เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 1 หนึ่งก่อนเปิดเรียน (1)

บทที่ 8 1 หนึ่งก่อนเปิดเรียน (1)

บทที่ 8 1 หนึ่งก่อนเปิดเรียน (1)


บทที่ 8 หนึ่งวันก่อนเปิดเรียน (1)

“เอาล่ะ ตอนนี้ฉันควรทำอะไรดีล่ะ”

ที่กลางทะเลสาบเล็ก ๆ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของป่า มีเกาะหินซึ่งเป็นที่ตั้งของต้นไม้พิทักษ์เมอริลดา ฉันพบเอเลเมนทัลลิสต์ เยเนคา ยืนพิงต้นไม้พลางเหม่อลอย ครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เหลือเวลาอีกแค่หนึ่งวันก็จะถึงวันเปิดเรียนแล้ว

ฉันต้องเตรียมของอีกมากโดยเฉพาะสภาพรูปร่างหน้าตาที่ดูไม่จืดของตัวเอง

หลังจากใช้ชีวิตในป่านานสิบวัน ฉันดูเหมือนชาวบ้านธรรมดามากกว่าจะเป็นชนชั้นสูง แม้จะลงไปล้างตัวที่ลำธารทุกวัน แต่เคราที่ขึ้นกระปริดกระปรอยก็ยังต้องโกนออก

ฉันเหลาความคมของบานพับที่ถอดจากกระเป๋าเดินทางมาใช้แทนมีดโกน แต่ก็กลัวจะเผลอบาดตัวเอง ถ้าโดนคมเหล็กขึ้นสนิมก็อาจติดเชื้อบาดทะยักได้

แต่เพื่อรักษาภาพลักษณ์ให้ดูสมเป็นนักเรียนของอะคาเดมีซิลเวเนีย การดูแลศักดิ์ศรีตัวเองถือเป็นพื้นฐานที่สุด เป้าหมายของฉันคือเรียนให้จบโดยไม่เป็นที่สนใจของใครทั้งสิ้น คงไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าการถูกอาจารย์เพ่งเล็งเพราะสภาพเหมือนขอทานแน่ๆ

ฉันจำเป็นต้องหามีดโกนดี ๆ มาใช้สักเล่ม

หลังจากแต่งตัวและเตรียมของสำหรับเปิดเรียนเสร็จ ฉันจึงหยิบคันธนูขึ้นมา

[ รายละเอียดทักษะการต่อสู้

ระดับ: ผู้เริ่มต้นการต่อสู้

สาขาเชี่ยวชาญ: ธนู

ความชำนาญธนู: เลเวล 1 ]

ฉันตัดสินใจเลือกเชี่ยวชาญทักษะธนูสำหรับทักษะการต่อสู้โดยไม่ลังเล

ในเกมซิลเวเนียแห่งผู้สืบทอดดาบที่ล้มเหลว ทักษะถูกแบ่งเป็น 4 หมวด: การต่อสู้ เวทมนตร์ ชีวิตและเล่นแร่แปรธาตุ

ระบบจะกำหนดอาชีพตามการผสมของสองหมวดทักษะ

ถ้าเชี่ยวชาญการต่อสู้กับเวทมนตร์ก็จะเป็นนักดาบเวทหรือนักสู้เวท

ถ้าเชี่ยวชาญเวทมนตร์กับเล่นแร่แปรธาตุก็จะเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุหรือผู้อัญเชิญวิญญาณ

ถ้าเป็นผู้เล่นที่เลือกได้อิสระ ย่อมต้องใช้เวลาไตร่ตรอง แต่ในกรณีของฉัน เลือกไม่ได้เลย

ฉันจำเป็นต้องฝึกทักษะชีวิตเพื่อเอาตัวรอด

อีกทั้งยังอยู่ในร่างนักเรียนภาคเวทมนตร์ การฝึกเวทมนตร์จึงเลี่ยงไม่ได้

พูดง่าย ๆ คือฉันถูกบังคับให้เชี่ยวชาญทักษะเวทมนตร์และทักษะชีวิตไม่ใช่ตัวเลือก แต่เป็นความจำเป็น

และสองหมวดนี้ก็ไม่ใช่คู่ที่ลงตัวนัก แม้จะนำไปสู่อาชีพอย่างวิศวกรเวทหรือจอมขมังเวทอาคมได้ก็ตาม

อย่างที่บอก ไม่มีอาวุธไหนเหมาะกับฉันเท่าธนูอีกแล้ว

การต่อสู้ระยะประชิดเป็นเรื่องลำบากสำหรับฉันเพราะขาดทั้งความทนทาน กำลังกล้ามเนื้อและปฏิกิริยาตอบสนอง การโจมตีจากระยะไกลจึงปลอดภัยที่สุด

เมื่อความชำนาญในทักษะผลิตของฉันดีขึ้น ฉันก็จะสามารถสร้างลูกธนูคุณภาพสูงและลงเวทเสริมให้มันได้

ดังนั้น ทางเลือกที่ดีที่สุดคือเชี่ยวชาญธนูสำหรับทักษะการต่อสู้และเชี่ยวชาญเวทธาตุสำหรับทักษะเล่นแร่แปรธาตุ

“เวทธาตุ…”

แต่เอเลเมนทัลลิสต์ต้องเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์อย่างการสั่นพ้องกับวิญญาณ

การฝึกเพื่อสื่อสารกับวิญญาณมีขีดจำกัด ผู้ที่เป็นเอเลเมนทัลลิสต์ชั้นเยี่ยมในประวัติศาสตร์ล้วนเกิดมาพร้อมสิ่งนี้

“ถ้ามันใช้ไม่ได้ก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ แต่ก็คงเสียดายหน่อย”

ในทักษะเล่นแร่แปรธาตุเองก็มีตัวเลือกดี ๆ ไม่มากนัก อย่างมากก็แค่สายผลิตยา

และถึงอย่างนั้นการสั่นพ้องกับวิญญาณก็ไม่ใช่สิ่งที่ฝืนให้เกิดได้ ถ้ามีไม่ได้ก็ต้องหาทางอื่นเท่านั้น

“ก่อนอื่น ฉันต้องลองใช้เจ้าธนูที่ทำทั้งคืนก่อน”

พอทำธนูสำเร็จด้วยระดับความยากในการผลิตระดับ 2 ฉันก็ดีใจมาก แต่ก็ยังสงสัยว่ามันจะใช้ได้จริงไหม

ฉันเหลาบานพับจากกระเป๋าเดินทางแล้วผูกติดกับกิ่งไม้ทำเป็นลูกธนู

ใช้บานพับหมดเลยทำได้สี่ลูก แต่ถ้าพูดตรง ๆ ฉันยังไม่มั่นใจว่าจะล่าสัตว์ได้จริงหรือเปล่า

คงใช้ไม่ได้กับสัตว์ใหญ่พวกหมูป่า แต่อาจพอล้มพวกกระรอกหรือกระต่ายได้บ้าง

ฉันสะพายธนูออกล่า

สองชั่วโมงต่อมา หลังจากได้กระรอกมาสองตัว ฉันก็พบเยเนคาที่ต้นไม้พิทักษ์เมอริลดา

เธอคือเอเลเมนทัลลิสต์ผู้ทำสัญญากับทาคา่น วิญญาณไฟระดับสูงตั้งแต่อายุน้อย ปัจจุบันเป็นนักเรียนปีสองของอะคาเดมีซิลเวเนีย

ในอนาคต เธอจะถูกวิญญาณความมืดระดับสูงเวลอสเปอร์บงการซึ่งเป็นมือขวาของกลาสแคนวิญญาณความมืดระดับสูงสุดและยึดศูนย์กิจกรรมนักเรียนไว้ทั้งหมด

เธอคือบอสสุดท้ายของบทที่หนึ่งในเกมซิลเวเนียแห่งผู้สืบทอดดาบที่ล้มเหลว

ฉันไม่มีความทะเยอทะยานอะไร สิ่งเดียวที่ต้องการคือเรียนจบจากอะคาเดมีแห่งนี้นั่นคือเป้าหมายที่ดีที่สุด

แต่จะว่าไป มันก็ไม่ใช่ว่าฉันไม่มีความฝันเลย

มันก็ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากเป็นวีรบุรุษของโลกใบนี้

ไม่อยากเดินบนเส้นทางที่ได้รับการสรรเสริญจากผู้คน

แต่เส้นทางของวีรบุรุษน่ะ เต็มไปด้วยหนาม

เหตุผลที่คนสรรเสริญเขาก็เพราะเขาเดินบนทางที่มีเลือดไหลรินราวกับเป็นถนนดอกไม้ ทั้งที่จริงมันคือเส้นทางทรมาน

เทลี่ วีรบุรุษของเรื่องนี้ก็ไม่ต่างกัน ไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นใคร อยู่ที่ไหนหรือกำลังทำอะไร

แต่ฉันที่เล่นมาไม่รู้กี่รอบแล้ว รู้ทุกอย่างดี

เรื่องมีทั้งหมด 5 องก์ 43 บท ยาวราวกับมหากาพย์ ความทุกข์ทรมานที่เทลี่ต้องเจอไม่ใช่อะไรที่คนจิตใจอ่อนแอจะรับไหว

เมื่อใกล้จบการศึกษาของเขา ความยากลำบากยิ่งทวีขึ้น ทั้งการคุกคามและปัญหาที่ถาโถมใส่เขาไม่หยุด

แม้ความสำเร็จจะหอมหวาน แต่ฉันไม่ต้องการผ่านสิ่งเหล่านั้นและที่สำคัญ แม้ผ่านพ้นไปได้ก็ไม่ได้แปลว่าจะได้รับรางวัลยิ่งใหญ่เสมอไป

เกียรติยศและชื่อเสียงล้วนมีราคาต้องแลกด้วยการเสียสละมากมาย

ไหน ๆ รู้แล้วว่าข้างหน้ามีแต่หนาม ใครจะไปเดินให้โง่

นั่นคือข้อสรุปของฉัน

ไม่ว่าอย่างไร ฉันจะเดินตามเส้นเรื่องต้นฉบับ

เส้นทางของซิลเวเนียแห่งผู้สืบทอดดาบที่ล้มเหลวที่ฉันรู้จัก

สุดท้าย เทลี่จะเป็นคนจัดการวิกฤตทุกอย่างด้วยตัวเอง

ฉันก็แค่คอยบอกว่าทำดีแล้วแล้วตบมือให้เขาส่วนฉันจะตั้งใจเรียนและคว้าวุฒิบัตรให้เรียบร้อย

และอย่าลืม ฉันอายุมากกว่าเขาหนึ่งปี

ช่วงที่เส้นเรื่องเดือดที่สุดคือปีสุดท้ายของเทลี่ เมื่อเขาใกล้จะจบการศึกษา พลังจากทุกฝ่ายปะทุออกมา ผู้เรียนถูกคุกคาม บรรยากาศในอะคาเดมีอึมครึมและนักเรียนต่างเผชิญความลำบากรอบด้าน

ส่วนฉันแค่ต้องจบปีการศึกษาก่อนหน้าแล้วออกไปก็พอ

แผนนี้สมบูรณ์แบบไม่ใช่หรือไง?

แต่สถานการณ์ตอนนี้

ตัวละครสำคัญที่สุดตัวหนึ่งของเกมและยังเป็นคนแรกที่ล้มเทลี่ลงได้ เยเนคา พาเลโรเวอร์

ฉันไม่อยากยุ่งกับเธอเลย ดังนั้นควรรีบเดินหนีจะดีที่สุด

นั่นคือสิ่งที่สมเหตุสมผลที่สุด

แต่ทันทีที่ฉันกำลังจะเดินออกมา

“อ้าว นั่นเพื่อนตลก ๆ ที่เมอริลดาบอกฉันไว้นี่นา?”

เยเนคาลืมตาขึ้นแล้วเอ่ยทัก

ชีวิตฉันนี่นะ ทำไมมันไม่เคยไปตามที่หวังเลยสักอย่าง

“ทั่วทั้งป่าแห่งนี้เป็นเขตของเมอริลดาและแม้เธอจะไม่ใช่วิญญาณระดับสูงมากนัก แต่ใจเธอเปิดกว้าง พูดทุกอย่างที่คิด”

เธอพูดราวกับวิญญาณธาตุลมระดับสูงที่คุ้มครองป่านี้มาตั้งแต่ก่อนก่อตั้งอะคาเดมีซิลเวเนียเป็นเพื่อนสนิทของเธอ

ผมสีชมพูอ่อนของเธอยาวและหวีเรียบสวย ทั้งสองข้างถักเปียอย่างเป็นระเบียบ ให้ความรู้สึกอบอุ่นอ่อนโยน

วันนี้เธอสวมชุดมาตรฐานของอะคาเดมีซิลเวเนีย เสื้อโค้ทสีแดง กระโปรงสีน้ำเงินเข้มและเพราะอากาศเย็น เธอคลุมผ้าพันไหล่นุ่มฟูไว้ด้วย

รอบตัวเธอมีหนังสือเวทมนตร์วางเปิดอยู่หลายเล่ม ดูเหมือนเธอจะมาอ่านหนังสือท่ามกลางป่า

“พอกลับมาหอพักหลังปิดเทอมก็ไม่รู้ทำไมมีเรื่องค้างในใจเต็มไปหมด ถึงจะเป็นเจ้าของวิญญาณระดับสูง แต่พอไม่มีใครคุยด้วยมันก็เหงานะ ไม่รู้จะผ่านปิดเทอมมาได้ยังไง เบื่อสุด ๆ เลยล่ะ”

เธอยิ้มพลางพูดคุย แต่สำหรับฉันนี่เป็นปัญหาใหญ่

เพราะฉันไม่อยากเข้าไปพัวพันกับเธอเลย

กรณีขององค์หญิงเพเนีย ฉันเลี่ยงไม่ได้เพราะเกี่ยวข้องกับชะตากรรมตัวเอง แต่เยเนคาไม่เกี่ยวกันเลย

“ก็คงเหงาสินะ ถ้าไม่มีใครให้คุยด้วย”

เธอดูนุ่มนวล อบอุ่น จนผู้เล่นทุกคนช็อกเมื่อรู้ว่าเธอคือวายร้ายตัวจริงในบทแรก

รุ่นพี่ปีสองที่น่าเชื่อถือและใจดี แต่กลับถูกตราประทับต้องคำสาปของกลาสแคนจนยึดศูนย์กิจกรรมนักเรียน

ตอนที่ฉันเล่นครั้งแรก ฉันถึงกับร้องว่า “เชี่ย” เพราะมันหักมุมจนโดนเต็มหลัง

แล้วทำไม

ทำไมเธอถึงมาคุยกับฉันล่ะ?

แต่คำตอบก็ชัดเจนอยู่แล้ว

“ได้ยินว่านายไปอาศัยอยู่ในป่านี้หลังถูกขับไล่มาเหรอ?”

“เจ้าของป่าเป็นคนบอกงั้นเหรอ?”

“เมอริลดาขี้สงสัยจะตาย เธอรักป่าแห่งนี้มากนี่นา”

เธอยิ้มอ่อนหวานจนเหมือนมีดอกไม้โปรยรอบตัว เธอเป็นคนที่ไม่ว่าจะเจออะไร ก็ยังมองโลกแง่ดีเสมอ

ช่องว่างระหว่างภาพลักษณ์ตอนนี้กับภาพในอนาคตที่เธอยึดศูนย์นักเรียน ทำเอาฉันรู้สึกอึดอัด

“เธอรักป่านี้มาก ใครเข้ามาอยู่โดยไม่ขออนุญาต เธอก็ต้องรู้เป็นธรรมดาใช่ไหมล่ะ?”

“อ่า”

ฉันเริ่มกังวลเกี่ยวกับซากกระรอกสองตัวที่ห้อยอยู่ด้านหลังรวมถึงไม้จำนวนมากที่ฉันตัดไป

“ไม่ต้องกังวลหรอก ของพวกนั้นมันเล็กน้อย ธรรมชาติเองก็หมุนเวียนด้วยการล่าและถูกล่ากันอยู่แล้ว เมอริลดาไม่ถือสาเรื่องแค่นั้นหรอก”

“เป็นหมาป่ายักษ์ที่น่ากลัวนี่จิตใจดีเหมือนกันนะ”

“คาดไม่ถึงใช่ไหมล่ะ? ฮะฮะฮะ”

เมอริลดา วิญญาณธาตุลมระดับสูงในร่างหมาป่ายักษ์ ปกติแทบไม่ปรากฏตัวให้มนุษย์เห็น ดูเหมือนเธอใจดีมากกว่าที่ฉันคิดเสียอีก

นั่นทำให้การที่ฉันมาพักแรม ล่าสัตว์ เก็บของป่าที่นี่มาตลอดไม่ใช่เรื่องแปลกแล้ว

“รูปลักษณ์นายเปลี่ยนไปมากเลยนะ ฮืม เอ็ดเมื่อเทอมที่แล้วถึงเราจะไม่ได้คุยกันมาก แต่จะว่าไงดี เสียงนายตอนนั้นมันดูงอแงมากกว่า แต่ตอนนี้จริงจังขึ้นมาก เปลี่ยนลุคหรือเปล่า?”

“ประมาณนั้น”

“อ๋อ ฉันก็เหมือนกันนะ สาวใช้ที่หอพักโอเฟลิสถักเปียผมสองข้างให้ด้วยล่ะ น่ารักไหม? ดูเป็นสาวห้าวขึ้นหรือเปล่า?”

ฉันตอบเธอไม่ได้ตอนที่เธอบิดผมเล่น

อยากชมเหมือนกันที่เธอพูดคุยร่าเริงกับเอ็ด รอธสเทย์เลอร์ ผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นขยะสังคม

แต่พอรู้อนาคตเธอ ฉันก็ฝืนยิ้มกลับไปไม่ได้จริง ๆ

แต่ถ้าจะรักษาระยะห่าง มันง่ายมาก

เพราะฉันรู้ ‘คาถา’ คาถาที่ทำให้ใครก็หวาดระแวงฉันทันที ไม่ว่าเขาจะเป็นคนดีขนาดไหนก็ตาม

“เยเนคา ถือว่าเป็นโชคชะตาที่เราได้เจอกันก่อนเปิดเรียนสักวันหนึ่ง ฉันขอร้องอะไรอย่างหนึ่งได้ไหม?”

“ขอร้อง?”

“พักนี้ฉันกำลังลำบากเรื่องเงินมาก เลยอยากหาที่กู้เงินหน่อย”

ฉันร่ายคาถานั้นอย่างเป็นธรรมชาติ

“ช่วยค้ำประกันให้ฉันหน่อยได้ไหม?”

แล้วตัดจบ

จบบทที่ บทที่ 8 1 หนึ่งก่อนเปิดเรียน (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว