- หน้าแรก
- ความจริงที่เฝ้ารอการค้นพบ
- บทที่ 15 โอโรจิมารุผู้รู้ทางลม
บทที่ 15 โอโรจิมารุผู้รู้ทางลม
บทที่ 15 โอโรจิมารุผู้รู้ทางลม
บทที่ 15 โอโรจิมารุผู้รู้ทางลม
เมื่อเห็นรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของยูโตะอย่างกะทันหัน หัวใจของโอโรจิมารุก็เย็นเยียบลง และเกิดลางสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมาทันที
"โอโรจิมารุ นินจาถอนตัวแห่งโคโนฮะ"
นัยน์ตาของโอโรจิมารุวูบไหวเล็กน้อย แต่เขาก็ยังคงตอบกลับไปตามความจริง ทั้งยังเน้นย้ำคำว่า "นินจาถอนตัว" ตอนที่พูดอีกด้วย
แม้จะไม่รู้ว่ายูโตะมีนิสัยใจคอเช่นไร แต่การที่อีกฝ่ายถูกคนของโคโนฮะผนึกเอาไว้ ก็คงไม่มีความรู้สึกดีๆ ให้กับพวกนั้นสักเท่าไหร่นัก
ทว่าเมื่อมีเซนจู ฮาชิรามะอยู่ตรงนี้ โอโรจิมารุก็รู้สึกมั่นใจขึ้นมาบ้าง
โอโรจิมารุควบคุมเซนจู ฮาชิรามะที่ถูกคืนชีพด้วยวิชาสัมภเวสีคืนชีพ หากเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น เขาจะเชิดฮาชิรามะให้เข้าจู่โจมทันที
"นินจาถอนตัวแห่งโคโนฮะงั้นหรือ? ก็ดีเหมือนกันนะ"
รอยยิ้มบนใบหน้าของยูโตะไม่ได้ลดทอนลงเลยแม้แต่น้อย เขาหันหน้าไปทางเซนจู ฮาชิรามะอย่างฉับพลันแล้วเอ่ยเสียงเบาว่า
"เซนจู ฮาชิรามะในสภาพนี้คงมีพลังไม่ถึงหนึ่งในสิบของตอนมีชีวิตอยู่ด้วยซ้ำ แทนที่จะเรียกว่าเซนจู ฮาชิรามะ สู้เรียกว่าเป็นแค่หุ่นเชิดของฮาชิรามะน่าจะเหมาะกว่า ดูสิ..."
เมื่อพูดจบ ยูโตะก็ดีดนิ้วดังเป๊าะ
แควก!
เสียงนั้นราวกับผ้าที่ถูกฉีกขาด
ภายใต้สายตาของทุกคน ร่างของเซนจู ฮาชิรามะถูกฉีกทึ้งเป็นชิ้นๆ ในชั่วพริบตา
"ไม่มีสติสัมปชัญญะ แม้แต่การโจมตีพื้นฐานที่สุดก็ยังหลบไม่พ้น"
ยูโตะส่ายหน้าเบาๆ ประกายแห่งความสมเพชพาดผ่านนัยน์ตา
ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!
น่าขนลุก!
หรือว่าจะเป็นขีดจำกัดสายเลือด?
ร่างกายของโอโรจิมารุเย็นวาบและเกร็งเขม็ง ในประสาทสัมผัสของเขา เขาไม่รู้สึกถึงความผันผวนของจักระเลยแม้แต่น้อย
ทว่าเทรุมิ เมย์และอาโอที่อยู่ด้านข้างกลับแสดงสีหน้าตื่นเต้น ตามตำนานเล่าขานกันว่า ท่านยูโตะสามารถอัญเชิญภูตผีที่คนธรรมดามองไม่เห็นออกมาร่วมรบได้
สภาพที่ถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ของเซนจู ฮาชิรามะตรงหน้านี้ก็คงเป็นฝีมือของภูตผีตนนี้นี่เอง!
"ไม่ต้องเกร็งไป มันก็แค่ลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ ขีดจำกัดสายเลือดที่ช่วยเสริมพลังเนตรอย่างเนตรสีขาวและเนตรวงแหวนจะพอมองเห็นมันได้ลางๆ แน่นอนว่าเด็กน้อยสี่คนที่อยู่ด้านหลังนาย หากดึงจักระพิเศษในร่างออกมาใช้ก็คงจะพอสัมผัสได้เช่นกัน"
ยูโตะมองโอโรจิมารุที่กำลังตึงเครียด ก่อนจะเบือนหน้าไปทางสี่นินจาโอโตะและเอ่ยกลั้วหัวเราะเบาๆ
ม่านตาของโอโรจิมารุหดตัวลง จักระพิเศษที่ยูโตะพูดถึงย่อมหมายถึงพลังของอักขระสาป
เขาสัมผัสได้กระทั่งเรื่องนั้นเชียวหรือ!
ถึงกระนั้น จากสายตาที่ยูโตะใช้มองสี่นินจาโอโตะ โอโรจิมารุก็พอจะคาดเดาอะไรบางอย่างได้ลางๆ จึงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
"หากท่านยูโตะต้องการสิ่งใด ขอเพียงเอ่ยปากมาได้เลย"
เมื่อได้ยินคำพูดของโอโรจิมารุ ยูโตะก็พยักหน้าเล็กน้อยและส่งสายตาที่บ่งบอกว่าอีกฝ่ายมาถูกทางแล้วให้แก่เขา
"หลังจากถูกผนึกมาเป็นเวลานาน พลังในร่างกายของฉันก็แทบจะเหือดแห้งไปหมด นายคงไม่ว่าอะไรใช่ไหมถ้าฉันจะขอดูดซับจักระสักหน่อย?"
ประกายแสงอันแหลมคมพาดผ่านดวงตาของโอโรจิมารุ ไม่มีใครเข้าใจถึงพลังและผลข้างเคียงของการเปลี่ยนร่างด้วยอักขระสาปได้ดีไปกว่าตัวเขาอีกแล้ว
ส่วนเรื่องไร้สาระที่ว่าถูกผนึกมานานจนพลังในร่างกายแทบจะเหือดแห้งนั้น โอโรจิมารุไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด
นับตั้งแต่ยูโตะฟื้นคืนชีพขึ้นมา โอโรจิมารุก็คอยสังเกตอย่างระแวดระวังว่าร่างเซียนในตำนานนี้มีผลข้างเคียงอะไรหรือไม่
จนถึงตอนนี้ เขาก็ยังไม่เห็นผลข้างเคียงใดๆ ร่างกายของอีกฝ่ายไม่มีวี่แววของความอ่อนแอ และพลังจิตวิญญาณก็ยังเต็มเปี่ยมจนน่าเหลือเชื่อ ราวกับเพิ่งตื่นจากการงีบหลับเท่านั้น
แม้แต่ในตอนนี้ ถึงแม้ยูโตะจะยังไม่ได้ลงมือทำอะไร ทว่าโอโรจิมารุก็ยังสามารถสัมผัสได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกายของยูโตะได้อย่างลึกซึ้ง
และนี่ก็คือเหตุผลที่ทำให้โอโรจิมารุยอมทำตัวว่าง่ายถึงเพียงนี้!
เมื่อนึกถึงข้อมูลของยูโตะที่เขาค้นพบในหอจดหมายเหตุลับของโคโนฮะ โอโรจิมารุก็แลบลิ้นเลียริมฝีปาก หรือว่าเขาจะครอบครองขีดจำกัดสายเลือดที่สามารถดูดซับพลังงานทุกชนิดได้กันนะ?
บางทีเขาอาจจะได้เห็นมันกับตาก็เป็นได้!
เมื่อสายตาของสองยอดฝีมืออย่างยูโตะและโอโรจิมารุตกมาอยู่ที่พวกเขา เปลือกตาของสี่นินจาโอโตะก็กระตุกขึ้นมาพร้อมกัน คลื่นแห่งความหดหู่ถาโถมเข้าสู่จิตใจของพวกเขาอีกครั้ง
สี่นินจาโอโตะเริ่มรู้สึกมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าการมาที่นี่เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด
ถึงแม้สี่นินจาโอโตะจะคิดเช่นนั้นในใจ แต่ร่างกายของพวกเขากลับเดินเข้าไปหายูโตะอย่างว่าง่าย
"พวกเธอทั้งสี่คน ดึงพลังในร่างกายออกมาใช้ได้เลย"
ยูโตะมองไปที่สี่นินจาโอโตะและกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ในการต่อสู้ครั้งสุดท้ายกับอุจิวะ มาดาระและเซนจู ฮาชิรามะ ยูโตะได้ค้นพบอะไรบางอย่าง แม้ว่าเขาจะยังไม่มีเวลาตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนที่จะถูกสองคนนั้นผนึกเอาไว้ แต่ตอนนี้นับเป็นโอกาสอันดีที่จะได้พิสูจน์มัน
สี่นินจาโอโตะสบตากัน ก่อนจะหันไปมองทางโอโรจิมารุ
เมื่อเห็นโอโรจิมารุพยักหน้าเล็กน้อย พวกเขาก็รวบรวมสมาธิ และกระตุ้นพลังของอักขระสาปขึ้นมาทันที
ตูม!!
กระแสพลังงานอันเยียบเย็นและชั่วร้ายสี่สายปะทุออกจากร่างของพวกเขาอย่างฉับพลัน
ลวดลายอักขระสีดำโค้งงอดูพิลึกพิลั่นลุกลามเข้าปกคลุมทั่วเรือนร่างของพวกเขาในพริบตา
แม้ลวดลายของแต่ละคนจะแตกต่างกันไป ทว่ากลิ่นอายของทั้งสี่กลับพุ่งทะยานจากระดับจูนินธรรมดาไปสู่ระดับจูนินชั้นยอดในทันที!
เมื่อเห็นฉากนี้ สีหน้าของเทรุมิ เมย์และอาโอก็แปรเปลี่ยนไป พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่าโอโรจิมารุจะซุกซ่อนไม้เด็ดเช่นนี้เอาไว้
ใบหน้าของอาโอเคร่งเครียดลงเล็กน้อย เขาเข้าใจได้ทันทีว่าจุดประสงค์ของโอโรจิมารุในครั้งนี้ไม่ได้มีแค่คัมภีร์ข้อมูลม้วนนั้น แต่ยังแฝงเป้าหมายอื่นเอาไว้อีกแน่!
หากไม่ได้ท่านยูโตะ พวกเขาอาจจะเสียรู้เข้าให้จริงๆ
เทรุมิ เมย์แลบลิ้นเลียริมฝีปากสีชาด ประกายจิตสังหารจางๆ พาดผ่านแววตา
ทว่าในขณะที่เทรุมิ เมย์และอาโอคิดว่าทุกอย่างจบลงแล้ว กลิ่นอายของสี่นินจาโอโตะที่เพิ่งจะคงที่ก็กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง
พลังของทั้งสี่ถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างฝืนบังคับ จนพุ่งทะยานไปถึงระดับโจนิน
กลิ่นอายนี้ยิ่งเยียบเย็นและชั่วร้ายกว่าเดิม แม้แต่นัยน์ตาของสี่นินจาโอโตะก็ยังแฝงไปด้วยแววแห่งความบ้าคลั่ง มาถึงจุดนี้ รูปลักษณ์ของสี่นินจาโอโตะก็ไม่อาจเรียกว่าเป็นมนุษย์ได้อีกต่อไป
สีหน้าของเทรุมิ เมย์และอาโอเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่เพราะความแข็งแกร่งของสี่นินจาโอโตะที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน
แม้พลังในปัจจุบันของพวกเขาที่อยู่ในสภาวะอักขระสาปจะน่าประทับใจก็จริง แต่มันก็ยังไม่เพียงพอที่จะเป็นภัยคุกคามต่อเทรุมิ เมย์และอาโอได้อยู่ดี!
สาเหตุที่ทำให้พวกเขามีสีหน้าเคร่งเครียดเช่นนี้ เป็นเพราะความแข็งแกร่งที่โอโรจิมารุแสดงให้เห็นจนถึงตอนนี้ต่างหาก
ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการเชิดคนตาย หรืออักขระสาปที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งและเห็นได้ชัดว่าสามารถผลิตออกมาได้จำนวนมาก เทรุมิ เมย์และอาโอต่างก็ต้องรับมือด้วยความระมัดระวังอย่างถึงที่สุด