- หน้าแรก
- พันธะหัวใจในไฟแค้น
- ตอนที่ 25 มันนุ่มเหมือนเยลลี่เลย
ตอนที่ 25 มันนุ่มเหมือนเยลลี่เลย
ตอนที่ 25 มันนุ่มเหมือนเยลลี่เลย

มุมมองของมาร์ค
ผมขับรถพาเรามาถึงหน้าร้านอาหาร
เพื่อนผมอุ้มเด็กผู้หญิงตัวเล็กไว้ในอ้อมแขน
เราสองคนเดินไปยังร้านอาหารด้วยกัน
ระหว่างทางมีร้านขายของเล่นอยู่ร้านหนึ่ง
เด็กน้อยชี้ให้เราดูร้านนั้น
ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความดีใจเมื่อเห็นของเล่น
แต่เธอไม่พูดอะไรเลย...ไม่แม้แต่จะขอ
ผมเลยเป็นฝ่ายถามเธอก่อน
“หนูอยากได้ของเล่นไหม?”
เด็กน้อยเงยหน้ามามองผมแล้วตอบเสียงใส
“อยากได้ค่ะมาร์ค... หนูอยากได้แค่อันเดียวนะ... หนูไม่อยากได้เยอะ...”
เพื่อนผมที่เป็นตำรวจหัวเราะเบา ๆ
“น่ารักจริง ๆ เลย เดี๋ยวลุงซื้อให้เองนะลูก เลือกอันที่หนูชอบเลย”
เขาหันมามองผมเป็นสัญญาณว่าให้ผมเข้าไปที่ร้านอาหารก่อน
เขาจะตามเข้ามาทีหลังพร้อมกับเด็กน้อย
เราจึงแยกกันที่หน้าร้าน
ผมรีบเดินเข้าไป
ใจมันเร่งเร้าอยากเจออันนา
ผมรู้สึกโล่งใจ... ที่หลุดพ้นจากไอ้คนสารเลวนั่นได้เสียที
แต่ผมยังไม่อยากบอกเธอ
เพราะเธออาจจะรู้สึกไม่ดี
หรืออาจจะคิดว่าผมกำลังตกหลุมรักเธอ...
ทันทีที่ผมเดินเข้าไปในร้าน
ผมเห็นพวกเธอนั่งกันอยู่ที่โต๊ะมุมร้าน
ผมเห็นด้านหลังของอันนา
ผมหยุดมองผมของเธอที่เป็นลอนอ่อน ๆ นั่น
เธอกำลังหัวเราะและพูดคุยกับโมนาอย่างอารมณ์ดี
ผมเดินตรงไปที่โต๊ะ
และนั่งลงข้างเธอโดยไม่ลังเล
“สวัสดีตอนบ่ายครับโมนา”
ผมกล่าวทักทายเบา ๆ
จากหางตา... ผมเห็นว่าอันนากำลังจ้องผม
แต่ผมแกล้งทำเป็นไม่สนใจ
ผมรอให้เธอพูดกับผม... สักคำก็ยังดี
แต่เธอกลับไม่พูดอะไรเลย...
เธอหันหน้าหนี แล้วหยิบพิซซ่าขึ้นมากินเฉย ๆ
เธอทำร้ายความรู้สึกผม
อีโก้ของผมมันกระตุก
ผมอยากให้เธอสนใจผม
เลยทำเป็นพูดคุยกับโมนาเรื่องเพื่อนสมัยเรียนที่จัดปาร์ตี้คู่รักวันพรุ่งนี้
แต่ในหัวของผมยังจดจ่ออยู่กับอันนา
เธอไม่แม้แต่จะชายตามองผมเลยด้วยซ้ำ
ผมเลยแกล้งเธอ
ผมใช้มือซ้ายชนมือขวาของเธอแบบจงใจ
แล้วแกล้งทำเป็นอุบัติเหตุ
โมนาหัวเราะ
เธอหันมามองผม
แต่ผมไม่หันไปมองเธอ
เพราะผมรู้... ว่าใบหน้าเธอเป็นยังไงตอนนี้
ผมยิ้มในใจแล้วหยิบกระดาษทิชชู่ส่งให้เธอ
ชีสจากพิซซ่าติดอยู่ตรงริมฝีปากบนของเธอ
และนิดหนึ่งที่ปลายจมูก
เธอทำปากจู๋แล้วจ้องผมด้วยสายตาไม่พอใจ
ผมชอบเวลาเธอแสดงออกแบบนั้น
ผมชอบเวลาที่ได้แกล้งเธอ
ชอบใบหน้าใสซื่อเวลาที่เธอตกหลุมมุขผม
ตอนที่ผมเห็นชีสติดปากเธอแบบนั้น...
