- หน้าแรก
- พลิกโลกเวทมนตร์เสื่อมสลายด้วยมานาไร้ขอบเขต
- บทที่ 24 จอมเวทสายประชิด เซธ
บทที่ 24 จอมเวทสายประชิด เซธ
บทที่ 24 จอมเวทสายประชิด เซธ
"ยอมแพ้ ฉันยอมแพ้แล้ว" ชายคนนั้นเค้นเสียงออกจากลำคออย่างยากลำบาก
ทำแบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอ? ไหนบอกว่าต้องรอให้บาเรียเวทดูดซับเวทมนตร์หายไปจนหมดถึงจะถือว่าออกจากการแข่งขันไง?
ลินน์มองบาร์ตันที่อยู่ข้างๆ ด้วยความสงสัย แต่กลับเห็นชายชรามีสีหน้ากระอักกระอ่วน ก่อนจะส่งเสียงตวาดใส่ชายหนุ่มชุดขาวคนนั้นว่า
"เซธ ฉันบอกให้แกพยายามอย่ามาที่ลานฝึกซ้อมไม่ใช่หรือไง? การบ้านที่สั่งไปทำเสร็จหมดแล้วเหรอ?"
เซธ ชายหนุ่มชุดขาวสะดุ้งตกใจ เขาหันขวับมามองแวบหนึ่งเป็นอันดับแรก จากนั้นก็รีบยกเลิกเวทมนตร์ที่ร่ายลงบนไม้กายสิทธิ์อย่างรวดเร็ว ทำให้ไม้กายสิทธิ์กลับคืนสู่สภาพเดิม
เขาถือไม้กายสิทธิ์วิ่งเหยาะๆ มาหยุดอยู่ตรงหน้าบาร์ตัน แล้วถามด้วยท่าทางเจียมเนื้อเจียมตัวว่า "อาจารย์ ทำไมท่านถึงมาที่นี่ได้ล่ะครับ?"
อาจารย์งั้นเหรอ? คนคนนี้คือลูกศิษย์ของบาร์ตันสินะ? ลินน์ลอบสังเกตอีกฝ่ายเงียบๆ
รูปร่างสัดส่วนปานกลาง ผิวสีแทนดูสุขภาพดี ผมสั้นสีน้ำตาลเข้ม หน้าตาหล่อเหลาเอาการ คิ้วเข้มตาโต ท่อนบนสวมเสื้อคลุมสั้นสีขาว ท่อนล่างสวมกางเกงขายาวสีดำ เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อที่อัดแน่นไปทั้งตัวลางๆ
การแต่งตัวและบุคลิกแบบนี้ ถ้าไม่รู้มาก่อนว่าอีกฝ่ายเป็นจอมเวท ลินน์คงคิดว่าเป็นนักสู้ไปแล้ว...
เซธยิ้มประจบพลางอธิบาย "อาจารย์บาร์ตันครับ งานวิจัยที่ท่านสั่งผมทำเสร็จหมดแล้ว เดี๋ยวตอนบ่ายจะเอาวิทยานิพนธ์ไปส่งให้ ผมแค่อึดอัดจนทนไม่ไหวก็เลยมาขยับเส้นขยับสายสักหน่อย..."
บาร์ตันแค่นเสียงฮึดฮัดอย่างมีน้ำโห หนวดกระดิกไปมา "ไอ้ศิษย์ล้างครู ไม่เคยทำให้ฉันวางใจได้เลย ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ตู้จดหมายของฉันคงเต็มไปด้วยจดหมายร้องเรียนแกแน่!"
ลินน์เข้าใจความรู้สึกของบาร์ตันเป็นอย่างดี วิธีการต่อสู้ของเซธมันดูไม่เป็น 'จอมเวท' เอาซะเลย
เดิมทีกฎที่ใช้บาเรีย [เวทดูดซับเวทมนตร์] แทนหลอดเลือด ก็เพื่อตัดสินผลแพ้ชนะด้วยความแข็งแกร่งของเวทมนตร์ แต่เขาเล่นเข้าประชิดตัวแล้วแย่งอาวุธแถมยังปิดปากแบบนี้...
เกรงว่าคงไม่มีจอมเวทคนไหนยอมรับได้หรอกมั้ง?
