- หน้าแรก
- วิถีเทพผู้อัญเชิญปีศาจกับระบบอัปสเตตัสสุดโกง เริ่มต้นจากการอัญเชิญซัคคิวบัส
- ตอนที่ 28 ปีศาจปริศนา!
ตอนที่ 28 ปีศาจปริศนา!
ตอนที่ 28 ปีศาจปริศนา!
‘ฉันรู้’
ฉีหลินตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
เวทตรึงร่างที่อิเลน่าสอนเขา เดิมทีมันเป็นเวทที่เอาไว้ใช้กับเป้าหมายที่อ่อนแอกว่าตัวเอง เป็นเวทประเภทโจมตีวงกว้างที่ผลลัพธ์ค่อนข้างอ่อนด๋อย เอามาใช้กับเดวิดที่อยู่คลาสหนึ่งขั้นสูงสุดแบบนี้ โอกาสที่จะตรึงร่างสำเร็จแทบจะริบหรี่จนน่าเวทนา
ทว่า เขาไม่ได้ต้องการให้ตรึงร่างสำเร็จแบบสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ซะหน่อย
แค่ครึ่งวินาที! ขอแค่หยุดเดวิดไว้ได้ครึ่งวินาที แผน C ของเขาก็จะบรรลุผล!
‘อิเลน่า เดวิดอยู่คลาสหนึ่งขั้นสูงสุด เดิมทีก็แข็งแกร่งกว่าพวกเราตั้งเยอะ’
‘อยากจะเอาชนะคนที่เก่งกว่า มันก็ต้องยอมเสี่ยงตายเพื่อคว้าชัยชนะนี่แหละ!’
‘ฉันจะรีดพลังเวททั้งหมดที่มี ทุ่มหมดหน้าตักเดิมพันดูสักตั้ง!’
ฉีหลินเปลี่ยนท่ามุทรา แสงพลังเวทบนร่างสว่างจ้าจนแสบตา ในขณะเดียวกันเขาก็ส่งกระแสจิตสั่งการทหารกลเวทไร้รูป:
‘อาว่าน! เหลือพลังเวทไว้พอยิงกระสุนนัดสุดท้ายก็พอ ที่เหลือโอนมาให้ฉันให้หมด!’
สิ้นคำสั่ง ปืนพกสีม่วงที่เอวของเขาก็สั่นไหวเบาๆ ลำแสงสีม่วงพวยพุ่งออกจากปากกระบอกปืน ถ่ายเทเข้ามาในร่างของเขาจนหมดเกลี้ยง
การส่งต่อพลังเวท!
“ซาร์ค เลนนุส วาคูซินเนียร์ ลอค สตาร์...”
ฉีหลินเปลี่ยนมุทราอีกครั้ง ริมฝีปากก็ขมุบขมิบท่องมนต์ตรึงร่างด้วยภาษาปีศาจอย่างต่อเนื่อง
“วิ้ง!”
สิบวินาทีต่อมา วงแหวนเวทสีม่วงอมชมพูก็ก่อตัวขึ้นที่ใจกลางฝ่ามือของฉีหลินในที่สุด
“เปรี้ยง!!”
ทว่ายังไม่ทันที่ฉีหลินจะได้หยุดพักหายใจ บ้านน้ำแข็งที่ปกป้องเขาก็พลันถูกเจาะทะลวงเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่
โดนทำลายจากจุดเดียวทะลวงทั้งแผง
หลังจากเกิดรูโหว่ บ้านน้ำแข็งทั้งหลังก็พังทลายลงมา เศษน้ำแข็งนับไม่ถ้วนแตกกระจายปลิวว่อน
แสงแดดสว่างจ้าจากภายนอกสาดส่องลงมา พร้อมๆ กับใบดาบอาบเปลวเพลิงสีแดงฉานกลางอากาศที่พุ่งวาบเข้ามาในสายตาของฉีหลิน!
