เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

212 เริ่มกลายเป็นคนหาความสำราญ (2/2)

212 เริ่มกลายเป็นคนหาความสำราญ (2/2)

212 เริ่มกลายเป็นคนหาความสำราญ (2/2)


ดันเต้ตั้งแต่ได้พบกับเครย์ เขาก็ตระหนักถึงปัญหาหนึ่งได้อย่างชัดเจน เขาต้องคอยจับตาดูพวกพนักงานที่รักอิสระมากเกินไปเป็นพิเศษ ไม่อย่างนั้นวันดีคืนดีอาจจะโดนทำให้โมโหจนเส้นเลือดในสมองแตกได้ เขาไม่อยากโดนเครย์ปั่นหัวจนสภาพจิตใจพังทลายเหมือนบิชอปแห่งความจอมปลอมหรอกนะ

"...ความสุดยอดของฟลอร่าก็คือ ต่อให้มีซ้อมตอนแปดโมงเช้า ตอนเจ็ดโมงห้าสิบห้านาทีเธอก็ยังนอนหลับอยู่บนเตียงได้ แล้วค่อยโผล่มาที่ห้องซ้อมเต้นตอนแปดโมงตรงเป๊ะนี่แหละ"

น้ำเสียงของเจ้าหญิงน้ำแข็งดูเหนื่อยใจนิดๆ

"ให้ตายเถอะ...นี่ผมไม่รู้ว่าควรจะชมหรือควรจะเตือนยัยนั่นดีเลย"

ดันเต้อดไม่ได้ที่จะแอบดีใจที่ตัวเองไม่ได้เป็นอาจารย์ประจำชั้นของฟลอร่า

แต่ดูเหมือนว่าเสียงคุยกันของพวกเขาจะไปปลุกฟลอร่าให้ตื่นขึ้นมา

"ใครมาส่งเสียงเอะอะแต่เช้าเนี่ย..."

ฟลอร่าผลักประตูออกมา มองทั้งสามคนที่คุยกันอยู่ริมระเบียงด้วยดวงตาสะลึมสะลือ สภาพในตอนนี้ของเธอไม่มีมาดของคุณหนูตระกูลเคานต์หลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย

ดันเต้จินตนาการภาพออกเลยว่าเมื่อกี้ยัยนี่ต้องนอนดิ้นน้ำลายยืดอยู่บนเตียงแหงๆ

"อ๊ะ...ดันเต้กลับมาแล้วเหรอเนี่ย หายหน้าไปไม่กี่วัน แอบไปมีลูกสาวตั้งแต่เมื่อไหร่...หืม!!?"

พอตั้งสติได้ ตาของฟลอร่าก็เบิกโพลงด้วยความช็อก

"ท..ทำไมผมเธอไม่เป็นสีแดงล่ะ! ไม่สิ นายเพิ่งออกไปได้ไม่เท่าไหร่เองนะ!"

ฟลอร่าเริ่มสติแตกพูดจาไม่รู้เรื่อง

"นี่ทาทา น้องสาวที่พลัดพรากกันไปหลายปีของผมต่างหาก"

ดันเต้ถึงกับกุมขมับพูดไม่ออก แต่เพื่อตัดปัญหา ตอนนี้เขาจึงประกาศกับคนภายนอกว่าทาทาเป็นน้องสาวของเขา

"อ้อ! ฉันก็ว่าอยู่ คนท้องก็ต้องใช้เวลาตั้งเก้าเดือนสิบเดือนนี่นา ฮ่าๆๆ!"

ฟลอร่ายกมือเกาหัวหัวเราะแห้งๆ

"ถ้ามีเวลาว่างก็หัดอ่านหนังสือซะบ้างนะฟลอร่า ถ้าเธอมีความรู้สักหนึ่งในสิบของมอเรียนล่ะก็ เธอคงไม่ต้องเหนื่อยขนาดนั้นช่วงก่อนสอบปลายภาคหรอก"

พอดันเต้นึกถึงตอนที่ติวหนังสือให้ฟลอร่าเมื่อปลายเทอมที่แล้ว เขาก็รู้สึกเสียวหนังหัวขึ้นมาเลย

"ฉันไม่อยากฉลาดเหมือนพี่ชายซะหน่อย สุดท้ายก็หาเรื่องใส่ตัวจนกลายเป็นอาชญากรถูกหมายหัวอยู่ดี..."

ฟลอร่าบ่นอุบอิบ

"พรืด"

ดันเต้หลุดขำ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขาถูกคำพูดของฟลอร่าทำให้ขำออกมาได้

"ถ้ามอเรียนมาได้ยินประโยคนี้ล่ะก็ สีหน้าหมอนั่นต้องดูไม่จืดแน่ๆ ไม่ได้การละ เดี๋ยวเธอพูดอีกรอบนะ ผมขออัดเสียงไว้หน่อย"

"นายเนี่ยคิดถึงแต่พี่ชายฉันจังเลยนะ...จะว่าไปนะ ฉันเคยคิดเล่นๆ ว่าถ้านายหรือพี่ชายฉันคนใดคนหนึ่งเกิดเป็นผู้หญิง ป่านนี้พวกนายคงจับคู่ลงเอยกันไปตั้งนานแล้ว..."

ฟลอร่าอดไม่ได้ที่จะแซวออกมา

"หึหึ นี่เป็นเรื่องตลกที่ไร้สาระที่สุดในโลกเลย"

ดันเต้แค่นหัวเราะพลางส่ายหน้า

"มอเรียนเหรอ..."

ทาทาถามด้วยความสงสัยเล็กน้อย เธอมักจะได้ยินพวกพี่ๆ ในปาร์ตี้พูดถึงคนคนนี้อยู่บ่อยๆ แต่พอกลับมาที่อาณาจักรนอร์ตันก็ยังไม่เคยเห็นหน้าเลยสักครั้ง

"อ้อ ลืมบอกเธอไปเลย มอเรียนก็คือพี่ชายของพี่สาวฟลอร่าคนนี้นี่แหละ ถ้าเกิดวันไหนเธอได้เจอกับมอเรียน จำไว้นะว่าห้ามเชื่อคำพูดของเขาแม้แต่คำเดียว"

ดันเต้ย่อตัวลง เอาสองมือยันเข่าแล้วจ้องมองทาทาด้วยสายตาจริงจัง

"เข้าใจแล้ว ฉันจะจำไว้"

ทาทาพยักหน้ารับคำด้วยสายตาจริงจัง

ดันเต้พยักหน้าอย่างพึงพอใจ การมีน้องสาวหัวไวเนี่ยมันช่างน่าชื่นใจจริงๆ พอนึกได้ว่าขนาดน้องสาวของเขายังฉลาดกว่ามอเรียน ดันเต้ก็ยิ่งอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

"วันนี้ผมให้พวกเธอหยุดพักหนึ่งวันแล้วกัน พาทาทาไปเที่ยวเล่นให้เต็มที่เลย"

"เย้!"

ฟลอร่าตาสว่างเป็นประกายพร้อมกับชูสองแขนเฮลั่นทันที

ทว่า ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้คุยอะไรกันต่อ เสียงร้องอุทานก็ดังมาจากชั้นล่าง ดูเหมือนจะเป็นเสียงของโคนีเลียกับมีอา แต่ไม่ใช่เสียงกรีดร้องตกใจ เหมือนเป็นแค่การอุทานเรื่องบางอย่างเฉยๆ

"เกิดอะไรขึ้นน่ะ?"

"ไปดูกันเถอะ"

ดันเต้รู้สึกเป็นห่วงอยู่สามส่วน อีกเจ็ดส่วนคือความอยากรู้อยากเห็นล้วนๆ เขาจึงรีบวิ่งลงบันไดไป

ทว่ายังไม่ทันถึงชั้นล่าง ตอนที่ทั้งสี่คนอยู่ตรงบันได ก็มองเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องโถงชั้นหนึ่งแล้ว ภาพที่เห็นคือโคนีเลียกับมีอากำลังนั่งอยู่บนโซฟา สองมือยกขึ้นปิดปากเบิกตากว้างมองไปทางประตูด้วยความตกตะลึง และห่างจากประตูไปไม่ไกล จูดิธกำลังยืนอึ้งอยู่ ดูเหมือนเธอเพิ่งจะกลับมาถึงคฤหาสน์

โคลอิกซ์กำลังยืนอยู่ตรงหน้าจูดิธ พร้อมกับยื่นกล่องของขวัญใบเล็กให้เธอ ภายในกล่องมีนาฬิกาพกสีเงินสภาพแตกยับเยินเรือนหนึ่งวางอยู่ จูดิธยกมือขึ้นทาบอก ดูเหมือนในที่สุดเธอก็ได้สติจากการเหม่อลอย เธอจ้องมองนาฬิกาพกเรือนนั้นเขม็ง ก่อนจะเงยหน้ามองโคลอิกซ์ด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ พลางเอ่ยถามว่า

"น..นี่มัน?"

"นี่คือนาฬิกาพกของฟาฮิมครับ เป็นของที่ผมกับดันเต้เอามาจากตัวเขาหลังจากจัดการฟาฮิมได้แล้วครับ"

เสียงของโคลอิกซ์อ่อนโยน แต่ตอบกลับไปโดยไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียว

หลังจากคลุกคลีกับดันเต้มาพักใหญ่ ความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดของโคลอิกซ์ก็คือ เขาเลิกทำตัวซึมกะทือไร้ชีวิตชีวาเหมือนเมื่อก่อนแล้ว

"!!!"

