- หน้าแรก
- พลิกโลกเวทมนตร์เสื่อมสลายด้วยมานาไร้ขอบเขต
- บทที่ 21 เพื่อนร่วมทีมที่พึ่งพาได้
บทที่ 21 เพื่อนร่วมทีมที่พึ่งพาได้
บทที่ 21 เพื่อนร่วมทีมที่พึ่งพาได้
หาง... หางงั้นเหรอ!?
อีไลเพิ่งจะมองเห็นชัดๆ ว่าด้านหลังของซิลินมีหางปุกปุยลายจุดสีดำลากยาวอยู่ด้วย!
เธอเป็นเผ่ามนุษย์สมิงงั้นเหรอ? ไม่รู้ว่าเป็นสายเลือดของสัตว์ป่าชนิดไหนกัน...
ส่วนลินน์ก็แอบทิ้งระยะห่างจากซิลินเล็กน้อยอย่างแนบเนียน
ความรู้สึกของเขาใกล้เคียงกับอีไลมาก เพราะหลังจากข้ามมิติมา นอกจากซิลินที่อุตส่าห์แวะไปเยี่ยมเขาที่โรงแรมไอริสหนึ่งครั้ง เขาก็ยังไม่ได้ใช้เวลาร่วมกับเพื่อนร่วมทีมทั้งสามคนนี้มากนัก
ตามความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ทั้งสามคนนี้รู้จักกับพ่อของเขามานานแล้ว และหลังจากที่แม่ด่วนจากไป พ่อก็เสียชีวิตด้วยอาการป่วย เจ้าของร่างเดิมจึงนำจดหมายที่พ่อเขียนด้วยลายมือตัวเอง เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมายังเมืองเคอลินจนได้พบกับทั้งสามคน
นั่นก็หมายความว่า ทั้งสามคนนี้ล้วนเป็นผู้ใหญ่ที่อาวุโสกว่าเขาทั้งสิ้น...
เมื่อเห็นลินน์ก้มหน้าไม่พูดไม่จา แววตาของซิลินก็ฉายแววขบขันขึ้นมาเล็กน้อย ในใจก็คิดว่าเด็กหนุ่มคนนี้ช่างหยอกไม่ขึ้นเสียจริง
เธอก้มลงหยิบหอกยาวที่วางพิงอยู่ข้างเก้าอี้ขึ้นมา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเกียจคร้าน "ตามฉันมาสิ ฉันจะพาพวกนายไปหาสองคนนั้น"
บาร์นักพนันมีขนาดใหญ่กว่าที่ลินน์คิดไว้มาก ซิลินพาพวกเขาเดินอ้อมกลุ่มคนที่กำลังดื่มเหล้าส่งเสียงดังเอะอะ ก่อนจะมุดเข้าไปในประตูบานเล็กที่ไม่สะดุดตาทางฝั่งขวาซึ่งมีม่านผ้าฝ้ายหนาหนักแขวนไว้
เสียงโหวกเหวกโวยวายชวนดื่มเหล้าเปลี่ยนเป็นบรรยากาศอีกแบบในทันที เสียงเขย่าลูกเต๋าดังกรุ๊งกริ๊งปะปนไปกับเสียงหัวเราะและเสียงด่าทอ
ที่นี่คือคาสิโนขนาดเล็ก
ลูกเต๋า ไพ่ รูเล็ต... ผู้คนที่กำลังหมกมุ่นต่างกำชิปไว้ในมือ เบียดเสียดกันอยู่หน้าโต๊ะต่างๆ ส่วนกระเป๋าใส่เศษเงินก็แทบจะไร้การระวังตัว
พอดีกับที่มีฮาล์ฟลิ่งร่างปราดเปรียวคนหนึ่งเดินปะปนอยู่ในฝูงชน สีหน้าของเขาแตกต่างจากพวกนักพนันที่กำลังหมกมุ่นอย่างสิ้นเชิง สายตาของเขามักจะจดจ้องไปที่กระเป๋าเสื้อของคนเหล่านั้นอยู่เสมอ
ในที่สุด เขาก็เล็งเป้าไปที่ชายวัยกลางคนคนหนึ่งซึ่งกำลังจดจ่ออยู่กับ 'เกมกัดหนู' ตรงหน้า ในจังหวะที่ชายคนนั้นกำลังจ้องเขม็งไปที่หนูสีเทาซึ่งตัวเองลงพนันไว้กำลังพุ่งกัดกระชากหนูของฝ่ายตรงข้าม เขาก็ยื่นมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุมของอีกฝ่าย
หมับ
มือที่ทาเล็บสีแดงสดข้างหนึ่งคว้าข้อมือของเขาไว้ ด้วยเรี่ยวแรงมหาศาลจนน่าตกใจ
เส้นเลือดดำปูดโปนบนหน้าผากของฮาล์ฟลิ่ง เขาหันขวับเตรียมจะด่าทอ แต่กลับต้องชะงักเมื่อเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนนั้น
"ซิลิน? เธอไม่ดื่มเหล้าของเธอดีๆ มาจับฉันทำไมเนี่ย?"
