต่อสู้จนหมดสิ้น

ซีเจี้ยนและไต้เยวียน ขุนพลเลื่องชื่อทั้งสองซึ่งมีบรรดาศักดิ์กงเจวี๋ย นำทัพนับหมื่นนายมาปิดล้อมคนสามร้อยนายของถังอวี่ ทว่ากลับถูกไฟเพียงกองเดียวเผาจนกองทัพแทบจะพินาศย่อยยับ คนสามร้อยนายของถังอวี่แทบจะไม่ได้รับความเสียหายใดๆ มีเพียงบาดแผลไฟลวกเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น

ถังอวี่ข้ามแม่น้ำหวยสี่ครา ปะทะกับสกุลโจว สกุลเซี่ย และสกุลหวนอย่างต่อเนื่อง ท้ายที่สุดสกุลอวี๋ก็ปล่อยถังอวี่ไป

ซีเจี้ยนตายแล้ว! ตายในโถงที่ว่าการจวิ้นของโส่วชุน! ถังอวี่เป็นคนสังหาร!

ข่าวคราวแต่ละสายราวกับติดปีก บินว่อนไปทั่วต้าจิ้น ซ้ำยังแพร่สะพัดไปยังแคว้นอื่น

ในหมู่ราษฎรเดือดพล่าน

"กองทัพต้าถง? หมายถึงใต้หล้าเสมอภาคกันหรือ? คำขวัญที่พวกเขาร้องตะโกนก็คือคำนี้!"

"กองทัพที่ต่อสู้เพื่อราษฎร เช่นนั้นจึงไร้พ่ายหรือ?"

"ได้ยินมาว่าไฟที่ผู้ช่วยเจ้าเมืองถังจุดขึ้นได้เผาทำลายบ้านเรือนของราษฎร เขายังอุตส่าห์ไปมอบเงินชดเชยให้ด้วย"

"ช่างเป็นขุนนางที่ดีจริงๆ! เหตุใดราชสำนักจึงต้องการสังหารเขาเล่า?"

"ราชสำนักสุนัขนี่ ยอมให้ขุนนางกังฉินมีชีวิตอยู่เท่านั้นหรือ?"

"ผู้ช่วยเจ้าเมืองถังไปที่ใดแล้ว? มาที่อำเภอของพวกเราได้หรือไม่ พวกเราก็อยากจะติดตามเขาเช่นกัน"

"เคยได้ยินเรื่องราวของผู้ช่วยเจ้าเมืองถังมาตั้งนานแล้ว ทั้งที่อำเภอซู อำเภอเฉียว และในนครเจี้ยนคัง"

"ไม่มีผู้ใดเอาชนะเขาได้!"

"ในที่สุดก็มีผู้ที่ออกหน้าแทนราษฎรอย่างพวกเราแล้ว"

มิเพียงแต่ในหมู่ราษฎรที่เดือดพล่าน ชนชั้นปัญญาชนและชนชั้นปกครองเองก็แตกตื่นเช่นกัน

"สร้างปณิธานเพื่อฟ้าดิน สร้างชีวิตเพื่อปวงประชา... ท่านถังอวี่ช่าง... ปากกับใจตรงกันเสียจริง!"

"แม้เขาจะเป็นขุนพล ทว่ากลับเป็นบัณฑิตลัทธิขงจื๊อที่แท้จริง"

"บัณฑิตลัทธิขงจื๊อเช่นพวกเรา ควรยึดถือท่านถังอวี่เป็นแบบอย่าง"

"หากท่านถังอวี่กุมอำนาจ เช่นนั้นระบบการสอบเคอจวี่... ก็จะมีความหวังใช่หรือไม่?"

ตรอกอูอี สกุลหวัง หวังเต่ามองข่าวกรองในมือ พลางเผยรอยยิ้มพึงพอใจ

น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความทอดถอนใจ "มังกรได้ลมฝน ย่อมไม่ใช่สิ่งของในสระน้ำ ฮ่าๆ น่าเสียดายที่ลมฝนนี้ คือบุตรสาวของข้า ไข่มุกเม็ดงามแห่งสกุลหวังของข้า"

"หากวันหนึ่งถังอวี่สร้างราชกิจอันยิ่งใหญ่ได้สำเร็จจริงๆ สกุลหวังของข้าก็อาจจะรุ่งเรืองต่อไปได้อีกสองร้อยปี!"

