เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 - ไม่ใช่ระดับ 2

บทที่ 27 - ไม่ใช่ระดับ 2

บทที่ 27 - ไม่ใช่ระดับ 2


บทที่ 27 - ไม่ใช่ระดับ 2

─── 💀 ─── 𝔖𝔞𝔥𝔞ℭ𝔥𝔬𝔨𝔪𝔦𝔫𝔤𝔨𝔴𝔞𝔫 ─── 💀 ───

"ไอ้เวรเอ๊ย.... ไอ้สารเลวสีเหลือง!!!"

เจสันที่กำลังเกรี้ยวกราดพุ่งตัวมาข้างหน้าแล้วชูแขนขึ้น เขาทุบลงบนพื้นด้วยท่าค้อนคู่ ทำให้ทั่วทั้งอาคารสั่นสะเทือนอีกครั้ง ส่งรอยร้าวให้แผ่กระจายไปทั่วเพดาน

ดันเต้ที่ก้าวหลบการโจมตีได้ยกแขนขึ้นเพื่อป้องกันเศษหินและเศษไม้ที่กระเด็นกระจาย การบดบังระยะสายตาของตัวเองถือเป็นความผิดพลาด เมื่อร่างยักษ์สีเทาเอื้อมมือมาคว้าขาของเขาไว้ได้ในจังหวะนั้น

"เวร-"

"ก๊าซซซซ!!!!"

ห้องทั้งห้องพร่ามัวไปหมดก่อนที่แรงกระแทกอันรุนแรงจะซัดเข้าใส่ดันเต้ อากาศจุกอยู่ที่คอก่อนจะถูกรีดออกจากปอด ความมืดมิดรุกรานการมองเห็นขณะที่ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปตามเส้นประสาท เขาไม่ได้รับโอกาสให้ทำความเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาก่อนที่ชายร่างยักษ์จะจับเขาทุ่มลงกับพื้นเป็นครั้งที่สอง จากนั้นด้วยความกระหายอยาก มันก็เหวี่ยงเขาอัดเข้ากับกำแพง

"อั้ก!!!"

ความคิดของดันเต้หยุดชะงัก ทิ้งให้เขาไร้เรี่ยวแรงขณะที่ร่างกายร่วงหล่นลงสู่พื้น จังหวะที่ดูเหมือนเขาจะได้พักหายใจ เขาก็เห็นร่างยักษ์สีเทากำลังพุ่งเข้าหาเขาพร้อมกับเงื้อง้างแขนขวา เตรียมที่จะชก เมื่อดึงสติกลับมาได้ ดันเต้ก็กลิ้งหลบออกจากทางในวินาทีสุดท้าย หมัดของเจสันทะลวงกำแพงและรอยร้าวก็แผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว ลามไปถึงเพดานในพริบตา

'ฉัน... ฉันไม่รู้สิ โวลแคน...'

ดันเต้พูดในใจ หันความสนใจไปที่เคาน์เตอร์ตรงมุมการมองเห็นของเขา

'หมอนี่... มันยังมีแรงเหลืออยู่นะ...'

00:46 คือเวลาทั้งหมดที่เขามีกับไทป์ 3-2 ลืมเรื่องการปิดฉากการต่อสู้ไปได้เลย ถ้าเขาไม่ออกไปจากที่นี่ในเร็ว ๆ นี้ ชุดเกราะก็จะหายไป ทิ้งให้เขาต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดระดับ 2 ตามลำพัง

[อาจต้องใช้เวลาอีกสักสองสามนาทีครับ]

เอไอชี้แจง

"บัดซบเอ๊ย!!!"

ดันเต้กลิ้งหลบการโจมตีแบบค้อนทุบอีกครั้ง ย่อตัวลงแล้วกระโดดเข้าใส่ชายร่างยักษ์ ก่อนจะประเคนลูกเตะเข้าที่หัวของมันเต็มแรง เจสันไม่สะทกสะท้านและพยายามจะคว้าตัวเขาอีกครั้ง แต่กลับถูกถีบอัดเข้าที่ใบหน้า การโจมตีแต่ละครั้งมาพร้อมกับไฟฟ้าช็อต แต่ไทป์ 3-2 ยังฟื้นฟูพลังงานมาได้ไม่มากนัก ชายร่างยักษ์จึงไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ

"นี่คือสิ่งที่แกจะได้รับ-"

เจสันท่อนแขนทั้งสองข้างขึ้นอีกครั้งแล้วทุบลงมา

"สำหรับคนที่อยากเล่นเป็นฮีโร่!!!"

จังหวะที่หมัดกำลังจะตกลงมาใส่เขา ดันเต้ก็เหลือบไปเห็นเพดานและตระหนักถึงอะไรบางอย่าง เขากลิ้งหลบออกจากระยะโจมตี และก่อนที่หมัดของเจสันจะกระแทกเข้ากับจุดที่เขายืนอยู่เมื่อครู่ เขาก็หันหลังกลับ เตะพื้น แล้วพุ่งตรงไปที่บันได

ครืนนน!!!

เมื่อไม่สามารถพยุงตัวมันเองไว้ได้อีกต่อไป เพดานก็พังทลายลงมา ตอนแรกมันเป็นเพียงฝุ่นผงและเศษสี จากนั้นเศษชิ้นส่วนก็ตามมา และทันใดนั้นซากปรักหักพังชิ้นใหญ่ทั้งชิ้นก็ร่วงหล่นลงมา เจสันตอบสนองช้าเกินไป และกว่าเขาจะรู้ตัว อาคารทั้งหลังก็พังถล่มลงมา น้ำหนักทั้งหมดของมันร่วงหล่นลงมาทับหัวเขา

ด้วยความเร็วที่ได้รับจากไทป์ 3-2 ดันเต้สามารถขึ้นไปถึงชั้นบนได้ในเวลาไม่กี่วินาที เขาเดินตามเส้นทางเดิมที่จากมา ผ่านห้องครัวและห้องพักพนักงานที่ว่างเปล่าไปในขณะที่เขามุ่งหน้าไปที่ทางออก

'ถอดมันออก!'

[รับทราบครับ!]

ชุดเกราะสีดำสลับเหลืองแตกสลายกลายเป็นละอองแสงก่อนจะหายไปอย่างสมบูรณ์ในจังหวะที่ดันเต้ไปถึงประตูหลัง เขาพุ่งกระแทกมันอย่างแรงเพื่อออกจากตัวอาคารและวิ่งต่อไป ไปจนถึงรั้วโลหะที่สุดตรอกแคบ ๆ และกระโดดข้ามมันไป

อพาร์ตเมนต์ทั้งหลังจมดิ่งลงสู่พื้นดิน แตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ขณะที่มันพังทลายกลายเป็นกองฝุ่น หลังจากวิ่งเลยมาหลายช่วงตึก ในที่สุดดันเต้ก็ยอมปล่อยให้ตัวเองชะลอความเร็วลง ขณะที่เขาพยายามหอบหายใจ เสียงไซเรนก็แว่วเข้าหู เขาหันกลับไปและเห็นกลุ่มฝุ่นที่ค่อย ๆ สลายตัวไปในอากาศ

"ไม่มีทางเด็ดขาด"

เขาหอบหายใจ

"ไม่มีทางเด็ดขาด นั่นไม่มีทางเป็น... ระดับ 2 แน่ ๆ"

[การคำนวณของผมไม่มีทางผิดพลาดได้ครับ]

โวลแคนกล่าว

[แม้ผมต้องบอกว่า บุคคลเสริมพลังคนนั้นสามารถดึงพลังออกมาจากขีดความสามารถอันน้อยนิดของเขาได้มากกว่าปกติมาก มันค่อนข้างน่าประหลาดใจทีเดียวครับ]

'แค่ยอมรับว่าคุณคิดผิดเถอะ'

ดันเต้ถอนหายใจ

[ผมไม่ได้คิดผิดครับ]

เอไอชี้แจง

'คุณนี่ดื้อด้านจริง ๆ เลยนะ?'

ดันเต้ปฏิเสธที่จะเชื่อว่าสัตว์ประหลาดที่พวกเขาสู้ด้วยมีพลังทำลายล้างแค่ระดับระเบิดมือและไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น อีไอในระดับเดียวกันอาจมีความเหลื่อมล้ำกันอยู่บ้างก็จริง แต่ถึงแม้พวกเขาจะมองว่าเจ้านั่นคือจุดสูงสุดของระดับ 2 แล้ว มันก็ยังไม่คู่ควรกับความเป็นจริงอยู่ดี

ดันเต้ขยี้ผมสีแดงของตัวเอง ถอนหายใจยาว แล้วขยับขาเดินต่อ เขาหันกลับไปมองกลุ่มฝุ่นที่กำลังจางหายไป

'งั้น อย่างน้อยคุณก็แน่ใจใช่ไหมว่าหมอนั่นจะเดินดุ่ม ๆ ออกมาไม่ได้น่ะ?'

