- หน้าแรก
- คู่มือบำเพ็ญเซียน สูตรลับฉบับตัวประกอบ
- บทที่ 28 เหตุและผล
บทที่ 28 เหตุและผล
บทที่ 28 เหตุและผล
เฉียวฉู่โกรธจริงๆ แต่ก็ไม่ได้ถูกโทสะครอบงำจนขาดสติ
เขาย่อมรู้จักศิษย์พี่ของตนเองดี หากไม่มีเหตุผลพิเศษอะไร วันนี้อีกฝ่ายย่อมไม่มีทางยอมเสียหน้าเพื่อมาแย่งคนกับเขาเช่นนี้เป็นแน่
อย่าว่าแต่ความสัมพันธ์ฉันศิษย์พี่ศิษย์น้องของพวกเขาไม่ได้ย่ำแย่ถึงขั้นนั้น ต่อให้พูดถึงอุปนิสัยของเจียงเหิงเพียงอย่างเดียว เขาก็ไม่ควรทำเช่นนี้โดยไร้สาเหตุ
ส่วนจางอีอีที่ท้ายที่สุดก็ 'ตระบัดสัตย์' ไปเลือกคนอื่นเป็นอาจารย์นั้น อย่างไรเสียเฉียวฉู่ก็มีอายุมาเกือบพันปีแล้ว ต่อให้ในใจจะไม่สบอารมณ์เพียงใด ก็ไม่มีทางไปพาลโกรธใส่เด็กสาวจริงๆ หรอก
ว่ากันตามตรง เรื่องในวันนี้เป็นปัญหาของศิษย์พี่โดยแท้ จะไปโทษแม่หนูคนนั้นก็ไม่ได้ มีแต่สวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่าสุดท้ายแล้วศิษย์พี่ส่งเสียงทางจิตเป็นการส่วนตัวไปพูดอะไรกันแน่
เมื่อเจียงเหิงเห็นเช่นนั้น ก็ไม่ได้รีบร้อนที่จะตอบคำถาม กลับเรียกอู๋จี๋ผู้เป็นศิษย์คนโตเข้ามาหาเสียก่อน เพื่อให้เขาพาจางอีอีไปเลือกที่พักและจัดการให้เรียบร้อย
"อีอี นี่คืออู๋จี๋ศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้า ส่วนอู๋จงศิษย์พี่รองของเจ้าตอนนี้กำลังออกท่องเที่ยวด้านนอก รอเขากลับมาแล้วเจ้าก็จะได้พบเอง วันข้างหน้าหากมีเรื่องอันใดก็ไปหาศิษย์พี่ทั้งสองของเจ้าได้เลย ไม่ต้องเกรงใจพวกเขา หากพวกเขากล้าดูแลเจ้าไม่ดี อาจารย์จะเป็นคนจัดการพวกเขาเอง"
สำหรับศิษย์คนเล็กสุดนั้น ใจของเจียงเหิงลำเอียงมาตั้งแต่แรกแล้ว นี่คงเป็นความแตกต่างระหว่างเด็กผู้ชายกับเด็กผู้หญิง เหมือนกับการเลี้ยงดูบุตรสาวตัวน้อย ย่อมเผลอตามใจนางมากกว่าโดยไม่รู้ตัว
เมื่ออู๋จี๋ได้ยินคำพูดนี้ กลับไม่มีสีหน้าไม่พอใจแม้แต่น้อย
เขาแอบมองศิษย์น้องเล็กคนใหม่เงียบๆ อีกครั้ง พลางคิดในใจว่าเด็กสาวที่ตัวเล็กบอบบางเช่นนี้จำเป็นต้องใส่ใจดูแลให้มากจริงๆ มิเช่นนั้นหากถูกคนรังแกขึ้นมาจะทำอย่างไร
"ท่านอาจารย์โปรดวางใจ อู๋จี๋จะดูแลศิษย์น้องเล็กเป็นอย่างดีขอรับ"
อู๋จี๋เป็นคนพูดน้อย ซึ่งแตกต่างกับอู๋จงที่เป็นคนช่างพูดช่างจาอย่างเห็นได้ชัด
การที่วันนี้ได้พบศิษย์น้องเล็กเป็นครั้งแรกแล้วเขายอมเป็นฝ่ายพูดประโยคยาวๆ เช่นนี้ออกมาก่อน ย่อมเพียงพอที่จะแสดงให้เห็นว่าเขามีความประทับใจที่ดีต่อศิษย์น้องเล็กผู้นี้
"ขอบพระคุณท่านอาจารย์ ขอบคุณศิษย์พี่ใหญ่ ท่านอาจารย์โปรดวางใจ อีอีจะเข้ากับศิษย์พี่ทั้งสองให้ดีเจ้าค่ะ"