จากนั้น ชายร่างเตี้ยที่หน้าตาดูอยู่กึ่งกลางระหว่างความเป็นผู้ใหญ่กับวัยรุ่น แถมยังมีคิ้วดกหนาจนน่าประหลาดใจคนนี้ ก็มองเห็นลินน์กับอีไลที่อยู่ด้านหลังของซิลิน
ใบหน้าของเขาเผยรอยยิ้มประหลาดใจระคนดีใจในทันที ก่อนจะสลัดหลุดจากการจับกุมของซิลินได้ในพริบตา แล้วรีบพุ่งเข้ามาหาลินน์
"ในที่สุดนายก็หายดีแล้วเหรอ? ถ้านายยังไม่ลุกขึ้นมาอีก ฉันคงลืมไปแล้วว่านายหน้าตาเป็นยังไง!"
เขาเอ่ยกับลินน์อย่างกระตือรือร้น เดิมทีตั้งใจจะเลียนแบบพวกคนตัวสูงโดยการเอื้อมมือไปตบไหล่เพื่อนร่วมทีม แต่เพราะส่วนสูงที่จำกัดอย่างหนัก จึงทำได้แค่หดมือกลับไปอย่างเก้อเขิน
ลินน์พยักหน้ายิ้มๆ "เลียม ไม่เจอกันนานเลยนะ นายเสียพนันจนหมดตัวอีกแล้วใช่ไหม ถึงได้เริ่มขโมย..."
ยังไม่ทันที่คำว่า 'ขโมย' จะหลุดออกจากปาก เลียมก็ยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปาก แล้วส่งเสียง 'ชู่ว' ดังๆ ออกมา
จากนั้นเขาก็ขยับเข้าไปใกล้ลินน์แล้วกระซิบว่า "อย่าพูดคำนี้ในคาสิโนสิ ไม่งั้นทุกคนจะสงสัยฉันเอานะ!"
ในฐานะฮาล์ฟลิ่งที่เป็นโร้ก หากมีใครของหายในสถานที่แห่งใดแห่งหนึ่ง เขาจะต้องตกเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับแรกอย่างแน่นอน
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้บริสุทธิ์ผุดผ่องก็เถอะ
ลินน์เองก็ไม่อยากจะหมกมุ่นอยู่กับหัวข้อนี้ จึงผายมือไปทางอีไลแล้วแนะนำตัวว่า
"พวกเรามีงานใหญ่แล้วนะ คุณผู้หญิงท่านนี้คือผู้ว่าจ้าง รายละเอียดไว้รอคนครบก่อนค่อยว่ากัน"
จากนั้นเขาก็กวาดสายตามองไปรอบๆ เพื่อพยายามหาเพื่อนร่วมทีมคนที่สาม
เลียมเอ่ยเตือนว่า "อูร์ชิไม่ได้อยู่ที่นี่หรอก" จากนั้นก็ชี้ไปด้านหลัง "เขาอยู่อีกห้องนึง"
ยังมีอีกห้องเหรอ? ลินน์ถึงกับพูดไม่ออก ธุรกิจที่บาร์แห่งนี้เปิดให้บริการช่างกว้างขวางเสียจริง...
