- หน้าแรก
- คู่มือบำเพ็ญเซียน สูตรลับฉบับตัวประกอบ
- บทที่ 27 กราบอาจารย์
บทที่ 27 กราบอาจารย์
บทที่ 27 กราบอาจารย์
อย่างไรเสียจางอีอีก็เป็นต้นเหตุหลักของข้อพิพาทในครั้งนี้ หากอาจารย์ปู่ทั้งสองยังคงหยอกล้อกันเช่นนี้ต่อไป นางคงไม่ได้ผลดีอะไรแน่
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ย่อมไม่มีอารมณ์สุนทรีย์ที่จะยืนดูงิ้วอยู่เฉยๆ อีก
"รบกวนอาจารย์ปู่ทั้งสองโปรดหยุดสักครู่เถิดเจ้าค่ะ ศิษย์มีเรื่องอยากจะกล่าว"
เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนยิ่งพูดยิ่งออกนอกเรื่อง จางอีอีจึงจำต้องแข็งใจเอ่ยปากขัดจังหวะ
เมื่อผู้ที่เป็นประเด็นเอ่ยปาก เฉียวฉู่และเจียงเหิงย่อมหยุดและหันไปมอง พร้อมส่งสัญญาณให้จางอีอีพูดต่อได้
"อาจารย์ปู่เจียง ความหวังดีของท่านอีอีขอรับไว้ด้วยใจเจ้าค่ะ แต่ข้ายังคงรู้สึกว่าอาจารย์ปู่เฉียวเหมาะสมที่จะเป็นอาจารย์ของข้ามากกว่า"
ท่ามกลางแรงกดดันของเจินเซิ่งระดับต้าเฉิงที่แม้ไม่โกรธก็ยังน่าเกรงขาม จางอีอีก็ปฏิเสธอีกฝ่ายไปอย่างฉับไวอีกครั้ง
นางเป็นคนมีหลักการ และไม่เคยโลภมากจนเกินไป แค่รู้สึกว่าเหมาะสมที่สุดก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องเลือกคนที่เก่งกาจที่สุดมาเป็นอาจารย์
ยิ่งไปกว่านั้น นางมักจะรู้สึกว่าการที่เจียงเหิงจู่ๆ ก็โผล่มาบอกว่าจะรับนางเป็นศิษย์นั้นดูไม่ชอบมาพากลนัก เมื่อเทียบกันแล้ว เฉียวฉู่ที่เคยพบปะพูดคุยกันมาหลายครั้งย่อมดูพึ่งพาได้มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อถูกจางอีอีปฏิเสธต่อหน้าผู้คนอีกครั้ง เจียงเหิงก็รู้สึกไม่เข้าใจอยู่บ้าง "เพราะเหตุใดเล่า?"
จางอีอีกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า "เพราะอาจารย์ที่อีอีอยากจะกราบไหว้ตั้งแต่แรกก็คืออาจารย์ปู่เฉียว ดังนั้นจึงเป็นเพียงการทำตามใจปรารถนาอย่างที่ท่านกล่าวไว้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสิ่งอื่นใดเลยเจ้าค่ะ"
การปฏิเสธที่จะเป็นศิษย์ของผู้บำเพ็ญเพียรระดับต้าเฉิง สำหรับทุกคนแล้วล้วนต้องใช้ความกล้าหาญอย่างยิ่งยวด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงจางอีอีที่ปฏิเสธติดต่อกันถึงสองครั้ง นี่ทำให้ผู้คนในสำนักอวิ๋นเซียนอดไม่ได้ที่จะต้องมองนางใหม่
"ดีๆๆ สมกับที่เป็นศิษย์รักที่เฉียวฉู่ผู้นี้หมายตาไว้ มีความคิดเป็นของตัวเอง มีความหนักแน่น และมีสายตาเฉียบแหลม!"
