- หน้าแรก
- ไซเบอร์พังค์ ระบบไซบอร์กขั้นสุดยอด
- บทที่ 30 - บีอีโอ
บทที่ 30 - บีอีโอ
บทที่ 30 - บีอีโอ
บทที่ 30 - บีอีโอ
─── 💀 ─── 𝔖𝔞𝔥𝔞ℭ𝔥𝔬𝔨𝔪𝔦𝔫𝔤𝔨𝔴𝔞𝔫 ─── 💀 ───
"เฮ้! นายจะพาฉันไปไหนเนี่ย!?"
ดันเต้เมินเฉยต่อเด็กสาวและเดินออกห่างจากบริเวณที่มีผู้คนพลุกพล่านต่อไป ไม่นานเขาก็พบตรอกที่ค่อนข้างเปลี่ยวและเดินเข้าไป
"ฉันบอกให้หยุดไง!!!"
ทันทีที่เขาเดินเข้าไปได้แค่สองก้าว เด็กสาวก็กระชากแขนเขา บังคับให้เขาหยุด เธอเป็นบุคคลเสริมพลังและมีพละกำลังมากกว่ามนุษย์ทั่วไปมาก เมื่อเขาหันกลับไปเผชิญหน้ากับเธอ ดันเต้ก็สังเกตเห็นรอยแดงระเรื่อแผ่ซ่านไปทั่วแก้มของเธอ
เขากำลังต่อสู้กับอาการคลื่นไส้และความโกรธ แต่เธอกลับทำตัวเป็นสาวน้อยบริสุทธิ์ที่ไม่เคยมีผู้ชายจับมือมาก่อน การตระหนักถึงสิ่งนั้นทำให้เขาเข้าใกล้จุดเดือดไปอีกขั้น
"เธอจะสะกดรอยตามฉันทำไม?"
เขาถาม
"สะก- อะไรนะ!!?"
เธอตะโกน
"ฉันไม่ได้สะกดรอยตามนายนะ!!!"
"อ้อ เหร๊อ เธอก็แค่บังเอิญไปโผล่ในทุกที่ที่ฉันไปสินะ ไม่มีอะไรหรอก แค่เรื่องบังเอิญ"
"ฉัน. ไม่ได้. สะกด. รอยตาม. นาย!!!"
เธอกระทืบเท้าเน้นย้ำทุกคำพูด
"ฉันก็แค่อยากจะถามคำถามนายสักสองสามข้อ แต่นายก็ไม่ยอมฟังเลย!"
"ไม่มีใครสอนหรือไงว่าอย่าคุยกับคนแปลกหน้าน่ะ? อะไรทำให้เธอคิดว่าเธอมีสิทธิ์มาตั้งคำถาม? อะไรทำให้เธอคิดว่าเธอมีสิทธิ์ได้รับคำตอบ?"
มีบางอย่างผิดปกติเกี่ยวกับการสนทนานี้ แม้ว่ามันจะถูกเรียกว่าการสาดน้ำลายใส่กันจะถูกต้องกว่า ตอนแรกดันเต้ยังไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่แล้วหมอกควันก็จางหายไปและจู่ ๆ เขาก็เข้าใจว่าทำไม
เด็กสาวจ้องมองตาเขาและแสยะยิ้ม
"รู้ไหม? ฉันมีสิทธิ์ที่จะถามนายจริง ๆ นั่นแหละ"
เธอยกมือซ้ายขึ้นและแตะที่สร้อยข้อมือบนข้อมือ
"หรือฉันควรจะบอกว่าฉันมีอำนาจดีล่ะ?"
โฮโลแกรมปรากฏขึ้นและลอยอยู่เหนือฝ่ามือของเธอ มันเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็ก ๆ ที่ดูเหมือนบัตรประจำตัว และเมื่อพิจารณาดูให้ดี ความโกรธของดันเต้ก็ยิ่งเดือดพล่านขึ้นไปอีก
"สำนักงานปฏิบัติการบุคคลเสริมพลังงั้นเหรอ?"
[สำนักงานปฏิบัติการบุคคลเสริมพลังคือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่จัดการกับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลเสริมพลังครับ]
โวลแคนพูดราวกับว่าเขากำลังอ่านผลการค้นหา
[มันก่อตั้งขึ้นเมื่อสี่ปีที่แล้ว บุคคลเสริมพลังที่ลงทะเบียนภายใต้หน่วยงานนี้จะได้รับอำนาจในการใช้พลังของตนเพื่อยุติความขัดแย้งครับ]
'ฉันรู้อยู่แล้วน่า...'
มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่รู้ เมื่อพิจารณาว่าองค์กรนี้มักจะถูกกล่าวถึงในข่าวที่เกี่ยวข้องกับฮีโร่อยู่เสมอ
แม้ว่าไอดอลอนจะมีอำนาจมากกว่าประเทศส่วนใหญ่ที่พวกเขากำลังดำเนินกิจการอยู่ แต่พวกเขาก็ยังคงพยายามรักษาภาพลวงตาของการปฏิบัติตามกฎหมายเหล่านั้น องค์กรอย่างเป็นทางการที่อุทิศตนเพื่อมอบความชอบธรรมให้กับฮีโร่ในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมายถือเป็นก้าวที่สมเหตุสมผลในโลกที่คนธรรมดายังคงเชื่อว่ารัฐเป็นผู้ผูกขาดความรุนแรงแต่เพียงผู้เดียว
"... นายไม่เคยได้ยินชื่อนี้เหรอ?"
เด็กสาวถาม
"ต่อให้นายจะอาศัยอยู่ในหลืบซอกเขา นายก็ยังต้องเคยได้ยินชื่อมันอยู่ดีนั่นแหละ"
เขาตอบ
"อีกอย่าง บัตรประจำตัวดิจิทัลแบบนี้มันใช้ไม่ได้หรอกนะ ถ้าเธอจะเล่นบทเป็นยอดตำรวจล่ะก็ เธอควรจะมีตราของจริงติดตัวไว้ดีกว่า"
ดันเต้ไม่ได้สนใจบีอีโอมากเท่ากับชื่อของเด็กสาวเลย
'ลิเลียน่า ไอเซนเบิร์ก...'
ดวงตาของดันเต้หรี่ลง
'โวลแคน?'
[ครอบครัวไอเซนเบิร์กเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของโกลเด้นฮาร์ทครับ]
เอไอชี้แจง
[พวกเขาเป็นบริษัทในเครือของไอดอลอนและมีความเชี่ยวชาญด้านการเพาะเลี้ยงอวัยวะเทียมครับ]
ทฤษฎีของดันเต้ที่ว่าฮีโร่แฟลร์นั้นไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าเครื่องมือโฆษณานั้นมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นมาในทันที แม้ว่าตัวตนที่แท้จริงของเธอจะยังไม่ถูกเปิดเผย แต่เราก็พอจะมองเห็นภาพหุ้นบริษัทครอบครัวของเธอที่พุ่งสูงปรี๊ดในวินาทีที่เรื่องนั้นเกิดขึ้นได้เลย
"นายยังจะทำตัวเสียมารยาทอยู่อีกเหรอ หลังจากที่ฉันให้ดูเจ้านี่แล้วน่ะ?"
ลิเลียน่าพูด
"ฉันจับนายข้อหานั้นได้เลยนะ รู้ไหม?"
"เสียใจด้วยที่ต้องทำให้เธอผิดหวัง แต่ฉันไม่สนหรอกนะว่าเธอจะทำอะไรได้หรือไม่ได้น่ะ"
"ทำไมทุกคำตอบที่ออกมาจากหัวนายถึงต้องหยาบคายขนาดนี้ด้วย? พ่อแม่นายไม่สอ-"
สายตาของดันเต้เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน บังคับให้เด็กสาวต้องกลืนคำพูดของตัวเองลงคอไป
"อ้อ ฉันไม่ได้คิดผิดจริง ๆ ด้วย"
เขาพูด มุมปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม
"... นายกำลัง..."
"เธอยังทำมันอยู่อีกแฮะ"
เขาแค่นเสียง
"การคุยกับฉันเหมือนกับว่ามันเป็นเรื่องปกติที่สุดในโลกนี่ไง ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอเกือบจะหลอกฉันได้แล้วเชียว"
ทุกคำที่ดันเต้พูด ความสับสนบนใบหน้าของลิเลียน่าก็ยิ่งชัดเจนขึ้น ความสยดสยองค่อย ๆ คืบคลานเข้าเกาะกุมเธอ ยิ่งเธอจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขานานเท่าไหร่
"แสดงเก่งดีนี่ พูดจริง ๆ นะ ถ้าเธอเลือกใส่ชุดอื่น ฉันคงเชื่อไปแล้วว่าเธอเป็นแค่เด็กผู้หญิงธรรมดา ๆ คนหนึ่ง"
เขาหัวเราะเบา ๆ
"มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก ใช่ไหม? การแกล้งทำเป็นว่าอยู่ในระดับเดียวกับพวกเรา แกล้งทำเป็นว่ามันไม่ได้กวนใจเธอเลยสักนิด เธอไปหัดทำเรื่องแบบนี้จนเก่งได้ยังไงเนี่ย?"
"ฉัน... ฉันไม่ค่อยแน่ใจว่า..."
"เอาเถอะ ตอนนี้เธอเลิกเสแสร้งได้แล้วล่ะ เชิญเลย ไม่ต้องแกล้งทำอีกต่อไปแล้ว"
ดันเต้มองไปที่ถังขยะใกล้ ๆ
"เธอไปอ้วกตรงนั้นได้นะ ทนฝืนมาตั้งนานคงจะทรมานแย่เลยสิ"
ขณะที่น้ำเสียงของเขาดูถูกเหยียดหยามมากขึ้นเรื่อย ๆ จู่ ๆ ลิเลียน่าก็สติแตก
"นายกำลังพล่ามเรื่องอะไรอยู่เนี่ย!? วิธีการพูดของฉันมันมีปัญหาตรงไหนเหรอ?"