พวกเขาเดินผ่านประตูบานเล็กอีกบานหนึ่ง ประสบการณ์ในครั้งนี้แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ภายในห้องเงียบสงัดผิดปกติ
แต่อากาศกลับขุ่นมัว ราวกับเป็นห้องสูบบุหรี่ที่ปิดทึบ มีควันลอยฟุ้งอยู่ภายใต้แสงไฟสลัว
"นี่มันกลิ่นของหญ้าราแมนนี่นา..." ลินน์ได้ยินอีไลพึมพำเบาๆ
เผ่ามนุษย์สมิงอย่างซิลินเดินแกว่งหางเสือดาวไปพลาง เมื่อได้ยินดังนั้นก็ก้มหน้าลงมาเอ่ยแซว "แหม คุณหนูช่างรู้จักหาความสุขใส่ตัวจังเลยนะ"
"เปล่านะ ฉันไม่ได้ทำ" อีไลรีบแก้ตัว "ฉันแค่เคยเห็นพวกเขาจับกลุ่มสูบกันตามงานสังคมบางงานน่ะ..."
ลินน์ย่อมเข้าใจดีว่า 'งานสังคม' ที่เธอพูดถึง ก็คืองานเลี้ยงของพวกขุนนางชั้นสูง
ดูเหมือนว่าไม่ว่าจะเป็นคนชนชั้นไหน ก็ล้วนมีด้านที่เสื่อมทรามกันทั้งนั้น
แต่ในตอนนี้เขากลับรู้สึกแปลกใจ เพราะตามความทรงจำ เพื่อนร่วมทีมคนสุดท้ายอย่างอูร์ชิไม่ใช่พวกติดยาเลยนี่นา
ตรงกันข้าม ในความทรงจำ หมอนั่นเป็นคนที่มีนิสัยเย็นชา มีเหตุผล และรู้จักยับยั้งชั่งใจเป็นอย่างมาก
ก๊าซฉุนที่ระเหยออกมาหลังจากการเผาไหม้หญ้าราแมนจำนวนมากรวมตัวกันเป็นหมอกควันที่ยากจะจางหาย
โชคดีที่ก๊าซชนิดนี้ไม่มีฤทธิ์เสพติดนอกจากกลิ่นที่ฉุนจมูก แต่ผงสีเทาขาวหลังจากการเผาไหม้ต่างหากที่สามารถทำให้ผู้เสพตกอยู่ในภาพลวงตาอันรุนแรงได้
ตามที่ลินน์รู้มา แม้แต่ในหมู่จอมเวทบางกลุ่มก็ยังนิยมใช้ภาพลวงตาจากหญ้าราแมนแทนการทำสมาธิฝึกฝน
ส่วนผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรนั้น เขาก็ไม่อาจล่วงรู้ได้
หลังจากเดินผ่านม่านหมอกหนาทึบ ในที่สุดทั้งสี่คนก็มาถึงส่วนที่ลึกที่สุด แล้วมองเห็นเงาร่างหนึ่งนั่งตัวตรงอยู่ตรงมุมห้อง
ชายวัยกลางคนผิวซีดเผือด ใบหน้าคมเข้ม ในขณะที่เขามองเห็นพวกของลินน์ทั้งสี่คน บนใบหน้าของเขายังคงหลงเหลือรอยยิ้มบิดเบี้ยวที่ยังไม่จางหายไปจนหมด
รวมถึง... อีไลกะพริบตาปริบๆ เมื่อกี้เธอตาฝาดไปหรือเปล่าที่เห็นเขาคู่หนึ่งปรากฏขึ้นบนหน้าผากของชายคนนี้เพียงชั่วพริบตา?
อีไลรู้สึกกระสับกระส่าย แต่ความทรงจำอันเป็นเลิศของจอมเวทบอกเธอว่านั่นคือเขาจริงๆ เป็นเขาคู่หนึ่งที่ดูใหญ่โตเกินจริงและไม่น่าจะใช่ของสิ่งมีชีวิตทั่วไป
หรือว่าคนคนนี้จะเป็นปีศาจ? หรือว่าจะเป็นมนุษย์ปีศาจที่ถูกปีศาจครอบงำ?
หากเป็นอย่างแรก เธอคงอยากจะวิ่งหนีไปแล้ว
"ไม่ต้องห่วงหรอก" ลินน์สังเกตเห็นความผิดปกติของอีไล จึงอธิบายให้เธอฟังเบาๆ ว่า "อูร์ชิเป็นมนุษย์นะ แถมยังเป็นคนดีด้วยซ้ำ"
จนกระทั่งตอนนี้ อูร์ชิถึงได้ลุกขึ้นยืน ดูเหมือนเขาจะไม่ค่อยพอใจนักที่ถูกพวกเขารบกวน จึงเอ่ยถามขึ้นมาว่า "อุตส่าห์มาหาฉันถึงที่นี่ มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่า?"