ผมแอบคิด...
ผมอยากจะคว้าตัวเธอมา...
อยากจะชิมชีสบนริมฝีปากสีชมพูแดงของเธอ
อยากจะเลียมันออกด้วยริมฝีปากของผม
...จูบแบบฝรั่งเศสที่ร้อนแรง...
ผมอยากกลืนกินริมฝีปากของเธอ...
อย่างหลงใหลที่สุด
อันนาหยิบกระดาษทิชชู่มาค่อย ๆ เช็ดปากของตัวเอง
ตอนนั้นผมพูดขึ้นว่า...
"เธอชอบเฟรนช์คิสไหม..."
คำว่า “จูบ” ผมพูดเบาจนอันนาได้ยินชัดเจน
เธอหันมาจ้องหน้าผม
เหมือนกำลังคิดซ้ำกับสิ่งที่เธอเพิ่งได้ยิน
ผมหันไปมองโมนา เธอกำลังยุ่งอยู่กับการกินนักเก็ตไก่
จากนั้นผมก็พูดขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้เสียงดังชัดเจน
“เธอชอบเฟรนช์ฟรายส์ไหม?”
อันนาดูสับสนไปหมด
เธอคงกำลังคิดว่า... หรือว่าเธอได้ยินผิดไปกันแน่
ผมชอบความใสซื่อของเธอเหลือเกิน
เธอดูน่ารักมากในตอนนั้น
แล้วโมนาก็เป็นคนตอบแทนว่า
"เราสั่งมาก็เพราะเราชอบน่ะสิ..." แล้วเธอกับผมหันไปมองอันนา
เธอยังลังเล...
แต่ก็พยักหน้าเบา ๆ เป็นเชิงว่า “ใช่”
แล้วเธอก็มองผมกลับมา
ผมยิ้มกับตัวเอง
ก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้งว่า
“งั้นขอเฟรนช์คิสนึงสิ...”
ผมพูดคำว่า “คิส” เบาอีกครั้ง
เบาพอที่อันนาได้ยินชัด
เธอเบิกตากว้าง มองผมทันที
เหมือนจะเช็กว่าตัวเองได้ยินผิดหรือเปล่า
ผมแกล้งทำเป็นปกติ แล้วพูดต่อเสียงดังว่า
“ขอหน่อยสิ ฉันอยากลองชิมน่ะ”
พร้อมกับขยิบตาให้เธอข้างหนึ่ง
ใบหน้าเธอเริ่มเปลี่ยนสี
แก้มแดงระเรื่อ ปลายจมูกเป็นสีชมพู
โมนาหยิบจานส่งให้อันนา
และอันนาก็ยื่นจานนั้นต่อมาให้ผมด้วยมือของเธอเอง
เธอดูสับสนไปหมด
ผมรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของเธอ
และนั่นแหละ...
ยิ่งทำให้ผมอยากแกล้งเธอมากขึ้น
แกล้งโดยทำเป็นว่าไม่ได้ตั้งใจจะแกล้ง
อันนาหยิบแก้วโค้กขึ้นมาดื่มเพื่อกลบเกลื่อน
แล้วผมก็พูดขึ้นอีกว่า...
"ได้โปรด... อย่ากัดลิ้นฉันนะ..." พอเธอได้ยินเธอก็สำลักโค้ก
น้ำโค้กพุ่งกระเด็นออกมาบนโต๊ะ
ผมแอบยิ้มกับตัวเองอย่างพอใจ
แน่นอน... เธอตอบสนองกับการแกล้งของผม
โมนารีบถามเธอว่า “อันนา เป็นอะไรรึเปล่า?”
เธอส่ายหน้าพร้อมพยักหน้าเบา ๆ ว่าไม่เป็นไร
ผมหันไปหาโมนาอย่างสบาย ๆ แล้วพูดว่า
"ได้โปรด... อย่ากัดเฟรนช์ฟรายส์ของฉันนะ..." โมนาหัวเราะแล้วพูดว่า
"ไม่มีใครจะแย่งเฟรนช์ฟรายส์ของนายหรอกน่า... นายกินได้เลยทั้งหมดนั่นแหละ..." "ถ้าอยากได้อีกก็สั่งเพิ่มได้นะ..."
ผมเลยตอบกลับไปว่า
"พอแล้วครับ..." พร้อมรอยยิ้มกว้าง...
"ผมชอบมันมาก... เธอชอบไหมล่ะ...?"
ผมหันไปทางอันนาแล้วถามเธอเบา ๆ
เธอยังคงอยู่ในภาวะลังเล
ไม่แน่ใจว่าตัวเองตอบคำถามเกี่ยวกับ “คิส” หรือ “เฟรนช์ฟรายส์” กันแน่
และด้วยความสับสน
เธอก็พยักหน้าตอบว่า “ใช่”
ผมยิ้มกับตัวเองอย่างพอใจ
รู้สึกมีความสุขเหลือเกินที่ได้แกล้งเธอ
ระหว่างนั้นเอง
เพื่อนของผมก็เดินกลับมาพร้อมกับเด็กน้อยในอ้อมแขน
ในมือน้อย ๆ ของเธอกอดตุ๊กตาหมีนุ่มตัวเล็กแน่น
เมื่อโมนาเห็นเด็กผู้หญิงคนนั้น เธอหันมาทางผมแล้วพูดว่า
“เด็ก?”
“ฉันไม่ไหวแล้วนะ แค่เลี้ยงเด็กคนเดียวก็จะตายอยู่แล้ว…”
ผมรีบพูดแทรกก่อนที่เธอจะพูดจบ
“โมนา... เด็กคนนี้อยู่ที่โรงเรียนของเธอ...”
โมนาหยุดพูดทันที
และอันนา... ก็มองสลับไปมาระหว่างผมกับโมนา
ผมรีบเปลี่ยนเรื่องโดยหันไปทางเพื่อนของผมแล้วแนะนำกับอันนา
“เขาเป็นเพื่อนผมเอง... ทอม... เป็นตำรวจ”
“เขาเป็นคนที่ดูแลคดีของเรียโดยตรง”
ทั้งอันนาและโมนาทักทายทอม
ขณะที่ทอมก็นั่งลงข้าง ๆ โมนา
แล้วพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงล้อเล่นว่า
“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมน่ะดูแลเด็กเก่งในอนาคตแน่นอน”
พร้อมกับขยิบตาให้เธอหนึ่งที
ใบหน้าของโมนาขึ้นสีแดงเรื่อในทันที
โมนาและทอมเริ่มสนิทกันมากขึ้นจากคดีของแม่อันนา...
ผมคิดว่าอาจจะมีอะไรบางอย่างระหว่างสองคนนี้แน่ ๆ
ผมอุ้มเด็กน้อยมาจากแขนของทอม พร้อมกับตุ๊กตาหมีในมือของเธอ
แล้วอุ้มเธอขึ้นมานั่งบนโต๊ะตรงกลาง
โดยให้เธอนั่งหันหน้ามาทางผมและอันนา
ผมหันไปมองอันนา
เธอดูมีความสุขมากเวลาที่มองเด็กน้อย
อันนาเอ่ยถามเบา ๆ ว่า
“หนูชื่ออะไรจ๊ะ?”
เด็กน้อย: “มาม่าเรียกหนูว่า แองเจิล...”
อันนา: “ว้าว... น่ารักจังเลย”
“แต่ทำไมตาหนูบวมแบบนี้ล่ะ?”
“หนูร้องไห้เหรอ?”
อันนายื่นมือไปจับแก้มเล็ก ๆ ของแองเจิล
ค่อย ๆ ประคองใบหน้าของเธอเหมือนที่ผมเคยทำ
แองเจิลก้มหน้าลงช้า ๆ แล้วตอบว่า
“ค่ะ...”
อันนาเงยหน้าของเธอขึ้น
สบตากับเด็กน้อย แล้วพูดเบา ๆ ว่า
“เข้มแข็งไว้นะจ๊ะ...
คุณแม่จะชอบหนูมาก ถ้าหนูเป็นเด็กที่เข้มแข็ง เข้าใจไหม?”
คำพูดเดียวกันกับที่ผมเคยพูดกับเธอที่โรงเรียน ตอนนี้ผมกำลังจ้องมองอันนา...
และเห็นถึงความอ่อนโยนของเธอเวลาที่ดูแลเด็ก...
มุมมองอันนา
ฉันรู้ว่าเด็กคนนี้อารมณ์เปลี่ยนทันทีที่ฉันถามเรื่องการร้องไห้
ฉันเลยไม่เซ้าซี้อะไรต่อ แต่เลือกจะให้กำลังใจเธอแทน...
จากนั้นเพื่อเปลี่ยนเรื่อง ฉันก็ถามเธอว่า...
“หนูอยากกินอะไรไหมจ๊ะ?”
แองเจิลหันไปมองมาร์คแล้วตอบว่า
“ไอศกรีมสองถ้วยค่ะ...”
“ว้าว หนูชอบไอศกรีมเหรอ? พี่ก็ชอบเหมือนกันเลย”
“แต่ก่อนจะกินไอศกรีมนะ หนูต้องกินข้าวก่อนนะจ๊ะ”
แองเจิลหันกลับไปมองมาร์คอีกครั้ง...