จูดิธรับกล่องของขวัญมาด้วยอาการเหม่อลอย เธอคล้ายกับยังไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองพลางถามซ้ำ

"นาย...จะมอบสิ่งนี้ให้ฉันงั้นเหรอ?"

ฟาฮิมคือศัตรูตัวฉกาจของศาสนจักรสุริยเทพ และยังเป็นศัตรูตัวฉกาจของหัวหน้าอัศวินศักดิ์สิทธิ์อย่างจูดิธอีกด้วย หากจะพูดถึงความเสียใจที่สุดหลังจากที่จูดิธผันตัวมาเป็นไอดอลล่ะก็ แน่นอนว่าต้องเป็นการที่เธอไม่อาจลงทัณฑ์ฟาฮิมด้วยมือตัวเองได้

เมื่อไม่กี่วันก่อน ตอนที่เธอได้ยินข่าวว่าดันเต้กับโคลอิกซ์ฆ่าฟาฮิมไปแล้ว วินาทีแรกเธอถึงกับคิดว่าตัวเองกำลังฝันไปหรือเปล่า มันทำให้เธอทั้งตื่นเต้นและซาบซึ้งใจ ถึงขั้นวางแผนไว้ว่าพอดันเต้กับโคลอิกซ์กลับมาเมื่อไหร่ เธอจะต้องขอบคุณพวกเขายกใหญ่ให้ได้

แต่ใครจะไปนึกว่า ทันทีที่กลับมาถึง โคลอิกซ์จะเดินตรงดิ่งมาหา แล้วยื่นของขวัญชิ้นนี้ให้กับเธอ หรือว่านี่จะมีความหมายอะไรแฝงอยู่รึเปล่านะ?

"ครับ ผมตั้งใจมอบให้คุณ"

โคลอิกซ์ตอบกลับอย่างเด็ดเดี่ยว

เมื่อสบเข้ากับสายตาอันมุ่งมั่นของโคลอิกซ์ จู่ๆ จูดิธก็รู้สึกว่าหัวใจตัวเองเต้นรัวแรงจนแทบจะควบคุมไม่อยู่ ในสายตาของเธอตอนนี้ เด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่าเธอเป็นสิบปีคนนี้กลับดู...ไม่สิ ต้องบอกว่าดูหล่อเหลาเป็นพิเศษเลยต่างหาก

"โอ้ววววววว!!"

ส่วนโคนีเลีย มีอา และอาจารย์แมวที่นั่งดูเหตุการณ์อยู่บนโซฟา ถึงกับหลุดเสียงร้องอุทานออกมาพร้อมกันอีกครั้ง พวกเขาไม่คิดเลยว่าโคลอิกซ์จะใจกล้าแบบนี้!!

แม้แต่ดันเต้เองก็หยุดยืนอยู่ตรงบันได มองดูฉากเด็ดด้วยความบันเทิง ย้อนกลับไปตอนที่ดันเต้จัดการฟาฮิมเสร็จ ก่อนที่ข่ายเวทมนตร์เงามืดจะคลายลง เขาก็ถือโอกาสปลดทรัพย์ศพฟาฮิมจนเกลี้ยง กวาดมาทั้งการ์ดระดับหายากสีม่วงของเครย์ ทรัพย์สินเงินทอง แล้วก็ตราประจำตำแหน่งบิชอปด้วย

การทำนายตำแหน่งของนักพยากรณ์ดวงดาวนั้นจับสัญญาณจาก "คน" ไม่ใช่ "ตรา" ดังนั้นต่อให้ดันเต้ถือตราอยู่สองอันในมือก็ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนการ์ดระดับหายากสีม่วงกับตราประจำตำแหน่งบิชอปของฟาฮิมนั้น ดันเต้ไม่มีความจำเป็นต้องเก็บไว้เลย นอกจากการ์ดระดับมหากาพย์สีส้มแล้ว การ์ดระดับหายากสีม่วงใบอื่นของฟาฮิมแทบจะไร้ประโยชน์สำหรับดันเต้ ถ้าเขาการ์ดพวกนี้ไปก็ต้องรายงานเบื้องบนอยู่ดี มีแต่จะสร้างความวุ่นวายเปล่าๆ แต่ถ้าส่งมอบไปพร้อมกับศพของฟาฮิมเลย สมาพันธ์ราชอาณาจักรจะประเมินมูลค่าการ์ดพวกนี้รวมเข้าไปในเงินรางวัลด้วย ทำให้เขาได้เงินรางวัลที่สูงกว่าราคาตลาดมาก เรียกว่ากำไรสุดๆ

