- หน้าแรก
- เกิดใหม่ปีเจ็ดหก เริ่มต้นด้วยการถอนหมั้นแล้วแต่งกับคุณหนูตระกูลนายทุน
- บทที่ 17 ซ่งหงเหมยจะแต่งงานกับซุนคุน?!
บทที่ 17 ซ่งหงเหมยจะแต่งงานกับซุนคุน?!
บทที่ 17 ซ่งหงเหมยจะแต่งงานกับซุนคุน?!
ซ่งหงเหมยเดินออกมาจากบ้านตระกูลหนิง ตลอดทางร่างทั้งร่างราวกับคนวิญญาณหลุดออกจากร่าง พ่อของเธอที่อยู่ข้างๆ พูดอะไรเธอก็ไม่ได้ยินเข้าหูเลยสักประโยค ในหัวเต็มไปด้วยคำพูดของหนิงชิงซานที่ว่า 'ผมกำลังจะไปบ้านตระกูลเวิน ผมจะแต่งงานกับเวินอี่หนิง'
เธอขังตัวเองอยู่ในห้อง ฟุบหน้าลงบนเตียง ฝังใบหน้าลงกับหมอน ไหล่สั่นสะท้านเป็นระยะ
พอร้องไห้จนพอแล้ว เธอก็พลิกตัว จ้องมองคานบ้านอย่างเหม่อลอย น้ำตาในดวงตาค่อยๆ เหือดแห้งไป ความเคียดแค้นพวยพุ่งขึ้นมาในใจ
เพราะอะไรกัน?
เวินอี่หนิง เป็นแค่ลูกสาวของพวกห้าดำ เป็นสายเลือดพวกนายทุน เป็นนังเด็กฝ่ายขวา อาศัยอยู่ในบ้านผุพังข้างคอกวัว
หล่อนมีดีอะไร? อาศัยแค่หน้าตาหรือไง? หรืออาศัยความเสแสร้งแกล้งทำตัวน่าสงสาร? คนในหมู่บ้านใครเห็นหล่อนก็ต้องเดินเลี่ยงกันทั้งนั้น มีแต่หนิงชิงซานที่ดันเสนอหน้ากระโดดลงกองไฟเสียเอง แถมยังเตรียมของขวัญดีๆ แบบนั้น ทุ่มเทหมดหน้าตักเพื่อจะแต่งงานกับหล่อน
ซ่งหงเหมยอย่างเธอมีตรงไหนที่สู้เวินอี่หนิงคนนั้นไม่ได้?
สุดท้ายกลับถูกยุวชนทิ้ง หันกลับมาอ้อนวอนไอ้บ้านนอก ก็ยังถูกไอ้บ้านนอกเตะส่งอีก แถมยังด่าเธอว่าเป็นผู้หญิงหยำฉ่าต่อหน้าพ่อ
ความแค้นนี้ เธอระงับไว้ไม่ลงจริงๆ
เธอพลิกตัว จู่ๆ ก็นึกถึงซุนเต๋อเปียวขึ้นมาได้
วันนั้นที่หนิงชิงซานล่าหมูป่าได้ คนทั้งหมู่บ้านไปแบ่งเนื้อกันที่ลานบ้านตระกูลหนิง เธอก็อยู่ที่นั่นด้วย
ซุนเต๋อเปียวยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน พูดจาถากถางตั้งข้อสงสัยว่าหมูป่านั่นเก็บมาได้ หนิงเจี้ยนกั๋วเกือบจะทะเลาะกับเขาแล้ว
สายตาที่เขามองหนิงชิงซานมันผิดปกติ นั่นไม่ใช่การโต้เถียงธรรมดา แต่มันเป็นสายตาของคนที่ผูกใจเจ็บใครสักคน
ซ่งหงเหมยเช็ดน้ำตาแล้วยันตัวลุกขึ้นนั่ง
ซุนเต๋อเปียวเป็นผู้กองกองกำลังติดอาวุธ และควบตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัย มีอำนาจบารมีในหมู่บ้านมากกว่าพ่อของเธอตั้งเยอะ
หากเธอต้องการจะแก้แค้น การยื่นมีดให้ซุนเต๋อเปียว แล้วให้เขาเป็นคนแทง ถือว่าเหมาะสมที่สุดแล้ว
"ผู้กองซุน ฉันต้องการจะแจ้งความจับหนิงชิงซาน!"
