เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

213 คุยเล่นยามบ่าย

213 คุยเล่นยามบ่าย

213 คุยเล่นยามบ่าย


การเดินทางออกนอกสถานศึกษาที่ดูเหมือนจะยาวนานได้ปิดฉากลงในพริบตา ดันเต้และผองเพื่อนกลับมาใช้ชีวิตในรั้วสถาบันตามปกติอีกครั้ง หากจะถามว่าชีวิตในสถาบันมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้างล่ะก็...ความเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดก็คือ ตอนนี้มีเก้าอี้สี่ตัววางอยู่หน้าโต๊ะกลมตัวเล็กที่เป็นมุมประจำของพวกเขาในห้องสมุดแล้ว

ส่วนใหญ่ก็ยังคงมีแค่ดันเต้กับโคนีเลีย โคลอิกซ์จะแวะมาบ้างเป็นครั้งคราว เทอมนี้เขาไม่มีเรียน แต่ต้องคอยบริหารจัดการบริษัท แน่นอนว่าตอนนี้โคลอิกซ์เต็มใจอย่างยิ่งที่จะรับบทผู้จัดการชั่วคราว อารมณ์ประมาณว่าสนุกกับงานจนลืมเรื่องเรียนไปเลย

นอกจากนี้ ตั้งแต่จบการเดินทางที่อาณาจักรแลนเดียร์ มีอาก็จะมานั่งอ่านหนังสือเป็นเพื่อนพวกเขาบ้างเป็นบางครั้ง มีอามักจะจิบชาดำยามบ่ายไปพลาง ดื่มด่ำกับความสนุกในการอ่านหนังสือไปพลาง ดูไม่เหมือนคนที่กำลังตั้งใจเรียนเลยสักนิด แต่พอคิดถึงเรื่องที่ผลการเรียนของเธออยู่ในรดับแนวหน้าของวิทยาลัยเล่นแร่แปรธาตุมาโดยตลอด ดันเต้ก็เลยไม่มีอะไรจะไปวิจารณ์เธอได้

แต่วันนี้ถือเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่ง เพราะทุกคนดันมารวมตัวกันพร้อมหน้าพร้อมตา

"อ๊ากก นี่มันเข้าช่วงต้นเดือนหกแล้วนะ พวกเรายังไม่ได้ลุยโลกเงากันเลยสักรอบ"

ดันเต้ฟุบหน้าลงกับโต๊ะด้วยสีหน้าที่ดูไม่สบอารมณ์เอาเสียเลย เวลาผ่านไปครึ่งเดือนแล้ว นับตั้งแต่พวกเขาเดินทางจากอาณาจักรแลนเดียร์กลับมายังเมืองหลวงของอาณาจักรนอร์ตัน ตอนที่พวกเขากลับมาถึงสถาบันก็เป็นช่วงกลางเดือนห้าแล้ว เผลอแป๊บเดียวเทอมนี้ก็ใกล้จะปิดฉากลงเต็มทีแล้ว

แน่นอนว่าการประเมินของพวกเขาผ่านไปได้อย่างราบรื่น แถมปาร์ตี้ของดันเต้ยังทำความสำเร็จที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ในการประเมินครั้งนี้อีกด้วย นั่นก็คือ...สังหารบิชอปไปหนึ่งคน และขับไล่บิชอปไปได้อีกหนึ่งคน ดังนั้น ผลลัพธ์ก็เลยคำนวณออกมาเป็นคะแนนประเมินที่สูงลิ่ว ถ้าไม่ใช่เพราะการประเมินมีการจำกัดเพดานคะแนนเริ่มต้นไว้ล่ะก็ พวกเขาอาจจะพุ่งพรวดขึ้นไปอยู่อันดับหนึ่งของกระดานจัดอันดับปาร์ตี้ระดับ 7 เลยด้วยซ้ำ

แต่จากสถานการณ์ตอนนี้ คะแนนที่พวกเขามีก็มากพอที่จะได้สิทธิ์รับเลือกเข้าสู่โลกเงาแห่งไหนก็ได้ตามใจชอบแล้ว และเพื่อเป็นการชดเชยที่ได้คะแนนล้นเกินมา ทางสมาพันธ์ราชอาณาจักรจึงอนุมัติเป็นกรณีพิเศษให้ทีมจิตใจอันงดงามได้รับการยกเว้นไม่ต้องเข้ารับการประเมินปาร์ตี้ระดับ 8 ในอนาคต เพราะภารกิจที่มีความยากระดับการเอาชนะบิชอปนั้น มันมีความยากเกินกว่าการประเมินปาร์ตี้ระดับ 8 เสียอีก

