เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 24 อย่าเรียกฉันว่า 'คุณอา'... ให้เรียกฉันว่า 'มาร์ค'...

ตอนที่ 24 อย่าเรียกฉันว่า 'คุณอา'... ให้เรียกฉันว่า 'มาร์ค'...

ตอนที่ 24 อย่าเรียกฉันว่า 'คุณอา'... ให้เรียกฉันว่า 'มาร์ค'...


คำเตือน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านเนื่องจากเนื้อหาบางส่วนมีการใช้ความรุนแรงเพศ

มุมมองของมาร์ค

ผมได้รับข้อความจากผู้ดูแลหอพักคนนั้น...

คนที่ทำร้ายแอนน่ามาตลอดสิบห้าปี

แค่คิดถึงเรื่องนี้ เลือดในตัวผมก็เดือดพล่านขึ้นมาแล้ว

แล้วถ้าเขายังทำแบบเดิมกับเด็กคนอื่นอยู่ล่ะ... เด็กที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่เลยสักนิด...

ผมขับรถไปด้วย มืออีกข้างก็โทรหาตำรวจที่เป็นเพื่อนสนิทของผมคนหนึ่ง

เขาเป็นคนเดียวที่คอยช่วยเหลือผมในคดีของเรียแบบส่วนตัว

และเขาเองก็เป็นคนที่รีบไปที่บ้านของอันนาในวันนั้น เพื่อดูแลแม่ของเธอทันเวลา

เขาช่วยเรานอกระบบทุกอย่าง

จนเราสามารถพาแม่ของอันนาไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลของโมนาได้อย่างปลอดภัย

เมื่อคืน... ผมคุยกับเขาเรื่องการล่วงละเมิดเด็ก

และผมก็บอกเขาไปว่า

“ฉันสงสัยใครบางคนอยู่... พรุ่งนี้ฉันจะส่งที่อยู่ให้ แล้วเราสองคนจะไปที่นั่นด้วยกัน”

เขาตอบรับ... โดยไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียว

เขายังไม่รู้เลย... ว่าเรื่องทั้งหมดมันเกี่ยวข้องกับอันนา

ตอนนี้ผมกำลังมุ่งหน้าไปที่ออฟฟิศของเขา

คนที่เคยเป็นผู้ดูแลหอพักคนนั้น ตอนนี้กลายเป็นหัวหน้าแผนกบริหารของโรงเรียนเดียวกัน

โรงเรียนที่บริหารโดยมูลนิธิเพื่อเด็กยากไร้...

ผมคิดว่า... แม่ของอันนาคงหวังว่า ถ้าให้อันนาเรียนที่นั่น

อย่างน้อยลูกของเธอก็จะได้เรียนหนังสือ

แล้วก็ได้กินข้าวครบสามมื้อในแต่ละวัน...

แค่คิดถึงเรื่องนี้ น้ำตาผมก็รื้นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

อันนาต้องผ่านอะไรมาแค่ไหนกัน...

ถึงยังยืนอยู่ตรงนี้ได้อย่างเข้มแข็ง

ไอสารเลวนั่น... มันอาจจะทำแบบเดียวกันกับเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อีกหลายคนก็ได้

แต่ผมไม่รู้เลยว่าจะจับมันให้ได้คาหนังคาเขาได้ยังไง...

แต่สิ่งเดียวที่ผมทำได้ตอนนี้...

คือไปที่นั่น ไปดูด้วยตาตัวเอง...

ผมหยุดรถหน้าประตูโรงเรียนแล้ว

เพื่อนตำรวจของผมมารออยู่ที่หน้าโรงเรียนแล้ว

เรายิ้มให้กันก่อนจะสวมกอดกันแน่น

วันนี้เขาใส่ชุดธรรมดา ไม่ใช่ชุดเครื่องแบบ

“แน่ใจแล้วใช่ไหม มาร์ค?” เขาถาม สีหน้าเต็มไปด้วยความเป็นห่วง

“แน่ใจ” ผมตอบเสียงหนักแน่น

“ถ้าเราไปถูกเวลา ฉันจะแสดงให้ดูเอง...”

