เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 202 เข้าพิธีวิวาห์

บทที่ 202 เข้าพิธีวิวาห์

บทที่ 202 เข้าพิธีวิวาห์


ฟ่านซิงโหมวไม่เปิดโอกาสให้บุรุษผู้มีสีหน้าเหม่อลอยผู้นั้นได้ซักถาม นางอุ้มศิษย์ของตนแล้วมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือทันที

น้ำเสียงของนางเจือความแผ่วเบาและสดใส "ขึ้นเหนือไปมณฑลเหยี่ยนโจว อาจารย์จะรักษาแผลให้เจ้า บาดแผลเพียงเท่านี้ไม่นับเป็นอันใด รับรองว่าจะไม่ทิ้งรอยแผลเป็นไว้แน่"

ซีเอ๋อร์เม้มปากบุ้ยใบ้กล่าวว่า "อาจารย์ ท่านไม่ให้ข้าบอกลาถังอวี่เลย..."

ฟ่านซิงโหมวเอ่ย "ยังไม่ได้บอกลาอีกหรือ? พวกเจ้ากอดกันอยู่นานเท่าใดแล้ว! หากปล่อยให้เจ้าพูดต่อไป ทรัพย์สมบัติที่ข้ามีอยู่คงถูกเจ้าขนไปจนหมดเกลี้ยงแล้ว"

ซีเอ๋อร์เอ่ย "ทว่าหวังฮุยป่วยหนักถึงเพียงนั้นจริงหรือเจ้าคะ?"

ฟ่านซิงโหมวชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา "ฮ่าฮ่า ข้าหลอกเจ้าสารเลวนั่นต่างหากเล่า! ใครใช้ให้มันมาหลอกศิษย์ของข้ากัน!"

"ชาติกำเนิดสูงส่งตั้งแต่เด็กก็มีหมอเลื่องชื่อรายล้อม จะมีโรคประหลาดเช่นนั้นได้อย่างไร"

"แต่เจ้าหนูนั่นคงน่าเวทนาแล้ว คาดว่าก่อนจะเข้าหอในคืนนี้ เขาคงต้องทนทุกข์ทรมานอย่างหนักเป็นแน่"

ซีเอ๋อร์อดไม่ได้ที่จะทุบนางไปทีหนึ่ง เอ่ยอย่างจนใจ "อาจารย์ท่านทำเช่นนี้ได้อย่างไร เมื่อครู่ถังอวี่ตกใจจนหน้าซีดเผือดไปหมดแล้ว"

ฟ่านซิงโหมวแค่นเสียงฮึดฮัด "เขาเป็นคนมากวนโทสะข้าก่อน จะโทษที่ข้าหลอกเขาก็ไม่ได้"

ซีเอ๋อร์หัวเราะร่วน "เขากวนโทสะท่านที่ใดกัน ศิษย์จะอยู่เคียงข้างอาจารย์ตลอดไปนะเจ้าคะ"

ฟ่านซิงโหมวกลอกตาบน พลางกล่าว "เจ้ากำลังจะมีบุรุษอยู่แล้ว จะมาอยู่เป็นเพื่อนอาจารย์ได้อย่างไร"

ซีเอ๋อร์กลับหัวเราะคิกคัก "บุรุษยังสามารถมีทั้งบุรุษและสตรีเคียงข้างได้พร้อมกัน แล้วเหตุใดข้าถึงมีไม่ได้เล่า?"

"ข้าชอบเขา และก็ชอบอาจารย์ด้วย ถึงเวลานั้นพวกเราสามคนก็ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขสิเจ้าคะ"

ฟ่านซิงโหมวมองศิษย์โง่เขลาของตน ก็หัวเราะออกมาเช่นกัน "ไปให้พ้นเลย อาจารย์ไม่ชอบบุรุษหรอกนะ"

……

ฟ้าถล่มแล้ว ฟ้าถล่มลงมาจริงๆ!