สกุลเซี่ยที่อยู่ข้างเคียง เซี่ยโผวก้มหน้าทอดถอนใจเบาๆ

ซุนหรูแค่นเสียงฮึดฮัด "ดูท่าทางหดหู่ของท่านสิ บุตรเขยของข้าเก่งกาจ มันไม่ดีหรืออย่างไร?"

เซี่ยโผวแบมือเอ่ย "ข้าก็อยากให้เขาเป็นบุตรเขยของข้าใจจะขาด! น่าแค้นนักที่ตอนแรกก็แต่งเข้ามาแล้ว! ทว่ากลับไล่เขาออกไปอีก! ชิวถงช่างเลอะเลือนเสียจริง!"

ซุนหรูเอ่ย "ท่านยังมีหน้ามาว่าชิวถงอีกหรือ เกิดเรื่องใหญ่โตถึงเพียงนี้ ทว่าสกุลเซี่ยของพวกเรากลับรุ่งโรจน์ดุจดวงตะวันยามเที่ยง เป็นตระกูลที่เข้าใกล้สกุลหวังและสกุลอวี๋มากที่สุดแล้ว มิใช่ต้องพึ่งพาชิวถงผู้เป็นกว่างหลิงโหวผู้นี้คอยค้ำจุนอยู่หรอกหรือ"

"หากจะให้ข้าพูดละก็ บุรุษสกุลเซี่ยก็แค่ไม่เอาไหน สู้สตรีอย่างพวกเราไม่ได้หรอก"

หมัดนี้ ทำให้เซี่ยโผวที่หดหู่อยู่แล้วถึงกับหายใจไม่ออกไปเลยทีเดียว

พระราชวัง ซือหม่าเซ่ามองอวี๋เลี่ยง พลางตะโกนลั่น "เหตุใดทุกคนถึงเอาแต่พูดว่าสกุลอวี๋ปล่อยถังอวี่ไป! เพราะเหตุใด!"

"หวนอี๋บอกว่าพวกเขาตีถังอวี่ถอยไป โจวเฝ่ยกับเซี่ยกว่างต่างก็บอกว่าถังอวี่ถูกตีถอยไป มีเพียงอวี๋อี้ที่บอกว่าถังอวี่ไม่ได้ข้ามแม่น้ำเลย"

"เจิ้นควรจะเชื่อผู้ใด? ไม่สิ เจิ้นเชื่อสกุลอวี๋ของพวกเจ้า ทว่าเจ้าก็ควรจะให้คำอธิบายแก่เจิ้นบ้างกระมัง หรือจะให้เจิ้นกล่าวต่อหน้าเหล่าขุนนางทั้งปวงว่าสกุลอวี๋ของพวกเจ้าไม่มีปัญหา เป็นตระกูลอื่นที่ใส่ร้ายป้ายสีอย่างนั้นหรือ?"

"ซีเจี้ยนตายแล้ว กองทัพพ่ายแพ้ยับเยิน บัณฑิตลัทธิขงจื๊อเหล่านั้นยังไปป่าวประกาศเรื่องของถังอวี่ไปทั่ว ราษฎรก็เล่าลือกัน โจรกบฏผู้นั้นกลายเป็นวีรบุรุษไปแล้ว!"

"เหล่าขุนนางต่างผิดหวังในราชสำนัก ความน่าเกรงขามของเจิ้นก็ปลาสนาการไปสิ้น ฮองเฮาร้องไห้บอกว่าตระกูลของพวกเจ้าไม่มีปัญหา ทว่าเจิ้นจะปกป้องพวกเจ้าได้อย่างไร?"

อวี๋เลี่ยงก้มหน้า กัดฟันเอ่ย "กระหม่อมมีตวามผิด กระหม่อมจะขึ้นเหนือเดี๋ยวนี้ เพื่อไปตรวจสอบความจริงให้กระจ่างพ่ะย่ะค่ะ"

ซือหม่าเซ่าเอ่ย "หาวิธีไปสังหารใครสักคน เรื่องใหญ่โตปานนี้ จำเป็นต้องมีคนรับเคราะห์ จำเป็นต้องมีคนรับผิดชอบ อารมณ์ของเหล่าขุนนางต้องได้รับการระบาย ความน่าเกรงขามของราชสำนักจำเป็นต้องมีช่องทางในการแสดงออก"

"นี่คือสิ่งที่ต้องกระทำ ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าจะเลือกสังหารผู้ใดเท่านั้น"

ในใจของอวี๋เลี่ยงรู้สึกอึดอัดยิ่งนัก เรื่องล่วงเกินผู้คนเช่นนี้ พระองค์กลับให้ข้าไปทำหรือ?