แต่ทว่า...ตอนที่พวกเขาพยายามจะเข้าไปในโลกเงาระดับ 7 เมื่อคราวก่อน กลับต้องพบกับความล้มเหลว โลกเงาดันเลือกผู้ท้าทายคนอื่นก่อน แล้วปล่อยให้พวกเขาถูกทิ้งไว้ข้างนอก ราวกับว่าโลกเงากำลังผลักไสพวกเขายังไงยังงั้น หรือไม่ก็ โลกเงาที่เหมาะสมกับพวกเขายังไม่ปรากฏขึ้นมา ดังนั้นพวกเขาจึงต้องรอต่อไป

"ไม่เป็นไรหรอก ตอนนี้ทางสถาบันไม่ได้สนแล้วว่าผมจะเคลียร์โลกเงาได้หรือไม่แล้วล่ะ ท่านอธิการบดีได้ยืนยันแล้วว่าจะให้ผมเรียนจบในฐานะผู้สำเร็จการศึกษาดีเด่น และจะจ้างผมเป็นอาจารย์ที่มีตำแหน่งสูงสุดด้วยซ้ำ"

โคลอิกซ์พูดพร้อมกับยิ้มอย่างอ่อนโยน

ถึงแม้ว่าโคลอิกซ์จะไม่เคยมีประวัติเคลียร์โลกเงาสำเร็จเลยสักครั้งก็ตาม แต่ชายหนุ่มในวัยเพียง 20 ปีคนนี้ ก็ได้กลายเป็นหนึ่งในวีรบุรุษผู้โด่งดังระดับโลกไปแล้ว จากผลงานการช่วยเหลือดันเต้โค่นบิชอปได้ถึงสองครั้ง

"ดันเต้แค่ไม่อยากให้นายเรียนจบไปแบบมีเรื่องค้างคาใจน่ะ"

โคนีเลียโน้มตัวลง เอียงคอจ้องมองดวงตาของดันเต้ ก่อนจะหันไปพูดกับโคลอิกซ์ ตอนนี้โคนีเลียเริ่มพูดประโยคสั้นๆ ได้ไหลลื่นเป็นธรรมชาติขึ้นมากแล้ว นอกจากความดีความชอบของโคลอิกซ์ที่คอยชี้แนะแล้ว ก็ต้องยกเครดิตให้กับอาจารย์ที่ปรึกษาคนใหม่อย่างมีอาด้วย

"ผมยังหวังว่าจะได้ทำตามแผนที่วางไว้ คือการลุยโลกเงาให้ผ่านพร้อมกับนายสักครั้งก่อนที่นายจะเรียนจบนี่นา"

ดันเต้บ่นอุบด้วยความหงุดหงิดใจ

"การที่พวกนายถูกโลกเงาผลักไสแบบนี้ ปกติแล้วไม่ได้เป็นเพราะดวงซวยหรอกนะ ก่อนหน้านี้มีผลวิจัยระบุว่า ดูเหมือนคนบางคนจะมีความเกี่ยวข้องอันซับซ้อนกับธีมของโลกเงาบางแห่งเป็นการเฉพาะอยู่น่ะ พวกเขาจะถูกโลกเงาเหล่านั้นดึงดูด แต่ในขณะเดียวกันก็จะถูกโลกเงาแห่งอื่นๆ ผลักไสออกมาด้วย และยิ่งมีคนที่มีคุณสมบัติแบบนี้อยู่ในปาร์ตี้เดียวกันมากเท่าไหร่ โอกาสที่จะเจอกับโลกเงาที่เหมาะสมก็จะยิ่งยากขึ้นเท่านั้น"

มีอาจิบชาดำไปหนึ่งอึก วางหนังสือในมือลงแล้วอธิบายให้พวกเขาฟัง

"..."

ดันเต้แทบจะมั่นใจได้เลยว่าตัวเองต้องมีความเกี่ยวข้องกับอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์แน่ๆ แถมเรื่องราวของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ก็มีความสำคัญกับดันเต้มากด้วยเช่นกัน เขาอยากจะสะสางข้อมูลที่ไม่ธรรมดาเหล่านั้นให้กระจ่าง

เหตุผลที่เขารีบไปเข้ารับการประเมินปาร์ตี้ระดับ 7 เมื่อสองเดือนก่อน ก็เพราะคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน หากเขาอยากจะรู้เรื่องราวตอนต่อไปของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ เขาก็ต้องเตรียมตัวรับมือกับการท้าทายโลกเงาระดับ 7 ให้พร้อม เพราะสงครามทางตอนเหนือของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ อย่างน้อยๆ ก็ต้องเป็นโลกเงาระดับ 7 ขึ้นไปแน่นอน นอกจากดันเต้แล้ว ตัวโคลอิกซ์เองก็มีความซับซ้อนซ่อนอยู่เช่นกัน พรจากทวยเทพทั้งสองประการที่เขามี เป็นเครื่องการันตีชั้นดีว่าดวงชะตาของเขาต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน ในโลกเงาสักแห่งก็คงจะสามารถหาคำตอบเกี่ยวกับพรและคำสาปของโคลอิกซ์พบได้เช่นกัน

ดังนั้นหลังจากดันเต้กับโคลอิกซ์มาอยู่ปาร์ตี้เดียวกันแล้ว โลกเงาระดับสูงที่เดิมทีก็มีน้อยอยู่แล้ว การจะสุ่มเจอโลกเงาระดับสูงที่เหมาะสมกับพวกเขาทั้งคู่ในเวลาเดียวกันจึงยิ่งยากขึ้นไปอีก

"เฮ้อ ช่วยไม่ได้ล่ะนะ ในเมื่อเรื่องมันกลายเป็นแบบนี้แล้ว งั้นพวกเราไปหาอะไรกินกันก่อนเถอะ"

ดันเต้ถอนหายใจอย่างจนใจ เอามือยันโต๊ะดันตัวลุกขึ้นยืน เตรียมตัวแยกย้าย

"กินข้าวเมี๊ยว!"

จู่ๆ อาจารย์แมวก็กระโจนพรวดออกมาจากเงาของดันเต้ แล้ววิ่งวนรอบตัวเขา ก็ดันเต้เคยรับปากว่าจะเลี้ยงข้าวมันนี่นา!

"นี่แกแอบมุดเข้าไปอยู่ในเงาผมตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?"

ดันเต้หิ้วคออาจารย์แมวขึ้นมาทันที พร้อมกับชี้หน้าด่าไปที่จมูกแมวๆ ของมัน ไม่ใช่เพราะอะไรหรอกนะ แต่เขารู้สึกว่าอาจารย์แมวมักจะทำเหมือนคอยจดบันทึก หรือแม้กระทั่งแอบถ้ำมองชีวิตส่วนตัวของเขาอยู่ตลอดเวลา ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกอึดอัดเป็นพิเศษ

"เมี๊ยวๆๆ"

อาจารย์แมวเริ่มใช้สเต็ปตีเนียนแกล้งโง่ตามเดิม ความจริงแล้วมันเคยถูกดันเต้จับได้คาหนังคาเขามาหลายรอบแล้ว แต่ดูเหมือนคราวนี้ดันเต้ตั้งใจจะเคลียร์กับมันให้รู้เรื่องจริงๆ จังๆ ซะที

เมื่อเห็นสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของอาจารย์แมว มีอาก็ยกมือขึ้นปิดปากกลั้นขำเบาๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า

"เออใช่ พวกนายได้ข่าวหรือยัง? กษัตริย์ลักซัสที่ 6 แห่งอาณาจักรโทมาฟิสทางตอนเหนือ เสด็จสวรรคตแล้วนะเมื่อตอนเที่ยงวันนี้เอง"

"หา? มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ?"

ดันเต้หันขวับกลับมาถามด้วยความประหลาดใจ

มีอา: "แน่นอนสิ พรุ่งนี้นายก็น่าจะได้เห็นข่าวลงหน้าหนังสือพิมพ์แล้วล่ะ"

ดันเต้: "เล่ามาให้ไวเลย"

บางครั้งเครือข่ายข่าวกรองของมีอาก็หูตาไวเป็นพิเศษจริงๆ

"ฉันก็ฟังมาจากอลิซอีกทีนะ นายอย่าเอาไปพูดสุ่มสี่สุ่มห้าล่ะ ได้ยินมาว่าลักซัสที่ 6 ต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสราวกับตกนรกทั้งเป็นมานานถึงสามเดือนเต็ม จนในที่สุดสภาพร่างกายและจิตใจก็รับไม่ไหว สิ้นใจตายเพราะโรคร้ายไปในที่สุด"

"สม...น้ำหน้า!"

