- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปเปิดกล่องเทพ อัญเชิญยอดคนสยบยุทธจักร
- บทที่ 109 หลินโม่เฉินสิ้นชีพ
บทที่ 109 หลินโม่เฉินสิ้นชีพ
บทที่ 109 หลินโม่เฉินสิ้นชีพ
ชิงโจว จวนซื่อสือ ห้องหนังสือ
ชายชราในชุดคลุมยาวสีฟ้าแบบบัณฑิต รูปร่างผอมบาง ดวงตาสงบนิ่งและลึกล้ำ กลิ่นอายพลังเร้นลับ กำลังนั่งตัวตรงจัดการราชการอยู่หลังโต๊ะหนังสือ
"เรียนท่านซื่อสือ ซุ่นเทียนฝู่ส่งข่าวมาว่า เจ้าเมืองเสิ่นเยี่ยนชิวลักลอบค้าอาวุธยุทโธปกรณ์ มีพยานหลักฐานครบถ้วน ทงพ่านหลินโม่เฉินนำกำลังทหารไปจับกุมเขา เกิดการต่อสู้กันขึ้น เจ้าเมืองเสิ่นสิ้นชีพ ทงพ่านหลินโม่เฉินจึงขึ้นรั้งตำแหน่งเจ้าเมืองชั่วคราวขอรับ" ชายวัยกลางคนในชุดรัดกุมสีดำ ปกเสื้อปักคำว่า 'อิ่ง' รายงาน
"ช่างไร้ประโยชน์เสียจริง เสียแรงที่ข้าอุตส่าห์ปลุกปั้น"
"ก่อนหน้านี้เขายังส่งจดหมายมาบอกข้าอยู่เลยว่าสามารถควบคุมซุ่นเทียนฝู่ได้เบ็ดเสร็จ บัดนี้ไฉนจึงพ่ายแพ้อย่างกะทันหัน คงเกิดเหตุไม่คาดฝันอะไรขึ้นล่ะสิ?"
"เป็นองค์กรนักฆ่าที่ชื่อว่าสมาคมมังกรเขียวยื่นมือเข้ามาช่วยหลินโม่เฉินขอรับ มิฉะนั้นเขาคงไม่มีทางเอาชนะเจ้าเมืองเสิ่นได้"
"สมาคมมังกรเขียว?"
"เหตุใดจึงไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน?"
"ผู้น้อยตรวจสอบบันทึกทั้งหมดของหน่วยอิ่งแล้ว ไม่พบร่องรอยใดๆ เกี่ยวกับสมาคมมังกรเขียวเลยขอรับ พวกเขาเหมือนกับปรากฏตัวขึ้นมาจากความว่างเปล่า สมาชิกทุกคนที่ปรากฏตัวล้วนไม่สามารถสืบหาที่มาได้เลย"
"ผู้น้อยสงสัยว่าคนของสมาคมมังกรเขียวน่าจะเป็นผู้บำเพ็ญเพียรเร้นกายในตำนาน"
"เรื่องของสมาคมมังกรเขียวปล่อยไว้้ก่อนเถอะ ต่อให้หลินโม่เฉินชนะ เขาก็นั่งตำแหน่งนี้ได้ไม่มั่นคงหรอก ชาติกำเนิดต่ำต้อยอย่างเขาจะนั่งตำแหน่งนี้ได้อย่างมั่นคงได้อย่างไรกัน"
"ท่านซื่อสือ เทพอัคคีสวรรค์แห่งนิกายเทพสามแสงรอท่านมาหลายวันแล้ว เขาต้องการหารือเรื่องการเป็นพันธมิตรกับท่าน ท่านจะให้ตอบกลับเขาว่าอย่างไรดีขอรับ?"
"ไล่มันกลับไป มันมีคุณสมบัติจะมาเจรจากับข้าผู้เป็นซื่อสือด้วยหรือ?"
"ให้นิกายเทพสามแสงส่งคนที่มีน้ำหนักมาเจรจาเรื่องความร่วมมือ มิฉะนั้นก็ยกเลิกเรื่องนี้ไปซะ"
"ท่านซื่อสือซูช่างอารมณ์ร้อนเสียจริง ให้ข้าน้อยช่วยดับไฟให้ท่านดีหรือไม่เจ้าคะ" หญิงสาวในชุดคลุมยาวสีน้ำเงินเข้ม รูปร่างสมส่วนมีส่วนเว้าส่วนโค้ง ใบหน้างดงามหาตัวจับยากปรากฏตัวขึ้นภายในห้องหนังสือ
หญิงสาวผู้นี้แผ่กลิ่นอายยั่วยวนออกมาตลอดเวลา ชายวัยกลางคนเพียงแค่เห็นหน้านางแวบแรกก็ตกอยู่ในภวังค์ทันที
"ตื่น!" ซื่อสือซูมู่หยางตบโต๊ะหนังสือเบาๆ ปราณไร้รูปร่างสายหนึ่งปลุกชายวัยกลางคนที่กำลังลุ่มหลงให้ตื่นขึ้นในพริบตา
"ท่านซื่อสือ ข้า..............." ชายวัยกลางคนกล่าวด้วยความละอายใจเล็กน้อย
"ถอยไป!"
"ขอรับ!"
"กายายั่วยวน!"
"ท่านคงจะเป็นเทพจันทร์เยวี่ยเชียนฮ่วน หนึ่งในสามเทวะแห่งนิกายเทพสามแสงกระมัง?" ซื่อสือซูมู่หยางเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว
"ท่านซื่อสือช่างตาแหลมคมนัก ข้าน้อยเยวี่ยเชียนฮ่วน เป็นตัวแทนของนิกายเทพเดินทางมาเจรจาเรื่องความร่วมมือกับท่านซื่อสือ หวังว่าท่านซื่อสือจะช่วยดูแลด้วยนะเจ้าคะ" เยวี่ยเชียนฮ่วนกะพริบตาคู่สวย ริมฝีปากสีดอกกุหลาบเม้มเบาๆ น้ำเสียงยั่วยวนไพเราะเสนาะหู
หญิงงามหยาดเยิ้มเช่นเยวี่ยเชียนฮ่วน หากมองไปทั่วทั้งชิงโจว หรือแม้แต่ทั่วยุทธภพจงหยวน ไปจนถึงทั่วทั้งแผ่นดิน ก็รับรองได้ว่ามีไม่เกินสิบคน
"ตกลง!" ซูมู่หยางยิ้มกล่าว
ในใจของเยวี่ยเชียนฮ่วนอดไม่ได้ที่จะมองซื่อสือซูมู่หยางสูงขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง ท้ายที่สุดแล้วก็มีผู้ชายน้อยคนนักที่จะแสดงท่าทีสงบนิ่งต่อหน้านางได้เช่นนี้
จวนปั๋วเจวี๋ยซั่วเฟิง
"เรียนท่านปั๋วเจวี๋ย ผู้อาวุโสใหญ่แห่งตระกูลไฉ ไฉหงอี้ขอเข้าพบขอรับ"
"คนของตระกูลไฉมาขอพบข้าทำไมกัน?" ซั่วเฟิงต๋ารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
"พวกเจ้ารีบเก็บสัมภาระ วันนี้ต้องออกจากจวนปั๋วเจวี๋ยไปเสีย!"
"ข้าจะไปพบตาเฒ่าคนนี้เสียหน่อย!"
"ขอรับ!"
ตลาดมืด ฐานที่มั่นสมาคมมังกรเขียว
"เรียนท่านนายหอ ผู้อาวุโสเจ็ดและผู้อาวุโสแปดแห่งตระกูลฉินแห่งซางสุ่ยนำกองทหารองครักษ์ขนนกชิงหกร้อยนายกำลังมุ่งหน้ามายังซุ่นเทียนฝู่ คืนนี้น่าจะเดินทางมาถึงแล้วขอรับ"
จั่วเหลิ่งฉานกล่าวขึ้น "ข้ารู้แล้ว เจ้าถอยไปเถอะ!"
"ขอรับ!"
"ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามที่นายหอซั่งกวนคาดไว้้ ตระกูลฉินแห่งซางสุ่ยน่ายังตั้งใจที่จะร่วมมือกับสมาคมมังกรเขียวของเราอย่างเป็นทางการ"
ที่ว่าการซุ่นเทียนฝู่ โถงด้านใน
ขณะที่หลินโม่เฉินผู้ซึ่งขึ้นรั้งตำแหน่งเจ้าเมืองชั่วคราวกำลังเพลิดเพลินกับความรู้สึกนี้อย่างเบิกบานใจ ลูกน้องก็เข้ามารายงาน "เรียนท่านเจ้าเมือง ใต้เท้าหลิ่วขอเข้าพบขอรับ!"
"ให้เขาเข้ามา!"
"ขอรับ!"
ไม่นานหลิ่วอวิ๋นซิ่วผู้เป็นถงจือก็เดินเข้ามา และชายชราอีกคนหนึ่งที่เดินเคียงคู่มากับเขาก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลไฉ ไฉหงอี้นั่นเอง
"หลิ่วถงจือ ท่านผู้อาวุโสไฉ ไม่ทราบว่าพวกท่านทั้งสองมาเยือนมีธุระอันใดหรือ?" หลินโม่เฉินนั่งอยู่บนบัลลังก์ตำแหน่งเจ้าเมืองอย่างหยิ่งผยองพลางกล่าว "หรือว่ามาเพื่อแสดงความยินดีกับข้า?"
"หลินทงพ่าน ท่านช่างวางมาดใหญ่โตเสียจริงนะ ตอนนั้นต่อให้เป็นเจ้าเมืองเสิ่น เมื่อเห็นข้าก็ยังต้องลุกขึ้นทำความเคารพ หรือท่านคิดจะรังแกตระกูลไฉของข้าว่าไร้คนงั้นหรือ?"
"หรือว่าพอได้เป็นเจ้าเมืองแล้ว ก็คิดว่าปีกกล้าขาแข็งแล้วกันแน่?"
ผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลไฉไฉหงอี้แค่นเสียงเย็นเยียบ กล่าวเย้ยหยัน "ท่านคงไม่ได้คิดว่าซุ่นเทียนฝู่เป็นของท่านจริงๆ หรอกนะ?"
"ตาเฒ่าไฉ ถึงตระกูลไฉของเจ้าจะเป็นพระญาติ แต่เบื้องหลังของข้าคือหวนเยวี่ยโหว ข้าไม่สนใจเจ้าหรอก ตระกูลไฉของเจ้าเคยวางอำนาจบาตรใหญ่ในซุ่นเทียนฝู่จนเคยตัว แต่วันนี้ข้าไม่ตามใจเจ้าหรอกนะ"
หลินโม่เฉินตวาดลั่น "หากเจ้ายังกล้าพูดจาสามหาวอีก อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจก็แล้วกัน!"
"ฮ่าๆ!" ไฉหงอี้หัวเราะลั่น
"หลิ่วถงจือ เขาไม่ได้ถามเจ้าหรอกหรือว่ามาด้วยธุระอันใด?"
ไฉหงอี้หันไปมองหลิ่วอวิ๋นซิ่ว "บอกไอ้โง่นี่ไปสิ!"
หลิ่วอวิ๋นซิ่วหัวเราะพลางกล่าว "ท่านเจ้าเมืองของข้า ผู้น้อยมาก็เพื่อส่งท่านเจ้าเมืองไปปรโลกน่ะสิ ตำแหน่งนี้ไม่เหมาะกับท่านหรอกนะ!"
"บังอาจ หลิ่วอวิ๋นซิ่ว ตาเฒ่าไฉ ข้าให้เกียรติพวกเจ้ามากไปแล้วจริงๆ!"
"ท่านผู้เฒ่าทั้งสอง จับตัวพวกมันให้ข้า!"
"ขอรับ!"
ชายชราทั้งสองยกมือขึ้นเตรียมพุ่งเข้าไปโจมตีหลิ่วอวิ๋นซิ่วและไฉหงอี้
ทว่ากรงเล็บแหลมคมสองสายกลับแทงทะลุหน้าอกของชายชราทั้งสอง ชายชราทั้งสองกล่าวด้วยความตกตะลึงว่า "มือเหยี่ยวดำล้วงกรงเล็บ อินทรีคู่ขาวดำ เหตุใดพวกเจ้าถึง..."
