- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในวันสิ้นโลกแล้วไง ผมมีระบบกล่องสุ่มรายวันนี่นา
- ตอนที่ 3 ปะทะซอมบี้ครั้งแรก
ตอนที่ 3 ปะทะซอมบี้ครั้งแรก
ตอนที่ 3 ปะทะซอมบี้ครั้งแรก
สิ่งแรกที่ทำเมื่อมาถึงห้อง 402
ก็คือการตรงไปดูตู้เย็นแบบประตูคู่ในห้องครัว
ทว่าพอเปิดประตูตู้เย็นออกเท่านั้นแหละ
กลิ่นเหม็นบูดเน่าที่ยากจะบรรยายก็พุ่งเข้าเตะจมูกอย่างจัง
ไฟดับน้ำไม่ไหลมาเป็นอาทิตย์ ผักใบเขียวในช่องแช่เย็นกลายสภาพเป็นแอ่งน้ำสีเขียวอี๋ดูไม่ออกว่าคืออะไรไปตั้งนานแล้ว เนื้อสดสองสามชิ้นก็เปลี่ยนเป็นสีขาวซีดดูน่าสยดสยอง แถมยังพอมองเห็นจุดสีขาวๆ ยั้วเยี้ยอยู่บนนั้นลางๆ อีกต่างหาก
"เชี่ย แม่งโคตรแหวะ"
เซี่ยซู่บีบจมูกตัวเอง รีบปิดประตูตู้เย็นดังปัง แล้วเปลี่ยนเป้าหมายไปรื้อค้นที่อื่นแทน
ข่าวดีก็คือ...
เพื่อนบ้านห้องนี้ทำกับข้าวเป็น
เขาเลยรื้อเจอข้าวสารกระสอบละยี่สิบห้ากิโลที่เหลืออยู่ครึ่งถุงในตู้เก็บของในครัว
น้ำมันถั่วเหลืองแกลลอนใหญ่ที่ยังใช้ไม่หมด แล้วก็พวกเครื่องปรุงกับของแห้งอีกกองพะเนิน
เซี่ยซู่คำนวณในใจอย่างรวดเร็ว
ด้วยปริมาณกระเพาะครากๆ ที่กินจุเป็นบ้าหลังการวิวัฒนาการ ต่อให้สวาปามเต็มที่ เสบียงล็อตนี้ก็น่าจะยื้อชีวิตไปได้อีกอย่างน้อยสิบวัน!
ถ้ารวมกับของจากกล่องสมบัติที่ระบบรีเฟรชแจกให้ทุกวันด้วยล่ะก็ การจะกบดานเอาชีวิตรอดไปอีกสักครึ่งเดือนหรือหนึ่งเดือนก็ไม่ใช่ปัญหาอย่างแน่นอน
แต่ข่าวร้ายก็คือ...
เขาหามือถือในห้องนี้ไม่เจอ
เดาว่าเจ้าของห้องคงพกติดตัวตอนออกไปข้างนอกด้วย
นั่นทำให้เซี่ยซู่ยังคงมืดแปดด้าน ไม่รู้สถานการณ์โลกภายนอกอยู่ดี
จากความเข้าใจที่เซี่ยซู่มีต่อรัฐบาล
ต่อให้วันสิ้นโลกจะปะทุขึ้นมากะทันหันแค่ไหน
ต่อให้ฝ่ายรัฐจะเสียหายหนักปางตาย แต่พวกเขาก็ต้องยืนหยัดรับมือได้แน่ๆ
จากนั้นก็สร้างศูนย์หลบภัย ตั้งหน่วยกู้ภัย แล้วฟื้นฟูสร้างบ้านเมืองขึ้นมาใหม่!
และถ้าอยากได้ข่าวสารพวกนี้
ก็ต้องอาศัยคลื่นวิทยุกระจายเสียงนี่แหละ
น่าเสียดายที่เซี่ยซู่ดวงกุดไปนิด
การออกฟาร์มของครั้งแรก กลับไม่ได้มือถือติดไม้ติดมือมาเลย
"ช่างแม่งเหอะ ร้อนใจไปก็เท่านั้น"
"เรื่องเร่งด่วนตอนนี้ คือต้องอัปเกรดความแข็งแกร่งของตัวเองก่อน"
"ตราบใดที่กูเก่งพอ โลกกว้างขนาดนี้ มีที่ไหนบ้างที่กูจะไปไม่ได้?"
ในช่วงไม่กี่วันถัดมา
เซี่ยซู่ทั้งโหมฝึกฝนร่างกายอย่างบ้าคลั่ง และคอยทบทวนความคิดในหัวไปด้วย
ก่อนทะลุมิติเขาก็เป็นหนอนหนังสือตัวยง ในนิยายวันสิ้นโลกพวกนั้นมักจะมีกฎเหล็กตายตัวอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือ... ฆ่าซอมบี้แล้วจะเก่งขึ้น!
บางเรื่องก็ดรอปคริสตัล บางเรื่องก็ทำให้เลื่อนระดับอัปเลเวลได้
เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าโลกใบนี้มันใช้เซ็ตติ้งแบบนั้นด้วยหรือเปล่า
ถึงตอนนี้เขาจะเป็นผู้ปลุกพลังระดับ 1 ของแท้ แต่ก็มีดีแค่แรงควาย ซอมบี้ตัวเป็นๆ ยังไม่เคยได้แตะเลยด้วยซ้ำ
"ขืนเอาแต่ยกน้ำหนักฝึกไปวันๆ แม่งโคตรช้าเลย ต้องหาโอกาสลองดูหน่อยแล้วล่ะ ว่าฆ่าซอมบี้แล้วมันจะได้ผลจริงไหม"
ทว่า ถึงจะอยากบวกแค่ไหน แต่ชีวิตแม่งมีแค่ชีวิตเดียว
ถึงเขาจะกลายเป็นผู้วิวัฒนาการไปแล้ว แต่ผีที่ไหนจะไปรู้ล่ะว่าถ้าโดนกัดแล้วมันจะติดเชื้อซ้ำซ้อนหรือเปล่า?
เรื่องนี้แม่งไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะโว้ย ขืนเดิมพันพลาดก็คือฉิบหายหมดตัว ทั้งต้นทั้งดอก
ดังนั้น ต้องจัดหาชุดป้องกันมาใส่ให้พร้อมก่อน
พริบตาเดียว
เวลาผ่านไปสามวัน
นอกจากการฝึกร่างกายอย่างเอาเป็นเอาตายและเปิดกล่องสุ่มรายวันแล้ว เซี่ยซู่ก็เอาแต่นั่งง่วนกับการทำเครื่องป้องกัน
เขารื้อเอาหนังสือปกแข็งมาหลายเล่ม ใช้เทปกาวเส้นกว้างพันรัดติดกับท่อนแขน น่อง และลำคออย่างแน่นหนา
แม้สภาพจะดูเหมือนมัมมี่สุดฮา แถมการเคลื่อนไหวยังติดขัดไปบ้าง แต่อย่างน้อยมันก็กันโดนกัดได้ล่ะวะ
[ตรวจพบว่าปัจจุบันโฮสต์คือ ผู้ปลุกพลังระดับ 1 รางวัลที่แจกจ่ายในวันนี้: กล่องสมบัติสีขาว ×1]
[ต้องการเปิดใช้งานทันทีหรือไม่?]
"เปิดเลย"
เซี่ยซู่เอ่ยปาก
[ขอแสดงความยินดี โฮสต์เปิดกล่องสมบัติสีขาว ได้รับ:]
[ชุดยุทธวิธีทางทหารแบบมืออาชีพ ×1: ประกอบด้วยชุดเส้นใยเคฟลาร์กันแทง, หมวกยุทธวิธี, ถุงมือยุทธวิธี และรองเท้าบูตทหารหุ้มข้อ น้ำหนักเบา ระบายอากาศได้ดี กันบาดและกันกัดได้ยอดเยี่ยม อุปกรณ์คู่กายชั้นเลิศสำหรับโลกยุคดิสโทเปีย]
เซี่ยซู่อึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่มุมปากจะกระตุกยิกๆ
"นี่มึงตั้งใจปั่นกูใช่ปะเนี่ย?"
"บทจะมาทำไมไม่มาให้เร็วกว่านี้วะ พอกูทำชุดเกราะกากๆ เสร็จ มึงค่อยโผล่มานะไอ้เวรเอ๊ย..."
เขาสบถด่ากระปอดกระแปดพลางเปลี่ยนไปสวมชุดยุทธวิธี
เซี่ยซู่ยืนส่องกระจกแต่งตัว บิดคอไปมาด้วยความพึงพอใจ
"โคตรเท่!"
"ทรงนี้ถ้าเดินออกไปข้างนอก ไม่รู้ว่าจะมีสาวๆ กรี๊ดสลบไปกี่คน"
เซี่ยซู่โพสท่าหลงตัวเองอยู่สองสามท่า ก่อนจะกลับมาใช้ความคิดหาวิธีฆ่ามอนสเตอร์
ถึงตอนนี้เขาจะของครบ อุปกรณ์เทพ พลังล้นเหลือ แต่เขาก็เข้าใจสัจธรรมที่ว่า 'ราชสีห์ตะครุบกระต่ายยังต้องใช้สุดกำลัง' เป็นอย่างดี
ดังนั้นหลังจากไตร่ตรองอยู่พักหนึ่ง
เขาก็ปิ๊งแผนการเด็ดๆ ขึ้นมาได้
เขาเอาเชือกปีนเขาชุดนั้นออกมา ขึงดักไว้เป็นกับดักสะดุดสองเส้นตรงโถงทางเดินหน้าประตู สูงจากพื้นประมาณยี่สิบเซนติเมตร
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสรรพ เขาก็ถอยหลังไปสองก้าว ยกหน้าไม้คอมพาวด์ยิงลูกเหล็กขึ้นมาประทับบ่า แล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
"ไม่กลัวโว้ย ไม่กลัว..."