ตอนนี้หมอนั่นมีตำแหน่งใหญ่โต

มันไม่จำเป็นต้องกลัวใครอีกต่อไป

แม้แต่ตอนเช้าแบบนี้... มันก็อาจจะลงมือได้

ผมหลับตาลง สูดลมหายใจลึก ๆ

ในหัวมีแต่คำถาม... เราควรไปที่ห้องทำงานก่อน หรือหอพักก่อนดี?

ทันใดนั้น...

ใบหน้าของอันนาก็ผุดขึ้นมาในความคิดของผมอย่างชัดเจน

เธอยืนมองมาที่ผม...

แล้วเสียงของเธอก็ดังขึ้นในใจ

“ไปที่ห้องทำงาน...”

ผมลืมตาขึ้นทันที

หัวใจแน่นไปด้วยความรู้สึกหลากหลายที่อธิบายไม่ถูก

“คิดอะไรอยู่ มาร์ค?” เพื่อนตำรวจของผมหันมาถาม สีหน้าเขาเริ่มเครียด

“เราไปที่ห้องทำงานหมอนั่นก่อน”

“แน่ใจเหรอ... ว่าเขาจะกล้าทำเรื่องพวกนั้นในห้องทำงาน?”

“เดี๋ยวก็รู้กัน”

เราสองคนเริ่มเดินตรงไปยังห้องทำงานของผู้บริหารโรงเรียน

มีพนักงานในออฟฟิศคนหนึ่งเดินเข้ามาถาม

“พวกคุณเป็นใครครับ? ต้องการพบใคร?”

ผมยิ้มบาง ๆ “เรามาพบผู้บริหารครับ สนใจจะบริจาคเงินให้กับโรงเรียนแห่งนี้”

“อ๋อ ได้ครับ รอสักครู่นะครับ ท่านกำลังประชุมอยู่”

เขาพูดจบก็คว้าแฟ้มในมือ แล้วเดินไปยังอีกห้องหนึ่ง

ผมหันไปสบตาเพื่อนตำรวจของผม แล้วส่งสัญญาณ

"เราเข้าไปเลย"

เขาพยักหน้าอย่างเข้าใจ

เราทั้งสองคนผลักประตูห้องทำงานเข้าไปอย่างรวดเร็ว

ไม่มีใครอยู่ในห้องนั้น...

แต่ยังมีอีกประตูหนึ่งอยู่ด้านใน

ผมจับลูกบิด เปิดมันออกอย่างช้า ๆ

สิ่งที่เห็นตรงหน้าทำให้ผมเบิกตากว้าง

หัวใจผมเต้นแรงจนแทบระเบิด

ภาพตรงหน้า...

ไอ้สารเลวนั่นอยู่ในสภาพที่ไม่น่าให้อภัย

มันกำลังยัดไอ้จ้อนของมันเข้าไปในปากเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้...

มันกำลังขยับสะโพก...ชักเข้าชักออกในปากของเด็กน้อยคนนั้น...

ใบหน้าของเด็กหญิงเต็มไปด้วยน้ำตา...

ส่วนมืออีกข้างของมัน...กำลังจิกเข็มแหลมคาอยู่ที่คอของเด็ก...

ผมพุ่งพรวดเข้าไปในห้องทันที...

ไอ้สารเลวนั่นตกใจจนหน้าถอดสี...แล้วถามขึ้นว่า...

"พวกแกเป็นใคร!"

ผมปล่อยหมัดใส่หน้ามันไปเต็มแรง...

หมัดหนึ่ง... หมัดสอง... หมัดสาม... หมัดสี่... หมัดห้า... หมัดหก...

เลือดไหลจากจมูกมันทันที

ตามด้วยลูกเตะตรงจุดสำคัญอย่างไม่ปรานี

มันล้มลงไปกองกับพื้น มือกุมเป้าด้วยความเจ็บปวด

ผมไม่หยุด...

หมัดต่อไปซัดเข้าท้องมันอย่างจัง

อีกหมัดฟาดเข้าหน้าจนมันหันไปตามแรง

ภาพใบหน้าของอันนาที่ร้องไห้ สะอื้นอย่างเจ็บปวด

ย้อนเข้ามาในหัวผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ผมหยุดไม่ได้...

