เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 21 เย่ว์เซียนปฏิเสธที่จะรับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม?

ตอนที่ 21 เย่ว์เซียนปฏิเสธที่จะรับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม?

ตอนที่ 21 เย่ว์เซียนปฏิเสธที่จะรับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม?


ตอนที่ 21 เย่ว์เซียนปฏิเสธที่จะรับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม?

"ฉันมีความคิดบ้าระห่ำอย่างหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว แต่ฉันไม่กล้าพูดออกไป..."

"ฉันเองก็มีความคิดที่ยิ่งใหญ่มากผุดขึ้นมาเหมือนกัน ไม่รู้ว่าจะเหมือนกับคอมเมนต์บนหรือเปล่านะ..."

"ไร้สาระน่า ปรมาจารย์ในวงการวรรณกรรมที่สามารถเขียนหนังสือรางวัลโนเบลได้ถึงสองเล่ม ส่วนใหญ่ไม่น่าจะอยู่ในวัยใกล้ฝั่งกันหมดแล้วเหรอ?"

"คอมเมนต์บน แกมีมารยาทบ้างไหมเนี่ย?! แต่ที่พูดมาก็ถูกนะ ฉันเถียงไม่ออกเลย..."

ในขณะที่ชาวเน็ตนับไม่ถ้วนกำลังถกเถียงกันอยู่นั้น ในใจของประธานและรองประธานสมาคมนักเขียนก็กำลังเต้นระรัวเช่นกัน

พวกเขาเองก็เริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติอย่างชัดเจนแล้ว

"'เฒ่าผจญทะเล' และ 'หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว' คือ?"

เย่ว์เซียนเป็นคนเขียนจริงๆ เหรอ?!

เสียงของประธานเซียวเหรินในตอนนี้เริ่มสั่นเครือ ครึ่งประโยคหลังยังไม่ทันได้หลุดออกจากปาก ก็เห็นแจ็คสันชิงพูดแทรกขึ้นมาเสียก่อนด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นสุดขีด

"คุณเย่ว์ที่รัก คุณยอดเยี่ยมมากจริงๆ ที่สามารถเขียนผลงานที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ออกมาได้……"

ประโยคนี้ ราวกับสายฟ้าฟาดที่ผ่าเปรี้ยงลงมากลางหัวของประธานและรองประธานสมาคมนักเขียนทั้งสองอย่างจัง

ชั่วขณะหนึ่ง ทั้งคู่ถึงกับยืนช็อกทำอะไรไม่ถูก

ต่อให้จะคุยโวโอ้อวดแค่ไหน ก็ไม่น่าจะเวอร์ขนาดนี้ปะ ความจริงมันวางอยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้วเนี่ยนะ?!

ตอนแรกพวกเขาคิดว่า นักเขียนที่สามารถรังสรรค์ผลงานชิ้นเอกได้ถึงสองเล่ม อย่างน้อยก็น่าจะเป็นชายชราผมขาวที่อายุมากกว่าพวกเขาสักหน่อย

อาจจะเป็นคนที่ชอบเก็บตัว ใช้ชีวิตสันโดษ ซ่อนตัวอยู่ตามชนบท ถึงได้ไม่ยอมเปิดเผยชื่อจริง และใช้เพียงนามปากกาสุดคลาสสิกอย่าง "เจ้าพ่อฟาร์มหมู" เท่านั้น

แต่ใครจะไปคาดคิด ว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา จะเป็นแค่ไอ้หนุ่มที่อายุเพิ่งจะยี่สิบกว่าๆ เท่านั้น?!

ในเวลาเดียวกันนั้น คอมเมนต์ในไลฟ์สดก็หยุดนิ่งไปชั่วขณะ หลังจากที่แจ็คสันพูดจบ

ในไลฟ์สดอย่างเป็นทางการของช่องแกะ ภายใต้จำนวนผู้ชมออนไลน์ที่พุ่งสูงเกือบร้อยล้านคน ช่องคอมเมนต์กลับเงียบสงัด

และความเงียบสงัดนี้ มักจะเป็นสัญญาณเตือนก่อนพายุลูกใหญ่จะพัดมา

สามวินาทีต่อมา คอมเมนต์ก็ระเบิดขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง

คอมเมนต์ที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างกับหิมะถล่มเข้ายึดครองหน้าจอไปจนหมด!

มองไปทางไหนก็มีแต่คำว่า "ช็อก ช็อก ช็อก"

เต็มตาไปด้วยเครื่องหมายตกใจ!

หน้าจอถูกปกคลุมไปด้วยความรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ!

เรื่องแบบนี้ใครจะไปกล้าเชื่อล่ะ?!

เมื่อกี้นี้ทุกคนยังคิดว่า เย่ว์เซียนคงกำลังไปขลุกอยู่กับหมูที่หลังเขาที่ไหนสักแห่ง ใช้ชีวิตอย่างน่าสมเพชอยู่เลย แต่แป๊บเดียวกลับได้รู้ความจริงว่า เย่ว์เซียนก็คือนักเขียนที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมเนี่ยนะ?!