ซุนเต๋อเปียวหรี่ตาลง "แจ้งความเรื่องอะไร?"
"หนิงชิงซานจะแต่งงานกับเวินอี่หนิง!"
เสียงของซ่งหงเหมยแหลมปรี๊ด:
"เวินอี่หนิงเป็นลูกของพวกห้าดำ เป็นคุณหนูตระกูลนายทุน! หนิงชิงซานเป็นแค่ชาวนายากจน แต่กลับจะแต่งงานกับลูกสาวนายทุน แบบนี้มันต่อต้านนโยบายของรัฐอย่างเปิดเผยไม่ใช่หรือไง?"
"ผู้กองซุน คุณเป็นหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัย เรื่องนี้คุณจะจัดการไหม?"
ซุนเต๋อเปียวไม่ได้ตอบรับในทันที สายตากวาดมองซ่งหงเหมยตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วก็กวาดมองกลับมาอีกรอบ บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มพิลึกพิลั่นวาบผ่าน
เขารู้เรื่องที่งานแต่งของซ่งหงเหมยกับหนิงชิงซานล่มไม่เป็นท่าแล้ว ในหน่วยผลิตลือกันให้แซดไปหมด
ซ่งหงเหมยคนนี้กำลังคิดจะยืมดาบฆ่าคนสินะ!
จะให้ช่วยก็ย่อมได้ แต่ยังไงก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนกันหน่อยสิ!
"แม่หนูบ้านตระกูลซ่ง" ในที่สุดซุนเต๋อเปียวก็เอ่ยปาก น้ำเสียงราบเรียบไม่รีบร้อน "ฉันช่วยเธอได้ ฉันสามารถรายงานเรื่องนี้ในที่ประชุมได้ ถึงตอนนั้นก็ลากตัวหนิงชิงซานกับพวกบ้านตระกูลเวินออกมาพร้อมกันในงานประจานประณาม ฉันจะช่วยเธอระบายความแค้นนี้เอง"
เขาชะงักไปเล็กน้อย หันกลับไปมองซุนคุนที่อยู่ในห้องแวบหนึ่ง แล้วหันสายตากลับมา
"แต่ว่า ฉันช่วยเธอแล้ว เธอจะช่วยอะไรฉันได้บ้างล่ะ?"
ซ่งหงเหมยรีบพูด "ผู้กองซุน ฉันให้เงินคุณได้ หรือจะยกแต้มแรงงานของฉันให้คุณก็ได้นะ"
ซุนเต๋อเปียวส่ายหน้า "ฉันไม่ต้องการของพวกนั้น"
"ผู้กองซุน งั้น... งั้นคุณต้องการอะไร?"
ซุนเต๋อเปียวยิ้ม "ฉันต้องการให้เธอแต่งงานกับซุนคุนลูกชายฉัน!"
ซ่งหงเหมยได้ยินดังนั้น ทั่วทั้งร่างก็สะดุ้งเฮือก ส่ายหน้าปฏิเสธพัลวัน "มะ... ไม่ได้นะ ฉันจะแต่งงานกับเขาได้ยังไง!!!"
พอซุนคุนได้ยินคำพูดนี้ ก็เดินออกมาจากในห้อง
ดวงตากวาดมองซ่งหงเหมยขึ้นลง ลูกกระเดือกขยับกลืนน้ำลาย ริมฝีปากค่อยๆ ฉีกยิ้มกว้างจนตาหยีเป็นเส้นตรง
"ฮี่ๆ... ดีเลย ดีเลย ซ่งหงเหมย เธอแต่งงานกับฉันสิ แล้วฉันจะช่วยเธอจัดการไอ้หนิงชิงซานนั่นเอง!"
"มะ... ไม่เอา ฉันไม่เอา..."
ซ่งหงเหมยส่ายหน้ารัวๆ ถอยหลังกรูด
ซุนเต๋อเปียวไม่ได้ร้อนรน เขาล้วงบุหรี่ออกมาจุดสูบ พ่นควันเป็นสาย
"แม่หนูบ้านตระกูลซ่ง เธอคิดให้ดีๆ นะ พ่อของเธอเป็นแค่ทหารกองหนุนธรรมดา นอกจากฉันแล้ว ใครจะยอมออกหน้าแทนเธอ?"