แรงแค้นในอกกำลังเผาผลาญทุกสติ

ผมกระหน่ำหมัดใส่มันไม่ยั้ง

จนมือผมเต็มไปด้วยเลือดของมัน

“พอแล้วมาร์ค! พอ!”

เพื่อนตำรวจของผมรีบเข้ามาดึงตัวผมออก

“มันจะตายเอา... เราจับมันได้แล้ว”

เขาพูดพลางใส่กุญแจมือใส่ไอสารเลวนั่นอย่างแน่นหนา

ผมหายใจหอบ แล้วหันไปมองเด็กผู้หญิงคนนั้น

เธอกำลังร้องไห้ น้ำตาอาบแก้ม

ตัวสั่นด้วยความกลัว

ผมค่อย ๆ อุ้มเธอขึ้นมา มองเข้าไปในดวงตาคู่นั้น...

ดวงตาที่ทำให้ผมเห็นภาพของอันนาในวัยเด็กซ้อนทับขึ้นมา

ผมพาเธอมานั่งบนโต๊ะ

ใช้มือทั้งสองข้างประคองใบหน้าเล็ก ๆ ของเธอไว้เบา ๆ

“เขาจะไม่มาทำอะไรหนูอีกแล้ว... เข้าใจไหม?”

เธอสะอื้นไม่หยุด ร่างกายยังสั่นเทา

เหมือนอันนา... ไม่ต่างกันเลย

“เข้มแข็งไว้นะ... ฉันรู้ว่าหนูเป็นเด็กที่กล้าหาญมาก เข้าใจไหม?”

เด็กน้อยพยักหน้าเบา ๆ ทั้งที่น้ำตายังคลอ

ระหว่างนั้น เพื่อนของผมก็ลากตัวไอสารเลวไปที่รถ

ผมหันกลับมาหาเธออีกครั้ง

“หนูชอบไอศกรีมไหม?”

เธอพยักหน้ารับเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มน้อย ๆ บนใบหน้า

ผมรู้สึกดีขึ้นอย่างประหลาด...

แค่เห็นรอยยิ้มนั้น มันก็เหมือนช่วยเยียวยาหัวใจของผม

ผมอุ้มเธอออกมาจากห้องนรกนั่น

ในตอนนั้นเอง... โทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้น

โมนาโทรมา

“ฮัลโหล” ผมกรอกเสียงลงไป

“เฮ้ มาร์ค~ พรุ่งนี้เย็นเรามีงานปาร์ตี้สำหรับคู่รักนะ จัดโดยเพื่อนเก่าสมัยเรียนของเราเอง~”

น้ำเสียงโมนาฟังดูร่าเริงผิดกับบรรยากาศรอบตัวผมตอนนี้

“ขอโทษนะโมนา... ตอนนี้ฉันไม่มีเวลาสำหรับเรื่องพวกนั้นจริง ๆ”

“นายมันบ้าไปแล้วมาร์ค!หรือนายลืมเรื่องอันนาไปแล้ว?”

เสียงโมนาเริ่มจริงจังขึ้น

“ถ้าเราให้อันนาไปออกสื่อกับนาย รับรองเลยว่าข่าวจะต้องลงหน้าหนึ่งแน่ ๆ

เพราะนายคือ ‘หนุ่มโสดสุดฮอตแห่งปี’ ที่ใคร ๆ ก็จับตามองอยู่นะยะ!”

“มันจะช่วยให้เราจัดการกับคดีของเรียได้ง่ายขึ้นนะ”

เสียงของโมนาฟังแน่วแน่

“ฉันว่ามันเร็วไปหน่อยไหม...” ผมตอบพลางถอนหายใจ

“เราต้องรีบ มาร์ค พี่ชายของอันนาอาจจะหนีไปได้ทุกเมื่อ!”

ผมเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจ

“โอเค... ฉันจะโอนเงินให้ห้าสิบล้าน พาอันนาไปซื้อของที่ต้องใช้ในงานพรุ่งนี้ให้เรียบร้อย”

“ห้าสิบล้าน? แค่ปาร์ตี้งานเดียวเนี่ยนะ?

หรือว่านี่คือ ‘จูเลียต’ ของคุณมาร์คคค~?”

“หยุดเลย โมนา ฉันเคยบอกเธอไปแล้ว...”

