เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 พักโรงแรมเดียวกัน

บทที่ 11 พักโรงแรมเดียวกัน

บทที่ 11 พักโรงแรมเดียวกัน


"ลินน์ พวกเราช่วยเขาไม่ได้จริงๆ เหรอ?" หลังจากออกจากสมาคมนักผจญภัย อีไลก็ถามขึ้นอย่างไม่ยอมตัดใจ

ความเห็นใจของเธอเป็นเรื่องสมเหตุสมผล เกรย์แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทและตั้งใจทำงานเพื่อใช้ชีวิตมาตลอด มากพอที่จะทำให้ผู้คนที่ไม่ค่อยเป็นศัตรูกับเผ่ามนุษย์สัตว์เปลี่ยนมุมมองที่มีต่อเขาได้

"เรื่องนี้มันเกินขอบเขตความสามารถของผมไปแล้ว ดูเหมือนสมาคมนักผจญภัยกับสมาคมเวทมนตร์จะไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่นะ บางทีลูกสาวท่านเจ้าเมืองอาจจะช่วยเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยให้ได้มั้ง?" ลินน์ยิ้มพลางชำเลืองมองอีไล

คุณหนูตระกูลขุนนางเบ้ปากอย่างไม่ห่วงภาพลักษณ์พลางเอ่ยด้วยความผิดหวังเล็กน้อย "พ่อฉันไม่มีทางยอมให้ฉันเอาชื่อตระกูลเฟรย์ไปยุ่งกับเรื่องพวกนี้หรอก..."

ลินน์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า "บางทีพวกเราอาจจะรออีกสักสองสามวันเพื่อดูสถานการณ์ก่อน ถ้าเกรย์ถูกใส่ร้ายจริงๆ ถึงตอนนั้นเราค่อยไปหาคุณบาร์ตันก็ยังไม่สาย"

พอได้ยินเขาพูดแบบนั้น อีไลก็อารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง

"งั้นพวกเราแยกกันตรงนี้เลยไหม?" ลินน์ชี้ไปที่ปลายถนนฝั่งหนึ่ง เป็นการบอกใบ้ว่าตัวเองจะกลับทางนั้น

อีไลกะพริบตา "ทำไมต้องแยกกันด้วยล่ะ คุณรับปากว่าจะไปเป็นเพื่อนฉันตามหาเพื่อนไม่ใช่เหรอ?"

เธอสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างอย่างเฉียบแหลม "นี่คุณคิดจะเบี้ยวเหรอ!?"

ลินน์คิดจะเบี้ยวจริงๆ นั่นแหละ หลังจากรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองเจอเมื่อตอนเช้าคือมอนสเตอร์ระดับสามดาว เขาก็รู้สึกหวาดกลัวย้อนหลังอยู่บ้าง

ป่าเสียงกระซิบอันตรายกว่าที่คิดไว้มาก เขาไม่ใช่คนที่ไม่รู้จักประเมินความสามารถของตัวเองหรอกนะ

"ถ้าคุณไม่ตกลง ฉันก็จะตามคุณไปตลอด ไม่ไปไหนทั้งนั้น!" อีไลกอดคทาเวทเดินบีบเข้าไปหาลินน์ พวงแก้มของเธอพองลมขึ้นเล็กน้อยเหมือนแฮมสเตอร์ที่กำลังโกรธ

"..."

ตกค่ำ ณ โรงแรมไอริส บริเวณหน้าเคาน์เตอร์

"รบกวนเปิดห้องให้คุณผู้หญิงคนสวยท่านนี้ห้องหนึ่งครับ ขอเป็นห้องที่ติดกับห้องหมายเลข 11 นะครับ"

ลินน์บอกกับพนักงานต้อนรับแบบนั้น ห้องหมายเลข 11 คือห้องของเขา เจ้าของร่างเดิมเห็นแก่ส่วนลดเลยเหมาจ่ายค่าห้องพักที่นี่รวดเดียวหนึ่งเดือนเต็ม จนถึงวันนี้เพิ่งจะผ่านไปแค่ 9 วันเท่านั้น

เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงไม่ไปเช่าบ้านอยู่เอาล่ะ? ในเมืองเคอลินก็น่าจะมีบ้านเช่าอยู่ไม่น้อยไม่ใช่หรือไง?

บ้านไหนเขาพักอยู่โรงแรมกันทุกวัน!

นั่นทำให้ก่อนหน้านี้เขามีปัญหาทางการเงินอย่างหนัก แต่ตอนนี้น้ำหนักของถุงเงินในอกเสื้อก็ทำให้เขารู้สึกอุ่นใจขึ้นมาก

ลินน์ล้วงเหรียญเงินออกมาสองเหรียญ นี่คือค่าที่พักหนึ่งวันของโรงแรมไอริส

"ไม่ต้องให้คุณจ่ายหรอก!" อีไลปัดมือเขาออกทันที เธอเคาะปลายคทาเวทลงบนฝ่ามือเบาๆ แล้วเทเหรียญเงินออกมาหลายเหรียญ

ผมลืมไปได้ยังไง ลูกสาวท่านเจ้าเมืองจะขาดแคลนเงินได้ยังไงล่ะ? ลินน์หัวเราะเยาะตัวเอง

อีไลยังคงโกรธเรื่องที่เขาคิดจะทิ้งเธอไปอยู่ ในสายตาของเด็กสาว นี่มันคือการทรยศหักหลังกันชัดๆ

อุตส่าห์ไว้ใจลินน์ขนาดนั้นเชียวนะ!

"ครับๆๆ คุณหนู ผมผิดไปแล้ว แต่ยังไงก็ต้องกินข้าวให้ดีๆ หน่อยไหม? หรือว่าจะต้องให้ผมป้อนคุณด้วย?"

พวกเขาไม่ได้กินอะไรดีๆ มาทั้งวัน ประกอบกับลินน์เพิ่งได้ลาภลอยก้อนโตมาหมาดๆ ก็เลยขอใช้จ่ายอย่างหรูหราสักหน่อย

ภายในโรงแรม บนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยอาหารหน้าตาดูดีน่ารับประทาน

สเต็กหมูป่าย่าง เห็ดสนทอดเนย ไก่ตุ๋นน้ำผึ้ง ซุปครีมเห็ด... ส่วนอาหารจานหลักก็คือขนมปังกระเทียมแบบแท่งที่เปลือกนอกกรุบกรอบ

มื้อนี้อร่อยสุดยอด แถมยังใช้เงินไปแค่ 6 เหรียญเงินเท่านั้น

นี่ผมใช้คำว่า 'แค่' อย่างนั้นเหรอ? ผมเริ่มเหลิงเกินไปแล้วหรือเปล่า ไม่ได้สิ เงินพวกนี้ยังต้องเอาไปใช้ทำอย่างอื่นอีก... ลินน์ดึงสติกลับมาพิจารณาตัวเองอย่างเด็ดขาด

ในโรงแรมมีห้องอาบน้ำรวม ลินน์อาบน้ำร้อนอย่างสดชื่นแล้วเปลี่ยนไปใส่เสื้อผ้าที่สะอาดสะอ้าน

ข้าวของของเขาล้วนถูกเก็บไว้ในห้องนี้ ส่วนของมีค่า... ก่อนหน้านี้เขาไม่มีของมีค่าอะไรเลยต่างหากล่ะ

แต่จู่ๆ ตอนนี้ก็มีเงินก้อนโต ลินน์จึงตระหนักถึงความสำคัญของการเก็บรักษาของเป็นครั้งแรก

ถ้าผมมีไอเทมเวทมนตร์ที่สะดวกแบบอีไลบ้างก็คงดี เขานึกถึงภาพตอนที่อีไลเทเหรียญเงินออกมาจากคทาเวท แล้วก็รู้สึกประหลาดใจที่คทาเวทนั่นสามารถเก็บของได้ด้วย