ถังอวี่รู้ดีว่า คนส่วนใหญ่ในยุคนี้ล้วนมีอาการเจ็บป่วย ผู้คนรอบกายก็แสดงอาการต่างๆ ออกมาให้เห็น

ทว่าคุณหนูหวังกลับสุขภาพแข็งแรงมาโดยตลอด แข็งแรงจนดูไม่เหมือนคนยุคนี้ แข็งแรงจนดูราวกับเป็นภาพลวงตา

นั่นจึงทำให้ถังอวี่กังวลมาตลอด กังวลว่าที่จริงแล้วคุณหนูหวังจะล้มป่วย เป็นโรคร้ายแรงและหาได้ยากยิ่ง

แต่เขากลับคาดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นโรคเช่นนี้!

ดังนั้นเขาจึงไม่สนสิ่งใดอีก รีบขึ้นม้าควบกลับไปทันที

ตลอดทางจนกลับมาถึงที่ว่าการอำเภอ แขกเหรื่อล้วนมากันครบแล้ว ยามนี้ก็ล่วงเลยยามอู่มาแล้ว

เซี่ยชิวถงเห็นถังอวี่กลับมา ก็เอ่ยเสียงขรึม "รีบเข้าพิธีเร็วเข้า คุณหนูหวังแต่งหน้าและเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว"

หวา! ไม่เอานะ!

ถังอวี่แทบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว รีบพุ่งตัวเข้าไปในห้องหอทันที

"เอ๊ะ คุณชาย! ท่านเข้ามาได้อย่างไรเจ้าคะ! ก่อนเริ่มพิธีทำเช่นนี้ไม่เป็นมงคลนะเจ้าคะ!"

เสี่ยวเหอรีบเข้ามาขวางถังอวี่ไว้

ส่วนถังอวี่กลับผลักเสี่ยวเหอออกไป แล้วปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา

หวังฮุยเหลือบมองถังอวี่แวบหนึ่ง ใบหน้าพลันแดงซ่าน รีบเอ่ยขึ้น "ไม่ได้นะเจ้าคะพี่ถัง ยังไม่ถึงเวลาเข้าหอเลย ต้องออกไปทำพิธีเสียก่อน ยังมีแขกเหรื่ออีกตั้งมากมาย"

ถังอวี่หอบหายใจหนักหน่วง กลืนน้ำลายอึกใหญ่ ความตึงเครียดในใจพุ่งทะยานถึงขีดสุด

เขาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม "คุณหนูหวัง ข้ามีเรื่องจะถามเจ้า!"

หวังฮุยเอ่ยอย่างสงสัย "เรื่องอันใดหรือ? ด่วนมากหรือไม่?"

ถังอวี่ตอบ "ด่วนมาก!"

เขาขยับเข้าไปใกล้ กระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูของหวังฮุย

หวังฮุยฟังจบ ใบหน้าก็แดงก่ำไปหมดแล้ว

นางกำหมัดน้อยๆ แน่น สีหน้าเริ่มบิดเบี้ยว กัดฟันเอ่ย "ข้า...ข้าไม่เคย...ไม่เคยโกรธเคืองผู้อื่นเลย..."

"ทว่าครั้งนี้..."

"ข้า! โกรธ! จริงๆ! แล้ว!"

นางโกรธจนลุกพรวดขึ้นมา! กระทืบเท้ากล่าว "ถึงอย่างไรนางก็เป็นถึงผู้อาวุโสยอดฝีมือ! เหตุใดจึงมาใส่ร้ายป้ายสีข้าอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยเช่นนี้!"

นางรีบหันไปมองถังอวี่ เอ่ยเสียงดัง "ไม่ใช่นะ! พี่ถัง ข้าไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสียหน่อย! ข้าปกติทุกอย่าง! ท่านไปเชื่อคำพูดเช่นนั้นได้อย่างไร!"

ถังอวี่ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก เอ่ยว่า "ไม่ใช่ก็ดีแล้ว...ไม่ใช่ก็ดีแล้ว...ตกใจแทบแย่..."

เขามองหวังฮุยพลางถาม "ไม่ใช่จริงๆ หรือ?"

หวังฮุยร้อนรนจนแทบจะร้องไห้ "ไม่ใช่จริงๆ!"

ถังอวี่กล่าว "ให้ข้าดูหน่อยได้หรือไม่?"

หวังฮุยเบิกตากว้างมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ เอ่ยอย่างประหลาดใจ "อะไรนะ?"

