เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 ข้าต้องให้เจ้าปกป้องงั้นหรือ?

บทที่ 14 ข้าต้องให้เจ้าปกป้องงั้นหรือ?

บทที่ 14 ข้าต้องให้เจ้าปกป้องงั้นหรือ?


จักรพรรดิสุนัขไร้สมอง?

ดี! ดีมาก!

อวิ๋นเจาอี๋แทบจะอกแตกตายด้วยความโกรธ ในชั่วขณะนั้น นางอยากจะสังหารเจียงไหลให้ตายคามือ ทว่าเมื่อนึกถึงชาวหมู่บ้านซีโกว อวิ๋นเจาอี๋ก็จำต้องอดกลั้นเอาไว้

"เจ้าพาเนี่ยนจวินหลบเข้าไปในอุโมงค์ก่อน เรื่องกินอยู่ขับถ่ายล้วนมีคนคอยช่วยเหลือจัดการให้ ข้าต้องไปบัญชาการหน่วยรบพิเศษรับมือศัตรู เกรงว่าชั่วคราวนี้คงไม่มีเวลามาดูแลพวกเจ้าแล้ว"

เจียงไหลสั่งการ

"ตกลง"

อวิ๋นเจาอี๋ปั้นหน้าเย็นชาพลางพยักหน้ารับ นางไปหาซานเป่า หลังจากอธิบายสถานการณ์แล้ว ก็มอบป้ายทองให้ซานเป่า เพื่อให้นางไปขอกำลังเสริมที่ด่านเยี่ยนเหมิน

"อวิ๋นเหนียง แล้วท่านกับเนี่ยนจวินเล่าเจ้าคะ จะทำอย่างไร?"

เมื่อได้ยินว่ากองทัพหนานเยว่บุกโจมตี ซานเป่าก็มีสีหน้าตื่นตระหนก

"แคว้นหนานเยว่ยกทัพมานับหมื่นนาย พวกท่านรั้งอยู่ที่นี่มันอันตรายเกินไปแล้ว..."

"เจ้าว่า แคว้นหนานเยว่ยกทัพมานับหมื่นนาย เพียงเพื่อมาลอบโจมตีหมู่บ้านซีโกวของต้าเฉียนที่มีคนไม่ถึงพันคนแค่นี้น่ะหรือ สมเหตุสมผลแล้วหรือ?"

แววตาของอวิ๋นเจาอี๋ทอประกายสังหารอันเย็นเยียบ

นางไม่คิดว่าเพียงแค่หมู่บ้านซีโกวเล็กๆ จะดึงดูดกองทัพหนานเยว่นับหมื่นนายได้

เป้าหมายของพวกมันมีเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือ... ด่านเยี่ยนเหมิน

เพียงแต่ จ้านเหวินอวี้มีความกล้าถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?

"ต่อให้เป้าหมายของพวกมันไม่ใช่หมู่บ้านซีโกว แต่การที่ท่านรั้งอยู่ที่นี่ก็ยังอันตรายมากอยู่ดี ท่านเป็นถึงประมุขแห่งแคว้น..."

อวิ๋นเจาอี๋ถลึงตาคู่งาม "นี่เจ้าฟังคำข้าไม่รู้เรื่องหรือ?"

"เจ้าค่ะ"

ซานเป่าจนใจ ได้แต่รับคำ ก่อนจะหันหลังหายลับไปท่ามกลางพายุหิมะอันกว้างใหญ่

"ท่านแม่ พวกเราจะไปที่ใดกันหรือเจ้าคะ?"

อวิ๋นเจาอี๋อุ้มเนี่ยนจวินตัวน้อย เดินล่าถอยไปยังอุโมงค์

"ไปเที่ยวเล่นที่กำแพงเมืองใต้ดินของท่านพ่อเจ้าอย่างไรเล่า" อวิ๋นเจาอี๋กล่าวปด ทว่าคิ้วที่ขมวดมุ่นกลับไม่คลายลงเลยแม้แต่น้อย

แคว้นหนานเยว่คิดจะก่อสงครามกับราชวงศ์ต้าเฉียนอีกครั้งกระนั้นหรือ?

จวนจะถึงช่วงสิ้นปี กองทัพหนานเยว่กลับมารวมพลกันที่ตีนเทือกเขาฉีเหลียนอย่างกะทันหัน หรือว่าจะมาอวยพรปีใหม่ราชวงศ์ต้าเฉียนกัน?