ริมฝีปากของซ่งหงเหมยซีดเผือด
ซุนคุนขยับเข้าไปใกล้ ถูมือไปมา น้ำเสียงร้อนรนและหยาบโลน "หงเหมย เธอแต่งให้ฉันเถอะ ฉันจะดีกับเธอแน่นอน แถมยังจะปรนเปรอให้เธอมีความสุขจนแทบขาดใจเลยด้วย"
"หนิงชิงซานรังแกเธอ ฉันจะช่วยตีมันให้ตายเลย!"
ซ่งหงเหมยมองใบหน้ามันย่องของซุนคุน ฟังคำพูดชวนคลื่นไส้ของเขา ในกระเพาะก็ปั่นป่วนขึ้นมา แทบจะอาเจียนออกมาอยู่รอมร่อ
แต่ภาพที่เวินอี่หนิงซบอยู่ในอ้อมอกของหนิงชิงซานก็แวบเข้ามาในหัวอีกครั้ง ภาพนั้นมันทำให้เธอขยะแขยงและเคียดแค้นยิ่งกว่าใบหน้าของซุนคุนเสียอีก!
ซ่งหงเหมยกำหมัดแน่น ขอบตาแดงก่ำ:
"ตกลง ฉันรับปาก"
เลขาธิการพรรคประจำหน่วยผลิตหลิวหม่านชางกลับมาจากในตัวตำบลด้วยมือเปล่า
เมียของเขาเพิ่งคลอดลูกคนที่หก อยู่ไฟครบหนึ่งเดือน จู่ๆ น้ำนมก็ไม่พอ เด็กหิวจนร้องไห้จ้า
เขาหอบเงินวิ่งไปที่สหกรณ์ในตำบล เครื่องดื่มมอลต์สกัดวางเรียงรายอยู่เป็นแถว พนักงานขายไม่แม้แต่จะปรายตามอง "ต้องมีคูปองพิเศษ ถึงจะซื้อได้"
หลิวหม่านชางถามว่าพอจะอนุโลมหน่อยได้ไหม เขาให้ราคาเป็นสองเท่าเลยก็ได้ แต่พนักงานขายไม่สนใจเขาเลยสักนิด
หลิวหม่านชางจึงได้แต่เดินคอตกกลับมา
นี่จะทำยังไงดีล่ะ? หรือว่าลูกคนที่หกจะต้องหิวตายกัน?
พอผลักประตูบ้านลานบ้านเข้าไป กลิ่นหอมหวานจางๆ ก็ลอยโชยมาจากในบ้าน
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไป
ก็เห็นเครื่องดื่มมอลต์สกัดสองกระป๋องวางอยู่บนโต๊ะ กระป๋องเหล็กสีเหลืองทอง ด้านบนพิมพ์ลายเด็กอ้วนท้วนสมบูรณ์ สะท้อนแสงแดดจนดูแสบตาไปบ้าง
ของพวกนี้มาจากไหนกัน?!
"พ่อของลูก ในที่สุดคุณก็กลับมาซะที!"
เมียของหลิวหม่านชางอุ้มลูกเดินออกมาจากห้องด้านใน ใบหน้าปราศจากความกลัดกลุ้มอย่างเช่นทุกวัน แต่กลับประดับไปด้วยรอยยิ้ม:
"คุณดูสิ เสี่ยวซานเอามาให้แหละ! ลูกเรามีทางรอดแล้ว มีนมให้กินแล้ว!"
หนิงชิงซานลุกขึ้นจากม้านั่งยาว พยักหน้าให้เขา "เลขาฯ หลิว"
หลิวหม่านชางเพิ่งจะสังเกตเห็นคนที่นั่งอยู่ข้างโต๊ะ
เขาอ้าปากค้าง สายตากวาดมองสลับไปมาระหว่างหนิงชิงซานกับมอลต์สกัดสองกระป๋องนั้นอยู่สองรอบ
หลิวหม่านชางรีบเดินเข้าไปหา มือใหญ่กุมมือของหนิงชิงซานเอาไว้แน่น เขย่าแรงๆ สองที ลำคอตีบตันราวกับมีอะไรจุกอยู่ ผ่านไปพักใหญ่ถึงได้เค้นคำพูดออกมาได้ประโยคหนึ่ง:
"เสี่ยวซาน นาย... นายมาช่วยต่อชีวิตพวกเราได้ทันเวลาพอดีเลย"
หนิงชิงซานยิ้ม "สหายร่วมปฏิวัติ เมื่อมีความยากลำบาก ก็ต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกันครับ พอดีที่บ้านผมมีอยู่สองกระป๋องนี้ เด็กสำคัญกว่าครับ"
พอดีอะไรกันล่ะ จะมีเรื่องบังเอิญขนาดนั้นได้ยังไง
หนิงชิงซานจำได้ว่าในชาติที่แล้ว เลขาธิการพรรคประจำหน่วยผลิตหลิวหม่านชางตระเวนถามหาคูปองพิเศษตามบ้านทีละหลังเพื่อจะเอาไปแลกมอลต์สกัด
การมอบของขวัญให้คนอื่นช่วยทำธุระให้ ถ้าส่งได้ถูกใจผู้รับ เรื่องนั้นก็ถือว่าสำเร็จไปกว่าครึ่งแล้ว
เมียของหลิวหม่านชางชงชาแล้วยกมาเสิร์ฟอยู่ข้างๆ เขารับถ้วยชามา ดื่มไปอึกหนึ่งถึงได้สงบสติอารมณ์ลงได้ มองหนิงชิงซานแล้วพูดว่า:
"เสี่ยวซาน นายอุตส่าห์ดั้นด้นมาหาถึงที่ คงต้องมีธุระแน่ๆ พูดมาเถอะ อะไรที่ฉันช่วยได้ ฉันไม่มีทางปฏิเสธแน่นอน"
หนิงชิงซานก็ไม่อ้อมค้อม "เลขาฯ หลิวครับ ผมจะสร้างบ้านใหม่เพื่อใช้แต่งงาน แต่ยังขาดแคลนวัสดุ เรื่องไม้ผมพอมีวิธีแล้ว ยังขาดก็แต่อิฐกับกระเบื้องมุงหลังคาครับ"
"ผมได้ยินคนในหน่วยผลิตบอกว่า คุณรู้จักคนในโรงงานอิฐและกระเบื้อง เลยอยากจะรบกวนให้คุณช่วยเป็นธุระติดต่อให้หน่อยครับ"
หลิวหม่านชางวางแก้วเคลือบสังกะสีลงบนโต๊ะ หัวเราะร่า "นายมาถูกคนแล้ว! คอมมูนหงฉีที่อยู่ข้างๆ มีโรงงานอิฐและโรงงานกระเบื้องอยู่ เมื่อก่อนหัวหน้าของพวกเขาเคยทำงานสร้างอ่างเก็บน้ำร่วมกับฉัน เรื่องความสนิทสนมไม่ต้องพูดถึงเลย"
"นายต้องการอิฐเท่าไหร่ กระเบื้องเท่าไหร่ บอกมาได้เลย ฉันจะพานายไป รับรองว่าจะได้ราคาที่ถูกที่สุดแน่นอน"
คอมมูนหงฉี
หนิงชิงซานได้ยินชื่อนี้ ก็รู้สึกคุ้นหูเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน ในหัวมีความทรงจำลางๆ แวบเข้ามา แต่ก็จับต้นชนปลายไม่ถูก
อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้คิดอะไรมาก
"ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลยครับ ขอบคุณครับเลขาฯ" หนิงชิงซานเผยรอยยิ้มบนใบหน้า
เมื่อจัดการธุระเสร็จ หนิงชิงซานก็ไม่ได้อยู่นานนัก และรีบขอตัวกลับ
ก่อนไป เมียของหลิวหม่านชางก็ยัดเยียดไข่ไก่ให้เขามาสิบกว่าฟองจนได้
หนิงชิงซานเพิ่งจะกลับถึงบ้าน ก็พบว่าที่บ้านมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญเพิ่มมาคนหนึ่ง
ซุนคุนนั่งไขว่ห้างอยู่บนธรณีประตูอย่างวางก้าม บนใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มเย่อหยิ่งจองหองในแบบที่หนิงชิงซานไม่เคยเห็นมาก่อน
พอเห็นหนิงชิงซานเดินเข้าประตูมา เขาก็เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงประชดประชัน "โย่ว วีรบุรุษหมูป่าประจำหน่วยผลิตของพวกเรากลับมาแล้วเหรอ?"