"เอ่อ...เอาล่ะ อาจจะเสียมารยาทไปสักหน่อย..."

ถังอวี่หัวเราะแห้งๆ กล่าวว่า "เช่นนั้นให้ข้าลูบดูสักหน่อย?"

"พี่ถัง!"

หวังฮุยร้อนรนจนกระทืบเท้า ร้องว่า "หากท่านยังเป็นเช่นนี้ ข้าจะโกรธท่านด้วยแล้วนะ ข้าโกรธแล้วง้อยากมากนะ"

ถังอวี่รีบเอ่ย "ไม่ดูแล้วๆ ไม่ลูบแล้วๆ น้องหญิงคนดีอย่าโกรธเลย ข้าเชื่อเจ้าแล้ว"

หวังฮุยเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง สุดท้ายก็ก้มหน้าลง เอ่ยเสียงแผ่ว "เอาเถิด...ความจริงแล้ว...ความจริงแล้วข้า...ป่วยจริงๆ นั่นแหละ..."

ถังอวี่ชะงักงันไปในทันที เบิกตากว้างอ้าปากค้าง

น้ำเสียงของหวังฮุยเจือความหดหู่เล็กน้อย นางเอ่ยเสียงแผ่ว "โรคนี้มีเพียงท่านแม่และนายหญิงใหญ่ที่รู้ ผู้อื่นล้วนไม่รู้เรื่องนี้...ก็...เกี่ยวกับเรื่อง...นั้นด้วย..."

ถังอวี่ร้อนรนจนแทบคลั่ง สภาพจิตใจแทบจะพังทลาย เอ่ยเสียงสั่น "เป็น...โรค...อันใดหรือ?"

เขาหวาดกลัวจริงๆ ว่าคุณหนูหวังจะเป็นอันใดไป

หวังฮุยก้มหน้างุด รู้สึกน้อยใจเล็กน้อย น้ำเสียงก็แผ่วเบาลงอีก "ก็คือ...ก็คือข้า...ข้า...ข้าไม่มีสิ่งนั้น..."

ถังอวี่ชะงักไป "อะไรนะ?"

หวังฮุยลูบเส้นผมของตนเอง เอ่ยสะอื้น "ก็...สิ่งนี้...ข้าไม่มี ไม่มีมาแต่กำเนิด...ข้าเป็น...แบบขาวโพลน..."

ถังอวี่นิ่งอึ้งไปโดยสมบูรณ์ ดูเหมือนเขาจะเข้าใจความหมายของคุณหนูหวังแล้ว

หวังฮุยเห็นท่าทางของเขา จึงเอ่ยอย่างน้อยใจ "ขอโทษนะพี่ถัง...เรื่องเช่นนี้ข้าก็ไม่กล้าบอกท่าน...หากท่านรังเกียจ เช่นนั้น...ข้า...ข้าก็ไม่บีบบังคับ"

นี่คือความรู้สึกของการนั่งรถไฟเหาะงั้นหรือ!

ขึ้นๆ ลงๆ ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ!

"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"

ถังอวี่ระเบิดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งออกมาทันที รีบเอ่ยว่า "คุณหนูหวัง! ข้าจะรังเกียจเจ้าได้อย่างไร! ขอเพียงเจ้ามีสุขภาพแข็งแรง! ข้าก็ดีใจแล้ว! ข้าก็ไม่กลัวสิ่งใดทั้งสิ้น!"

หวังฮุยเช็ดน้ำตาที่หางตา เอ่ยเสียงแผ่ว "ทว่านายหญิงใหญ่บอกว่า มันไม่เป็นมงคล..."

นางจะไปเข้าใจอะไรเล่า!

ถังอวี่เอ่ยเสียงดัง "อย่าไปฟังนางพูดจาเหลวไหล! คุณหนูหวัง! พี่ถังไม่มีทางรังเกียจเจ้าเด็ดขาด! เจ้าคือยอดดวงใจของข้าตลอดไป! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"

"เจ้ารีบหยุดร้องไห้เถิด อย่าร้องจนเครื่องสำอางเลอะเทอะหมด พี่ถังจะออกไปจัดการเดี๋ยวนี้ แล้วพวกเราจะได้เข้าพิธีวิวาห์กัน"

หวังฮุยช้อนตามองเขา ดวงตากลมโตเปี่ยมประกายสดใส หยาดน้ำตาที่คลอเบ้าช่างดูน่าทะนุถนอมยิ่งนัก "ไม่รังเกียจจริงๆ หรือ?"