สกุลอวี๋ของข้าในยามนี้ก็อยู่บนยอดคลื่นลมแรงอยู่แล้ว พระองค์กลับให้พวกเราไปเป็นคนเลว นี่มันแสดงให้เห็นชัดเจนว่าต้องการจะบั่นทอนกำลังของพวกเรามิใช่หรือ?

ซือหม่าเซ่า พระองค์ช่างมีฝีมือในการข้ามแม่น้ำรื้อสะพานเสียจริง!

"ฝ่าบาทโปรดวางพระทัย กระหม่อมมีวิธีพ่ะย่ะค่ะ"

อวี๋เลี่ยงคุกเข่าลง น้ำเสียงสั่นเครือ ทว่าในดวงตากลับซ่อนความเคียดแค้นไว้

อำเภอกว่างหลิง วังใจศักดิ์สิทธิ์

จู้เยว่ซีกำจดหมายในมือแน่น แววตาเผยจิตสังหารออกมาอย่างชัดเจน "ปรมาจารย์ทั้งห้าสุนัขผายลมน่ะสิ! มารดาอุตส่าห์ไว้หน้าพวกมันแล้วเชียว!"

"เจียงหลินตาเฒ่าหนังเหนียวนั่น คิดว่าพอนังแพศยาฟ่านซิงโหมวกลับแดนเหนือไปแล้ว จะไม่มีผู้ใดออกหน้าแทนถังอวี่อย่างนั้นหรือ?"

"รอข้าก่อนเถอะ! มารดาจะออกเดินทางพรุ่งนี้เลย! จะขอดูซิว่าเจ้ามีฝีมือเพียงใด!"

เมื่อกล่าวถึงถังอวี่ นางก็รู้สึกอ่อนระทวยไปทั้งร่าง คล้ายกับนึกถึงความบ้าคลั่งในค่ำคืนนั้นขึ้นมา

ช่างน่าปวดใจ น่าละอาย และน่า... โหยหายิ่งนัก

ภูเขาปู้เสียน วังสุขาวดี

ฟ่านซิงโหมวเดินวนไปมา กัดฟันเอ่ย "เลอะเลือนแล้ว! มารดาเลอะเลือนไปแล้วจริงๆ! ควรจะจับตัวเขามาให้รู้แล้วรู้รอด!"

"ประเมินความสามารถของศิษย์ตัวน้อยต่ำเกินไปจริงๆ! หากเขามาช่วยต้าเยียนของพวกเรา พวกเราจะมัวกังวลว่าราชกิจจะไม่สำเร็จไปไย?"

ซีเอ๋อร์หัวเราะคิกคัก "ท่านอาจารย์ ข้าเคยบอกไว้ก่อนแล้ว ว่าไม่มีสิ่งใดที่ถังอวี่ทำไม่สำเร็จ ทว่าท่านกลับไม่เชื่อเองนี่นา!"

"ทว่าการบังคับจับตัวมาก็ไร้ประโยชน์ พวกเราเหนี่ยวรั้งเขาไว้ไม่ได้หรอก"

ฟ่านซิงโหมวถลึงตาเอ่ย "เจ้าเองก็เลอะเลือนเช่นกัน จะมีบุรุษใดที่เหนี่ยวรั้งไว้ไม่ได้บ้าง? มันก็แค่ต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิงเท่านั้นแหละ"

"เจ้าทั้งงดงามและหุ่นดีปานนี้ จับตัวเขามาแต่งงานกับเจ้าโดยตรง แล้วก็ตั้งครรภ์ให้ได้เสียก่อน เขาจะใจดำทิ้งเจ้าไปได้ลงคอเชียวหรือ?"

ซีเอ๋อร์ส่ายหน้าเอ่ย "ข้าไม่ยอมทำให้เขาลำบากใจหรอก อีกอย่างข้าก็หูเบา หากเขาบอกว่าจะพาข้าไปด้วย ข้าอาจจะอดใจไม่ไหวตามเขาไปก็ได้"

ฟ่านซิงโหมวเอ่ยขึ้นมาราวกับผีผลัก "หากรวมข้าเข้าไปด้วยเล่า?"

