- หน้าแรก
- วงการบันเทิง เริ่มต้นด้วยการลาออก กลับบ้านไปเลี้ยงหมูดีกว่า
- ตอนที่ 20 หรือว่าหนังสือสองเล่มนี้ เย่ว์เซียนจะเป็นคนเขียน?
ตอนที่ 20 หรือว่าหนังสือสองเล่มนี้ เย่ว์เซียนจะเป็นคนเขียน?
ตอนที่ 20 หรือว่าหนังสือสองเล่มนี้ เย่ว์เซียนจะเป็นคนเขียน?
ตอนที่ 20 หรือว่าหนังสือสองเล่มนี้ เย่ว์เซียนจะเป็นคนเขียน?
"สถานการณ์อะไรวะเนี่ย?"
"พ่อทนดูไม่ไหวแล้ว! ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?!"
"ดูสิ! มือของกรรมการผิวสีเหมือนทากาวตราช้างไว้เลย จับมือเย่ว์เซียนไม่ยอมปล่อยเลย!"
"แล้วก็กรรมการผิวขาวคนนั้นด้วย เมื่อกี้ยังวางมาดไม่ยอมจับมือกับประธานและรองประธานอยู่เลย ตอนนี้ดันยื่นมือออกไปหาเย่ว์เซียนแล้ว?!"
"ช็อกจนไอติมหลุดมือแล้วเนี่ย!"
...
ตอนนี้คอมเมนต์จากชาวเน็ตแทบจะบรรยายความในใจของประธานเซียวเหรินและรองประธานอวี๋ฝูออกมาหมดแล้ว
มีใครรู้เรื่องช่วยบอกพวกเขาทีได้ไหม?!
เจ้าหน้าที่หนุ่มของสมาคมนักเขียนคนหนึ่งเหมือนจะนึกอะไรออก จึงรีบเข้าไปกระซิบข้างหูทั้งสอง
"เขาชื่อเย่ว์เซียนครับ น่าจะเป็นอดีตดาราที่ลาออกจากวงการไปแล้ว เคยมีผลงานการแสดงอยู่บ้าง..."
พอได้ยินแบบนี้ ประธานและรองประธานวัยเกือบห้าสิบปีก็ร้องพร้อมกันเสียงยาว
"อ๋ออออ!"
อย่างนี้นี่เอง
แต่พอ "อ๋อ" เสร็จ ความสงสัยก้อนใหญ่ก็ผุดขึ้นมาตรงหน้า
หรือว่ากรรมการรางวัลโนเบลสองท่านนี้สนใจผลงานของเย่ว์เซียน?
เลยเชิญเย่ว์เซียนมางานนี้เป็นกรณีพิเศษ?!
ในใจประธานเซียวเหรินเหลือแค่ข้อสันนิษฐานนี้เท่านั้น
เขาสบตากับรองประธานอวี๋ฝู แววตาที่ส่องประกายผ่านเลนส์แว่นหนาเตอะบอกว่าพวกเขาคิดตรงกัน
คงจะหนีไม่พ้นเรื่องนี้แน่ๆ
ก็ใช่สิ
รสนิยมทางวัฒนธรรมของจีนกับต่างประเทศมันไม่เหมือนกันนี่นา
แม้ว่าผลงานของดาราตกกระป๋องคนนี้จะไม่ค่อยดังในประเทศ แต่ก็อาจจะมีคนชอบในต่างประเทศก็ได้!
กรรมการสองท่านนี้คงถูกใจผลงานของดาราปลายแถวคนนี้ เลยถือโอกาสเชิญเขามาด้วย
เมื่อประธานเซียวเหรินหาเหตุผลให้กรรมการรางวัลโนเบลได้แล้ว เขาก็คิดปลอบใจตัวเองว่า ในเมื่อกรรมการมีสถานะสำคัญ จะเชิญดารามาเพิ่มสักคนก็ไม่เห็นเป็นไรเลย
วินาทีต่อมา ประธานเซียวเหรินก็รีบยื่นมือออกไป โค้งตัวอย่างนอบน้อม
"คุณแจ็คสัน คุณอลัน พวกเราเข้าไปในงานกันก่อนดีไหมครับ?"
เมื่อเสียงดังขึ้น แจ็คสันที่ยังจมอยู่ในความตื่นเต้นที่ได้พบเย่ว์เซียนก็เริ่มรู้สึกตัว
จากนั้น ทุกคนก็เห็นแจ็คสันค่อยๆ ทำท่าโค้งคำนับสไตล์ตะวันตก ซึ่งดูเป็นทางการมาก
เขาผายมือเชิญให้เย่ว์เซียนเดินนำไปก่อน
อลันที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ทำเช่นเดียวกัน เขาถอยไปครึ่งก้าวและเดินตามหลังเย่ว์เซียน
เพราะในสายตาของกรรมการทั้งสอง ก้าวข้ามเรื่องสัญชาติและเชื้อชาติไป ผลงานของเย่ว์เซียนคู่ควรกับการได้รับการปฏิบัติเช่นนี้
"เฒ่าผจญทะเล " และ "หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว" เป็นผลงานชิ้นเอกที่ข้ามศตวรรษอย่างแท้จริง!
หนังสือสองเล่มนี้สามารถผลักดันให้เย่ว์เซียนขึ้นสู่จุดสูงสุดของวรรณกรรมโลกได้อย่างแน่นอน!
หรือแม้แต่กลายเป็นตำนานแห่งวรรณกรรมที่ไม่มีวันตาย!
พวกเขากล้าการันตีเลยว่า ในศตวรรษหน้า คงยากที่จะมีนักเขียนคนไหนที่ยอดเยี่ยมไปกว่าเย่ว์เซียนอีกแล้ว
หรือแม้แต่ในอีกร้อยปีข้างหน้า ก็อาจจะไม่มีผลงานชิ้นไหนที่ยอดเยี่ยมไปกว่าสองเล่มนี้อีกแล้ว!
พูดง่ายๆ ก็คือ ในวงการวรรณกรรม เย่ว์เซียนเปรียบเสมือนผู้ไร้เทียมทานที่ไม่มีใครสู้ได้!
การไร้คู่ต่อสู้ มันจะโดดเดี่ยวแค่ไหนกันนะ?!
แม้ว่าแจ็คสันและอลันจะยังมีความลังเลเกี่ยวกับประเด็นที่ว่าอารยธรรมจีนเป็นต้นกำเนิดของอารยธรรมโลก แต่ก็ไม่ได้กระทบต่อคุณค่าของหนังสือทั้งสองเล่มนี้ในใจพวกเขาเลยแม้แต่น้อย!
ตอนนี้ พวกเขาโค้งคำนับให้เย่ว์เซียน
ด้วยความเต็มใจและยอมรับนับถืออย่างแท้จริง!
ทว่าภาพเหตุการณ์นี้กลับสร้างความตกตะลึงให้แก่ผู้คนรอบข้างอย่างมาก
ประธานเซียวเหรินและรองประธานอวี๋ฝูมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง ดวงตาเบิกกว้าง
เย่ว์เซียนคนนี้ไม่ใช่แค่ดาราปลายแถวหรอกเหรอ?!
ทำไมถึงได้รับเกียรติให้ผู้ใหญ่โค้งคำนับแบบนี้เลยล่ะ?
หรือว่าฝรั่งจะคลั่งดารากันขนาดนี้เลย?!
ขนาดกรรมการรางวัลโนเบลผู้ทรงเกียรติยังไม่เว้น?!
ในขณะที่ประธานทั้งสองกำลังตะลึง ชาวเน็ตในไลฟ์สดก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน
"ฉันไม่เข้าใจ แต่ก็ช็อกมาก!"
"รู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมปะปนเข้ามา..."
"ที่แท้ฝรั่งก็ติ่งดาราได้ศรัทธาแรงกล้าขนาดนี้เลยเหรอ?!"
"ฉันเห็นประกายในดวงตาของกรรมการผิวสี ราวกับได้พบพระเจ้าในดวงใจ..."
ในขณะที่ชาวเน็ตกำลังพ่นความในใจ ความตกตะลึงก็ยังคงดำเนินต่อไปจนกระทั่งพวกเขาเดินเข้าไปในงาน
ตรงกลางห้องจัดงานมีโต๊ะยาวหลายเมตรและเก้าอี้ไม้หนานมู่สองแถว ดูหรูหราเป็นทางการมาก
ตอนแรกสมาคมนักเขียนได้จัดที่นั่งตำแหน่งประธานไว้ให้กรรมการรางวัลโนเบลทั้งสองท่าน
แต่ใครจะคิดว่า พอกรรมการทั้งสองเห็นที่นั่ง ก็รีบเชิญให้เย่ว์เซียนนั่งในตำแหน่งแรกสุด ส่วนพวกเขากลับไปนั่งในตำแหน่งรองลงมา
ประธานเซียวเหรินและรองประธานอวี๋ฝูที่ตามมาข้างหลัง เมื่อเห็นดังนั้นก็ทำได้เพียงเลื่อนที่นั่งถัดลงไปตามลำดับ
ตอนนี้ ความสงสัยในใจของพวกเขาก็ยิ่งทวีคูณ
นี่ใช่การปฏิบัติต่อดาราไอดอลจริงๆ เหรอ?!
เมื่อนั่งลงปุ๊บ แจ็คสันก็เริ่มพูดเป็นต่อยหอยทันที
"ผมไม่เคยเห็นผลงานที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้มาก่อนเลย!