ถังอวี่กล่าว "เจ้ายังไม่เชื่อพี่ถังของเจ้าอีกหรือ! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! ข้ารักเจ้าจะตายอยู่แล้ว!"

"เสี่ยวเหอ! เสี่ยวเหอรีบเข้ามาช่วยคุณหนูหวังเติมเครื่องหน้าเร็วเข้า!"

"น้องหญิงคนดี เจ้าอย่าได้เก็บมาใส่ใจ ข้าไม่สนเรื่องพวกนั้นแม้แต่น้อย เจ้ารีบเตรียมตัวเข้าพิธีวิวาห์กับข้าเถิด!"

ถังอวี่สาวเท้าเร็วๆ เดินออกไป แล้วพาเสี่ยวเหอเข้ามา

ยามนี้จิตใจของเขาปลอดโปร่งอย่างแท้จริง จากนั้นก็พลันนึกถึงฟ่านซิงโหมวขึ้นมา จึงเข้าใจกระจ่างแจ้งว่า ต้องเป็นยายเฒ่าปีศาจนั่นที่ตั้งใจกลั่นแกล้งเขาเป็นแน่

มารดามันเถิด! ยายเฒ่าปีศาจคอยดูเถอะ! ทำให้ข้าตกใจแทบแย่! แถมยังทำให้คุณหนูหวังร้องไห้ ทำให้โกรธอีก!

ไม่ช้าก็เร็วข้าจะสั่งสอนเจ้าให้ได้! ยายเฒ่าปีศาจ!

เมื่อเปลี่ยนเป็นชุดเจ้าบ่าวแล้ว ก็ไม่มัวมาถือสาหาความเรื่องฤกษ์ยามอันใดอีก ภายใต้การดูแลของผู้ดำเนินพิธี ไม่นานคุณหนูหวังก็ถูกเสี่ยวเหอประคองเดินออกมา

ในยุคนี้ยังไม่มีการกราบไหว้ฟ้าดิน สิ่งที่ให้ความสำคัญคือการร่วมทานอาหารจากถาดเดียวกัน และการดื่มสุรามงคลร่วมจอก โดยมีอาหารเลิศรสและสุราชั้นดีวางอยู่ตรงกลาง เมื่อสามีภรรยาร่วมรับประทานและดื่มด้วยกัน ก็ถือว่าเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว

ผู้ดำเนินพิธีก็เปี่ยมด้วยความกระตือรือร้น ดำเนินพิธีการอย่างคึกคัก ผู้คนรอบด้านต่างโห่ร้องแสดงความยินดีอย่างต่อเนื่อง

หวังฮุยมองถังอวี่ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอารมณ์เมื่อครู่ยังไม่จางหาย หรือเป็นเพราะความซาบซึ้งในใจ ดวงตาจึงยังคงมีน้ำตาคลอเบ้า

"ท่านพี่ ในที่สุดพวกเราก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว"

หวังฮุยลืมตาปริบๆ หยาดน้ำตาร่วงหล่น

ถังอวี่กระซิบถาม "ยังโกรธอยู่อีกหรือ?"

หวังฮุยส่ายหน้ากล่าว "ข้าไม่ได้โกรธเคืองถึงเพียงนั้นเสียหน่อย ข้าแค่ดีใจ...ท้องฟ้าประดับดาวที่ข้าเห็นนั้น ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จะปกคลุมข้าไปชั่วชีวิตแล้ว"

"พี่ถัง ท่านจะรักข้าไปชั่วชีวิตหรือไม่?"

ถังอวี่เอ่ยเสียงแผ่ว "ไม่พอหรอก ข้าหวังว่าจะได้รักเจ้าไปทุกภพทุกชาติ"

หวังฮุยหลุดหัวเราะออกมา ทั้งสองประคองจอกสุราขึ้นมา แล้วดื่มรวดเดียวจนหมด

จบบทที่ บทที่ 202 เข้าพิธีวิวาห์

คัดลอกลิงก์แล้ว