"ยังไงช้าเร็วก็ต้องเจออยู่ดี"
"ซอมบี้ในตึกก็มีไม่เยอะ ค่อยๆ เก็บไปทีละตัว ถ้าจวนตัวจริงๆ ค่อยหนีเข้าห้องนอนแล้วโหนเชือกกลับไปห้องตัวเอง"
หลังจากปลุกใจตัวเองเสร็จ เซี่ยซู่ก็ไม่ปล่อยให้ตัวเองมีความคิดลังเล เขาก้าวฉับๆ ไปที่ประตู แล้วกระชากบานประตูเปิดออกทันที!
"เข้ามาเลย ไอ้พวกสวะ"
"โฮก—!"
ทันทีที่ประตูเปิด
ซอมบี้ที่เดินเตร็ดเตร่อยู่ตามโถงทางเดินก็ถูกเสียงดึงดูดความสนใจทันที พวกมันเริ่มพุ่งเป้าตรงดิ่งขึ้นมาที่ชั้นสี่
ลูกตาสีขาวซีด ริมฝีปากฉีกขาดวิ่น ซอกฟันมีเศษเนื้อห้อยต่องแต่ง...
ทยอยโผล่มาทีละตัวๆ
ดูเหมือนจะเยอะเอาเรื่อง...
แต่เซี่ยซู่ไม่มีเวลาให้กลับไปเสียใจแล้ว
เขาชิงจังหวะยกหน้าไม้ขึ้นเล็งแล้วยิงทันที
"ฟุ่บ!"
สายหน้าไม้ดีดกลับส่งเสียงครางทึบๆ
ซอมบี้ตัวที่วิ่งนำหน้าสุดถูกยิงเข้าเต็มรัก หัวของมันผงะหงายไปด้านหลัง ตรงกลางหว่างคิ้วปรากฏรูเลือดกลวงโบ๋
ลูกเหล็กขนาดแปดมิลลิเมตรที่พุ่งมาด้วยพลังทำลายล้างมหาศาล เจาะทะลุกะโหลกของมันไปอย่างง่ายดาย มันสมองสีแดงอมดำสาดกระเซ็นไปติดกำแพงด้านหลังในพริบตา
"หนึ่ง"
ดวงตาของเซี่ยซู่เป็นประกาย เขารีบใช้สองมือขึ้นสายหน้าไม้อย่างรวดเร็ว
การฝึกฝนอย่างหนักตลอดหลายวันที่ผ่านมาไม่เสียเปล่าจริงๆ!
โคตรแม่นเลยไอ้สัส!
"ฟุ่บ!"
ลูกเหล็กอีกนัดพุ่งแหวกอากาศออกไป
เบ้าตาของซอมบี้ตัวที่สองระเบิดกระจุย ร่างของมันล้มตึงลงไปกองกับพื้น
แต่ซอมบี้ตัวที่เหลือก็คำรามลั่นพร้อมกับพุ่งเข้ามาถึงหน้าประตูแล้ว
เซี่ยซู่ก้าวถอยหลังเพื่อรักษาระยะห่างตามยุทธวิธี
"ปัง!"
ป้าซอมบี้ที่วิ่งนำหน้าสุดสะดุดเข้ากับเส้นเชือกที่เซี่ยซู่ขึงดักไว้ ร่างของหล่อนเสียศูนย์พุ่งหลาวกระแทกพื้นตรงโถงทางเดินอย่างจัง
ตามติดด้วยซอมบี้อีกสองตัวข้างหลังที่สะดุดล้มทับกันเป็นโดมิโน่ กองรวมกันเป็นก้อน
"โอกาสทอง!"
เซี่ยซู่ตัดสินใจโยนหน้าไม้ทิ้ง เอื้อมมือไปชักมีดพร้าที่ต้นขาออกมาทันที
เขาก้าวพรวดไปข้างหน้า เงื้อมีดฟันฉับลงที่คอซอมบี้ตรงหน้าอย่างสุดแรง!
"ฉึบ!"
คมมีดอันแหลมคมหั่นทะลุกล้ามเนื้อเน่าเปื่อยและกระดูกสันหลังส่วนคอขาดสะบั้นอย่างง่ายดายไร้แรงต้าน
หัวกลมๆ กลิ้งขลุกๆ ไปด้านข้าง เลือดสีดำกลิ่นเหม็นคาวพุ่งกระฉูดราวกับน้ำพุ สาดกระเซ็นเลอะขากางเกงของเซี่ยซู่ไปเต็มๆ
ขยะแขยง ชวนอ้วกสุดๆ
แต่ในสภาวะที่สัญชาตญาณเอาชีวิตรอดกำลังพุ่งพล่าน เซี่ยซู่ไม่มีอารมณ์มามัวสนใจเรื่องพวกนี้หรอก
เขาก้าวถอยหลังอีกครั้ง หลบกรงเล็บของซอมบี้ตัวหนึ่งที่ตะปบเข้าใส่หน้าเขาไปได้อย่างฉิวเฉียด
"แม่งเอ๊ย!"
เซี่ยซู่สบถลั่น บิดเอวส่งแรงเหวี่ยง มีดพร้าตวัดเฉียงจากล่างขึ้นบน
"กร้วม!"
คางครึ่งล่างพร้อมกับคออีกครึ่งหนึ่งของซอมบี้ตัวนั้นถูกฟันขาดกระเด็น เลือดเน่าๆ พุ่งปรี๊ด
ซอมบี้ที่เหลืออีกสี่ตัวก้าวข้ามศพเพื่อนของมัน บีบให้เซี่ยซู่ต้องถอยร่นไปจนถึงขอบห้องนั่งเล่น
ระยะห่างมันใกล้เกินไปแล้ว!
ซอมบี้สาวตัวหนึ่งกระโจนพรวดเข้ามา อ้าปากโชว์ฟันเปื้อนเลือดหวังจะงับคอเซี่ยซู่
รูม่านตาของเซี่ยซู่หดเล็กลง เขาตวัดมีดสวนกลับไปมั่วๆ
แต่ด้วยพละกำลังที่เหนือมนุษย์และสายตาที่ตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวอย่างยอดเยี่ยม ทำให้เขาไวกว่าแม้ออกตัวทีหลัง
ประกายมีดวาบขึ้น
หัวซอมบี้ก็หลุดกระเด็นไปอีกหนึ่ง!
เหลืออีกสามตัว!
เซี่ยซู่หอบหายใจแฮ่กๆ สับเท้าเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว
อาศัยเฟอร์นิเจอร์ในห้องนั่งเล่นเป็นที่กำบัง แล้วใช้เทคนิคการต่อสู้หลอกล่อพวกซอมบี้
ผ่านการฆ่ามาสองสามตัว เขาก็เริ่มปรับตัวเข้ากับจังหวะการต่อสู้ที่เต็มไปด้วยเลือดและเนื้อสาดกระจายแบบนี้ได้บ้างแล้ว
พวกซอมบี้ไม่มีสติปัญญา ไม่รู้จักการทำงานเป็นทีม ตราบใดที่ไม่โดนพวกมันล้อมกรอบ พวกมันก็เป็นแค่เป้านิ่งที่เคลื่อนที่ได้เท่านั้น
พอกลับมาตั้งหลักสูดหายใจได้ เซี่ยซู่ก็เป็นฝ่ายพุ่งเข้าไปบวกเอง
เบี่ยงตัวหลบการกระโจนของพวกมัน แล้วตวัดมีดสวนกลับไปฟันคอซอมบี้ขาดกระเด็น
ต่อด้วยการกระโดดถีบยอดอกซอมบี้อีกตัวจนกระเด็นลอยไปกระแทกกำแพงอย่างแรง
เงื้อมีดขึ้นแล้วฟันฉับลงมา
"ฉึบ!"
"ฉึบ!"
เสียงทึบๆ ดังขึ้นสองครั้งติด หัวของซอมบี้สองตัวสุดท้ายก็ถูกเขาสับหลุดจากบ่าอย่างเฉียบขาด
สภาพโถงทางเดินกับบริเวณหน้าประตูเละเทะไปหมด เลือดสีดำแดงไหลเจิ่งนองเต็มพื้น ส่งกลิ่นเหม็นเน่าชวนอ้วกตลบอบอวล
"ฟู่... ฟู่..."
เซี่ยซู่ใช้มีดพร้าค้ำยันร่างเอาไว้ หอบหายใจโกยอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่
เขาก้มมองเศษซากแขนขาที่ขาดกระจุยเกลื่อนพื้น แล้วมองดูมือทั้งสองข้างของตัวเองที่กำลังสั่นเทาเล็กน้อย
ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่มันคือปฏิกิริยาตอบสนองของกล้ามเนื้อหลังจากที่อะดรีนาลีนเริ่มลดลง ผสมปนเปไปกับความรู้สึกสะใจและอิ่มเอมใจอย่างบอกไม่ถูก
---