จางอีอีรับรู้ได้ถึงความหวังดีจากศิษย์พี่ใหญ่ เมื่อรู้ว่าเขาไม่ใช่คนเข้าถึงยาก นางก็รู้สึกเบาใจขึ้นหลายส่วน
บรรยากาศของศิษย์อาจารย์ช่างกลมเกลียวอบอุ่นจนอธิบายไม่ถูก เฉียวฉู่ที่นั่งรออย่างกร่อยๆ อยู่ด้านข้างตั้งนานก็ยังไม่ได้รับคำตอบจากเจียงเหิงรู้สึกหมั่นไส้จนฟันแทบจะร่วงหลุดจากปาก
โดยเฉพาะแม่หนูไร้มโนธรรมคนนั้น เมื่อไม่นานมานี้ยังมีสีหน้าหนักแน่นบอกว่าจะขอเป็นศิษย์ของเขาอยู่เลย มาตอนนี้กลับเรียกอาจารย์เรียกศิษย์พี่ของคนอื่นอย่างเบิกบานใจต่อหน้าต่อตาเขา นางคิดว่าเขาใจกว้างดั่งแม่น้ำร้อยสายที่ไหลลงสู่ทะเลจนไม่รู้สึกโกรธเลยสักนิดจริงๆ หรือ?
"พวกท่านนี่เรื่องมากเสียจริง! หากมาเป็นศิษย์ของข้าจะไปมีเรื่องยุ่งยากมากมายเช่นนี้ได้อย่างไร!"
เขาแค่นเสียงฮึดฮัดแสดงความไม่พอใจ อดไม่ได้ที่จะรู้สึกรันทดใจแทนตัวเอง
ศิษย์พี่ที่สนิทที่สุดกลับมาแย่งศิษย์ที่เขาหมายตาไว้มากที่สุดไป หนำซ้ำเขายังไม่สามารถแตกหักกันจริงๆ ได้ ทำได้เพียงนั่งดูศิษย์อาจารย์เขารักใคร่กลมเกลียวกันอยู่ตรงนี้
นี่เขาไปทำกรรมอะไรมา ถึงต้องมาทนรับความอัดอั้นตันใจเช่นนี้ด้วย?
"อาจารย์ปู่เฉียว อีอีขออภัยเจ้าค่ะ..."
จางอีอีรู้สึกกระอักกระอ่วนใจยิ่งนัก ใบหน้าที่มักจะหนาอยู่เสมอก็แดงเถือก รู้สึกผิดต่อเฉียวฉู่อย่างไม่อาจหาคำมาบรรยายได้
ครั้งนี้เป็นความผิดของนางจริงๆ ที่ไม่สามารถยืนหยัดในตัวเลือกแรกสุดได้ ย่อมทำให้เฉียวฉู่ต้องผิดหวังอย่างแน่นอน
แต่นางก็ไม่อาจไม่เชื่อคำพูดของเจียงเหิง หากไม่พูดถึงปัญหาของนางเอง การที่นางเลือกเฉียวฉู่เป็นอาจารย์ก็มีแต่จะทำร้ายเขา
นางมั่นใจมากว่าเจียงเหิงไม่ได้พูดจาเหลวไหล แม้จะไม่รู้เหตุผลที่แน่ชัด แต่เมื่อชั่งน้ำหนักดูแล้วก็ยังคงตัดสินใจเลือกใหม่อีกครั้งอยู่ดี
"อีอี ไม่ต้องเรียกอาจารย์ปู่เฉียวแล้ว เขาเป็นศิษย์น้องเพียงคนเดียวของอาจารย์ และเป็นอาจารย์อาสายตรงเพียงคนเดียวของเจ้า วันข้างหน้าก็อย่าได้เรียกผิดอีกเล่า"
เจียงเหิงรับช่วงต่ออย่างจริงจัง บอกให้ศิษย์ตัวน้อยของตนเรียกเฉียวฉู่ว่าอาจารย์อา
จะไปโทษว่าเขาจงใจซ้ำเติมในเวลานี้ก็ไม่ได้ ใครใช้ให้เจ้าหมอนี่ตอนที่กำลังได้ใจก่อนหน้านี้ทำเป็นโอ้อวดฐานะอาจารย์ลุงให้เขาฟังกันเล่า
เมื่อเฉียวฉู่ได้ยิน ใบหน้าก็ยิ่งดำทะมึน
รู้อย่างนี้ตอนแรกน่าจะรับจางอีอีเป็นศิษย์ไปเสียตั้งแต่ทีแรก หากไม่ตั้งบททดสอบอะไรอย่างการคว้าอันดับหนึ่งในการประลองใหญ่ ตอนนี้จะยังมีพื้นที่ให้เจียงเหิงมาทิ่มแทงใจเขาอยู่อีกหรือ?