ซิลินก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบแขนของอูร์ชิ "ทำไมล่ะ ไม่มีเรื่องด่วนก็มาหานายไม่ได้เหรอ?"
ฮาล์ฟลิ่งอย่างเลียมไอค่อกแค่กเพราะสำลักควัน ก่อนจะบ่นกับเขาว่า "ที่นี่มันเสื่อมโทรมเกินไปแล้วนะ มีแค่นายคนเดียวนั่นแหละที่ชอบมาหมกตัวอยู่ในที่แบบนี้ตอนว่างๆ!"
อูร์ชิเอ่ยด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ "พวกนายคนนึงก็เป็นไอ้ขี้เมาบ้ากาม อีกคนก็เป็นผีพนันหัวขโมย ยังจะมีหน้ามาว่าที่ของฉันเสื่อมโทรมอีกเหรอ?"
เลียมผู้หน้าหนาปัดป้องคำประชดประชันของอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะหันไปชี้ลินน์กับอีไล "การฝึกฝนช่วงนี้เสร็จแล้วใช่ไหม? พวกเราควรจะออกไปทำภารกิจกันได้แล้ว หรือว่านายจะเสพติดควันหญ้าราแมนเข้าให้แล้ว?"
...
ถนนหยาดน้ำค้าง ภายในบ้านเช่าของพวกซิลินทั้งสามคน
ในห้องนั่งเล่นที่กว้างขวาง พวกเขานั่งล้อมวงกันที่โต๊ะยาว
เลียมยกอาหารที่ควันกรุ่นออกมาจากเตาอบในครัว
"มาแล้ว อาหารจานเด็ดของฉัน 'พายปลามังกรในฝัน'!"
ทันทีที่สายตาของลินน์มองไปที่จาน ใบหน้าของเขาก็แทบจะกลายเป็นสีเขียว
บนแป้งพายแผ่นใหญ่ที่อบจนเหลืองกรอบ มีหัวปลาเค็มนับสิบหัวเบิกตาโพลงจ้องมองมาที่เขา
นี่มัน 'พายเงยหน้ามองฟ้า' ที่มาจากประเทศแถบมหาสมุทรในชาติก่อนของเขาไม่ใช่หรือไง!
ยังไม่ทันที่เขาจะดึงสติกลับมาจากความตกตะลึงที่ได้เห็นอาหารนรกอีกครั้ง ซิลินก็ยื่นมือไปหยิบหัวปลาเค็มสองหัวขึ้นมาเคี้ยวกร้วมๆ เข้าปากไปแล้ว
สัตว์ตระกูลแมวชอบกินปลาขนาดนี้เลยเหรอ?
ลินน์จ้องมองซิลินกินด้วยสายตาเหม่อลอย รู้สึกปวดหนึบๆ ในกระเพาะ หางตาพลันเหลือบไปเห็นอูร์ชิผู้มีใบหน้าซีดเซียวที่กำลังจ้องเขม็งมาที่เขาพร้อมกับมุมปากที่บิดเบี้ยวเล็กน้อย
เอ่อ อูร์ชิหมอนี่ชอบอารมณ์ด้านลบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เห็นบอกว่ามันช่วยให้เขาฝึกฝนได้...
หรือว่าแม้แต่อาการปวดกระเพาะเขาก็ชอบงั้นเหรอ?
"เอาล่ะๆ" เลียมถอดผ้ากันเปื้อนออก แล้วพูดเสียงดังว่า "ปาร์ตี้ของพวกเราไม่ได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้มาตั้งนานแล้ว ได้ยินมาว่าคราวนี้ลินน์ไม่เพียงแต่จะหายดีแล้ว แต่ยังเอาภารกิจใหญ่มาให้พวกเราด้วย!"
พูดจบเขาก็มองไปทางลินน์ เป็นสัญญาณให้เขาพูดต่อ
ลินน์ขยับตัวนั่งหลังตรงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า
"ทุกคน ก่อนอื่นผมขอแนะนำผู้ว่าจ้างในภารกิจนี้ของพวกเราให้รู้จักก่อน คุณหนูอีไล เฟรย์!"