“ส่วนเรื่องเงิน... ห้าสิบล้านนั่น

มันคือขั้นต่ำสุดที่ผู้หญิงข้างกายฉันควรจะดูดีพอ

เพื่อให้คนเชื่อว่าเธอคือ ‘พาร์ตเนอร์’ ของฉันจริง ๆ”

มันไม่เกี่ยวกับฐานะของอันนาเลยแต่ผมกลัวว่า... ถ้าเธอแต่งตัวไม่เหมาะสม

พวกคนในงานอาจจะดูถูกเธอและผมไม่ยอมให้ใครทำแบบนั้นกับเธอเด็ดขาด

โมนาเงียบไปสักพัก ก่อนจะตอบกลับมาเบา ๆ

“โอเค... เข้าใจแล้ว ฉันจะดูแลเธอเอง”

ผมหยิบโทรศัพท์บ้านขึ้นมากดเบอร์ต่อสายถึงแนนนี่ให้เชื่อมสายถึงอันนา

ผมบอกเธอให้เตรียมตัวไว้ล่วงหน้าอีกไม่นานโมนาจะไปรับ จากนั้น... ผมกับเพื่อนตำรวจก็มุ่งหน้าไปสถานีตำรวจเพื่อดำเนินเรื่องแจ้งความ

เด็กผู้หญิงตัวเล็กที่นั่งบนตักผมตอนนี้ กำลังเล่นปกเสื้อของผมไปมาอย่างไร้เดียงสา

ภาพในอดีตย้อนกลับมาอีกครั้ง...

ภาพที่อันนาจับชายเสื้อผมไว้แน่น แล้วร้องไห้ไม่หยุด

เสียงเล็ก ๆ ทำให้ผมตื่นจากความคิด

“คุณลุง... ไอติมล่ะ?”

ผมรู้สึกเหมือนมีบางอย่างแทงเข้ามากลางใจ...

ทันทีที่ได้ยินคำว่า “คุณลุง” ออกจากปากของเด็กคนนั้น

เพื่อนผมหัวเราะทันทีที่ได้ยิน

ผมหันไปบอกเธอด้วยรอยยิ้มเจื่อน ๆ

“ชื่อฉันไม่ใช่คุณลุงนะ เรียกว่ามาร์คก็พอ ได้ไหม?”

เด็กหญิงตัวน้อยเงยหน้ามามองผม แล้วตอบกลับด้วยเสียงใส

“ก็ได้ค่ะ มาร์คลุง~”

ผมหัวเราะแห้ง ๆ

“ถ้าเรียกแค่มาร์คเฉย ๆ จะให้ไอติมสองถ้วยเลย ตกลงไหม?”

เพื่อนตำรวจของผมยืนหัวเราะไม่หยุด

“เฮ้ ๆ นายไปขู่เด็กแบบนั้นไม่ได้นะ!” เขาพูดทั้งที่ยังขำ

เด็กน้อยทำท่าคิดแป๊บหนึ่ง ก่อนจะยิ้มแล้วพูดขึ้น

“โอเค มาร์ค! แล้วไอติมสองถ้วยอยู่ไหนล่ะ~”

ผมยิ้มกว้างแล้วลูบหัวเธอเบา ๆ

“เด็กดีจริง ๆ เลย”

ระหว่างนั้น ผมโทรหาโมนาเพื่ออัปเดต

เธอบอกว่าซื้อของเสร็จเรียบร้อยแล้ว

กำลังจะพาอันนากลับไปส่งที่บ้าน

ผมจึงบอกชื่อร้านอาหารให้เธอ

พร้อมกำชับว่า

“พาอันนาไปกินข้าวกลางวันด้วยกันหน่อย แต่อย่าบอกเธอว่าฉันจะไปด้วยนะ โอเคไหม?”

โมนา: โอเค...

เราทั้งหมดออกเดินทางไปที่ร้านอาหาร ผมบอกเพื่อนตำรวจของผมให้มาร่วมทานข้าวด้วย เขาก็เดินตามมาด้วยกัน

จบบทที่ ตอนที่ 24 อย่าเรียกฉันว่า 'คุณอา'... ให้เรียกฉันว่า 'มาร์ค'...

คัดลอกลิงก์แล้ว