เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 22 ชายคนแรกในประวัติศาสตร์ที่กล้าปฏิเสธรางวัลโนเบล!

ตอนที่ 22 ชายคนแรกในประวัติศาสตร์ที่กล้าปฏิเสธรางวัลโนเบล!

ตอนที่ 22 ชายคนแรกในประวัติศาสตร์ที่กล้าปฏิเสธรางวัลโนเบล!


ตอนที่ 22 ชายคนแรกในประวัติศาสตร์ที่กล้าปฏิเสธรางวัลโนเบล!

น้ำเสียงนั้นช่างราบเรียบ ทว่าความหมายที่แฝงอยู่กลับหนักแน่นจนไม่อาจโต้แย้งได้

พูดจบ เย่ว์เซียนก็หันหลังเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย

ราวกับชุดลำลองที่เขาสวมใส่ ทุกอย่างดูชิลและสบายๆ เหมือนตอนที่เขาเดินเข้ามาไม่มีผิด

เมื่อล่ามแปลคำพูดของเย่ว์เซียนให้ฟัง รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าของแจ็คสันก็มลายหายไปทันที

ใบหน้าของอลันที่อยู่ข้างๆ ก็ดำทะมึนขึ้นมาอย่างฉับพลัน

ทั้งสองสบตากัน และเห็นความตกตะลึงอย่างรุนแรงสะท้อนอยู่ในดวงตาของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน

ตั้งแต่ก่อตั้งรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมมาตลอดหนึ่งศตวรรษ ใครที่ได้ยินชื่อเสียงของรางวัลโนเบล ล้วนแต่ต้องวิ่งเข้าหาและดีใจจนเนื้อเต้นกันทั้งนั้น

แต่ตอนนี้กลับมีคนกล้าปฏิเสธเนี่ยนะ?!

นี่มันเป็นครั้งแรกในรอบร้อยปี เป็นเรื่องที่ไม่เคยมีใครกล้าแม้แต่จะคิดมาก่อนเลย

ประธานเซียวเหรินที่เพิ่งลื่นไถลตกจากเก้าอี้ ตั้งใจจะเอื้อมมือไปดึงเย่ว์เซียนไว้ แต่เพราะยังไม่ทันได้หายช็อกจากการตกตะลึงเมื่อครู่ ขาที่ยืนนิ่งมานานเลยเกิดอาการเหน็บชา

พอจะลุกขึ้นยืน ก็กลับลื่นล้มลงไปอีกรอบ คราวนี้ก้นกระแทกพื้นดังป้าบ

รองประธานอวี๋ฝูที่อยู่ข้างๆ เพิ่งจะได้สติ ก็รีบเข้าไปประคองประธานขึ้นมา แต่ในดวงตาก็ยังคงแฝงไว้ด้วยความไม่อยากจะเชื่อเช่นเดียวกัน

เมื่อวินาทีที่แล้ว ทั้งคู่ยังรู้สึกตื่นเต้นดีใจที่จีนจะได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมเป็นครั้งแรกอยู่เลย

แต่วินาทีต่อมา พวกเขากลับต้องมาเห็นเย่ว์เซียนปฏิเสธรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของจีนไปต่อหน้าต่อตาเนี่ยนะ?!

มันปวดใจรู้ไหม?!

นั่นมันคือเกียรติยศสูงสุดในตำหนักอันศักดิ์สิทธิ์ของบรรดานักอ่านเลยนะ!

มันบินหนีไปแบบนี้เลยเหรอ?!

เย่ว์เซียน ถ้านายไม่เอา ก็เอามาให้พวกเราก็ได้นี่!

ในขณะเดียวกัน ชาวเน็ตในไลฟ์สดต่างก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

"ปฏิเสธรางวัลโนเบล?! แม่งเอ๊ย หัวใจพ่อจะวายแล้ว ได้เป็นพยานในหน้าประวัติศาสตร์รอบสามโว้ย......"

"จากการร้องตะโกนว่าเป็นพยานในหน้าประวัติศาสตร์ครั้งแรก จนถึงการได้เห็นประวัติศาสตร์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฉันเพิ่งอายุ 18 ก็ได้เห็นอะไรแปลกๆ เยอะขนาดนี้แล้วเหรอ?!"