ไอเทมเวทมนตร์กักเก็บของนั้นล้ำค่ามาก ลินน์ทอดถอนใจเงียบๆ มีเงินนี่มันดีจริงๆ

สกุลเงินที่ใช้หมุนเวียนในชีวิตประจำวันของโลกนี้คือเหรียญทองแดงและเหรียญเงิน ส่วนเหรียญทองจะต้องไปแลกที่ธนาคารโดยเฉพาะ

ตอนนี้เขายังเหลือเงิน 214 เหรียญเงิน กับอีก 27 เหรียญทองแดง สำหรับชาวบ้านทั่วไป นี่ถือเป็นทรัพย์สินที่ไม่น้อยเลยทีเดียว

ลินน์ตัดสินใจว่าพรุ่งนี้จะแวะไปที่ร้านขายไอเทมเวทมนตร์ เพื่อซื้อของวิเศษที่จำเป็นสักหน่อย

แล้วก็จะถือโอกาสเอาชิ้นส่วนมอนสเตอร์พวกนั้นไปขายด้วย ตอนนี้เขายังไม่ต้องใช้มัน

ลินน์นั่งขัดสมาธิบนเตียงแล้วเรียก 'คัมภีร์เวทต้นกำเนิด' ออกมา

ภายในคัมภีร์สามารถตรวจสอบเวทมนตร์ทั้งหมดที่เขามีในตอนนี้ได้

ทริคเวทมนตร์วงแหวนศูนย์มีทั้งหมด 4 ชนิด ได้แก่ ลูกศรเพลิง, เวทแสงสว่าง, คลื่นพลังเวท และหัตถ์จอมเวท

ส่วนเวทมนตร์วงแหวนที่หนึ่งมี 'วงแหวนน้ำแข็ง' และ 'ก้าวพริบตา'

การเรียนรู้เวทมนตร์หลังจากนี้ ทางที่ดีควรเป็นประเภทป้องกันหรือไม่ก็ประเภทควบคุม เพื่อที่จะได้รับมือกับสถานการณ์ที่ซับซ้อนกว่านี้ได้...

ลินน์ถอนหายใจออกมาเบาๆ

หลังจากผ่านการโดนจู่โจมเมื่อตอนเช้า เขาก็ยิ่งตระหนักถึงความแข็งแกร่งที่ไม่เพียงพอของตัวเอง

ตอนนี้ผมยังเป็นแค่จอมเวทฝึกหัด

'คัมภีร์เวทต้นกำเนิด' ทำให้ผมมีพลังเวทที่แข็งแกร่งเหนือกว่าจอมเวทในระดับเดียวกัน แต่นั่นก็ไม่เพียงพอที่จะกลบช่องว่างระหว่างระดับได้

บางที คงต้องลองพยายามเรียนรู้เวทมนตร์วงแหวนที่สองดูบ้างแล้ว...

หนังสือเวทมนตร์วงแหวนที่สองคุณภาพต่ำสุดยังราคาตั้ง 10 เหรียญทอง... อืม หวังว่าครั้งหน้าที่คัมภีร์เวทต้นกำเนิดอัปเกรดจะสุ่มได้เวทมนตร์วงแหวนที่สองมาฟรีๆ นะ

ลินน์รู้สึกว่าในอนาคตยังต้องเดินไปอีกไกล การเรียนรู้เวทมนตร์วงแหวนที่สองเพื่อกลายเป็นจอมเวทขั้นต้น ถึงจะนับว่าหลุดพ้นจากช่วง 'มือใหม่' และก้าวไปสู่ระดับมืออาชีพอย่างเบื้องต้น

ส่วนก้าวที่ไกลกว่านั้นอย่างระดับอาวุโส สายอาชีพก็จะมีการแบ่งแยกย่อยที่ชัดเจนขึ้น ตัวอย่างเช่น จอมเวทจะเลือกกลายเป็นจอมเวทรักษา จอมเวทอาร์เคน หรือไม่ก็จอมเวทธาตุ และอื่นๆ อีกมากมาย ตามพรสวรรค์และทิศทางการศึกษาค้นคว้าของตัวเอง...

