- หน้าแรก
- ท่านพ่อพักก่อน วันนี้ข้าขอด่าฮ่องเต้เอง!
- บทที่ 40 ขายน้ำแข็งจ้า
บทที่ 40 ขายน้ำแข็งจ้า
บทที่ 40 ขายน้ำแข็งจ้า
บทที่ 40 ขายน้ำแข็งจ้า
“เสินจี เจ้าทำธุรกิจแบบนี้ได้อย่างไร?”
“ลูกค้าคือพระพุทธองค์ พวกเราต้องเคารพพวกเขา เข้าใจไหม?”
“ถ้าไม่มีคนซื้อ พวกเราก็หาเงินไม่ได้ หาเงินไม่ได้แล้วเดี๋ยวลูกพี่ก็ซ้อมเจ้าอีก...”
ฝางอี๋อ้ายที่เห็นเหตุการณ์ทนดูต่อไปไม่ไหว จึงเข้ามาต่อว่าฉอด ๆ
“แล้วเจ้ามายุ่งอะไรด้วย?”
ชุยเสินจีถลึงตาใส่
“ข้าขอบอกเจ้าไว้เลยนะ ถ้าเจ้ายังทำท่าทีแบบนี้อีก ข้าจะ...”
ฝางอี๋อ้ายกำลังจะขู่ว่าเอาเรื่องไปฟ้องลูกพี่ แต่จู่ ๆ ก็มีเสียงใส ๆ ดังขึ้นที่ข้างหูเสียก่อน
“นี่ น้ำส้มนี่ราคา 200 อีแปะใช่ไหม? เอามาให้ข้าหน่อยสิ”
คุณหนูตระกูลใหญ่พร้อมกับสาวใช้เดินเข้ามาหา
สาวใช้หยิบเงิน 200 อีแปะ ส่งให้ฝางอี๋อ้าย
ฝางอี๋อ้ายรับเงินมาตามสัญชาตญาณ จากนั้นก็หันไปมองชุยเสินจี “พวกเราต้องทำธุรกิจแบบนี้ เข้าใจหรือยัง? ลูกค้าคือพระพุทธองค์!”
พูดจบก็โบกมือ “ไปตักในอ่างเอาเองเลย”
ทว่าคุณหนูและสาวใช้กลับยืนนิ่ง ไม่ขยับเขยื้อน
“เอ่อ... ขอถามหน่อยว่า จะให้เอาอะไรมาใส่หรือ?”
คุณหนูเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“ก็ต้องใช้ชามหรือขวดมาใส่สิ ถามได้” ฝางอี๋อ้ายเริ่มมีน้ำเสียงรำคาญ
“เอ่อ... ขอถามอีกอย่าง แล้วชามหรือขวดอยู่ที่ไหนหรือ?” คุณหนูเอ่ยถามอีกครั้ง
มารดามันเถอะ ยังจะถามอะไรนักหนา?
ฝางอี๋อ้ายหันขวับไปมองหญิงสาวด้วยสายตาดุดัน “ก็ต้องเตรียมมาเองสิ ข้าขายน้ำส้ม ยังต้องเตรียมภาชนะเครื่องเคลือบมาให้พวกเจ้าด้วยหรือไง?”
คุณหนูตกใจจนต้องก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว
เมื่อคุณหนูถูกรังแก สาวใช้มีหรือจะทนได้ รีบพุ่งเข้าไปต่อว่าทันที “พวกเจ้าทำธุรกิจแบบนี้ได้อย่างไร? ขายน้ำส้มตั้ง 200 อีแปะ แต่กลับไม่มีภาชนะให้ใส่? ภาชนะมันจะสักกี่ตังค์เชียว?”
“ข้าจะทำธุรกิจยังไงมันกงการอะไรของเจ้า จะซื้อหรือไม่ซื้อ? ถ้าไม่ซื้อก็ไสหัวไปซะ!”