มิน่าเล่าเจียงไหลถึงได้ด่าว่านางเป็นจักรพรรดิสุนัขไร้สมอง

แม้นางจะเป็นประมุขแห่งแผ่นดิน หลงคิดไปเองว่าภายใต้การปกครองของตน ประเทศชาติร่มเย็นเป็นสุข กองทัพแข็งแกร่งม้าศึกกำยำ ทว่าหารู้ไม่ว่าอันตรายกำลังคืบคลานเข้ามาเงียบๆ โดยที่นางไม่ทันได้สังเกตเห็น

กองทัพหนานเยว่ข้ามพรมแดนมา ผู้ที่ค้นพบเป็นคนแรกกลับไม่ใช่หน่วยสอดแนม แต่กลับเป็นนายพรานบ้านป่าที่นางดูแคลนเสียได้

คำด่าว่าจักรพรรดิสุนัขคำนี้ อวิ๋นเจาอี๋ยอมรับแต่โดยดี

เมื่อเข้าไปในอุโมงค์ สตรี เด็ก และคนชราล้วนถูกจับมารวมกลุ่มกัน ทุกคนจะได้รับแจกจ่ายอาหารและน้ำในปริมาณที่กำหนด แสงสว่างในอุโมงค์ค่อนข้างมืดสลัว ทว่ากลับแห้งและอบอุ่น

สิ่งที่ทำให้อวิ๋นเจาอี๋ประหลาดใจยิ่งกว่าก็คือ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับกองทัพหนานเยว่ที่กำลังบุกประชิด ชาวหมู่บ้านซีโกวกลับไม่ตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย

สตรีที่มีหน้าที่ดูแลเด็กก็ดูแลไป ผู้ที่มีหน้าที่ทำอาหารก็ทำไป

ส่วนบุรุษก็คอยช่วยลำเลียงเสบียงและสิ่งของไปยังจุดต่างๆ

อวิ๋นเจาอี๋ได้พบกับหงซวงอีกครั้ง นางต้องรับผิดชอบดูแลคนเฒ่าคนแก่และเด็กๆ รวมถึงรักษาผู้บาดเจ็บที่ส่งลงมาจากสนามรบ

ทว่า คนเพียงสิบกว่าคน จะเอาอันใดไปต้านทานทหารกล้านับหมื่นของแคว้นหนานเยว่เล่า?

หลังจากค่อยๆ สงบสติอารมณ์ลงได้ อวิ๋นเจาอี๋ก็พลันนึกเสียใจที่ไม่ได้ฟังคำแนะนำของซานเป่า พาผู้คนหลบหนีไปตามเส้นทางสายเล็กเพื่อซ่อนตัวในเทือกเขาฉีเหลียน

"เนี่ยนจวิน เจ้าอยู่ที่นี่นะ ห้ามวิ่งซุกซนไปทั่ว แม่จะไปหาท่านพ่อของเจ้า ประเดี๋ยวก็กลับมา"

"อืม"

เนี่ยนจวินพยักหน้า ก่อนจะหันไปเล่นกับเด็กๆ ในหมู่บ้านซีโกว

"เจ้าจะไปที่ใด? ไปส่งข่าวให้ศัตรูหรือ?"

เพิ่งจะเดินออกไป หงซวงก็โผล่มาตั้งแต่เมื่อใดก็สุดรู้ ขวางทางอวิ๋นเจาอี๋เอาไว้ พลางจ้องมองนางด้วยสีหน้าไม่เป็นมิตร

"ข้าก็จะไปหาสามีข้าสิ"

อวิ๋นเจาอี๋โกรธจนหลุดหัวเราะออกมา

นางคือประมุขแห่งราชวงศ์ต้าเฉียน มีที่ใดที่นางไปไม่ได้ด้วยหรือ?

แต่อวิ๋นเจาอี๋กลับนึกอยากจะหยอกล้อหงซวงขึ้นมา

"เหตุใดกัน? เจ้าไม่ยอมให้ภรรยาอาจารย์ไปหาอาจารย์ของเจ้าหรือ? เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะให้เขาไล่เจ้าออกจากสำนัก?"

"เจ้า!"