“ใช่แล้วจ้ะคนดี... กินข้าวเสร็จแล้วหนูจะได้ไอศกรีม 2 ถ้วยเลยนะ...”
“ไหนคนดีของแม่บอกหน่อยสิว่าอยากกินอะไร...”
“เฟรนช์ฟรายส์ค่ะ...”
ทั้งฉันและมาร์คหันมองหน้ากัน...มาร์คแกล้งไอเบาๆ...
ฉันยิ้มให้ตัวเอง...
“งั้นหนูชอบเฟรนช์ฟรายส์สินะ...”
“ใช่ค่ะ หนูรักเลย...”
“อือ ฉันก็รัก...”
ฉันหันไปมองมาร์คอีกครั้งตาเบิกกว้าง...
“ผมหมายถึง เฟรนช์ฟรายส์ครับ...” เค้ากำลังแกล้งฉัน...
หลังจากนั้นพวกเราก็สั่งเฟรนช์ฟรายส์พร้อมกับอาหารสำหรับทอมและมาร์ค...
ฉันให้แองเจิลนั่งบนตักและช่วยป้อนเฟรนช์ฟรายส์ให้เธอ... แองเจิลไม่ยอมปล่อยของเล่นเลยระหว่างนั้นฉันก็บอกเธอว่า...
“ฉันชอบตุ๊กตาหมีตัวนี้จังเลย...”
“ลุงทอมซื้อให้หนูค่ะ...”
ฉันมองไปที่ทอม แต่ทอมกับโมนาดูจะกำลังคุยกันอย่างเคร่งเครียด...
“จริงเหรอ...งั้นหนูดูแลตุ๊กตาหมีตัวนี้ดีๆ นะคะ...”
“ใช่ค่ะ หนูจะป้อนเฟรนช์ฟรายส์ให้ตัวนี้ด้วย...”
เธอบอกพร้อมกับพยายามจะเอาเฟรนช์ฟรายส์ชิ้นหนึ่งไปป้อนตุ๊กตา...
ฉันกับมาร์คหัวเราะพร้อมกันกับความไร้เดียงสาของเธอ...
“เห็นไหมว่าตุ๊กตาหมีตัวนี้จะอยู่กับหนูตลอดไปเลยนะ...โอเคไหมคะ...”
“ใช่ค่ะ นี่คือเพื่อนที่ดีที่สุดของหนูค่ะ” แล้วเธอก็กอดตุ๊กตาหมี...
หลังจากกินเสร็จแล้ว...
“โอเคจ้ะที่รัก... หนูสามารถสั่งไอศกรีมได้แล้ว...”
จากนั้นพวกเราก็เริ่มสั่งไอศกรีมกัน...
“ฉันบัตเตอร์สก็อตช์ค่ะ”
“ผมเอาสตรอว์เบอร์รี”
“ผมช็อกโกแลต”
“ฉันบัตเตอร์สก็อตช์” ฉันและโมโนไฮไฟว์กัน...พวกเราทุกคนมองไปที่แองเจิลเพื่อรอคำตอบ...
“หนูเอาบัตเตอร์สก็อตช์ค่ะ...”โมนาและฉันไฮไฟว์กันอีกครั้งที่ผู้หญิงทุกคนสั่งรสชาติเดียวกันหมด...
“ไหนบอกพี่สิว่าทำไมหนูสั่งไอศกรีม 2 ถ้วยล่ะ...”
“มาร์คบอกหนูว่า เขาจะให้ไอศกรีมหนูสองถ้วยค่ะ...”
“ทำไมล่ะจ๊ะ...” ฉันสังเกตว่าเธอเรียกทอมว่าลุงทอม แต่เรียกมาร์คว่ามาร์คเฉยๆ
“เพราะมาร์คบอกว่าเขาจะให้ไอศกรีมสองถ้วยถ้าหนูเรียกเขาว่า...” เธอกำลังจะพูดว่าเรียกมาร์คแทนที่จะเรียกลุง แต่คำพูดของเธอก็ถูกมาร์คขัดขึ้นมา...
“เพราะหนูเป็นเด็กน่ารักไงครับ...”แล้วเขาก็กลบเกลื่อนด้วยประโยคนั้นและพยายามจะอุ้มแองเจิลออกจากตักฉันเพื่อให้นั่งบนโต๊ะอาหาร
มือข้างหนึ่งของเขาบังเอิญโดนหน้าอกของฉันโดยไม่ตั้งใจ...
ฉันเกร็งหลังแข็ง...แต่ก็พยายามทำตัวให้ปกติที่สุด...
ขณะที่มาร์คยิ้มให้ตัวเองมันแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น...เขาสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลของมัน...มันนุ่มเหมือนเยลลี่เลยล่ะ❤️...