หนิงชิงซานมองเขาด้วยใบหน้าเรียบเฉย "มีธุระอะไร?"
"มีสิ แน่นอนว่าต้องมีอยู่แล้ว"
"หนิงชิงซาน แกวางเพลิงเผาบ้านฉัน เกือบจะคลอกพ่อลูกเราตายอยู่แล้ว เรื่องนี้พ่อฉันสืบจนรู้ความจริงหมดแล้ว ว่าแกเป็นคนทำ"
แววตาของหนิงชิงซานหม่นลงเล็กน้อย
ซุนเต๋อเปียวสืบรู้แล้วเหรอว่าเป็นฝีมือของเขากับเวินเฉิงไห่?
ไม่!
ถ้าเขามีหลักฐานจริงๆ คนที่มาคงไม่ใช่ซุนคุน แต่คงจะพากองกำลังติดอาวุธมาจับตัวเขาไปแล้ว
นี่มันกำลังหลอกถามเขาอยู่ชัดๆ
หนิงชิงซานพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา:
"ตดน่ะตดส่งเดชได้ แต่คำพูดน่ะอย่ามาพูดพล่อยๆ นะ"
"คนในหน่วยผลิตก็เห็นกับตาว่าฉันเป็นคนช่วยดับไฟบ้านแก"
ซุนคุนเชิดหน้าขึ้น "แก... แกจงใจช่วยบ้านฉันดับไฟต่างหากล่ะ"
"พ่อฉันบอกมาหมดแล้ว"
ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง
หนิงชิงซานกระจ่างแจ้งแก่ใจ เขาว่าแล้วเชียวว่าไอ้โง่นี่ถ้าไม่มีคนคอยชี้แนะ จะตามเกมทันได้ยังไง
"พ่อแกบอก พ่อแกบอกแล้วมันจะมีประโยชน์หอกอะไร ข้ายังบอกเลยว่าข้าเป็นปู่แกน่ะ!"
"หลานชาย ไหนลองเรียกปู่สิหลาน!"
"แก... แก..."
ซุนคุนถูกหนิงชิงซานยั่วโมโหจนลุกพรวดขึ้นมา พูดจาติดอ่าง ไม่รู้จะหาคำไหนมาเถียงกลับ
"ดี ดี เรื่องนี้เอาไว้ก่อน งั้นฉันจะพูดอีกเรื่องหนึ่ง"
"หงเหมยมาหาฉันแล้ว เธอบอกว่า แกจะแต่งงานกับเวินอี่หนิงคุณหนูพวกห้าดำนั่น แกเป็นแค่ชาวนายากจนดันจะแต่งงานกับคุณหนูตระกูลนายทุน แกนี่มันรนหาที่ตายจริงๆ!"
หนิงชิงซานได้ยินดังนั้น สีหน้าก็เย็นเยียบลง
ซ่งหงเหมยถึงกับไปคลุกคลีกับสองพ่อลูกซุนคุนเลยงั้นเหรอ?!
หนิงชิงซานจู่ๆ ก็ถามขึ้นมาว่า "ซ่งหงเหมยจะแต่งงานกับแกด้วย ใช่ไหมล่ะ?"
"แกรู้ได้ยังไง?"
ซุนคุนทำหน้าตกใจ เรื่องนี้เขายังไม่ได้บอกใครเลยนะ!
เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ หนิงชิงซานก็แค่หลอกถามไปอย่างนั้นเอง
เขาพอจะเดาออกว่า ซ่งหงเหมยผูกใจเจ็บเขา เพื่อจะแก้แค้นเขา เธอจึงไปหาสองพ่อลูกตระกูลซุน
ชาติก่อนซ่งหงเหมยไม่ได้แต่งงานกับเขา หลังจากนั้นก็ถูกยุวชนสวีคนนั้นทิ้ง สุดท้ายก็ไปแต่งงานกับคนซื่อๆ คนหนึ่งในหมู่บ้าน
นึกไม่ถึงว่าพอเขาได้เกิดใหม่ เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว เรื่องราวจะพลิกผันไปแบบนี้
คราวนี้คงต้องบอกว่า ผีเน่ากับโลงผุ เหมาะสมกันจริงๆ!
"หนิงชิงซาน ตอนนี้ซ่งหงเหมยเป็นของฉันแล้ว แกอย่ามาแย่งกับฉันล่ะ!"
ไม่รู้ว่าในสมองของซุนคุนคิดอะไรอยู่ ถึงได้คิดว่าหนิงชิงซานจะไปแย่งกับเขา
"ใครจะไปแย่งผู้หญิงหยำฉ่ากับแกล่ะ!"
"แก... แก... แก..."
ซุนคุนโกรธเป็นฟืนเป็นไฟอีกครั้ง
หนิงชิงซานตีหน้าตาย มองซุนคุน "พูดจบหรือยัง? พูดจบแล้วก็ไสหัวไปซะ!"
"ยังไม่จบ"
ซุนคุนพยายามสงบสติอารมณ์
ทันใดนั้นก็ยื่นมือข้างหนึ่งออกมา ชูนิ้วขึ้นสามนิ้ว แต่ไม่นานก็เปลี่ยนเป็นห้านิ้ว
"สามร้อย... ไม่สิ ห้าร้อย! แกเอาเงินมาให้ฉันห้าร้อยหยวน แล้วเรื่องที่แกวางเพลิงฉันจะไม่ไปฟ้อง เรื่องที่แกจะแต่งงานกับคุณหนูตระกูลนายทุนฉันก็จะไม่เอาไปพูดข้างนอก"
"ถ้าแกไม่ให้ละก็ ฮี่ๆ..."
เดิมทีซุนคุนอยากจะได้แค่สามร้อยหยวน แต่หนิงชิงซานน่าโมโหเกินไป เขาเลยตัดสินใจเพิ่มอีกสองร้อยกะทันหัน
หนิงชิงซานพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "ซุนคุน วันนี้ที่แกมารีดไถฉัน พ่อแกรู้เรื่องหรือเปล่า?"
แววตาของซุนคุนวูบไหวเล็กน้อย
หนิงชิงซานได้คำตอบในใจแล้ว
ซุนเต๋อเปียวไม่รู้เรื่อง
ไอ้โง่นี่คงถูกพ่อพูดกระตุ้นนิดหน่อย ก็เลยแจ้นมาหวังจะกอบโกยเงินสักก้อนด้วยตัวเอง
อีกทั้งหนิงชิงซานก็รู้ดีว่า ต่อให้เขาให้เงินก้อนนี้ไปจริงๆ สองพ่อลูกตระกูลซุนก็ไม่มีทางปล่อยเขาไปอยู่ดี
จู่ๆ หนิงชิงซานก็ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ยืนประจันหน้า โดยห่างจากซุนคุนไม่ถึงครึ่งเมตร
หนิงชิงซานก้มหน้าลง จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของซุนคุน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา:
"จะมารีดไถ จะมาคิดบัญชีใช่ไหมล่ะ! แกกลับไปถามพ่อแกดูนะ ว่าเรื่องแม่ม่ายหลี่น่ะ เขากล้ามาคิดบัญชีกับฉันหรือเปล่า"
พอซุนคุนได้ยิน สีหน้าก็เปลี่ยนไป ถอยหลังไปครึ่งก้าว จนเซถลาแทบจะสะดุดธรณีประตูหกล้ม
เขานึกถึงเรื่องที่ให้แม่ม่ายหลี่ใส่ร้ายว่าหนิงชิงซานลวนลาม แต่กลับโดนซ้อนแผนใส่ร้ายกลับได้
ริมฝีปากของเขาสั่นระริก "หนิงชิงซาน แก... แกฝากไว้ก่อนเถอะ!"
พูดไม่ทันขาดคำ ก็หันหลังวิ่งเตลิดเปิดเปิงไปอย่างทุลักทุเล