"เอาล่ะ อู๋จี๋พาศิษย์น้องเล็กของเจ้าไปจัดการที่พักก่อนเถิด พอดีอาจารย์ยังมีเรื่องสำคัญต้องคุยกับอาจารย์อาของพวกเจ้า รอให้จัดแจงทุกอย่างเรียบร้อยแล้วพวกเจ้าค่อยกลับมา"
เมื่อเห็นว่าศิษย์น้องของตนอัดอั้นตันใจมากพอแล้ว เจียงเหิงก็ไม่คิดจะซ้ำเติมอีก เขายกมือขึ้นส่งสัญญาณให้ศิษย์ทั้งสองถอยออกไปก่อน
จางอีอีรับคำอย่างว่าง่าย จากนั้นก็เดินตามศิษย์พี่ใหญ่ออกไปทันที
ก่อนหันหลังกลับนางแอบชำเลืองมองเฉียวฉู่แวบหนึ่ง นึกไม่ถึงว่าจะถูกอีกฝ่ายจับได้และสบตากันเข้าอย่างจัง ทำเอานางตกใจจนรีบหันหน้าหนี แสร้งทำเป็นมองไม่เห็นอะไรแล้วเดินจ้ำอ้าวออกไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นเด็กสาวรู้สึกผิดจนวิ่งหนีไปเหมือนกระต่าย ท่าทางที่ดูไร้เดียงสาแต่ขี้ขลาดขั้นสุดนั้น ทำให้เฉียวฉู่ทั้งฉิวทั้งขำ
ช่างเถอะๆ ไม่มาเป็นศิษย์เขาก็ดีเหมือนกัน นี่ยังไม่ทันได้ดุด่าว่ากล่าวอะไรก็ขี้ขลาดปอดแหกถึงเพียงนี้ หากต้องสั่งสอนกันจริงๆ ไม่รู้ว่าจะทำเขาโมโหจนเป็นแบบไหน!
เมื่อได้ปลอบใจตัวเองเช่นนี้ อารมณ์ของเฉียวฉู่ก็ดีขึ้นมากอย่างบอกไม่ถูก เพียงแต่คำอธิบายที่เจียงเหิงติดค้างเขาอยู่นั้นจะคลุมเครือแม้แต่ครึ่งคำก็ไม่ได้ ท้ายที่สุดแล้วตัวการใหญ่ก็คือศิษย์พี่สายตรงของเขานั่นแหละ
"พูดมาเถอะ ตอนนี้ไม่มีคนนอกแล้ว ข้าฟังอยู่"
เฉียวฉู่จิบชาปราณเพื่อปรับอารมณ์ให้สงบลง หลังจากที่มีท่าทีผิดปกติมาพักใหญ่ ในตอนนี้ในที่สุดเขาก็กลับมามีท่าทีเย็นชาและเฉยเมยดังเช่นวันวาน
เจียงเหิงเห็นเช่นนั้น สีหน้าก็เคร่งขรึมขึ้นหลายส่วน
แม้ว่าด้านนอกจะมีค่ายกลป้องกันอยู่แล้ว แต่เขาก็ยังคงกางคาถาตัดขาดการแอบดูและการแอบฟังรอบๆ ตัวพวกเขาทั้งสองอีกชั้นหนึ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้คำพูดของพวกเขาต่อจากนี้เล็ดลอดออกไป
"ก่อนที่ท่านอาจารย์จะเหาะเหินขึ้นสวรรค์ เคยทำนายดวงชะตาให้เจ้าและข้าคนละหนึ่งครั้ง ในนั้นได้ระบุไว้ว่าอีอีกับข้ามีวาสนาเป็นศิษย์อาจารย์กัน ส่วนศิษย์ของเจ้านั้นต้องรอจนกว่าเจ้าจะเหาะเหินขึ้นสวรรค์แล้วจึงจะปรากฏตัว แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ"