ทว่าท้ายที่สุดแล้ว ข้อได้เปรียบของผู้ใช้เวทไม่ได้อยู่ที่การต่อสู้ระยะประชิด การควบคุมสถานการณ์ในสนามรบ การสร้างช่องโหว่ การสนับสนุนเพื่อนร่วมทีม และการระดมยิงสกัดกั้น... ต่างหากคือสิ่งที่พวกเขาถนัดอย่างแท้จริง
"คุณอัลดอล์ฟ อรุณสวัสดิ์ครับ!" เซธหันไปโค้งคำนับให้อัลดอล์ฟอีกคน จากนั้นก็หันมามองลินน์ด้วยความอยากรู้อยากเห็น "ส่วนคนนี้คือ?"
เขานึกสงสัยอยู่ในใจ ชายหนุ่มตรงหน้ามีใบหน้าที่ยังดูอ่อนเยาว์ แถมยังถูกพาตัวมาโดยผู้อาวุโสที่ได้รับความเคารพนับถือทั้งสองท่าน ไม่รู้ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไรกันแน่?
สีหน้าของบาร์ตันผ่อนคลายลงเล็กน้อยก่อนจะแนะนำ "นี่คือลินน์ เขาสนใจการฝึกฝนการต่อสู้จริงด้วยเวทมนตร์มาก ฉันก็เลยพามาดู"
แล้วเขาก็หันไปพูดกับลินน์ "ลินน์ นี่เซธลูกศิษย์ของฉัน เขามีพรสวรรค์ด้าน 'อาวุธเวทมนตร์' มาก ถ้ามีเวลาพวกเธอสองคนก็พูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้นะ"
ลินน์พยักหน้ารับอย่างมีมารยาท แต่ในใจกลับรู้สึกว่าคำพูดของชายชราฟังดูเหมือนกำลังแนะนำศิษย์พี่ในอนาคตให้เขารู้จักยังไงยังงั้น?
เห็นได้ชัดว่าเซธเองก็รู้สึกแบบเดียวกัน เขาฉีกยิ้มกว้างทันทีพลางตบไหล่ลินน์ "นายเพิ่งเข้าร่วมสมาคมหอคอยขาววันนี้เหรอ? มีอะไรสงสัยก็มาถามฉันได้เลยนะ"
"เปล่าครับ คุณเซธ" ลินน์ยิ้มแล้วส่ายหน้า "ผมยังเป็นแค่จอมเวทฝึกหัด ตอนนี้ยังไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเข้าร่วมหอคอยจอมเวทหรอกครับ"
"จอม... จอมเวทฝึกหัด?" เซธชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองอาจารย์ด้วยสายตาสงสัย
บาร์ตันส่งเสียงฮึดฮัดอย่างหงุดหงิด "ฉันพูดตอนไหนว่าเขาเข้าร่วมหอคอยขาวแล้ว? รีบไสหัวกลับไปแก้ไขวิทยานิพนธ์ซะ อย่าเอาขยะมาส่งลวกๆ ให้ฉันเชียวนะ!"
ใบหน้าที่ดำคล้ำอยู่แล้วของเซธพลันหมองลงไปอีกหลายระดับ เขาทำคอตกเตรียมจะเดินจากไป
"เดี๋ยวก่อนครับ คุณเซธ" ลินน์จู่ๆ ก็ร้องเรียกเอาไว้
ภายใต้สายตาของทั้งสามคน เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยอย่างยิ่งว่า "ช่วยสู้กับผมสักตั้งได้ไหมครับ?"
เซธถึงกับอ้าปากค้างไปทันที เดิมทีเขาอยากจะโพล่งออกไปว่า 'นายเป็นแค่จอมเวทฝึกหัด มาสู้กับฉันมันก็เท่ากับฉันรังแกนายชัดๆ ไม่ใช่หรือไง?'