เฉียวฉู่หัวเราะร่าออกมาสามครั้ง ยกมือขึ้นตบไหล่จางอีอีติดๆ กันหลายที สีหน้าเปี่ยมไปด้วยความพึงพอใจและปลาบปลื้มใจอย่างเห็นได้ชัด
วันนี้ศิษย์ตัวน้อยของเขาช่างกู้หน้าให้เขาได้มากจริงๆ ได้รับความไว้วางใจและสนับสนุนจากศิษย์ตัวน้อยถึงเพียงนี้ คนเป็นอาจารย์อย่างเขาในวันข้างหน้าก็จะไม่ทำให้นางต้องผิดหวังอย่างแน่นอน!
"ศิษย์น้องช้าก่อน ท้ายที่สุดแล้วจะเป็นศิษย์ของใครก็ยังไม่แน่หรอก"
ในขณะที่ทุกคนรวมถึงเฉียวฉู่คิดว่าผลลัพธ์นั้นถูกกำหนดไว้แล้ว หรือแม้แต่รู้สึกเสียดายแทนการตัดสินใจของจางอีอีอยู่บ้าง เจียงเหิงกลับขวางศิษย์น้องของตนไว้อย่างใจเย็น ทั้งยังส่งยิ้มที่ดูเป็นกันเองอย่างยิ่ง
"ศิษย์พี่ ท่านยังคิดจะทำอะไรอีก?"
คิ้วของเฉียวฉู่กระตุก เจียงเหิงผู้นี้คือพยัคฆ์หน้ายิ้มขนานแท้ ยิ้มแบบนี้ทีไรรับรองว่าไม่ใช่เรื่องดีแน่
ปกติแล้วคนผู้นี้ก็ไม่ได้เป็นพวกตามตื๊อไม่เลิกนี่นา เหตุใดวันนี้ถึงได้ดึงดันจะแย่งศิษย์กับเขาให้ได้ ทั้งที่ถูกปฏิเสธมาสองหนติดๆ ก็ยังไม่คิดจะยอมแพ้อีก?
แต่เจียงเหิงกลับไม่สนใจศิษย์น้องของตน เขามองตรงไปยังจางอีอี
ทว่าครั้งนี้เขาไม่ได้เอ่ยปากพูดออกมาตรงๆ แต่กลับส่งเสียงทางจิตแบบส่วนตัวไปให้นาง ท่ามกลางสายตาผู้คนอย่างเปิดเผย
คราวนี้เฉียวฉู่ยิ่งรู้สึกไม่ชอบมาพากล แต่ก็ไม่อาจขัดขวางได้ ทำได้เพียงเบิกตามองจางอีอีที่หลังจากได้รับเสียงทางจิตของเจียงเหิงแล้ว สีหน้าก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ตกตะลึงจนดึงสติกลับมาไม่ได้ไปพักใหญ่
"ศิษย์พี่ ตกลงว่าท่านพูดอะไรกับศิษย์ของข้า มีอะไรที่พวกเราฟังไม่ได้ ถึงกับต้องส่งเสียงทางจิตเป็นการส่วนตัวด้วย?"
เฉียวฉู่ยิ่งรู้สึกว่าเจียงเหิงช่างไร้ยางอายขึ้นทุกที
"ไม่มีอะไร ก็แค่เกลี้ยกล่อมเป็นการส่วนตัวอีกสักสองสามประโยคเท่านั้น"
เจียงเหิงไม่รู้สึกเลยว่าการกระทำของตนมีอะไรผิด ศิษย์น้องช่างไร้เดียงสาเกินไปจริงๆ อยากจะได้ศิษย์ดีๆ สักคนก็ต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจสักหน่อย ย่อมเป็นเรื่องปกติ
"ท่าน..."