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจังยิ่งยวดว่า "สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ดวงชะตาของอีอีนั้นพิเศษอย่างยิ่ง หากท่านอาจารย์คำนวณไม่ผิด อีกหนึ่งพันปีข้างหน้าโลกใบนี้จะเกิดเคราะห์ภัยครั้งใหญ่ขึ้น และอีอีอาจจะกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงเคราะห์ภัยนั้นได้ ดังนั้นศิษย์น้อง ก่อนที่อีอีจะเติบโตขึ้น ในฐานะอาจารย์ที่เป็นถึงเจินเซิ่งระดับต้าเฉิง ข้าจะสามารถมอบการคุ้มครองที่ปลอดภัยที่สุดและการสั่งสอนอย่างเอาใจใส่แก่นางได้"
"ในทำนองเดียวกัน ศิษย์น้องก็น่าจะรู้ดีว่าภารกิจในอนาคตของเจ้านั้นยิ่งใหญ่กว่าผู้ใด เจ้าไม่มีเวลามากพอที่จะไปสิ้นเปลืองกับการสั่งสอนและปกป้องตัวแปรเช่นอีอีได้เลย หากเจ้าฝืนรับนางเป็นศิษย์ ท้ายที่สุดแล้วทั้งต่อเจ้าและต่อนางก็จะมีแต่ผลเสีย"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ของเจียงเหิง เฉียวฉู่ก็นิ่งเงียบไปในทันที
ความสามารถในการคำนวณดวงชะตาของท่านอาจารย์นั้นไร้ผู้ใดเทียบเทียมได้ในโลกใบนี้ เรื่องเคราะห์ภัยครั้งใหญ่ในอีกพันปีข้างหน้า เขาก็เคยได้ยินท่านอาจารย์เกริ่นถึงอย่างคลุมเครือมาบ้าง ทว่ากลับคิดไม่ถึงเลยว่าแม่หนูจางอีอีอาจจะกลายเป็นตัวแปรที่เปลี่ยนแปลงเคราะห์ภัยเหล่านั้นได้
เมื่อเป็นเช่นนี้ การฝากฝังแม่หนูที่มีความสำคัญถึงเพียงนี้ให้ศิษย์พี่เป็นผู้สั่งสอนและปกป้องก็ถือเป็นการจัดการที่ดีที่สุดแล้วจริงๆ
ใครใช้ให้ตอนนั้นเขาเลือกเดินในเส้นทางที่แตกต่างจากท่านอาจารย์และศิษย์พี่โดยสิ้นเชิงเล่า จนทำให้หลายร้อยปีมานี้ระดับการบำเพ็ญเพียรของเขาก็ยังคงหยุดนิ่งอยู่ที่ระดับหยวนอิงขั้นสมบูรณ์
ต่อให้เขาสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับฮว่าเสินได้ในเร็ววัน แต่การจะบำเพ็ญเพียรให้ถึงระดับต้าเฉิงก็ยังต้องใช้เวลาอย่างน้อยอีกหลายร้อยปี ยิ่งไปกว่านั้น นอกจากการทุ่มเทบำเพ็ญเพียรอย่างสุดกำลังแล้ว เขายังต้องใช้เวลาและแรงกายแรงใจอย่างมหาศาลในการค้นหาเบาะแสและสืบหาความจริงอีกด้วย
"เหตุใดท่านอาจารย์ถึงไม่เคยบอกข้าเลยว่าเคยทำนายเรื่องศิษย์ให้พวกเราสองคนด้วย?"
ครู่ต่อมา เฉียวฉู่ก็หันกลับไปมองเจียงเหิงแล้วเอ่ยถามอย่างไม่ใส่ใจนัก ทว่าก็ไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงเรื่องความลับของการเป็นตัวแปรของจางอีอีให้มากความอีกต่อไป