ฝางอี๋อ้ายเบิกตากว้างราวกับระฆังทองเหลือง บนใบหน้าฉายแววราวกับจะบอกว่า ถ้าไม่เห็นว่าพวกเจ้าเป็นผู้หญิงล่ะก็ ข้าคงจะซ้อมพวกเจ้าไปแล้ว
“เจ้า... พวกเราไม่ซื้อแล้ว เอาเงินคืนมา!” สาวใช้กระทืบเท้าด้วยความโกรธ
“คืนก็คืนสิ”
ฝางอี๋อ้ายยัดเงิน 200 อีแปะ คืนใส่มืออีกฝ่ายทันที ก่อนจะโบกมือไล่ “ถ้าไม่ซื้อก็อย่ามายืนเกะกะขวางทางพวกข้าทำมาหากิน!”
“ฮึ”
สองนายบ่าวสะบัดหน้าเดินจากไป
เอาเถอะ ไล่ลูกค้าหนีไปอีกรายแล้ว
ชาวบ้านยืนดูเรื่องสนุกกันอย่างเพลิดเพลิน
พวกเขาเองก็ไม่ยอมไปไหน อยากจะรอดูว่าพวกลูกหลานขุนนางกลุ่มนี้ จะสามารถขายของได้สักชิ้นหรือไม่
“อี๋อ้าย ไหนบอกว่าลูกค้าคือพระพุทธองค์ไง? มีใครเขาด่าพระพุทธองค์แบบเจ้าบ้างล่ะ?” ชุยเสินจีเริ่มกล่าววาจาเยาะเย้ยถากถางทันที
“มันกงการอะไรของเจ้าล่ะ”
“เมื่อกี้เจ้าเพิ่งจะพูดว่าอะไรนะ?”
“ขืนพูดมากอีกคำ ข้าจะซ้อมเจ้าซะเลยดีไหม?”
“เอาสิ? วันนี้ข้ามีพรรคพวกเยอะนะเว้ย!”
เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนเริ่มเปิดศึกเถียงกันอีกแล้ว เพื่อนร่วมแก๊งคนอื่น ๆ ก็รีบเข้าไปห้ามทัพ
“คุณชายน้อยทุกท่าน ผู้น้อยอยากจะซื้อน้ำแข็งสักสองจินขอรับ”
ทันใดนั้น ชายหนุ่มสวมเสื้อผ้าเรียบง่าย หน้าตาเจ้าเล่ห์แสนกล ก็เดินเข้ามาหา
เขาก้มหัวปะหลับปะเหลือกประจบประแจงทุกคน
“เจ้ามีเงินหรือเปล่าล่ะ?” ชุยเสินจีเชิดจมูกมองด้วยความดูแคลน
“ผู้น้อยไม่มีเงินหรอกขอรับ แต่ผู้น้อยมาเป็นตัวแทนซื้อน้ำแข็งให้กับเถ้าแก่หูเมื่อครู่นี้ขอรับ” ชายหนุ่มตอบ
“เถ้าแก่หูคนไหน?”
ชายหนุ่มชี้ไปยังที่ไกล ๆ ซึ่งก็คือชายผู้มั่งคั่งที่ถูกชุยเสินจีไล่ตะเพิดไปเมื่อครู่นี้เอง
เมื่อเห็นพวกเขามองมา ชายผู้มั่งคั่งก็แค่นเสียงเย็นชา แล้วเบือนหน้าหนี
“เขาบอกว่าไม่ซื้อแล้วไม่ใช่หรือไง?” ชุยเสินจีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม
“ตอนแรกเขาก็ไม่อยากจะซื้อหรอกขอรับ แต่ผู้น้อยไปเกลี้ยกล่อมจนเขายอมเปลี่ยนใจนี่ไงล่ะขอรับ”
พูดพลาง ชายหนุ่มก็ถูมือไปมา “เมื่อกี้พวกท่านบอกว่า ใครแนะนำคนมาซื้อน้ำแข็งได้ จะได้ดื่มน้ำส้มฟรีหนึ่งชาม เป็นความจริงใช่ไหมขอรับ?”
“โอ้โห? เจ้านี่ก็รู้จักฉวยโอกาสดีนี่นา” ชุยเสินจีมองสำรวจชายหนุ่มอย่างพิจารณา
“ล้วนต้องพึ่งพาบารมีของคุณชายน้อยทุกท่านขอรับ” ชายหนุ่มก้มหัวปลก ๆ
“ก็ได้”
ชุยเสินจีโบกมือใหญ่ “ตัดน้ำแข็งให้เขาสองจิน เผื่อไปอีกสักสองสามตำลึงด้วยนะ เดี๋ยวพอมันละลาย คนเขาจะหาว่าพวกเราโกงตาชั่งอีก!”