มันเหมือนกับว่า เมื่อกี้ฉันยังคิดว่านายกำลังตกระกำลำบากอยู่เลย แต่ต่อมานายกลับมาบอกฉันว่าบ้านนายมีเหมืองทองคำงั้นเหรอ?!

อ๊าก!

โดนตบหน้าจนหน้าสั่นแบบไม่ทันตั้งตัวเลย!

และในตอนนี้ แจ็คสันที่ราวกับกลัวว่าข้อมูลที่ให้มาจะยังหนักแน่นไม่พอ ก็รีบโยนระเบิดลูกใหญ่อีกลูกลงมาตู้มใหญ่

"คุณเย่ว์ที่รัก จากการตัดสินใจครั้งสุดท้ายของคณะกรรมการรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมของเรา พวกเราตั้งใจจะมอบรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมให้คุณ!"

สิ้นเสียงคำพูด ประธานเซียวเหรินที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ลื่นไถลลงจากเก้าอี้ดังตุ้บ

กรอบแว่นตาหลุดออกจากดั้งจมูก เขาก็ยังไม่ทันได้รู้สึกตัวเลย

รองประธานอวี๋ฝูที่อยู่ข้างๆ ก็เข้าไปประคองไม่ทัน

ตอนนี้อวี๋ฝูเองก็อยากจะไปเล่นโชว์ทุบหินบนอกตัวเองให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองกำลังฝันอยู่หรือเปล่า

ส่วนบรรดาสื่อมวลชนที่กำลังถ่ายทอดสด และผู้ชมที่ดูอยู่ในไลฟ์สดก็พากันช็อกค้างกันไปหมดแล้ว

"หูฉันไม่ได้พังใช่ไหม?!"

"ได้เป็นพยานในหน้าประวัติศาสตร์รอบสองโว้ย!"

"ตอนแรกฉันคิดว่า แค่ชื่อถูกเสนอเข้าชิงก็ถือว่าสุดยอดแล้วนะ ไม่คิดเลยว่าจะได้รางวัลจริงๆ ด้วย?!"

"ถ้าเรื่องนี้เป็นแค่ความฝันล่ะก็ ฉันขอให้ความฝันนี้มันคงอยู่ไปหมื่นๆ ปีเลยเถอะ!"

"สรุปว่าเย่ว์เซียน ไอ้หนุ่มอายุยี่สิบกว่าๆ คว้ารางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมไปครองหน้าตาเฉยเลยเนี่ยนะ?!"

"ความจริงตบหน้าฉันครั้งแล้วครั้งเล่า ตอกย้ำให้รู้ว่าเมื่อก่อนฉันมันเป็นไอ้ขี้ขลาด ที่แท้ฉันก็สามารถมีความกล้าได้บ้าระห่ำถึงขนาดนี้เลยเหรอ?!"

……

ไม่ใช่แค่ชาวเน็ตเท่านั้น แต่บรรดาผู้สื่อข่าวที่อยู่ในเหตุการณ์ มือที่ถืออุปกรณ์กล้องอยู่ต่างก็เริ่มสั่นระริก

เดิมทีแค่เย่ว์เซียนเป็นนักเขียนเรื่อง 'เฒ่าผจญทะเล' และ 'หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว' แค่นี้ก็ถือว่าเซอร์ไพรส์มากพอแล้ว

พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งของพรุ่งนี้เตรียมจองไว้ให้เขาได้เลย!

แต่ใครจะไปคิด ว่าพริบตาเดียวก็มีข่าวช็อกโลกอย่างการคว้ารางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมโผล่ออกมาอีก!

นี่มันเป็นข่าวใหญ่ระดับโลกที่ควรค่าแก่การเฉลิมฉลองกันทั้งประเทศเลยนะ!

สื่อมวลชนหลายสำนักถึงกับลืมเรื่องมารยาทในงาน รีบควักโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วพากันวิ่งออกไปนอกฮอลล์เพื่อรายงานข่าวกันจ้าละหวั่น

"เร็วเข้า! รีบรายงานข่าวเย่ว์เซียนได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมออกไปด่วน พวกเราต้องเป็นสำนักแรกให้ได้!"

"นี่เป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญระดับชาติแน่นอน และต้องถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ด้วย! พวกเราจะช้ากว่าคนอื่นไม่ได้เด็ดขาด!"

"ข่าวเด่น! ข่าวร้อน! จีนคว้ารางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมมาได้แล้ว!"

.....

ฟ้าเท่านั้นที่รู้ ว่าตั้งแต่สอบวิชาพละตอนม.ต้นจบ พวกเขาไม่ได้วิ่งหน้าตั้งแบบเอาเป็นเอาตายขนาดนี้มานานแค่ไหนแล้ว

วินาทีนี้ ไม่ว่าจะเป็นสื่อสำนักไหน ในใจก็มีแต่เพียงเสียงเดียวที่ดังก้องอยู่เท่านั้น

ต้องเป็นคนแรกที่ส่งข่าวนี้ออกไปให้ได้!