“วิ้ง——”
ฉีหลินสีหน้าไม่เปลี่ยน เขายกมือขวาขึ้นดีดนิ้วเป๊าะ วงแหวนเวทก็ระเบิดออกทันที กลายเป็นคลื่นแสงสีชมพูกระเพื่อมแผ่ขยาย ครอบคลุมรัศมีสิบเมตรในพริบตา
ทันใดนั้น ราวกับกาลเวลาหยุดนิ่ง
ภายในรัศมีสิบเมตร เศษน้ำแข็งที่กำลังปลิวกระจายกลับหยุดชะงักค้างอยู่กลางอากาศ ไอเย็นที่ลอยฟุ้งก็ถูกแช่แข็งให้อยู่นิ่งกับที่
ที่สำคัญที่สุดคือ เดวิดที่กำลังชูดาบหนักอาบเปลวเพลิงขึ้นสูง บัดนี้ร่างของเขากลับแข็งทื่ออยู่กับที่ นอกจากรูม่านตาที่เบิกโพลงสั่นระริกแล้ว ร่างกายส่วนอื่นกลับขยับไม่ได้แม้แต่นิดเดียว!
เวทตรึงร่าง... สำเร็จ!
“...”
ฉีหลินชักปืนเวทสีม่วงที่เอวออกมาอย่างรวดเร็ว เอาปากกระบอกปืนจ่อตรงไปที่หน้าผากของเดวิด แล้วเหนี่ยวไกปืนโดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว!
นี่แหละคือแผน C!
!!!
ทว่าในเสี้ยววินาทีที่เหนี่ยวไก จู่ๆ ฉีหลินก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายปีศาจที่ถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรง!
ตามมาด้วยความรู้สึกอึดอัดจนแทบจะขาดใจ หายใจไม่ออก ราวกับถูกตัวตนอันน่าสะพรึงกลัวที่ไม่อาจบรรยายได้จ้องมองอยู่ ความหนาวเหน็บแล่นปราดจากสันหลังวาบขึ้นไปถึงกระหม่อม ทะลวงลึกเข้าไปถึงก้นบึ้งของจิตวิญญาณ จนวิญญาณของเขาอดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้าน!
และสายตาอันน่าขนลุกขนพองแสนประหลาดนี้... มันแผ่ออกมาจากร่างของเดวิด!!
ทว่า...
ความรู้สึกนี้มาเร็วเคลมเร็ว แทบจะหายไปในพริบตา
พอฉีหลินได้สติกลับมา ตรงหน้าเขาก็ปรากฏร่างของชายผมเขียวที่คุ้นเคย
ดรูอิดคลาสสาม ครูเย่เซิน!
“ไอ้หนู ยิงปืนได้เด็ดขาดดีนี่ ฉันเกือบจะเข้ามาห้ามไม่ทันซะแล้ว” ครูเย่เซินมองฉีหลิน พลางยิ้มแซวเล่น
ปากบอกว่าเกือบไม่ทัน แต่ดูลีลาการเดินเอามือไพล่หลังเดินทอดน่องแบบชิลๆ นั่นสิ โคตรจะตอแหลเลย
ช่องว่างระหว่างระดับชีวิตนั้นห่างชั้นกันราวฟ้ากับเหว ในสายตาของผู้ใช้พลังเหนือธรรมชาติคลาสสาม การต่อสู้ของคลาสหนึ่งมันก็แค่เด็กเล่นขายของ แถมยังอาจจะดูปัญญาอ่อนกว่าด้วยซ้ำ
“...”
ฉีหลินก้มมองปืนในมือตัวเอง
ตอนนี้ปืนเวทสีม่วงของเขายังคงจ่ออยู่ที่หน้าผากของเดวิด แต่มันดันกลายเป็นปืนสีเขียวปี๋ไปซะแล้ว
——ไม่ว่าจะเป็นรูประบอกปืนหรือโครงปืนด้านนอก ล้วนถูกเถาวัลย์สีเขียวชอุ่มเลื้อยพันจนมิด ล็อกกระสุนเพลิงเวทนัดนั้นไว้ข้างในอย่างแน่นหนา ต่อให้เขาพยายามเหนี่ยวไกให้ตายยังไง กระสุนนัดนี้ก็ไม่มีทางพุ่งออกไปได้
“นักเรียนเดวิด”
ครูเย่เซินเอื้อมมือไปปัดปืนของฉีหลินออกเบาๆ แล้วส่งยิ้มให้เดวิด
“ถ้าครูไม่ออกมาห้ามไว้ทัน เธอคงโดนนักเรียนฉีหลินยิงเป่าหัวกระจุยไปแล้ว เพราะงั้น การสอบประลองรอบนี้ ครูขอตัดสินให้เธอเป็นฝ่ายแพ้ มีข้อกังขาอะไรไหม?”