[ผมมั่นใจครับ]

โวลแคนตอบ

[ผมไม่สามารถระบุวิธีได้ แต่ไม่ว่าการเสริมพลังใด ๆ ก็ตามที่มอบให้กับบุคคลที่ชื่อไมเคิล เจสัน มันเป็นเพียงแค่การชั่วคราวเท่านั้นครับ]

การต่อสู้กับเจสันที่ได้รับการเสริมพลังมีเงื่อนไขการชนะข้อที่สอง เช่นเดียวกับไทป์ 3-2 ของโวลแคน ชายร่างยักษ์คนนั้นก็มีขีดจำกัดด้านเวลาของพลังเขาเช่นกัน ดันเต้เพียงแค่ต้องยืนหยัดให้นานพอที่พลังของอีกฝ่ายจะจางหายไป แต่นั่นกลับพูดง่ายกว่าทำเสียอีก

ในท้ายที่สุด เมื่ออาคารถล่มลงมาทับเขา เวลาอันน้อยนิดที่เจสันเหลืออยู่ก็คงไม่พอที่จะรักษาชีวิตของเขาไว้ เขาเป็นเป้าหมายของงาน ดันเต้จึงไม่ได้สนใจเขามากนัก แต่การเผชิญหน้ากันของพวกเขาได้ทิ้งคำถามที่เขาไม่คาดคิดว่าจะได้เจอเอาไว้

'คนอย่างเจสันได้พลังแบบนี้มาได้ยังไงวะ?'

องค์กรที่เชี่ยวชาญด้านการรักษาทางพันธุกรรมนั้นมีนับนิ้วได้ แต่แม้แต่ในหมู่องค์กรเหล่านั้น องค์กรเดียวที่สามารถสร้างสิ่งมีชีวิตที่มีพลังเหนือมนุษย์ได้ก็คือไอดอลอน อย่างที่คาดไว้ วิธีการของพวกเขาล้วนเป็นความลับที่ถูกปกปิดอย่างแน่นหนา แม้ว่ามันจะเป็นเพียงการเสริมพลังระดับ 2 ชั่วคราว แต่คนติดการพนันที่ล้มละลายไปเอาของแบบนั้นมาได้ยังไง ดันเต้ก็ทำได้เพียงแต่สงสัย

'ฉันควรถามวิกเตอร์ดู'

ขณะที่ความคิดนั้นแล่นเข้ามาในหัว จู่ ๆ ดันเต้ก็จำเรื่องที่เร่งด่วนกว่าได้

'สงสัยฉันคงไม่ได้เงินค่าจ้างแล้วล่ะ...'

ชั่วขณะหนึ่งเขาลืมเหตุผลเบื้องหลังการเดินทางมายังแฟคทอรีทาวน์ไปเสียสนิท ไม่ว่าเจสันจะตายหรือรอดอยู่ใต้ซากปรักหักพังนั่น การเข้าถึงตัวเขาก็เป็นไปไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการให้เขาจ่ายหนี้เลย นี่คืองานแรกของดันเต้หลังจากที่เขากลับมาฉายเดี่ยว และแม้มันจะไม่ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแย่นิดหน่อย

และราวกับว่าแค่นั้นยังแย่ไม่พอ-

"อั้ก..."

ความเจ็บปวดแปลบปลาบแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของเขา แม้ว่าเขาจะถอดชุดเกราะออกก่อนหมดเวลา แต่ผลกระทบที่มันทิ้งไว้บนร่างกายของเขายังคงอยู่ ถึงกระนั้น หากไม่มีการป้องกันที่มันมอบให้ เขาคงตายไปตั้งแต่ครั้งแรกที่เจสันโจมตีเขาแล้ว แม้ว่าเขาจะไม่ได้ใช้มันจนครบสามนาที แต่มันก็เกินความคาดหมายของเขาไปมากทีเดียว

'ฉันต้องหาทางขยายขีดจำกัดเวลานั่นซะแล้วสิ...'

ขณะที่เขาเดินไปตามถนนที่ว่างเปล่าพลางคิดว่าจะทำอย่างไรดี จู่ ๆ ก็มีบางอย่างร่วงหล่นลงมาจากเบื้องบน ทำให้เขาสะดุ้งจนหยุดชะงัก สิ่งแรกที่เขาสังเกตเห็นคือผมสีแดงเข้ม ตามด้วยชุดจั๊มสูทรัดรูป ขณะที่ภาพหนึ่งเริ่มก่อตัวขึ้นในหัวของเขา อารมณ์ของเขาก็ดิ่งลงเหวอีกครั้ง

"นาย!"

ผู้หญิงชุดดำชี้หน้าเขา จ้องเขม็งมาจากด้านหลังหน้ากากมาสคาร่าอันเป็นเอกลักษณ์

"ฉันเห็นนะว่านายทำอะไร!"

─── 💀 ─── 𝔖𝔞𝔥𝔞ℭ𝔥𝔬𝔨𝔪𝔦𝔫𝔤𝔨𝔴𝔞𝔫 ─── 💀 ───

จบบทที่ บทที่ 27 - ไม่ใช่ระดับ 2

คัดลอกลิงก์แล้ว