แค่ประโยคเปิดของ 'หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว' ประโยคเดียวก็เชื่อมโยงทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคตไว้ด้วยกัน!
ฝีมือยอดเยี่ยม พรสวรรค์น่าทึ่ง นี่มันเป็นการเปิดเรื่องระดับมหากาพย์ ระดับตำนาน ระดับบุกเบิกที่แท้จริง..."
ล่ามแปลคำพูดของแจ็คสันเป็นภาษาจีนแบบเรียลไทม์ จากสีหน้าก็เห็นได้ชัดว่าเขาตกใจกับคำชมเหล่านี้มาก
ราวกับกำลังบอกว่า 'ฉันคิดว่าฉันจินตนาการไว้สูงแล้วนะ แต่ไม่คิดว่ามันจะสูงได้ขนาดนี้?!'
เมื่อแจ็คสันพูดจบ อลันที่อยู่ข้างๆ ก็วิจารณ์หนังสืออีกเล่มทันที
"ทั้งสองเล่มนี้ทำให้คนอ่านตะลึงได้จริงๆ! แล้วก็มี 'เฒ่าผจญทะเล ' อีกเล่ม ในเรื่องนั้นไม่มีตัวอักษรไหนที่เขียนขึ้นมาอย่างสูญเปล่าเลย!
นี่คือผลงานระดับเทพ มันจะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนไปตลอดกาล..."
ชาวเน็ตในไลฟ์สดต่างก็ตั้งใจฟังล่ามแปลคำพูดของกรรมการทั้งสองท่านเป็นภาษาจีน
คอมเมนต์วิ่งเร็วมากจนแทบจะอ่านไม่ทัน
"สมกับเป็นกรรมการจริงๆ! ปากหวานอะไรขนาดนี้ ฉันรู้จักแต่คำว่า เชี่ย, สุดยอด, fuck, shift..."
"คุณนักเขียนเจ้าพ่อฟาร์มหมูเก่งสุดๆ ไปเลย..."
"ฉันขอบอกคำเดียวว่า น่าขนลุกมาก!"
...
แต่ในขณะที่ชาวเน็ตกำลังตั้งใจฟังคำวิจารณ์ของกรรมการทั้งสอง ก็มีคอมเมนต์แปลกๆ โผล่ขึ้นมา
"ทำไมพวกเขาถึงเอาแต่พูดกับเย่ว์เซียนล่ะ?!"
นั่นสิ! นักเขียนตัวจริงอย่างเจ้าพ่อฟาร์มหมูก็ไม่ได้อยู่ในงาน คำพูดพวกนี้อย่างน้อยก็น่าจะพูดกับสมาคมนักเขียนสิ?
เพราะสมาคมนักเขียนเป็นศูนย์รวมของปรมาจารย์ด้านวรรณกรรมในจีนเลยนะ!
แต่ทำไมกรรมการทั้งสองท่านนี้ถึงเอาแต่จ้องเย่ว์เซียนตาไม่กะพริบเลยล่ะ?
ชาวเน็ตหลายคนมีคำถามลอยอยู่เต็มหัว ทุกคนจ้องมองไปที่เย่ว์เซียนผ่านหน้าจอ
และวินาทีต่อมา ทุกคนก็เห็นเย่ว์เซียนพยักหน้าเล็กน้อย แล้วตอบกลับสั้นๆ เพียงสี่คำ
"ขอบคุณที่ยอมรับครับ"
ท่าทางที่ดูสบายๆ ราวกับไม่ตื่นเต้นกับคำชมเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย
ทั้งสมาชิกสมาคมนักเขียนและชาวเน็ตในไลฟ์สดต่างก็ชะงักไปตามๆ กัน
ขอบคุณที่ยอมรับงั้นเหรอ?!
ก็ใช่น่ะสิ
ก็ต้องขอบคุณที่เขายอมรับนั่นแหละ
กรรมการรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมทั้งสองท่านแทบจะชมหนังสือสองเล่มนี้จนลอยทะลุฟ้าไปแล้ว
มันยิ่งใหญ่ไม่มีที่ติ!
หืม?!
เดี๋ยวก่อน!
คำพูดน่ะไม่มีปัญหาหรอก แต่คนพูดต่างหากที่มีปัญหา
นายเป็นแค่ดาราตกกระป๋องที่ออกจากวงการไปแล้วอย่างเย่ว์เซียน นายมีสิทธิ์อะไรมาพูดคำนี้?
เว้นเสียแต่ว่า...
ชาวเน็ตหลายคนเริ่มเกิดข้อสันนิษฐานที่ยากจะเชื่อขึ้นมาในใจ
หรือว่าหนังสือสองเล่มนี้ เย่ว์เซียนจะเป็นคนเขียน?!