- หน้าแรก
- ไซเบอร์พังค์ ระบบไซบอร์กขั้นสุดยอด
- บทที่ 29 - แคทาลิสต์
บทที่ 29 - แคทาลิสต์
บทที่ 29 - แคทาลิสต์
บทที่ 29 - แคทาลิสต์
─── 💀 ─── 𝔖𝔞𝔥𝔞ℭ𝔥𝔬𝔨𝔪𝔦𝔫𝔤𝔨𝔴𝔞𝔫 ─── 💀 ───
สถานการณ์มันเลวร้ายไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว ทั้งที่รู้ว่าเธอยังป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ แต่ดันเต้กลับคาดการณ์ไม่ถึงการมีอยู่ของเธอเลย
แฟลร์ หนึ่งในบุคคลเสริมพลังของไอดอลอน ฮีโร่จอมปลอมที่มีเป้าหมายเพื่อทำหน้าที่เป็นป้ายโฆษณาให้กับบริษัทข้ามชาติ คนระดับนั้นกลับจับตาดูเขามาตลอดเวลา
ความตื่นตระหนกพุ่งชนดันเต้อย่างจังราวกับรถบรรทุก ชั่วขณะหนึ่งดูเหมือนว่าเขาถูกเปิดเผยตัวตนแล้ว โชคดีที่เขาสามารถสงบสติอารมณ์ไว้ได้ และจากการสนทนาสั้น ๆ เขาก็รู้ว่าฮีโร่คนนี้แทบจะไม่รู้ความจริงเลยแม้แต่น้อย
"เธอต้องไปฝึกเรื่องการปลอมตัวมาใหม่จริง ๆ นะ"
เขาพูดแล้วหันหลังจะเดินจากไป แน่นอนว่าเด็กสาวผมแดงย่อมไม่ยอมปล่อยให้เป็นแบบนั้น
"เดี๋ยวก่อน!"
เธอรีบตามเขาไป
"บอกฉันมาสิว่าเกิดอะไรขึ้นข้างในนั้น!"
"เลิกยุ่งกับฉันสักที แม่คุณ"
ดันเต้ตอบ
"สิ่งสุดท้ายที่ฉันต้องการคือการเข้าไปพัวพันกับพวกแบบเธอ"
"แต่-"
"มีคนเป็นสิบ ๆ คนอยู่ข้างในนั้น"
เขาพูด
"ทำไมไม่ไปถามพวกเขาล่ะ?"
"ก็นายเพิ่งออกมาเป็นคนสุดท้ายนี่!"
"แล้วไง?"
"ก็แค่บอกฉันมาสิ!"
"ฉันบอกเธอแล้วไงว่าฉันไม่อยากเข้าไปพัวพันกับพวกแบบเธอ"
"นายหมายความว่าไง?"
เธอตามเขาทันและจ้องเขม็งมาจากด้านข้าง
"ฉันเคยไปทำอะไรให้นายฮะ?"
ดันเต้หยุดเดิน หันไปหาเธอและจ้องกลับ
"ฉันบอกว่าฉันไม่อยากเข้าไปพัวพันกับเธอ"
เขาพูดลอดไรฟัน
"ทำไมเธอไม่หัดสังเกตแล้วไสหัวไปซะล่ะ?"
"อะ-"
ดันเต้เมินเฉยต่อปฏิกิริยาตกตะลึงของเธอและเดินต่อไป เขาอยากจะไปให้ไกลจากเธอให้มากที่สุด และยิ่งเขาทำได้เร็วเท่าไหร่ โอกาสที่คนหนุนหลังเธอจะตามมาสืบเรื่องของเขาก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น
การเข้าไปพัวพันกับฮีโร่ในตอนที่เขายังควบคุมโบราณวัตถุไม่ได้ถือเป็นความคิดที่แย่มาก เขาเคยวางแผนที่จะกบดานจนกว่าจะได้ชิ้นส่วนไบโอนิกมากพอที่จะยืดขีดจำกัดเวลาของชุดเกราะของโวลแคน แต่ถ้าเขาถูกจับได้ก่อนหน้านั้น เป้าหมายของเขาก็จะหลุดลอยไปจากเอื้อมมืออีกครั้ง
ตึก ตึก ตึก
ขณะที่เดินต่อไป ดันเต้ก็สังเกตเห็นเสียงฝีเท้าที่ไม่ใช่ของเขา
'เธอยังตามเรามาอยู่สินะ?'