หงซวงโกรธจัด ถลึงตาคู่งามใส่แต่ก็ทำอันใดอวิ๋นเจาอี๋ไม่ได้

"ศิษย์หลงรักอาจารย์ มันข้ามรุ่นอยู่นะ"

อวิ๋นเจาอี๋ผลักหงซวงออก ทิ้งท้ายไว้เพียงประโยคเดียว แล้วก็เดินจากไปอย่างพลิ้วไหว

นางต้องการไปหาเจียงไหล

เวลานี้เจียงไหลหมกตัวอยู่ในห้องบัญชาการรบ เขาฟุบหน้าอยู่กับกล้องปริทรรศน์ คอยจับตาดูความเคลื่อนไหวภายนอกทุกฝีก้าว ในมือถือกระบอกไม้ไผ่เอาไว้ ส่วนอีกด้านของกระบอกไม้ไผ่มีเชือกป่านผูกติดอยู่

"หน่วยรบซุ่มซ่อนตัวให้ดี ปล่อยให้ทหารม้าแนวหน้าของศัตรูเข้ามา จำไว้ ห้ามใช้ระเบิดมือเด็ดขาด ให้ใช้หน้าไม้ลอบโจมตีเท่านั้น ยิงหนึ่งครั้งเปลี่ยนที่หนึ่งหน"

"ล่อศัตรูเข้ามาในหมู่บ้าน จากนั้นค่อยกำจัดทิ้งทีละคน"

"ระเบิดมือก็ห้ามใช้ ปืนใหญ่หงอีหากไม่มีคำสั่งข้า ใครก็ห้ามจุดชนวนเด็ดขาด ฟังที่ข้าพูดเข้าใจกันหรือไม่!"

เจียงไหลจ้องมองผ่านกล้องปริทรรศน์เขม็ง คิ้วขมวดเข้าหากันจนเป็นปม

"เจ้ากำลังพูดกับผู้ใดอยู่หรือ?"

อวิ๋นเจาอี๋เดินเข้ามา มองดูชายหนุ่มที่เดี๋ยวก็พูดกับกระบอกไม้ไผ่ เดี๋ยวก็เอากระบอกไม้ไผ่แนบหู ทว่าดวงตากลับจ้องเขม็งไปที่รูเล็กๆ ขนาดเท่าฝ่ามือด้วยความอยากรู้อยากเห็น

นอกจากตัวเขาเองแล้ว ในห้องนี้ยังมีผู้อื่นอยู่อีกหรือ?

"เจ้ามาได้อย่างไร?"

เจียงไหลหันขวับไปมองหญิงสาว คิ้วกระบี่ขมวดมุ่น "รีบกลับไปดูแลลูกเถอะ วางใจได้ มีข้าอยู่ทั้งคน ไม่มีผู้ใดทำอันตรายพวกเจ้าได้หรอก"

"ข้าต้องให้เจ้าปกป้องงั้นหรือ?"

อวิ๋นเจาอี๋เกิดโทสะขึ้นมาบ้าง นางเป็นถึงประมุขแห่งแคว้น คู่ควรแค่กับการเลี้ยงเด็กเท่านั้นงั้นหรือ?

"อย่าเพิ่งงอแงเลย ตอนนี้กองทัพหนานเยว่กำลังบุกประชิด ข้าต้องพาหน่วยคุ้มกันไปขับไล่ศัตรู ไว้เสร็จเรื่องแล้วจะพาสองแม่ลูกไปเที่ยวเล่นให้หนำใจ เชื่อฟังข้านะ กลับไปก่อนเถิด"

เจียงไหลตระหนักได้ว่าน้ำเสียงของตนไม่ค่อยสู้ดีนัก จึงรีบเอ่ยเกลี้ยกล่อมหญิงสาว

"..."

อวิ๋นเจาอี๋ชะงักงันไปเล็กน้อย เชื่อฟังงั้นหรือ?

บุรุษผู้นี้ถึงกับกล้าบอกให้นางเชื่อฟังงั้นหรือ?

มองไปทั่วทั้งราชวงศ์ต้าเฉียน มีผู้ใดกล้าบอกให้อวิ๋นเจาอี๋ผู้นี้เชื่อฟังกันเล่า?