ลิเลียน่าพยายามอย่างหนักที่จะทำความเข้าใจ เธอพยายามนึกทบทวนทุกอย่างที่พูดไปในช่วงที่เจอกันไม่กี่ครั้ง มั่นใจว่าไม่มีอะไรดูผิดปกติสำหรับเธอ อย่างน้อยที่สุด เธอก็จำไม่ได้ว่าเคยพูดจาหยาบคายกับเขาตอนไหน แต่ด้วยเหตุผลประหลาดบางอย่าง เขากลับมองว่านั่นเป็นปัญหา
สีหน้าสับสนของเด็กสาวบอกเล่าถึงความไร้เดียงสาของเธอ ซึ่งเป็นความจริงที่ดันเต้ปฏิเสธที่จะยอมรับ
"ฉันเพิ่งค้นหาชื่อของเธอเมื่อกี้นี้"
เขาพูด
"เธอมาจากครอบครัวที่ไม่ธรรมดาเลยนี่นา"
ด้วยเหตุผลบางอย่าง นั่นทำให้เด็กสาวประหลาดใจ
"ทำไมคุณหนูผู้ร่ำรวยอย่างเธอถึงได้มาโผล่ในย่านนี้ของเมืองได้ล่ะ? เบื่อที่จะถูกประคบประหงมแล้วก็เลยตัดสินใจมาเล่นบทฮีโร่ในที่ที่อันตรายกว่างั้นเหรอ?"
"ฉัน..."
"สงสัยว่าการมองลงมาที่พวกเราจากหอคอยของเธอมันคงยังไม่พอสินะ เธอถึงต้องลงมาที่นี่แล้วอวดพลังของตัวเอง ห๊ะ?"
"นั่นมัน... ไม่ใช่นะ..."
"ฉันรู้ว่าพวกอย่างเธอคิดอะไรอยู่ ถ้ามีอะไรที่เธอชอบมากกว่าการกอบโกยเงินเข้ากระเป๋าตัวเองล่ะก็ นั่นคงเป็นการได้เห็นพวกชาวบ้านธรรมดา ๆ อย่างพวกเราบูชาเธอล่ะมั้ง เธออยากเป็นฮีโร่งั้นเหรอ? ให้ตายเถอะ เลิกตอแหลสักทีได้ไหม ทำไมเธอไม่อยู่ในย่านคนรวยของเมืองแล้วปล่อยพวกเราไว้ตามลำพังล่ะ?"
หลังจากพูดทั้งหมดนั้นออกไป ดันเต้ก็ยังระบายความโกรธออกมาไม่หมด เขาตั้งใจจะพูดต่อไปตราบเท่าที่เขายังทำได้ ไม่ใช่ทุกวันหรอกนะที่จะได้บังเอิญเจอพวกชนชั้นสูงที่เขาสามารถด่ากราดใส่หน้าได้แบบนี้ ตอนนั้นเองที่เขาสังเกตเห็นน้ำตาที่คลออยู่ในหน่วยตาของเด็กสาว
เธอก้มหน้าลงและเม้มริมฝีปากแน่น รอคอยให้การด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายดำเนินต่อไป ความรู้สึกผิดที่เกิดจากการเห็นเธอในสภาพนั้นมีแต่จะช่วยเป็นเชื้อเพลิงให้กับความโกรธของดันเต้ โชคดีที่ตรรกะเหตุผลทำงานขึ้นมาก่อนที่เขาจะทำอะไรที่ต้องมานั่งเสียใจทีหลัง เขาจึงเดาะลิ้น ล้วงมือลงกระเป๋า แล้วหันหลังจะเดินจากไป
อาการคลื่นไส้ที่จู่โจมเขาก่อนหน้านี้ยังไม่หายไป และดูเหมือนว่าอารมณ์บูดบึ้งที่เขาเผชิญอยู่นี้จะคงอยู่ไปอีกสักพัก เด็กสาวไม่ได้พยายามจะหยุดเขา ชั่วขณะหนึ่งเขาจึงเชื่อว่ามันจบแค่นั้น แต่แล้วร่างกายของเขาก็ถูกกระชากให้หยุดชะงักเป็นครั้งที่สอง
เมื่อมองไปทางซ้าย ดันเต้ก็เห็นเด็กสาวผมแดงกำลังเกาะแขนเขาไว้แน่น ราวกับแฟนเก่าที่กำลังสิ้นหวังและพยายามจะซ่อมแซมความสัมพันธ์ของเธอให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม
"ไม่... คราวนี้ไม่ยอมหรอก..."
เธอเงยหน้าขึ้นอย่างกะทันหัน จ้องเขม็งมาที่เขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตา
"คราวนี้ฉันจะไม่ยอมปล่อยนายไปหรอก!"
─── 💀 ─── 𝔖𝔞𝔥𝔞ℭ𝔥𝔬𝔨𝔪𝔦𝔫𝔤𝔨𝔴𝔞𝔫 ─── 💀 ───