“ไม่มีครับ”
เดวิดส่ายหน้าเบาๆ แล้วหันไปมองฉีหลินด้วยสายตาเรียบเฉย
“ฉันแพ้แล้ว แพ้แบบหมดรูปเลย”
“ออมมือให้แล้วครับ” ฉีหลินพูดตอบด้วยสายตาจริงจัง
“เอาล่ะๆ เลิกทำหน้าเครียดกันได้แล้ว ยิ้มหน่อยสิ” ครูเย่เซินพูดปนหัวเราะ
“ถึงการประลองจะมีแพ้มีชนะ แต่ท้ายที่สุดนี่ก็เป็นแค่การสอบไง เราดูที่ผลงานในการต่อสู้เป็นหลัก แพ้ชนะไม่สำคัญหรอก จากผลงานการต่อสู้จริงของพวกเธอสองคนเมื่อกี้ การสอบรอบนี้อย่างน้อยๆ ก็ได้ 95 คะแนนขึ้นไปทั้งคู่นั่นแหละ”
“ขอบคุณครับครู”
เดวิดพูดเสียงเบา ก่อนจะหิ้วดาบเดินลงเวทีไป
“ลาล่ะครับครู”
ฉีหลินบอกลาครูเย่เซิน แล้วก็เดินลงเวทีตามไป
“ผู้ชนะ ฉีหลิน!”
เหนือเวทีประลอง ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการอูลิสต์ที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศเห็นภาพนั้นเข้า ถึงจะหงุดหงิดขัดใจ แต่ก็ต้องทำหน้าที่พิธีกรต่อไป เขาหยิบไมค์ขึ้นมาประกาศผลการประลอง
“โอ้ววว!!!”
“ฉีหลิน! ฉีหลิน!! ฉีหลิน!!!”
พอรู้ผลแพ้ชนะ เสียงตะโกนเชียร์กึกก้องปานฟ้าถล่มแผ่นดินทลายก็ดังกระหึ่มมาจากฝั่งอัฒจันทร์ทันที!
เสียงโห่ร้องของครูและนักเรียนกว่าสามพันคนดังกึกก้องไปทั่ว ยิ่งพวกนักเรียนตัวตึงที่ชอบผสมโรง ยิ่งลุกขึ้นยืนชูไม้ชูมือตะโกนเรียกชื่อฉีหลินกันไม่หยุด ปรบมือโห่ร้องยินดีให้กับผู้ชนะ
แต่ฉีหลินกลับดีใจไม่ออก
จิตใจของเขาหนักอึ้ง
เขาไม่ได้ปลดสถานะปีศาจประทับร่าง ปล่อยให้ตัวเองอยู่ในร่างปีศาจแบบนั้น เดินฝ่าเสียงโห่ร้องเชียร์ที่ดังระงมไปตามทางเดินนักกีฬา มุ่งหน้ากลับไปที่ห้องพักอย่างเชื่องช้า
‘อิเลน่า?’
ระหว่างที่เดินไป จู่ๆ ฉีหลินก็ส่งเสียงเรียกในใจ
‘ฉันรู้ว่านายอยากจะถามอะไร’ อิเลน่าตอบกลับทันที
‘ฉันก็ฟันธงร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้หรอกนะ แต่ถ้านายอยากฟังความเห็นฉัน ฉันก็บอกได้แค่ว่า... ฉันสงสัยว่าในตัวของเดวิดคนนั้นมีปีศาจที่โคตรเก่งซ่อนอยู่ ในมุมมองของฉันนะ ตอนที่นายเหนี่ยวไกปืนจังหวะสุดท้าย ปีศาจตัวนั้นแทบจะโผล่หัวออกมาอยู่แล้ว แต่ไม่รู้ทำไม มันถึงเลือกที่จะมุดหัวกลับเข้าไปอีก’
‘เพราะมันรู้ดีน่ะสิ ว่าฉันฆ่าเดวิดไม่ได้’
ฉีหลินนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ แล้วอดขมวดคิ้วไม่ได้
‘ครูอาจารย์อยู่กันตรึมขนาดนั้น ฉันไม่มีทางยิงกระสุนออกไปได้สำเร็จ เดวิดก็ไม่มีทางตาย เพราะงั้นไอ้ปีศาจลึกลับนั่นมันก็แค่ขยับตัวตามสัญชาตญาณ แล้วก็หดหัวกลับไป’
‘อืม...’