ซีเอ๋อร์ถึงกับชะงักงัน

ฟ่านซิงโหมวเองก็ชะงักงันเช่นกัน

"ท่านอาจารย์ ท่านไม่ชอบบุรุษมิใช่หรือ?"

ฟ่านซิงโหมวรีบละล่ำละลักเอ่ย "ย่อมไม่ชอบอยู่แล้ว! ทว่าเพื่อราชกิจอันยิ่งใหญ่ของบ้านเมือง เพื่อชาวเซียนเปยของพวกเรา ข้าเต็มใจอดทนต่อความเจ็บปวดทั้งปวง"

ซีเอ๋อร์พึมพำว่า "ทว่าดูจากสีหน้าของท่าน คล้ายกับว่าไม่ได้ลำบากใจเลยนะ... ยังเลียริมฝีปากอีก เหมือนตอนที่จุมพิตกับข้าไม่มีผิด..."

"โธ่เอ๊ย เจ้านี่น่ารำคาญจริง! จะบีบคอเจ้าให้ตายเลย!"

ฟ่านซิงโหมวกระโจนเข้าไป กดซีเอ๋อร์ไว้ กัดฟันเอ่ย "เหตุใดเจ้าถึงเอาแต่พูดแทนเขาอยู่เรื่อย! ฮึ! ตอนนี้ข้าจะรังแกสตรีของเขา! เขาจะทำอะไรข้าได้!"

ซีเอ๋อร์อดหัวเราะไม่ได้ "เช่นนั้นวันนี้พวกเรามาเล่นสนุกกันให้โต้รุ่งเลย ทว่า... วันพรุ่งนี้ข้าก็จะไปแล้วนะ"

ฟ่านซิงโหมวชะงักงัน สายตาจับจ้องไปที่ซีเอ๋อร์

ซีเอ๋อร์เอียงคอเอ่ย "ยามนี้เขาคงลำบากน่าดู ซ้ำยังเคยถูกยอดฝีมือแห่งยุทธภพไล่ล่าสังหาร ข้าจะไปช่วยเขา ปกป้องเขา และอยู่เป็นเพื่อนเขาในยามที่เขาลำบากที่สุด"

ฟ่านซิงโหมวเอ่ย "เลิกร่านได้แล้ว ข้าทนท่าทางโง่งมของเจ้าไม่ได้ที่สุดเลย เขามีหวังฮุยคอยดูแลอยู่แล้ว เจ้าไปก็ไร้ประโยชน์"

ซีเอ๋อร์หัวเราะ "ข้ามีประโยชน์สิ เพราะว่า... ข้าหาหวังเหมิ่งพบแล้ว!"

ในเวลาเดียวกัน มู่หรงเค่อและมู่หรงฉุยก็กำลังปรึกษาหารือเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแดนใต้อยู่ในกระโจมเช่นกัน

สือหู่และหร่านหมิ่นแห่งแคว้นจ้าว นั่งอยู่ในตำหนักใหญ่ ฝ่ายแรกหัวเราะลั่นพลางด่าว่าซีเจี้ยนเป็นพวกไร้ประโยชน์ ฝ่ายหลังกลับขมวดคิ้วมุ่น พึมพำว่า "ถังอวี่..."

หลี่สยงแห่งแคว้นเฉิง หลิวเย่าแห่งแคว้นฮั่น จางจวิ้นแห่งซีเหลียง หลิวหู่แห่งตระกูลเถี่ยฝู ตลอดจนประมุขแคว้นองค์อื่นๆ ล้วนได้รับข่าวของถังอวี่แล้ว ในช่วงเวลานั้นต่างตื่นตะลึงราวกับเห็นเทพบุตร

การเคลื่อนย้ายหลายครา ไฟกองใหญ่กองเดียว สังหารศัตรูนับพัน และหลบหนีเอาชีวิตรอดมาได้

แทบจะไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่ายามนี้ถังอวี่อยู่ที่ใด

ทว่า... ใต้หล้านี้มีผู้ใดบ้างที่ไม่รู้จักท่าน?

จบบทที่ บทที่ 306 สะเทือนเลื่อนลั่นใต้หล้า

คัดลอกลิงก์แล้ว