ถึงแม้ชุยเสินจีจะเป็นคนที่มีนิสัยดื้อรั้นและชอบเอาชนะ แต่เนื้อแท้แล้วเขาก็เป็นคนที่ซื่อตรงอยู่พอสมควร
เมื่อเห็นว่าในที่สุดก็มีลูกค้ามาซื้อของ เพื่อนร่วมแก๊งทุกคนก็ตื่นเต้นดีใจ รีบเข้าไปช่วยกันขนน้ำแข็งออกมาจากในร้าน
จากนั้นก็คว้าขวานขึ้นมา แล้วฟาดลงไปสุดแรงเกิด
ส่วนสองจินน่ะหรือ?
ทำอย่างกับว่าพวกเขาจะรู้จักวิธีใช้ตาชั่งอย่างนั้นแหละ
ตัดให้ก้อนเบ้อเริ่มเทิ่ม มองด้วยตาก็รู้ว่าไม่ต่ำกว่าห้าจินแน่นอน
“คุณชายน้อยทุกท่าน ให้เยอะเกินไปแล้วขอรับ”
ชายหนุ่มโบกมือเป็นพัลวัน เพื่อสื่อให้รู้ว่าชุยเสินจีให้เยอะเกินไปแล้ว
ให้น้ำแข็งก้อนใหญ่ขนาดนี้ หากมันละลายหมด แล้วมาเก็บเงินเพิ่มกับเขาในภายหลัง เขาคงไม่มีปัญญาจ่ายแน่ ๆ
“ให้ก็รับไปเถอะ ข้าบอกว่าสองจินก็คือสองจิน!” เพื่อนร่วมแก๊งที่ฟันน้ำแข็งจ้องมองเขาด้วยสายตาดุดัน ก็เขาใช้ตาชั่งไม่เป็นนี่นา!
“นี่มัน...” ชายหนุ่มหันไปมองชุยเสินจีอีกครั้ง
“มองข้าทำไม? ตกลงเจ้าจะซื้อไอ้สองจินนี่หรือไม่ซื้อ?” ชุยเสินจีเอ่ยถามด้วยความรำคาญ
“ซื้อขอรับ ซื้อขอรับ...”
ชายหนุ่มพยักหน้ารัว ๆ แล้ววิ่งเหยาะ ๆ ไปเอาเงิน
เมื่อชายผู้มั่งคั่งได้รับรู้เรื่องราว เขาก็ไม่ได้ยืดเยื้อให้เสียเวลา ชุยเสินจียอมให้ก้อนน้ำแข็งน้ำหนักราวห้าจิน เขาก็ย่อมรู้ถึงความคุ้มค่า จึงมอบเงินสี่ก้วนให้แก่ชายหนุ่มทันที
และแล้วธุรกิจแรกก็ประสบความสำเร็จ
น้ำแข็งน้ำหนักกว่าห้าจิน ขายไปได้ในราคาสี่ก้วน
“คุณชายน้อยทุกท่าน ธุรกิจสำเร็จลุล่วงแล้ว เช่นนั้นน้ำส้มนี้...” ชายหนุ่มถูมือไปมา เผยรอยยิ้มประจบประแจง
“สี่จิน ตักเองสี่ช้อนก็แล้วกัน” ชุยเสินจีโบกมือ “น้ำแข็งบดหนึ่งช้อน น้ำส้มหนึ่งช้อน ถ้ากล้าตักเกินล่ะก็ ข้าจะซัดหัวเจ้าให้แตกเลยคอยดู!”
“อ้อ แล้วก็ระวัง ๆ หน่อยล่ะ อย่าเอาสิ่งสกปรกตกลงไปในอ่างเด็ดขาด!”
“ขอรับ ขอรับ...”
ชายหนุ่มพยักหน้ารัว ๆ “คุณชายน้อย ข้าไปเอาชามกระเบื้องเคลือบมาใส่ก่อนนะขอรับ”
ชายหนุ่มวิ่งหายไป เมื่อกลับมา ในมือก็มีชามกระเบื้องเคลือบใบใหม่เพิ่มมาด้วย
เขาตักน้ำส้มมาหนึ่งชามก่อน แล้วเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง “คุณชายน้อยทุกท่าน น้ำส้มชามนี้ ข้าสามารถจัดการเองได้ตามใจชอบเลยใช่ไหมขอรับ?”