ดันเต้แทบจะหลุดตะโกนคำว่า "สะใจโว้ย!" ออกมาแล้ว

นานขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย! ในที่สุดลักซัสที่ 6 ก็โดนเขาแช่งจนตายไปสักที! ความห่วงใยที่เขาส่งไปให้แบบเกาะติดไม่ปล่อยตลอดสามเดือนเต็ม ในที่สุดก็ช่วยส่งลักซัสที่ 6 ไปสู่สุคติได้สำเร็จ! นี่เป็นข่าวดีที่สุดเท่าที่ดันเต้ได้ยินมาในช่วงนี้เลยก็ว่าได้

"เยี่ยมไปเลย แบบนี้การประเมินนักสร้างการ์ดขั้นพิเศษของผมต่อจากนี้คงจะราบรื่นขึ้นเยอะแน่ๆ!"

ดันเต้พูดประโยคที่เข้ากับอารมณ์และจุดยืนของตัวเองในตอนนี้ออกมา

"พูดตามตรงนะ ถ้าไม่ใช่เพราะตลอดสามเดือนที่ผ่านมาฉันอยู่กับนายตลอดล่ะก็ ฉันคงแอบสงสัยไปแล้วว่าเป็นฝีมือนาย..."

มีอาอดไม่ได้ที่จะแสดงความคิดที่แท้จริงของตัวเองออกมา

ก่อนหน้านี้กษัตริย์แอชตันก็ถูกสาปแล้วถูกลอบปลงพระชนม์สำเร็จ จนนำไปสู้สงครามกลางเมือง มาตอนนี้ลักซัสที่ 6 ก็ต้องเผชิญกับการทรมานอันแปลกประหลาดจนสวรรคตด้วยความคับแค้นใจ ในขณะที่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังก็ยังคงลอยนวล แถมยังไม่มีเบาะแสอะไรทิ้งไว้เลยสักนิด เรื่องนี้ทำให้อดที่จะคิดไตร่ตรองให้ลึกซึ้งไม่ได้ บนโลกใบนี้มีขุมกำลังมากมายที่มีแรงจูงใจในการสร้างความวุ่นวายให้กับกลุ่มอาณาจักรทางเหนือ ตามหลักเหตุผลแล้ว คงไม่มีใครโยงเรื่องนี้มาหาดันเต้ได้หรอก แต่พอมีอาลองคิดทบทวนดูดีๆ แล้ว ตัวของดันเต้เองก็มีแรงจูงใจที่จะเล่นงานกลุ่มอาณาจักรทางเหนืออยู่เหมือนกัน แถมวิธีการทรมานสุดจะหลอนประสาทนั่น มันก็เข้ากับนิสัยของดันเต้เอามากๆ เลยด้วย

"พูดจาเหลวไหลอะไรของเธอเนี่ย ร่องรอยการเดินทางของผมในช่วงสามเดือนมานี้เปิดเผยโปร่งใสจนไม่รู้จะโปร่งใสยังไงแล้วนะ เธอจะสงสัยใครก็สงสัยได้ แต่จะมาสงสัยมหาบุรุษอย่างผมไม่ได้เด็ดขาด"

ดันเต้ยืนเท้าเอว ทำท่าทางขึงขังราวกับผู้ผดุงความยุติธรรม

"นั่นก็จริง..."

ถ้าช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาดันเต้เอาแต่อยู่เงียบๆ ในอาณาจักรนอร์ตันโดยไม่ได้ทำอะไรเลยล่ะก็ อาจจะมีคนสงสัยจริงๆ ว่าดันเต้แอบลอบออกจากอาณาจักรนอร์ตัน แล้วแทรกซึมเข้าไปก่อเรื่องที่ดินแดนทางเหนือหรือเปล่า แต่ดันบังเอิญว่าในช่วงเวลานั้น ดันเต้เดินทางไปที่อาณาจักรแลนเดียร์พอดี แถมยังไปสร้างวีรกรรมสุดอลังการที่สั่นสะเทือนไปทั่วทุกอาณาจักรได้สำเร็จซะด้วย ถือเป็นพยานหลักฐานที่อยู่ที่สมบูรณ์แบบและแน่นหนาที่สุด กลับกลายเป็นว่าเขาไม่มีความน่าสงสัยเลยแม้แต่น้อย

จบบทที่ 213 คุยเล่นยามบ่าย

คัดลอกลิงก์แล้ว