ทว่ายังพูดไม่ทันจบ ชายชราทั้งสองก็ล้มลงสิ้นใจไป
"ปัง!"
ในเวลาเดียวกัน ฝ่ามืออันหนักหน่วงก็ฟาดเข้าที่กลางหลังของหลินโม่เฉินอย่างจัง
"พรวด!" หลินโม่เฉินกระอักเลือดเต็มปาก ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึงขณะมองถังคงแห่งป้อมชางอิงที่ลอบโจมตีเขาจากด้านหลังแล้วเอ่ยถาม "เหตุใดเจ้าจึงทรยศข้า?"
ติงอีผิงที่อยู่ข้างๆ เมื่อเห็นภาพนี้ก็งุนงงไปหมด เขาไม่เข้าใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้น
"ง่ายมาก เพราะเขาไม่เคยเป็นคนของเจ้ามาตั้งแต่ต้น เจ้าก็แค่ทงพ่านแห่งซุ่นเทียนฝู่คนหนึ่ง เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถซื้อตัวเขาได้จริงๆ หรือ?"
"เขาไม่เคยเห็นหัวรางวัลที่เจ้ามอบให้ด้วยซ้ำ"
"ถังคง บอกชื่อจริงๆ ของเจ้าให้เขาฟังหน่อยสิ?"
ถังคงแสยะยิ้มพลางกล่าว "หลินทงพ่าน ไม่สิ ท่านเจ้าเมืองหลิน ความจริงแล้วข้ามีชื่อเดิมว่า ถังเสียง"
"ถังเสียง?" ชื่อนี้แล่นเข้ามาในหัวของหลินโม่เฉินอย่างรวดเร็ว แต่เขาก็ยังคงมืดแปดด้าน
"ชื่อของเขาเจ้าอาจจะไม่เคยได้ยิน แต่ชื่อพี่ชายของเขา เจ้าต้องเคยได้ยินอย่างแน่นอน"
"พี่ชายของเขามีนามว่า ถังเฟย!"
"หนึ่งในห้าค่ายแห่งชิงโจว ถังเฟย อินทรีรอง ผู้มีตำแหน่งเป็นอันดับสองในบรรดาเจ็ดผู้นำแห่งค่ายเฟยอิง"
"ถูกต้อง!"
"หรือว่าค่ายเฟยอิงสวามิภักดิ์ต่อตระกูลไฉของพวกเจ้าแล้ว?" หลินโม่เฉินพลันนึกขึ้นได้
"ไม่สิ เป็นองค์ชายหกที่อยู่เบื้องหลังตระกูลไฉต่างหาก!"
"ถูกต้อง!"
"ถึงจะเป็นเช่นนั้น พวกเจ้าก็ไม่กล้าลงมือกับข้าหรอก ข้าเป็นขุนนางแห่งราชสำนักนะ"
"แน่นอนว่าเจ้าไม่ได้ตายด้วยน้ำมือของพวกเรา แต่ตายด้วยน้ำมือของไป๋เชียนชิว ไป๋เชียนชิวแก้แค้นให้นายเก่า พวกเจ้าทั้งสองตกตายตามกัน ช่างเป็นตอนจบที่สมบูรณ์แบบเสียนี่กระไร"
"อะไรนะ?"
"แบกเขาเข้ามา!"
ไม่นานเปลหามที่มีผ้าขาวคลุมอยู่ก็ถูกแบกเข้ามา
หลิ่วอวิ๋นซิ่วเปิดผ้าขาวออก ร่างที่นอนอยู่บนนั้นก็คือศพของไป๋เชียนชิวนั่นเอง
"ท่านเจ้าเมืองหลิน เรื่องราวก็ทราบกระจ่างแล้ว เดินทางโดยสวัสดิภาพนะ!" หลิ่วอวิ๋นซิ่วกล่าวกลั้วรอยยิ้ม
"ปัง!" ถังคงฟาดฝ่ามือเข้าที่ศีรษะของหลินโม่เฉิน ศีรษะของเขาระเบิดออกราวกับแตงโมแตกกระจาย สิ้นใจตายอย่างไม่อาจฟื้นคืนได้อีก