[ครับ เธอตามมา]
โวลแคนเรียกแผนที่ขนาดเล็กขึ้นมา บนนั้นมีจุดสองจุด จุดหนึ่งสีฟ้าและอีกจุดหนึ่งสีเขียว ทั้งสองจุดกำลังเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกันโดยมีระยะห่างเพียงเล็กน้อย
[ผมควรเปลี่ยนการกำหนดตัวตนของเธอเป็นสิ่งมีชีวิตที่เป็นปรปักษ์หรือไม่ครับ?]
โวลแคนถาม
'...ไม่ล่ะ...'
ดันเต้ถอนหายใจ
'ได้แต่หวังว่าเธอจะเบื่อไปเองก่อนที่เราจะไปถึงสถานีล่ะนะ...'
ในแง่หนึ่ง ดันเต้ก็รู้สึกประทับใจ เด็กสาวคนนี้มาจากย่านคนรวยของเมืองอย่างเห็นได้ชัด เขาจึงไม่ได้คาดคิดว่าเธอจะทนอยู่ในสถานที่อย่างแฟคทอรีทาวน์ได้นานขนาดนี้ ไม่ว่าจะเป็นอากาศที่เป็นมลพิษ ถนนที่สกปรก หรือคนท้องถิ่นที่หยาบคาย มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ลูกคุณหนูผู้ร่ำรวยจะรับมือไม่ไหว แม้ว่าเธอจะสามารถสร้างเปลวไฟได้เพียงแค่ดีดนิ้วก็ตาม
หลังจากเลี้ยวตรงหัวมุมบล็อก ดันเต้ก็พบว่าตัวเองกำลังเดินไปหาฝูงชนที่รวมตัวกันอยู่รอบซากปรักหักพังที่หลงเหลือจากจุดที่เดอะเดนเคยตั้งอยู่ ผู้คนกำลังขุดคุ้ยมันเพื่อพยายามหาผู้รอดชีวิต ดันเต้พิจารณาว่าจะรอจนกว่าเจสันจะถูกดึงออกมา แต่นั่นก็ต้องใช้เวลาพักใหญ่แน่ ๆ ในเมื่อชายร่างยักษ์ถูกฝังอยู่ใต้น้ำหนักของอาคารทั้งหลัง
"เฮ้ ได้ยินหรือเปล่า?"
ใครบางคนกระซิบ
"เขาว่ากันว่าเป็นฝีมือของอีไอนะ"
"จริงดิ?"
อีกคนตอบกลับ
"หมอนั่นมีชิ้นส่วนไบโอนิกแบบไหนกันวะ?"
"ไม่ใช่อีไอแบบนั้นเว้ย ไอ้โง่!"
'โวลแคน คุณช่วยโฟกัสไปที่สองคนนั้นหน่อยได้ไหม?'
แม้เขาจะอยากแอบฟังบทสนทนานั้น แต่ดันเต้รู้ดีว่าการหยุดเดินจะทำให้เขาถูกจับสังเกตได้
[รับทราบครับ]
หนึ่งวินาทีหลังจากที่โวลแคนตอบรับ เสียงเจี๊ยวจ๊าวรอบข้างก็ดูเหมือนจะเงียบลง เหลือเพียงเสียงของชายหนุ่มสองคนที่ดันเต้พูดถึงเท่านั้น
"เอาจริงดิ?"
"เขาว่ากันว่ามันให้พลังนายเหมือนพวกฮีโร่ที่ออกทีวีบ่อย ๆ ไง!"
"ไม่หรอก มันไม่น่าจะง่ายขนาดนั้นมั้ง..."
"ง่ายเหรอ? ใครบอกว่ามันง่ายวะ!? ของพรรค์นั้นน่าจะราคาแพงหูฉี่เลยล่ะ!"
"แล้วแกจะตื่นเต้นไปหาพระแสงอะไรวะ? ค่าเช่าห้องแกยังแทบจะไม่มีปัญญาจ่ายเลย!"