"เนี่ยนจวินอยู่ในสถานที่หลบภัย นางกำลังเล่นกับเด็กๆ อย่างสนุกสนาน มีพวกหงซวงคอยดูแลอยู่ ไม่เป็นอันใดหรอก"

สายตาของอวิ๋นเจาอี๋หยุดลงที่กระบอกไม้ไผ่ในมือของเจียงไหล "เมื่อครู่เจ้าพูดอันใดกับกระบอกไม้ไผ่หรือ? แล้วที่เจ้าฟุบหน้าดูอยู่นั่นมันคือสิ่งใดกัน?"

"อ้อ สิ่งนี้เรียกว่ากล้องปริทรรศน์ ข้าเป็นคนประดิษฐ์ขึ้นเอง อาศัยหลักการสะท้อนภาพ ทำให้สามารถสังเกตการณ์เหตุการณ์ภายนอกได้ในอัตราส่วนหนึ่งต่อหนึ่ง แถมยังหมุนได้ด้วยนะ"

เจียงไหลพอได้ฟังเช่นนี้ ก็ไม่ได้เร่งเร้าให้อวิ๋นเจาอี๋จากไปอีก เขามั่นใจในระบบป้องกันที่ตนเองสร้างขึ้นมาเป็นอย่างมาก

"งั้นหรือ? ข้าขอดูบ้างได้หรือไม่?"

เมื่อได้ยินดังนั้น นัยน์ตาของอวิ๋นเจาอี๋ก็เปล่งประกาย นางแนบใบหน้าเข้าไปดู และพบว่าสามารถสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวภายนอกได้อย่างชัดเจนจริงๆ

"กองทัพหนานเยว่บุกโจมตีแล้ว"

ในภาพนั้น กองทหารนับพันนายกำลังพุ่งตรงมายังหมู่บ้านซีโกว

"ไม่เป็นไร ปล่อยให้พวกมันมาถึงหน้าหมู่บ้านก่อนค่อยลงมือก็ยังไม่สาย"

เจียงไหลปรายตามองแวบหนึ่ง ก่อนจะหยิบกระบอกไม้ไผ่ขึ้นมาตะโกนสั่งการ "หม่าลิ่ว จัดการผู้นำทัพก่อน ยิงธงรบของพวกมันให้ร่วง จู้จื่อ รอให้ศัตรูเข้ามาในหมู่บ้านแล้ว เจ้ามีหน้าที่ปิดประตูตีแมว"

"จำไว้ ห้ามใช้ระเบิดมือเด็ดขาด ให้ใช้หน้าไม้เท่านั้น ห้ามใครพุ่งออกไปปะทะระยะประชิดกับศัตรูเด็ดขาด"

"ได้ยินแล้วตอบด้วย!"

"ขอรับ!"

อวิ๋นเจาอี๋มองดูเจียงไหลราวกับกำลังมองคนโง่งม ทว่าเมื่อนางเงี่ยหูเข้าไปใกล้ๆ กลับได้ยินเสียงของหม่าลิ่ว จู้จื่อ และคนอื่นๆ ตอบกลับมาจริงๆ

ของสิ่งนี้ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก

"นี่คือสิ่งใดกัน เหตุใดถึงได้ยินเสียงของพวกหม่าลิ่วเล่า พวกเขาไม่ได้ไปซุ่มโจมตีศัตรูอยู่ที่อื่นหรอกหรือ?"

อวิ๋นเจาอี๋มองกระบอกไม้ไผ่ในมือเจียงไหลด้วยแววตาเป็นประกายประหลาดใจ

"อ้อ กระบอกส่งเสียงที่ข้าทำขึ้นมาน่ะ ตอนนี้ยังไม่ค่อยสมบูรณ์นัก เรียกได้ว่าแค่พอถูไถใช้ไปได้ หากมีวิทยุสื่อสารสักเครื่องก็คงจะดี" เจียงไหลถอนหายใจ

สถานที่บัดซบนี่มันล้าหลังเสียจริง

"จักรพรรดิสุนัขตาถั่ว ไม่รู้จักพัฒนาวิทยาการ หาไม่แล้ว ข้าคงจัดการพวกมันให้ตายตกไปในไม่กี่อึดใจแล้ว"

ใบหน้างดงามของอวิ๋นเจาอี๋เยียบเย็นลง ดี! ดีมาก! ข้านี่แหละคือจักรพรรดิสุนัข!

จบบทที่ บทที่ 14 ข้าต้องให้เจ้าปกป้องงั้นหรือ?

คัดลอกลิงก์แล้ว