โชคดีที่ไหวตัวทันว่าไม่เหมาะสม จึงไม่ได้พูดออกไป
ส่วนบาร์ตันก็ข่มความตกใจเอาไว้ สีหน้าดูไม่ค่อยพอใจนัก เขารู้สึกว่าลินน์วู่วามและไม่รู้จักประมาณตนเอาเสียเลย
ทางด้านอัลดอล์ฟกลับมองลินน์ด้วยสายตามีความหมายแฝง ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
ลินน์ย่อมรู้ดีว่าจอมเวทขั้นต้นหมายความว่าอะไร แต่หลังจากได้ยินกฎของลานฝึกซ้อมแล้ว เขาก็เกิดความสงสัยขึ้นมาอย่างหนึ่ง
กฎการต่อสู้ด้วยเวทมนตร์ที่ลานฝึกซ้อมตั้งเอาไว้มันดูอุดมคติเกินไปหรือเปล่า? ในการต่อสู้จริง สถานการณ์ที่ทั้งสองฝ่ายเตรียมเวทมนตร์ป้องกันเอาไว้ล่วงหน้า แล้วค่อยร่ายเวทซัดเข้าใส่กันนั้นมีน้อยมาก
ส่วนใหญ่แล้ว จอมเวทแทบจะไม่มีโอกาสได้ท่องคาถาจนจบด้วยซ้ำไป
ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่ได้เป็นแค่จอมเวท แต่ยังเป็นนักผจญภัยด้วย สิ่งที่ต้องเผชิญคือมอนสเตอร์ที่ดุร้ายและรับมือได้ยากยิ่งกว่ามนุษย์
หลังจากได้ดูการต่อสู้ของเซธเมื่อครู่ เขาก็เกิดความสนใจขึ้นมากะทันหัน อยากจะประลองฝีมือกับ 'จอมเวทสายประชิด' ที่ไม่ค่อยสนกฎเกณฑ์ แต่กลับใกล้เคียงกับสถานการณ์การต่อสู้จริงคนนี้ดูสักครั้ง
ลินน์ไม่ได้คิดจะอธิบายอะไรให้มากความ เพียงแค่พูดกับเซธว่า "คุณเซธครับ ผมคิดว่าการดวลกับคุณมันน่าจะมีประโยชน์มากกว่า"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของเซธก็เป็นประกายขึ้นมาทันที หมอนี่คือพวกเดียวกันงั้นเหรอ? ไม่คิดเลยว่านอกจากฉันแล้ว จะมีคนชอบรูปแบบการต่อสู้ที่ป่าเถื่อนแบบนี้ด้วย?
เขาเกิดความสนใจขึ้นมาทันที จึงหันไปขออนุญาตบาร์ตัน "อาจารย์ครับ ผมรู้สึกถูกชะตากับน้องชายคนนี้จัง ถ้าผมไม่ใช้เวทมนตร์วงแหวนที่สองสู้กับเขา จะได้ไหมครับ?"
ริมฝีปากของบาร์ตันขยับเล็กน้อย การควบคุมเวทมนตร์วงแหวนที่สองได้หรือไม่นั้นคือความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดระหว่างระดับขั้นต้นกับระดับฝึกหัดอย่างแน่นอน แต่ทว่าช่องว่างของประสบการณ์ ความเข้าใจ และทักษะที่สั่งสมมานานก็เป็นสิ่งที่มีอยู่จริงเช่นกัน
ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาถึงได้เอ่ยปาก "อย่าทำให้เขาบาดเจ็บก็แล้วกัน"
เมื่อเห็นว่าอาจารย์ของตัวเองตอบตกลง เซธก็พยักหน้ารัวๆ ด้วยความตื่นเต้น รีบดึงตัวลินน์ไปเตรียมตัวที่ข้างสนามทันที
"ศิษย์น้อง เอ๊ะ ไม่ใช่สิ ลินน์ นายได้เรียนเวทมนตร์ประเภทป้องกันมาบ้างหรือเปล่า?"
เมื่อเห็นลินน์พยักหน้า เขาก็เบาใจลงพลางอธิบาย "ฉันถนัดเวทมนตร์ประเภทเสริมพลังอาวุธ แต่เพราะเวทมนตร์มันถูกร่ายลงบนอาวุธจริง" เขาแกว่งไม้กายสิทธิ์ยาวสีน้ำตาลเข้มในมือ "เวลาโจมตีก็อาจจะทำให้เจ็บตัวได้บ้าง ซึ่ง [เวทดูดซับเวทมนตร์] ป้องกันเรื่องพวกนี้ไม่ได้หรอกนะ"
"วางใจเถอะครับ คุณเซธ" ลินน์พยักหน้าเบาๆ "ถ้าต่ำกว่าวงแหวนที่สอง ผมก็น่าจะป้องกันได้ คุณไม่ต้องกังวลเรื่องผมหรอกครับ"