สำหรับตราประจำตำแหน่งบิชอปของฟาฮิมนั้น มันได้เปลี่ยนเป็นสีเทาและสูญเสียพลังไปแล้ว ดันเต้จำได้ว่าตอนที่ล้วงกระเป๋าค้นตัวฟาฮิม เขาบังเอิญเจอนาฬิกาพกเรือนนี้เข้า ตอนแรกดันเต้กะจะเมินมันไปแล้ว แต่โคลอิกซ์กลับเป็นฝ่ายเอ่ยปากถามขึ้นมาเองว่า ในตัวฟาฮิมมีของอะไรที่พอจะเก็บไว้เป็นที่ระลึกได้บ้างไหม ดันเต้ก็เลยโยนนาฬิกาพกเรือนนั้นให้โคลอิกซ์ไปส่งๆ แต่ใครจะไปนึกว่าโคลอิกซ์จะร้ายกาจขนาดนี้!! การเอานาฬิกาพกที่เป็นเสมือน "สัญลักษณ์แห่งความปราชัยของบิชอปแห่งความเสื่อมทราม" มามอบให้จูดิธแบบนี้ ค่าความประทับใจจะพุ่งกระฉูดจนปรอทแตกเอาได้เลยนะ!

เกมจีบไอดอล โคลอิกซ์นับว่าบรรลุวิชาขั้นสุดยอดแล้ว!

ทว่า สีหน้าของดันเต้ก็เปลี่ยนเป็นสนุกสนานขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ดันเต้ที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ตรงบันไดตาไวสังเกตเห็นว่า...ในตอนนี้ประตูคฤหาสน์ได้ถูกแง้มเปิดออกช้าๆ อีกครั้ง! พอมองลอดช่องประตูออกไป ก็จะเห็นว่าแคลร์ เพื่อนสมัยเด็กของโคลอิกซ์กำลังยืนอยู่ริมประตู จ้องมองโคลอิกซ์กับจูดิธอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา!

แคลร์กัดริมฝีปากแน่น ขอบตาเริ่มแดงก่ำ เธอสูดน้ำมูกฮึดฮัด จากนั้นก็ยกมือขึ้นปาดน้ำตา ยืนมองดูภาพบาดใจได้ไม่นาน เธอก็ทนไม่ไหวจนต้องหันหลังวิ่งหนีไป

"สุดยอด! ยอดเยี่ยมไปเลย!"

ดันเต้อดใจไม่ไหวจนต้องยกมือขึ้นมาปิดปากกลั้นยิ้ม

"เมี๊ยว!!"

อาจารย์แมวที่เห็นปฏิกิริยาของดันเต้เมื่อครู่ ก็มองตามสายตาของเขาไปเห็นแคลร์ที่อยู่นอกประตูพอดี มันกระโดดผลุงลงจากโซฟา วิ่งตรงดิ่งมากระโจนเข้าใส่อ้อมอกของดันเต้ พร้อมกับโวยวาย

"เมี๊ยวๆๆ! ดันเต้ เจ้าขำทำไมเนี่ยเมี๊ยว! แคลร์ออกจะน่าสงสารขนาดนั้นแท้ๆ!"

"มีอะไรให้น่าสงสารกันล่ะ? โลกนี้มันมีแค่คำว่า 'ส่งความรู้สึกไปถึง' กับ 'ส่งไปไม่ถึง' ต่างหากล่ะเฟ้ย!"

ตอนนี้ดันเต้แทบอยากจะคว้ากระดาษกับปากกามาสเก็ตช์ 'ภาพวาดระดับโลก' ฉากเด็ดเมื่อกี้นี้เก็บไว้ซะให้รู้แล้วรู้รอด

"นี่อย่าบอกนะว่าเมื่อเทียบกับคู่โคลอิกซ์และแคลร์แล้ว เจ้าเชียร์ฝั่งโคลอิกซ์กับจูดิธมากกว่าน่ะเมี๊ยว?"

อาจารย์แมวเอียงคอคิดครู่หนึ่งแล้วถามขึ้น

"ไม่หรอก"

"แล้วเจ้าจะขำทำไมล่ะเมี๊ยว?!"

"ผมก็แค่รู้สึกว่ามันสนุกดี เพื่อนสมัยเด็กที่ปากแข็งแต่ไม่ยอมแสดงความรัก กับพี่สาวสุดเซ็กซี่ที่อายุมากกว่า ศึกนี้ใครจะเป็นฝ่ายชนะกันนะ? การได้ดูคนอื่นมีความรักนี่มันน่าสนุกจริงๆ"

"ไอ้สารเลวอย่างเจ้าที่แท้ก็เป็นพวกโรคจิตชอบดูเรื่องรักสามเส้าเคล้าน้ำตาแบบนี้นี่เองเมี๊ยว?! ข้า เดมี่ ขอประกาศเป็นศัตรูกับเจ้าเมี๊ยว!"

จบบทที่ 212 เริ่มกลายเป็นคนหาความสำราญ (2/2)

คัดลอกลิงก์แล้ว