เฉียวฉู่โกรธจนแทบทนไม่ไหว แต่สุดท้ายก็ยังข่มใจเอาไว้
ช่างเถอะ อย่างไรเสียศิษย์ตัวน้อยของเขาก็เป็นคนเห็นแก่ความผูกพันและคุณธรรม ย่อมทนต่อการทดสอบจากการข่มขู่หรือล่อลวงใดๆ ได้ แม้เจียงเหิงจะใช้เล่ห์เหลี่ยมอันใดก็ล้วนเสียแรงเปล่า
แต่เห็นได้ชัดว่า ครั้งนี้เฉียวฉู่มั่นใจในตัวเองมากเกินไปหน่อย
ครู่ต่อมา ในที่สุดจางอีอีก็ย่อยข้อมูลจากเสียงทางจิตที่เจียงเหิงเพิ่งส่งมาให้นางได้สำเร็จ เมื่อสงบสติอารมณ์ลง สีหน้าของนางก็ค่อยๆ กลับเป็นปกติ
ผู้บำเพ็ญเพียรระดับต้าเฉิงช่างลึกล้ำยากจะหยั่งถึงจริงๆ ถึงกับค้นพบความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสองข้อในตัวนางได้ในพริบตา
โชคดีที่เจียงเหิงไม่ได้มีความมุ่งร้ายต่อนาง
ในทางกลับกัน ก็เป็นอย่างที่เจียงเหิงกล่าวไว้ ก่อนที่นางจะเติบโตจนมีพลังพอที่จะปกป้องตนเองได้ มีเพียงฐานะศิษย์ปิดประตูของเจินเซิ่งระดับต้าเฉิงเท่านั้นที่จะสามารถข่มขวัญพวกที่ละโมบและจ้องจะฉกฉวยเหล่านั้นได้
เมื่อถูกจี้ถูกจุดอ่อนเข้าอย่างจัง แม้นางจะเป็นคนที่ไม่หลงระเริงในลาภยศ ไม่ยอมก้มหัวให้อำนาจบาตรใหญ่ แต่เมื่อเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและทรัพย์สินของตนเอง ย่อมเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
นางมองเฉียวฉู่ที่ยังคงรอนางเรียกอาจารย์อยู่อย่างเงียบๆ ก่อนจะกล่าวคำขอโทษอยู่ในใจ
ดูเหมือนว่าการที่ไม่ได้เป็นที่หนึ่งในการประลองครั้งใหญ่ก็คือไร้วาสนาจะได้กราบเขาเป็นอาจารย์จริงๆ ท่านอาจารย์ปู่เฉียว ท่านคงต้องไปเลือกศิษย์ที่ถูกใจคนอื่นแล้วล่ะ
เฉียวฉู่ถูกเด็กสาวมองจนใจคอไม่ดี นี่มันสายตาอะไรกัน คงไม่ใช่ว่าถูกเจียงเหิงเกลี้ยกล่อมจนยอมเปลี่ยนใจไปแล้วหรอกนะ?
"อีอี เปลี่ยนใจแล้วหรือยัง?"
เมื่อเห็นว่าได้เวลาพอสมควรแล้ว เจียงเหิงก็เอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
เรื่องราวไม่ควรเกินสามครั้ง ครั้งนี้ศิษย์ที่แสนดีของเขาจะต้องให้คำตอบที่น่าพอใจแก่เขาอย่างแน่นอน
และแล้ว ภายใต้สายตาจับจ้องของผู้คนมากมาย ในที่สุดจางอีอีก็เปลี่ยนคำพูด
เห็นเพียงนางก้าวไปข้างหน้าสองก้าว โค้งคำนับให้เจียงเหิงและกล่าวอย่างนอบน้อมว่า "ศิษย์จางอีอี ขอกราบคารวะท่านอาจารย์เจ้าค่ะ!"
คำว่าอาจารย์เพียงคำเดียวได้บอกคำตอบอย่างชัดเจน จากนี้เป็นต้นไป จางอีอีผู้นี้ก็กลายเป็นศิษย์สืบทอดสายตรงของเจินเซิ่งระดับต้าเฉิง เจียงเหิง แห่งสำนักอวิ๋นเซียน
และแน่นอนว่า เฉียวฉู่ย่อมกลายเป็นอาจารย์อาสายตรงของนางไปโดยปริยาย
"ดีๆๆ ศิษย์รัก ไม่ต้องมากพิธี!"
เจียงเหิงหัวเราะเสียงดังลั่น เผยให้เห็นถึงความเบิกบานใจอย่างเต็มเปี่ยม จากนั้นก็ใช้พลังปราณส่งเสียงประกาศให้ทุกคนในสำนักอวิ๋นเซียนได้รับรู้โดยทั่วกัน "นับแต่บัดนี้เป็นต้นไป จางอีอีจากยอดเขาสายนอกที่เก้าคือศิษย์สืบทอดสายตรงคนที่สามของข้า และเป็นศิษย์ปิดประตูคนสุดท้ายที่เจียงเหิงผู้นี้จะรับเอาไว้!"
"ขอแสดงความยินดีกับเจินเซิ่งเจียง! ขอแสดงความยินดีกับเจินเซิ่งเจียง!"
……
เรื่องการรับศิษย์ที่มีความผกผันมากมาย ตอนนี้ในที่สุดก็ได้ข้อสรุปเสียที
แม้จะไม่มีใครรู้ว่าตอนนั้นเจียงเหิงส่งเสียงทางจิตไปพูดอะไรกับจางอีอีกันแน่ แต่เห็นได้ชัดว่าประโยคเหล่านั้นคือสาเหตุที่ทำให้จางอีอีเปลี่ยนความคิดดั้งเดิมแล้วหันไปกราบเจียงเหิงเป็นอาจารย์
ทว่าความจริงแล้ว สำหรับพวกเขาเหตุผลจะเป็นอะไรนั้นไม่สำคัญเลย สิ่งสำคัญก็คือ ในสายตาของพวกเขา จางอีอีคือผู้ชนะในชีวิตอย่างแท้จริง เป็นผู้โชคดีที่ถูกกำหนดมาให้เป็นศิษย์ของเจินเซิ่งระดับต้าเฉิง
โชคดีที่จางอีอีไม่รู้ความคิดของศิษย์ร่วมสำนักเหล่านั้น มิเช่นนั้นนางคงไม่มีทางเห็นด้วยอย่างแน่นอน
อย่างไรเสียนางก็เป็นผู้ที่มีปณิธานจะเหาะเหินขึ้นสู่เบื้องบน ตัดข้ามผ่านความว่างเปล่า การเป็นเพียงศิษย์ของเจินเซิ่งระดับต้าเฉิงนั้นยังห่างไกลจากเป้าหมายของนางอีกโข
ส่วนเฉียวฉู่ที่ดีใจเก้อ ขณะที่กำลังอยู่ในจุดเดือดดาลก็ถูกเจียงเหิงผู้เป็นศิษย์พี่ลากกลับไปยังยอดเขาสายในที่หนึ่งโดยตรง
อย่างไรก็เป็นศิษย์พี่ศิษย์น้อง มีความแค้นเคืองหรือขัดแย้งอะไร ปิดประตูคุยกันย่อมดีกว่า
จางอีอีเองก็ถูกอาจารย์หมาดๆ หิ้วติดมือไปด้วย นับแต่นั้นมานางจึงได้มาตั้งรกรากอยู่ที่ยอดเขาสายในที่หนึ่ง โชคดีที่ทรัพย์สินทั้งหมดของนางอยู่ในแหวนมิติบนตัว จึงไม่จำเป็นต้องกลับไปที่ยอดเขาสายนอกที่เก้าอีก
ในความรีบร้อน นางทำได้เพียงเอ่ยลากับพานเยวี่ยซินอย่างเรียบง่ายเท่านั้น รอให้จัดการที่พักใหม่เรียบร้อยแล้ว อีกสองสามวันค่อยไปหาศิษย์พี่พานเพื่ออธิบายให้ละเอียดอีกที
หลังจากพวกเจียงเหิงทั้งสามคนจากไป เจ้าสำนักตงฟางและผู้อาวุโสอีกหลายท่านก็แยกย้ายกันไปเช่นกันในเวลาไม่นาน
การประลองใหญ่ของสำนักที่ถูกขัดจังหวะยังคงดำเนินต่อไป น่าเสียดายที่ความคึกคักและความสนใจนั้นเทียบกับก่อนหน้านี้ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
……
"พูดมา เหตุใดท่านถึงดึงดันจะแย่งศิษย์กับข้าให้ได้?"
เมื่อกลับมาถึงที่พักของเจียงเหิงบนยอดเขาสายในที่หนึ่ง เฉียวฉู่ก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาเอ่ยปากคาดคั้นศิษย์พี่ของตนอย่างไม่เกรงใจ