"โธ่เว้ย! แกทำตัวชิล ๆ แบบนี้ได้ไงวะ? ถ้ามันมีขายอยู่ข้างนอกนั่น เราอาจจะ-"
"เออ ๆ ฝันต่อไปเถอะ"
บางอย่างในบทสนทนานั้นฟังดูคุ้นหู ราวกับว่าเขาเคยได้ยินมันมาก่อน แต่ถึงอย่างนั้น ดันเต้ก็นึกไม่ออก
[ผมได้คัดแยกบทสนทนาอื่น ๆ จากบริเวณรอบข้างแล้วครับ]
โวลแคนกล่าว
[ดูเหมือนว่าหลายคนจะสงสัยว่าผู้ก่อเหตุเบื้องหลังเหตุการณ์นี้น่าจะกินยาที่ชื่อว่า "แคทาลิสต์" เข้าไปครับ]
ทันทีที่เอไอพูดคำนั้น แสงสว่างวาบก็ปรากฏขึ้นในส่วนลึกของความคิดดันเต้
"นี่ กัสปาร์ด ลุงคิดว่ามันมีจริงปะ?" "เขาว่ากันว่าไม่มีมูลฝอยหมาไม่ขี้หรอก แต่... ฉันไม่คิดว่ามันจะมีอยู่จริงนะ..." "ทำไมล่ะ? พวกวายร้ายที่ออกข่าวบ่อย ๆ ก็ต้องได้พลังมาจากไหนสักแห่งสิ" "ฉันไม่คิดว่าไอดอลอนจะบ้าพอที่จะสร้างทั้งฮีโร่และวายร้ายขึ้นมาหรอกนะ... หรือบางทีอาจจะมีคนอื่นคิดค้นขึ้นมาได้?"
รูม่านตาของดันเต้หดเล็กลง อาการคลื่นไส้อย่างกะทันหันถาโถมเข้าใส่เขา ทำให้ปวดหัวตุบ ๆ และความเจ็บปวดที่เกิดจากไทป์ 3-2 ก็ชัดเจนขึ้นกว่าเดิมมาก
"แคทาลิสต์..."
คำพูดนั้นหลุดออกมาโดยที่เขาไม่รู้ตัว เสียงรอบข้างค่อย ๆ จางหายไป และแม้แต่จิตใจของเขาก็เงียบงันลงเรื่อย ๆ ทิ้งไว้เพียงจังหวะการเต้นอันรุนแรงของหัวใจที่กำลังปวดร้าว จนกระทั่ง-
"เมื่อกี้คุณเพิ่งพูดว่า..."
ดันเต้โน้มตัวไปข้างหน้าโดยที่เขาไม่รู้ตัวพร้อมกับเอามือปิดปากราวกับกำลังจะอ้วก เมื่อเขาเหลือบมองข้าง ๆ ก็เห็นเด็กสาวผมแดงเอื้อมมือมาหาเขา ชั่วขณะหนึ่งเขาจินตนาการว่าเธอกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันในสภาพของเขา จนกระทั่งเธอได้ยินคำนั้นหลุดออกจากปากเขา ทำให้สีหน้าของเธอบิดเบี้ยวด้วยความประหลาดใจ
"นี่ นาย-"
"ฉันไม่ได้บอกเธอแล้วเหรอ... ว่าให้เลิกยุ่งกับฉันสักที?"
ดันเต้รีบยืดตัวตรงทันที
"เธอเป็นบ้าอะไรของเธอเนี่ย?"
"ฉ-ฉันเป็นบ้าอะไรงั้นเหรอ?"
ดวงตาของเธอเบิกกว้าง
"นายนั่นแหละเป็นบ้าอะไร!? ทำไมถึงต้องหยาบคายกับฉันขนาดนี้?"
มีหลายคนหันมามองทางเด็กสาว แต่เธอก็ไม่สนใจ ความโกรธของดันเต้พุ่งปรี๊ดขึ้นมาอย่างรวดเร็วและเขาเกือบจะเถียงกลับ ทว่าสิ่งสุดท้ายที่เขาต้องการคือการดึงดูดความสนใจมาที่ตัวเอง เขาจึงพยายามกลั้นไว้ในวินาทีสุดท้าย
ดันเต้กวาดสายตามองไปรอบ ๆ พยายามค้นหาวิธีแก้ปัญหาสำหรับสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกในปัจจุบัน ในท้ายที่สุด เขาก็สรุปได้ว่ายัยลูกคุณหนูน่ารำคาญคนนี้คงไม่ยอมปล่อยเขาไปจนกว่าเธอจะได้ในสิ่งที่ต้องการ นั่นคือเหตุผลที่ว่า หลังจากไตร่ตรองอยู่นาน เขาก็คว้าแขนของเธอไว้
"ตามฉันมา"
ดันเต้พูดพร้อมกับลากตัวเธอออกมาจากฝูงชน
"อะไรนะ? เดี๋ยวก่อน!"
─── 💀 ─── 𝔖𝔞𝔥𝔞ℭ𝔥𝔬𝔨𝔪𝔦𝔫𝔤𝔨𝔴𝔞𝔫 ─── 💀 ───