เซธได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะร่วนพลางตบไหล่ลินน์อย่างเป็นกันเอง "ไอ้น้องชาย ฝีปากไม่เบาเลยนี่ ดีกว่าพวกจอมเวทที่ดีแต่พูดจาไม่รู้เรื่องพวกนั้นตั้งเยอะ งั้นเรามาสู้กันให้เต็มที่ไปเลย"
...นี่ตกลงว่าชมหรือหลอกด่าเขากันแน่? ลินน์ถึงกับฟังไม่ออกไปชั่วขณะ
เมื่อพูดจบ ทั้งสองคนก็แยกย้ายกันก้าวเข้าสู่สนามประลองจากทั้งสองฝั่ง
ลินน์รู้สึกได้ทันทีว่ารอบตัวถูกปกคลุมไปด้วยพลังเวทชั้นหนึ่ง บาเรียที่มองไม่เห็นก่อตัวขึ้นบนผิวหนังของเขา
นี่น่ะเหรอ [เวทดูดซับเวทมนตร์] ประเภทป้องกันวงแหวนที่หนึ่ง? ลานฝึกซ้อมนี่ฉลาดชะมัด
บริเวณรอบนอกลานประลอง จอมเวทสองคนที่ตอนแรกเป็นผู้ชม รวมกับชายชุดคลุมน้ำเงินที่ถูกเซธบีบคอจนยอมแพ้ไปก่อนหน้านี้ ทั้งสามคนเดิมทีตั้งใจจะพากันเดินออกไป แต่เมื่อเห็นแบบนั้นก็หยุดฝีเท้าลง
แวดวงจอมเวทในเมืองเคอลินนั้นแคบมาก อีกทั้งสามคนนี้ก็ล้วนเป็นจอมเวทขั้นต้นที่เข้าร่วมหอคอยจอมเวทแล้ว ย่อมต้องรู้จักมักจี่กันเป็นธรรมดา
หนึ่งในนั้นซึ่งเป็นผู้หญิงผมสั้นมองไปทางลินน์ แล้วถามด้วยความสงสัย "คนคนนี้เป็นใคร ทำไมฉันไม่เคยเห็นหน้าเขาเลย?"
แม้ว่าสมาคมเวทมนตร์และหอคอยจอมเวทจะสนับสนุนให้เหล่าจอมเวทเสริมสร้างการต่อสู้จริง แต่สำหรับจอมเวทอาชีพที่มีหน้าที่การงานมั่นคงและได้รับเงินรายปีอย่างงามหลังจากเข้าร่วมหอคอยจอมเวท การฝึกซ้อมต่อสู้ที่ทั้งเหนื่อยและไม่ได้อะไรกลับมาแบบนี้ถือเป็นความสนใจเฉพาะกลุ่มเท่านั้น
ดังนั้นคนไม่กี่คนที่มาเป็นประจำจึงค่อนข้างเป็นหน้าเดิมๆ และรู้ไส้รู้พุงกันดีอยู่แล้ว
ชายร่างผอมสูงอีกคนที่อยู่ข้างๆ ซึ่งพอจะมีเส้นสายในสมาคมเวทมนตร์อยู่บ้าง นึกทบทวนความจำ "ฉันเหมือนจะพอจำหน้าไอ้หนุ่มนี่ได้นะ ดูเหมือนว่าเขาจะเป็น... จอมเวทฝึกหัดงั้นเหรอ?"
"จอมเวทฝึกหัด? แล้วจอมเวทฝึกหัดเข้ามาถึงชั้นสามได้ยังไง?" เมื่อได้ยินดังนั้น ทั้งผู้หญิงผมสั้นและชายชุดคลุมน้ำเงินก็ถึงกับอึ้งไป
โดยเฉพาะชายชุดคลุมน้ำเงินที่เพิ่งเสียเปรียบเซธมาหมาดๆ เขาขมวดคิ้วแน่น "เซธเจ้านี่มันเสพติดการต่อสู้หรือไง? แม้แต่จอมเวทฝึกหัดก็ยังไม่เว้น"
"จะว่าไป ฉันยังไม่เคยเห็นจอมเวทฝึกหัดมาสู้กันที่นี่เลยนะ บางทีไอ้เด็กนี่อาจจะมีดีอะไรอยู่บ้างก็ได้?" ชายร่างผอมสูงพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ
ทว่ากลับได้ยินเสียงผู้หญิงผมสั้นแค่นหัวเราะเยาะ "อย่าล้อเล่นน่า..."
ระดับขั้นของจอมเวทนั้นมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ทุกครั้งที่ควบคุมระดับวงแหวนได้เพิ่มขึ้น นั่นหมายความว่าบ่อพลังเวท พลังควบคุมทางจิต และกลยุทธ์ทางเวทมนตร์ได้ก้าวขึ้นไปอีกระดับหนึ่งแล้ว
การปะทะกันภายใต้ช่องว่างขนาดนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับกระต่ายสู้กับเหยี่ยว มีแต่จะจบลงด้วยความพ่ายแพ้อย่างย่อยยับเท่านั้น