"ทำไมฉันรู้สึกเหมือนยังฝันอยู่เลยเนี่ย? จนกระทั่งเมื่อกี้ฉันหันไปตบหน้าพ่อตัวเอง พ่อครับ ผมผิดไปแล้ว..."

"คอมเมนต์บน แก แก แก..... ดูแลตัวเองดีๆ นะ! แม่งเอ๊ย ฉันก็รู้สึกเหมือนอยู่ในความฝันเหมือนกัน!"

"เย่ว์เซียน โคตรเถื่อนเลยลูกพี่! สุดยอดคำเดียวเลย!"

"ตั้งแต่ถูกเสนอชื่อเข้าชิง จนถึงคว้ารางวัล และไปจนถึงการปฏิเสธรางวัล ผู้ชายคนนี้จะสร้างเรื่องเซอร์ไพรส์ให้ฉันไปถึงไหน? เอ๊ะ ไม่สิ นี่มันเรื่องสะเทือนขวัญชัดๆ!"

……

ในเวลาเดียวกันนั้น บรรดาสื่อมวลชนต่างก็รีบโทรศัพท์รายงานข่าวกันอย่างเร่งรีบอีกครั้ง

ประเด็นหลักมีเพียงเรื่องเดียว

ก็คือ พวกเขามีข่าวใหญ่ ข่าวด่วน ข่าวระดับบิ๊กเบิ้มมานำเสนออีกแล้ว

ณ ตอนนี้ สื่อมวลชนสำนักต่างๆ ที่ถูกข่าวช็อกโลกถาโถมใส่ครั้งแล้วครั้งเล่า รู้สึกเหมือนขาทั้งสองข้างเริ่มจะก้าวไม่ออกแล้ว

ปกติแค่ปล่อยข่าวออกมาข่าวเดียว ก็สามารถพุ่งขึ้นอันดับหนึ่งของเทรนด์ฮิตได้สบายๆ ภายในพริบตา

แต่วันนี้มันอะไรกัน ข่าวเดียวไม่พอ ตามมาเป็นแพ็กเกจสองข่าว สองข่าวไม่พอ จัดมาเลยสามข่าว

เริ่มจากข่าวการเปิดเผยว่า เย่ว์เซียนก็คือเจ้าพ่อฟาร์มหมูตัวจริง ทำเอาทุกคนถึงกับสูดปาก

ต่อมาก็รู้ว่า เย่ว์เซียนคว้ารางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ทุกคนก็สูดปากอีกรอบ

และสุดท้าย เย่ว์เซียนดันปฏิเสธรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม คราวนี้ทุกคนคงต้องพึ่งถังออกซิเจนเพื่อช่วยหายใจแล้วล่ะ!

ขนาดสื่อมวลชนที่ให้ความสำคัญกับความรวดเร็วของข่าวสารเป็นอันดับหนึ่ง ตอนนี้ยังเริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว

เย่ว์เซียน ทำตัวให้มันเป็นปกติเหมือนมนุษย์มนาเขาหน่อยได้ไหม?!

ช่วยให้เวลาทุกคนได้หยุดพักหายใจหายคอกันบ้างได้ไหมเนี่ย?!

แม้ในใจจะบ่นกระปอดกระแปด แต่การทำงานของบรรดาสื่อมวลชนกลับไม่ช้าลงเลยแม้แต่น้อย

【UC: เรื่องราวของชายผู้ปฏิเสธรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ที่คุณต้องรู้!】

【สำนักข่าวฟีนิกซ์: การตบหน้าที่เจ็บแสบที่สุดในรอบหนึ่งร้อยปีของรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม!】

【สำนักข่าวหมาจิ้งจอก: เย่ว์เซียน ดาราตกกระป๋องผู้กล้าปฏิเสธรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม!】

【สำนักข่าวไป่ตู้: เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเจ้าพ่อฟาร์มหมู?! ที่แท้ก็คือเย่ว์เซียน!】

【สำนักข่าวเผิงไป่: จากผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงสู่ผู้คว้ารางวัล ผู้ที่เอาชนะปรมาจารย์ด้านวรรณกรรมมากมาย กลับกลายเป็นดาราปลายแถวที่ลาออกจากวงการไปแล้วงั้นเหรอ?!】

เมื่อบรรดาบัญชีข่าวทางการชื่อดังพากันปล่อยบทความออกมาอย่างต่อเนื่อง กระแสการพูดคุยเกี่ยวกับเย่ว์เซียนก็พุ่งทะยานสูงขึ้นเป็นเส้นตรง

ณ ตอนนี้ ยอดการค้นหาคำว่า "เย่ว์เซียน" พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

เพียงพริบตาเดียว ก็ยึดครองอันดับหนึ่งในดัชนีความนิยมของคีย์เวิร์ดบนทุกแพลตฟอร์มไปจนหมด

ยิ่งกว่านั้น ยังทิ้งห่างข่าวการหย่าร้างของดาราหญิงเบอร์ใหญ่ไปแบบไม่เห็นฝุ่นเลยด้วย

ชั่วขณะหนึ่ง ทุกคนต่างก็กำลังพูดถึงเรื่องราวใหญ่โตที่เย่ว์เซียนกล้าปฏิเสธรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมกันอย่างเมามัน

..

ภายในห้องที่ตกแต่งสไตล์โบราณสุดคลาสสิก

"เหลวไหล! รางวัลโนเบลคือเรื่องใหญ่ของวงการวัฒนธรรมระดับชาติ เด็กอมมืออย่างเขาจะกล้าปฏิเสธได้ยังไง?!"

ชายวัยกลางคนอายุประมาณสี่สิบกว่าปี คิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความโกรธจัด ขณะที่กำลังดูรายการทีวี ท่าทางของเขาดูน่าเกรงขามมาก

ชายวัยกลางคนผู้นี้คือ หวังเซิน ประธานสหพันธ์วรรณกรรมและศิลปะแห่งประเทศจีน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของแวดวงวิชาการ

น้ำเสียงในตอนนี้แฝงไปด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างเห็นได้ชัด

นั่นมันคือรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมเลยนะ!

ถ้ามองในแง่ตื้น มันคือเกียรติยศสูงสุดในตำหนักอันศักดิ์สิทธิ์ของนักปราชญ์และนักเขียนนับไม่ถ้วน

แต่ถ้ามองให้ลึกซึ้ง มันคือก้าวสำคัญที่วรรณกรรมจีนจะได้ก้าวเข้าสู่เวทีวรรณกรรมระดับโลกอย่างเป็นทางการ!

แล้วไอ้เด็กเมื่อวานซืนคนนี้ มีสิทธิ์อะไรมาพูดปฏิเสธก็ปฏิเสธแบบนี้?!

ในตอนนั้นเอง เสียงแหบพร่าของคนมีอายุก็ดังขึ้น

"เสี่ยวหวัง นายยังมองอะไรไม่ขาดเท่าเขานะ"

ชายชราในชุดถังซวงสีดำทะมึน อายุใกล้เจ็ดสิบปี แต่ดวงตากลับเปล่งประกายแจ่มใส ไม่มีวี่แววของความแก่ชราเลยแม้แต่น้อย เขาค่อยๆ เดินเข้ามาอย่างช้าๆ

เมื่อได้ยินเสียงเรียก ชายวัยกลางคนที่ถูกเรียกว่าเสี่ยวหวังก็ไม่มีท่าทีไม่พอใจเลยแม้แต่น้อย เขารีบโค้งคำนับ แสดงความเคารพต่อชายชราอย่างเห็นได้ชัด

ต้องรู้ไว้ก่อนว่า ชายชราผู้นี้คือ ท่านจาง ปรมาจารย์แห่งวงการวรรณกรรมจีน บุคคลสำคัญระดับบิ๊กเบิ้มที่แค่กระทืบเท้าเบาๆ วงการวรรณกรรมก็สั่นสะเทือนไปสามริกเตอร์

ทว่า ชายวัยกลางคนยังคงแสดงสีหน้าไม่เข้าใจ

"ท่านจาง?!"

เห็นได้ชัดว่าเขากำลังถามว่าทำไมท่านจางถึงได้ตัดสินใจแบบนั้น

เมื่อเห็นความไม่ยอมแพ้ในดวงตาของชายวัยกลางคน และนึกถึงสายโทรศัพท์และข้อความที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างตื่นเต้นเพราะเรื่องรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมเมื่อกี้ ท่านจางก็ถอนหายใจยาว

"นายยังจำเนื้อหาที่กรรมการรางวัลโนเบลสองคนนั้นขอให้ไอ้หนุ่มนั่นแก้ได้ไหม?!"

"จำได้สิครับ ขอให้ลบท่อนที่บอกว่าอารยธรรมจีนคือต้นกำเนิดของอารยธรรมโลก..."

พูดยังไม่ทันจบ คำพูดของชายวัยกลางคนก็ติดอยู่ที่คอหอย เหมือนเขาจะเริ่มตระหนักอะไรบางอย่างได้แล้ว

ท่านจางยืนอยู่หน้ากระดาษเซวียนจื่อที่ถูกกางออก เขาตวัดพู่กันวาดลวดลายอย่างพลิ้วไหว พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ

"การกระทำของคณะกรรมการรางวัลโนเบลเห็นได้ชัดว่าตั้งใจจะลดทอนความสำคัญของอารยธรรมจีน และยกย่องความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมตะวันตก

แต่ยิ่งพวกเขาทำแบบนี้ มันก็ยิ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขากำลังร้อนตัวอยู่ไม่ใช่เหรอ?"

เมื่อสิ้นคำพูด เขาก็สะบัดพู่กันลงบนกระดาษเป็นครั้งสุดท้ายพอดี

'วัฒนธรรมจีน'

ตัวอักษรขนาดใหญ่สี่ตัว ลายเส้นหนักแน่นและทรงพลัง ดูโอ่อ่าและสง่างามมาก

แม้แต่คนที่ไม่เข้าใจเรื่องพู่กันจีน ก็ยังอดไม่ได้ที่จะปรบมือและเอ่ยปากชม

คำพูดที่หนักแน่นของท่านจาง ราวกับเสียงระฆังในวัด ที่ปัดเป่าหมอกควันแห่งความไม่เข้าใจในใจของชายวัยกลางคนให้จางหายไปจนหมดสิ้น

นั่นสิ

ทำไมต้องไปแก้ข้อความที่บอกว่าอารยธรรมจีนคือต้นกำเนิดของอารยธรรมโลกด้วยล่ะ?!

ก็เพราะมีวัฒนธรรมจีนนี่แหละ ถึงได้มีประเทศมหาอำนาจในซีกโลกตะวันออกที่แข็งแกร่งอย่างทุกวันนี้

วัฒนธรรมจีนคือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คอยชโลมจิตวิญญาณของชาวจีนทุกคน จะยอมให้คนอื่นมาเปลี่ยนแปลงแก้ไขด้วยคำพูดแค่ไม่กี่คำได้ยังไง?

ผ่านพายุฝนและลมแรงมากว่าห้าพันปี อารยธรรมจีนก็ยังคงตั้งตระหง่านไม่สั่นคลอน!

แม้มันอาจจะเคยถูกตั้งข้อสงสัย หรือแม้มันอาจจะเคยถูกทำลาย

แต่มันก็ยังคงเป็นมัน ไฟไม่อาจเผาผลาญให้มอดไหม้!

เกิดใหม่จากกองเถ้าถ่านครั้งแล้วครั้งเล่า และลุกโชนเป็นเปลวไฟที่ลุกไหม้ลามทุ่งไปทั่วทุกสารทิศ!

เมื่อดวงตากลับมาสว่างไสวอีกครั้ง ชายวัยกลางคนหันกลับไปมองที่ทีวี และทันเห็นภาพแผ่นหลังของเย่ว์เซียนที่กำลังเดินจากไปพอดี

"ท่านพูดถูกครับ ผมสู้เขาไม่ได้จริงๆ"

จบบทที่ ตอนที่ 22 ชายคนแรกในประวัติศาสตร์ที่กล้าปฏิเสธรางวัลโนเบล!

คัดลอกลิงก์แล้ว