นี่มันเป็นเหตุการณ์สำคัญที่จะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์เลยนะ!

สำหรับประเทศจีนแล้ว

ความสำคัญของมันไม่ได้ด้อยไปกว่ารอยเท้าเล็กๆ ที่เหยียบลงบนดวงจันทร์เลย!

หรืออาจจะไม่ด้อยไปกว่าการปีนขึ้นไปพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์เลยด้วยซ้ำ!

ณ ตอนนี้ เมื่อเผชิญหน้ากับกล้องของสื่อมวลชนที่รัวชัตเตอร์ถ่ายรูปกันอย่างบ้าคลั่ง แจ็คสันและอลันกลับไม่แสดงท่าทีประหลาดใจแต่อย่างใด

ก็แหงล่ะ รางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ถือเป็นรางวัลที่ทรงเกียรติที่สุด โด่งดังที่สุด และทรงอิทธิพลที่สุดในโลกวรรณกรรม!

ใครบ้างล่ะที่จะไม่ตื่นเต้นกับมัน!

ไม่มีสักคน!

ในขณะนั้น เมื่อนึกถึงจุดประสงค์ของการเดินทางมาเยือนจีนในครั้งนี้ อลันก็ยืดหลังตรง แล้วพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจังทันที

"แต่ทว่า ก่อนที่จะรับรางวัล พวกเรามีเงื่อนไขหนึ่งข้อที่อยากให้คุณเย่ว์ตกลงรับปาก"

ทันทีที่คำพูดนี้ดังขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคนที่อยู่ในงานหรือคนที่ดูไลฟ์สดอยู่ ทุกการเคลื่อนไหวก็หยุดชะงักไปชั่วขณะ

ยังมีเงื่อนไขด้วยเหรอ?!

แต่วินาทีต่อมา ในใจของทุกคนก็พากันตอบรับไปตามสัญชาตญาณแล้ว

ก็ในเมื่อจะได้รางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมอยู่แล้ว จะมีเงื่อนไขอะไรที่ยอมรับไม่ได้ล่ะ?!

ต่อให้เป็นร้อยข้อหรือพันข้อ ก็ต้องยอมรับทั้งหมดอยู่แล้ว!

และในตอนนั้นเอง ก็ได้ยินอลันพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและจริงจัง

"พวกเราอยากให้คุณเย่ว์แก้ไขเนื้อหาบางส่วนในหนังสือ โดยเฉพาะส่วนที่บอกว่าอารยธรรมจีนคือต้นกำเนิดของอารยธรรมโลก......"

แจ็คสันที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็พยักหน้าเห็นด้วย ตอนนี้เขากำลังรอฟังคำตอบตกลงจากเย่ว์เซียนอยู่

เพราะยังไงเสีย ก็ไม่มีใครสามารถต้านทานเสน่ห์ของการคว้ารางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมได้หรอก

แค่เงื่อนไขเล็กๆ น้อยๆ ข้อเดียว จะสลักสำคัญอะไรกัน?!

รองประธานสมาคมนักเขียนทั้งสองคนที่ยืนอยู่ด้านข้าง ก็พยักหน้ารัวๆ อย่างกับไก่จิกข้าว

นี่มันเป็นเกียรติยศสูงสุดของคนในแวดวงวัฒนธรรมเลยนะ

ถ้าคว้ารางวัลอันทรงเกียรติขนาดนี้มาได้ เรื่องอื่นก็ไม่ใช่ปัญหาแล้ว!

แม้ประธานทั้งสองจะไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรออกมา แต่ปากของพวกเขาก็ขมุบขมิบ ถ้ามองจากรูปปากก็รู้ได้ทันทีว่าพวกเขาพูดว่าคำว่า

'รีบตกลงสิ'

ส่วนในไลฟ์สดก็บ้าคลั่งกันไปใหญ่แล้ว

"ถอดกางเกงรอขนาดนี้แล้ว รีบตกลงเร็วเข้าสิโว้ย!"

"ถ้าเป็นฉันล่ะก็ ฉันตกลงไปนานแล้ว จะมัวคิดอะไรอยู่อีก?!"

"นี่มันรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมเลยนะเว้ย อ๊ากกกกก......"

"แต่ทำไมต้องแก้ตรงท่อนนั้นด้วยล่ะ? ฉันว่าท่อนนั้นก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรนะ..."

"คอมเมนต์บน จะไปจุกจิกกับเรื่องเล็กน้อยพวกนี้ทำไม?! จะทำการใหญ่ใจต้องนิ่งดิ..."

ชั่วขณะหนึ่ง สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องไปที่เย่ว์เซียน รอเพียงให้เย่ว์เซียนเอ่ยคำว่า "ตกลง" ออกมาเท่านั้น

ทว่า กลับเห็นเย่ว์เซียนยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"เรื่องแก้มันเป็นไปไม่ได้หรอก ผมขอปฏิเสธ"

จบบทที่ ตอนที่ 21 เย่ว์เซียนปฏิเสธที่จะรับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม?

คัดลอกลิงก์แล้ว