เสียงของอิเลน่าเต็มไปด้วยความสงสัย
‘ฉันไม่ค่อยเข้าใจเลย ตามกฎของสหพันธ์บลูสตาร์ของพวกนาย อัศวินออร่าอย่างเดวิด ไม่น่าจะได้รับอนุญาตให้มีปีศาจสิงร่างได้ไม่ใช่เหรอ?’
‘แหงล่ะ นั่นมันอาชญากรรมชัดๆ’ ฉีหลินพยักหน้า ตอบเสียงเบา
‘การเติบโตของพวกเราผู้อัญเชิญปีศาจ ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของสหพันธ์ ตอนนี้ฉันอยู่คลาสไหน ทำสัญญากับปีศาจกี่ตัว เป็นปีศาจแบบไหน แล้วฉันกับปีศาจของฉันไปป้วนเปี้ยนอยู่ที่ไหน สหพันธ์รู้ไส้รู้พุงหมด’
‘เพราะงั้น ผู้อัญเชิญปีศาจอย่างพวกเราเลยเป็นตัวตนที่ปลอดภัยและถูกกฎหมายในสหพันธ์ แต่ผู้ใช้พลังเหนือธรรมชาติสายอื่น ถ้าแอบไปติดต่อกับปีศาจลับหลัง หรือแม้กระทั่งแอบซุกปีศาจปริศนาที่ไม่ได้ลงทะเบียนกับสหพันธ์เอาไว้ ถือเป็นความผิดทางอาญา เท่าที่ฉันรู้ โทษสูงสุดคือประหารชีวิตเลยนะ’
‘ก็อย่างว่าแหละ วงจรพลังเวทที่ชื่อว่ากลืนกินในร่างของผู้อัญเชิญปีศาจอย่างพวกเรา ไม่ใช่แค่ทำให้พวกเรากลืนกินพลังของปีศาจได้เท่านั้น แต่มันยังทำให้พวกเราสามารถทำสัญญาแบบเท่าเทียมกับปีศาจได้ด้วย’
‘นี่เป็นความสามารถเฉพาะตัวของผู้อัญเชิญปีศาจ และเพราะเหตุนี้ พวกเราถึงยังคงรักษาสติสัมปชัญญะของตัวเองไว้ได้ และสามารถพูดคุยกับปีศาจในฐานะที่เท่าเทียมกัน’
‘แต่สายอื่นทำไม่ได้ ไม่สามารถทำสัญญาแบบเท่าเทียมได้ แถมยังยอมให้ปีศาจมาสิงสู่อยู่ในร่าง พื้นฐานแล้วก็มีอยู่แค่กรณีเดียว... คือโดนปีศาจล่อลวง ผู้ใช้พลังเหนือธรรมชาติที่โดนปีศาจชักใยจิตใจแบบเนี้ย โคตรจะอันตรายเลย’
‘...’
อิเลน่าเงียบไป ไม่พูดอะไรอีก
ฉีหลินเองก็เดินมุ่งหน้าต่อไปเงียบๆ เช่นกัน
เขาเดินกลับมาจนถึงห้องพักส่วนตัวของเขาเอง
และเมื่อฉีหลินผลักประตูห้องพักเข้าไป เขาก็ได้เห็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญ ทว่าก็เป็นแขกที่อยู่ในความคาดหมายของเขา
หัวหน้าหน่วยย่อยที่สามแห่งสำนักงานบังคับใช้กฎหมาย โจวอวี่