“ถามบ้าอะไรเนี่ย ใส่ชามเจ้าแล้ว มันก็เป็นของเจ้าแล้วไงล่ะ” ชุยเสินจีด่า
“ขอรับ”
ชายหนุ่มกลอกตากลิ้งไปมา ตักน้ำส้มไปหนึ่งชามแล้ววิ่งหายไป
แล้วก็วิ่งกลับมาอีก
แล้วก็วิ่งหายไปอีก
แล้วก็วิ่งกลับมาอีกครั้ง...
“นี่เจ้าจะวิ่งไปวิ่งมาอีกนานไหมเนี่ย? ตักให้มันเสร็จ ๆ ไปในรวดเดียวเลยไม่ได้หรือไง?”
บินว่อนไปมาเหมือนแมลงวัน ฝางอี๋อ้ายทนไม่ไหวอีกต่อไป
ชายหนุ่มหน้าแดงก่ำ อึกอักไม่กล้าตอบ
ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปาก กลุ่มฝูงชนก็พากันฮือฮาขึ้นมา
ชาวบ้านคนหนึ่งชี้ไปที่ชายหนุ่มแล้วพูดขึ้นว่า “เจ้านี่มันไม่ซื่อสัตย์ เอาน้ำส้มแช่น้ำแข็งไปขายต่อ”
อะไรนะ?
ทุกคนถึงกับตกตะลึง
ชามละ 200 อีแปะ ชายหนุ่มเอาไปขายสองชาม นี่มันเท่ากับว่าแค่เดินไปกลับสองรอบ เขาก็หาเงินได้ถึง 400 อีแปะเลยงั้นหรือ?
มารดามันเถอะ จะบ้าตาย!
400 อีแปะเชียวนะ นี่ก็เหลืออีกสองชาม รวมทั้งหมดก็คือ 800 อีแปะ!
แค่พริบตาเดียว ก็หาเงินได้เท่ากับค่าแรงหลายเดือนของชาวบ้านธรรมดาทั่วไปแล้วหรือ?
“เจ้าเอาน้ำส้มไปขายต่องั้นหรือ?”
สีหน้าของฝางอี๋อ้ายแปรเปลี่ยนเป็นมืดครึ้ม
นี่มันจงใจแย่งลูกค้าของเขาชัด ๆ เลยไม่ใช่หรือไง?
“ผู้น้อย... ผู้น้อยก็แค่หาค่าจ้างวิ่งเต้นเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้นแหละขอรับ” ชายหนุ่มตอบอึกอัก
ก่อนจะยอมจำนนนำเงินออกมาคืนแต่โดยดี
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มคุณชายเจ้าสำราญเหล่านี้ เขาไม่มีความคิดที่จะต่อต้านเลยแม้แต่น้อย
“มีเรื่องอะไรกัน ทำไมถึงได้เอะอะโวยวายนัก?”
เว่ยซูอวี้เดินออกมาจากในร้าน ด้านหลังมีพ่อค้าผู้มั่งคั่งจำนวนมากเดินตามมาติด ๆ
เรื่องการขายน้ำแข็ง เว่ยซูอวี้ไม่เคยคาดหวังพึ่งพากลุ่มของชุยเสินจีเลยแม้แต่น้อย
ขายทีละก้อนสองก้อน เมื่อไหร่จะขายหมดล่ะ?
การเจรจาร่วมมือกับพ่อค้าและโรงเตี๊ยมขนาดใหญ่ต่างหาก ถึงจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
สาเหตุที่เขาไม่ยอมปรากฏตัวออกมาเสียที ก็เป็นเพราะกำลังเจรจาธุรกิจกับเหล่าพ่อค้าอยู่ภายในร้านนั่นเอง
การที่ชุยเสินจีและพวกพ้องมาช่วยขายน้ำแข็ง ก็เป็นเพียงแค่กิจกรรมยามว่างแก้เบื่อเท่านั้นแหละ
“ลูกพี่!”
เมื่อเห็นเว่ยซูอวี้ ชุยเสินจีและคนอื่น ๆ ก็พากันร้องเรียกเสียงหลง