ส่วนสายอาชีพนักรบ ก็จะแบ่งตามอาวุธที่ใช้ อย่างนักรบเผ่ามนุษย์สัตว์อย่างเกรย์ ก็เป็นนักรบโล่ดาบที่มือหนึ่งถือดาบมือหนึ่งถือโล่ สายอาชีพประเภทนี้มีความสมดุลด้านความสามารถมาก ทั้งรุกและรับครบเครื่อง

แน่นอนว่า การแบ่งสายอาชีพก็อาจจะเกิดขึ้นก่อนเวลาได้เหมือนกัน อย่างเช่นอีไล เธอคงจะปลุกพรสวรรค์เวทมนตร์รักษาขึ้นมาได้ก่อนกำหนด ซึ่งนี่ถือเป็นกรณีที่หาได้ยากสุดๆ

ช็อตเงินจริงๆ เลยแฮะ บางทีผมอาจจะควรรับคำไหว้วานของอีไลดีไหม? ลินน์เริ่มเอนเอียงไปบ้างแล้ว

"ก๊อก ก๊อก ก๊อก—" จู่ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูดังมาจากหน้าห้อง

ลินน์เกิดความระแวดระวังขึ้นมาทันที เขาขยับไปที่หน้าต่างแล้วมองลงไปด้านล่าง ความสูงระดับชั้นสองยังพอรับได้

"ใครครับ?"

เสียงที่คุ้นเคยดังมาจากนอกประตู "ฉันเอง อีไล"

ดึกป่านนี้แล้ว เธอมาทำอะไรกัน?

ลินน์ร่ายมนตร์ คลื่นโปร่งใสสั่นกระเพื่อมออกมารอบตัว

คลื่นพลังเวทสามารถใช้ตรวจสอบสิ่งรอบตัวได้ หากรอบๆ นี้มีเจตนาร้ายที่สัมผัสถึงจิตวิญญาณของเขาอยู่ เขาก็จะสามารถรับรู้ได้เล็กน้อย

ไม่มีเจตนาร้าย...

"คุณกำลังทำอะไรอยู่?" จู่ๆ อีไลก็ถามขึ้นมา จากนั้นก็หยุดชะงักไปประมาณสองวินาทีแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก "อ๊ะ ขอโทษที ฉันมารบกวนคุณ งั้นพรุ่งนี้ฉันค่อยมาหาคุณใหม่นะ!"

...นี่เธอเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่าเนี่ย?

ลินน์เดินทำหน้าเซ็งไปเปิดประตู เธอเพิ่งจะหันหลังกลับไป พอได้ยินเสียงก็เลยหันหน้ากลับมา

เด็กสาวฮาล์ฟเอลฟ์สวมชุดคลุมนอนผ้าไหมสีขาวซึ่งรัดรูปให้เห็นส่วนโค้งเว้าลางๆ ชายกระโปรงเผยให้เห็นช่วงน่องขาวเนียน สวมรองเท้าแตะขนฟูสีชมพู เรือนผมสีน้ำตาลอ่อนที่ยังกึ่งเปียกกึ่งแห้งปรกลงมาบนบ่า นัยน์ตาสีเขียวฉายแววประหลาดใจ

นี่มันชุดใส่อยู่บ้านของเด็กผู้หญิงแบบไหนกัน? เธอมาพักร้อนหรือไง?

ลินน์เปิดประตูให้กว้างขึ้นอีกนิด "เข้ามาสิ"

จบบทที่ บทที่ 11 พักโรงแรมเดียวกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว