- หน้าแรก
- พลิกโลกเวทมนตร์เสื่อมสลายด้วยมานาไร้ขอบเขต
- บทที่ 5 ตระกูลเฟรย์?
บทที่ 5 ตระกูลเฟรย์?
บทที่ 5 ตระกูลเฟรย์?
ลินน์รู้สึกถึงความผิดปกติทันที เขารีบตรวจสอบดู และพบว่ามีบาดแผลหลายรอยบนไหล่ของอีไลจริงๆ
มอนสเตอร์ดูดเวทในฐานะมอนสเตอร์ระดับสองดาวนั้นมีความแข็งแกร่งไม่เบา ตอนที่ดิ้นรนหนีออกจากวงล้อมเมื่อครู่ บนร่างของเขาก็มีบาดแผลปรากฏขึ้นไม่น้อยเช่นกัน แม้ว่าจะเป็นเพียงบาดแผลภายนอกที่ค่อนข้างตื้น แต่ในตอนนี้ปากแผลกลับกลายเป็นสีม่วงคล้ำไปแล้ว
นี่คือผลลัพธ์ของพิษที่แฝงมากับการโจมตีของมอนสเตอร์ดูดเวท ซึ่งสามารถเร่งการแยกตัวของพลังเวทได้
หากผู้ใช้เวทที่พลังเวทเหลือติดก้นบึ้งโดนพิษชนิดนี้เข้าไป ก็จะเข้าสู่สภาวะ “พลังเวทเหือดแห้ง” อย่างรวดเร็ว ไม่เพียงแต่จะตกอยู่ในอาการโคม่าขั้นรุนแรงเท่านั้น แต่ยังสร้างความเสียหายที่ไม่อาจฟื้นฟูได้ให้กับผู้ใช้เวท ถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิตเลยทีเดียว
จอมเวททั้งสามคนเมื่อครู่นี้ก็เป็นเพราะใช้พลังเวททั้งหมดไปกับการกำจัดมอนสเตอร์ผลึก จนไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้านการโจมตีของมอนสเตอร์ดูดเวทโดยสิ้นเชิง
แต่ในตอนนี้ลินน์มีพลังเวทเหลือเฟือมาก จึงไม่ได้หวาดกลัวพิษชนิดนี้เลย
ทว่าสำหรับอีไลนั้นต่างออกไป...
เธอเพิ่งจะใช้เวทมนตร์รักษาที่ผลาญพลังเวทไปอย่างมหาศาล และเพื่อช่วยให้พวกเขาหลบหนี เธอยังใช้เวทมนตร์วงแหวนที่หนึ่งไปอีก...
ลินน์สังเกตเห็นว่า บาดแผลบนไหล่ของอีไลเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ มีผลึกขนาดเล็กสีน้ำเงินอมม่วงผุดออกมาอย่างต่อเนื่อง
ในขณะเดียวกัน บนผิวขาวเนียนที่เผยให้เห็นของเธอก็เริ่มมีลวดลายสีม่วงเข้มปรากฏขึ้นมาเป็นสาย
นี่คือลางบอกเหตุของสภาวะพลังเวทเหือดแห้ง
จิ๊... ลินน์กัดฟันกรอด ดูเหมือนว่าผลลัพธ์การฟื้นฟูจากคทาเวทมนตร์จะถูกพิษสะกดเอาไว้จนหมดสิ้นแล้ว
ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ยังไม่ทันที่พิษจะสลายไป อีไลก็คงตกอยู่ในสภาวะพลังเวทเหือดแห้งขั้นรุนแรงเสียก่อน
ลินน์รีบค้นดูกระเป๋าใบเล็กที่อีไลสะพายไว้ตรงเอวอย่างร้อนรน
ขนมปัง ลูกอม กระจกบานเล็ก... พี่สาว นี่เธอมาปิกนิกฤดูใบไม้ผลิในป่าหรือไง? โพชั่นพลังเวทล่ะ? ทำไมถึงไม่พกโพชั่นพลังเวทมาเลยสักขวดล่ะ!
ผู้ใช้เวทที่มีประสบการณ์จะต้องเตรียมโพชั่นพลังเวทเอาไว้หนึ่งขวด เพื่อป้องกันสถานการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ในเวลานี้จะรีบกลับไปซื้อยาที่เมืองเคอลินก็คงไม่ทันการณ์แล้ว...
สมองของเขาทำงานอย่างรวดเร็ว พยายามค้นหาวิธีการที่เหมาะสมจากความทรงจำ
โชคดีที่เจ้าของร่างเดิมอ่านหนังสือสะเปะสะปะมาตั้งมากมาย จึงทำให้เขาค้นพบวิธีเถื่อนๆ ขึ้นมาวิธีหนึ่งจริงๆ
การถ่ายเทพลังเวทงั้นเหรอ? วิธีนี้ค่อนข้างรุนแรง การบังคับถ่ายเทพลังเวทจำนวนมากลงไปในร่างของอีกคนหนึ่ง ก็จะสามารถช่วยฟื้นฟูพลังเวทให้กับเขาได้บ้าง
สาเหตุที่ไม่ได้รับการยอมรับและไม่เป็นที่นิยมใช้อย่างแพร่หลาย ก็เพราะมันสิ้นเปลืองเกินไปยังไงล่ะ!
ถ่ายเทพลังเวทเข้าไปสิบหน่วย อย่างมากก็เหลือแค่หนึ่งหน่วยเท่านั้น!
แบบนั้นสู้ไปซื้อโพชั่นพลังเวทโดยตรงเลยไม่ดีกว่าเหรอ!
ทว่า ดวงตาของลินน์พลันเป็นประกาย นี่มันวิธีที่เตรียมไว้สำหรับฉันไม่ใช่หรือไง?
ไม่ลังเลอีกต่อไป เขารีบกระตุ้นพลังเวทในร่างกายทันที
หลังจากร่ายเวทวงแหวนน้ำแข็งไปสองครั้ง และควบคุมมันอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาสักพัก พลังเวทในร่างกายของเขาก็ยังเหลืออยู่อีกราวๆ สองในสาม
ลินน์รู้สึกว่าหากแบ่งออกมาอีกสักหนึ่งในสาม ขอเพียงแค่ช่วยฟื้นฟูพลังเวทให้อีไลได้หนึ่งในสิบ เธอก็น่าจะพ้นขีดอันตรายแล้ว
การถ่ายเทพลังเวทก็เหมือนกับสถานการณ์ปกติ ผู้ใช้เวทไม่สามารถดูดซับมันได้โดยตรง... จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ในการแปลงเปลี่ยน
เขามองไปที่คทาประดับอัญมณีในมือของอีไล นึกโชคดีที่อย่างน้อยเธอก็ยังพกคทาออกมาด้วย
ขั้นตอนต่อไปคือขั้นตอนที่ยากที่สุด จะปลดปล่อยพลังเวทจำนวนมหาศาลออกจากร่างกายได้อย่างไร?
บางทีฉันอาจจะลองเริ่มจาก [วงแหวนน้ำแข็ง] ดูก็ได้ ปริมาณพลังเวทที่มันต้องการนั้นมากพอสมควร แถมความรู้ด้านเวทมนตร์ที่เกี่ยวข้องก็มีอยู่ในหัวของฉันหมดแล้ว...
ลินน์พยายามนึกถึงความรู้ในหัวไปพลาง และพยายามใช้ประโยชน์จากเวทมนตร์วงแหวนที่หนึ่งบทนี้ชักนำพลังเวทในร่างกายออกมาไปพลาง
[วงแหวนน้ำแข็ง] ไม่จำเป็นต้องร่ายคาถา แต่ต้องวาดรูปแบบเวทมนตร์ขึ้นมาในหัวเพื่อปลดปล่อยออกมา มันมีความลับลมคมนัยมากกว่า แต่ก็ยากยิ่งกว่าเช่นกัน
ก็มีแค่ลินน์ที่พอเริ่มมาก็มีความเชี่ยวชาญด้านเวทมนตร์เต็มเปี่ยมแบบนี้แหละ ถึงจะสามารถควบคุมมันได้อย่างง่ายดาย
เมื่อรูปแบบเวทมนตร์เสร็จสมบูรณ์ ผลึกน้ำแข็งเล็กๆ นับไม่ถ้วนก็รวมตัวกันอยู่รอบกาย ลินน์เกร็งไปทั้งตัว เมื่อสะสมพลังเวทเสร็จสิ้น เขาก็รีบถอนพลังจิตที่เกาะติดอยู่บนเวทมนตร์ออกทันที
ฉับพลัน เขารู้สึกราวกับว่าหัวของตัวเองถูกไม้กระบองฟาดเข้าอย่างจัง
การขัดจังหวะขั้นตอนการก่อตัวเป็นรูปร่าง ทำให้พลังธาตุน้ำแข็งแตกกระจายไปทุกทิศทุกทางในพริบตา
ลินน์ได้แต่มองดูพวกมันกลายเป็นหมอกน้ำแข็งแผ่กระจายและสลายหายไปต่อหน้าต่อตา
คทาเวทมนตร์ในมือของเขาไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองเลยแม้แต่น้อย...
ไม่ได้การ พลังเวทที่ถูกแปรสภาพไปแล้วแบบนี้ ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้เป็นครั้งที่สอง
ทว่านั่นกลับทำให้เขาคิดอะไรขึ้นมาได้
ฉันยังมีทริกวงแหวนศูนย์อย่าง [คลื่นพลังเวท] อยู่นี่นา?
นี่คือเวทมนตร์ที่ปลดปล่อยพลังเวทออกมาอย่างบริสุทธิ์ หน้าที่ของมันคือการใช้พลังเวทสร้างแรงกระเพื่อมออกมา เพื่อดึงดูดความสนใจของเพื่อนร่วมทีมในระยะที่กำหนด หรือเพื่อรับรู้ถึงสภาพแวดล้อมโดยรอบ แต่ในขณะเดียวกันก็อาจจะดึงดูดมอนสเตอร์ที่ไวต่อพลังเวทมาได้เช่นกัน
หากพิจารณาจากการจัดประเภท มันจัดอยู่ในกลุ่มเวทมนตร์สายเปลี่ยนแปลง แต่รูปแบบการร่ายเวทก็มีความคล้ายคลึงกับสายเสริมพลังอยู่บ้าง
จากประสบการณ์ที่ได้รับจากการทดลองเมื่อครู่ ลินน์จึงทำซ้ำขั้นตอนเดิมทันที
ชักนำพลังเวท ร่ายคาถาสร้างกฎเกณฑ์ จนกระทั่งถึงขั้นตอนควบคุมพลังจิต เขาก็ตัดมันลงกะทันหัน
ซี้ด— ยังดี ไม่เจ็บเท่าเมื่อกี้...
เขากัดฟันข่มความเจ็บปวด และพบด้วยความประหลาดใจว่าหลังจากที่การปลดปล่อยคลื่นพลังเวทถูกขัดจังหวะ พลังเวทต้นกำเนิดที่บริสุทธิ์เหล่านั้นก็ลอยฟุ้งอยู่รอบตัวเขา
และในฐานะตัวแปลงเปลี่ยนพลังเวท ในที่สุดคทาเวทมนตร์ก็สัมผัสได้ถึงพวกมัน อัญมณีบนยอดคทาก็ส่องแสงสว่างขึ้นมา
เยี่ยมมาก!
ลินน์มองดูอาการของอีไลอยู่เงียบๆ และเห็นว่าลวดลายสีม่วงเข้มบนผิวของเธอลดลงไปไม่น้อยจริงๆ
แต่ในตอนนี้เธอยังคงอยู่ในอาการโคม่า ใบหน้าจิ้มลิ้มที่มีแก้มยุ้ยๆ แดงระเรื่อ ราวกับคนเป็นไข้
ริมฝีปากยังขยับไปมาอยู่เป็นระยะ ราวกับกำลังพึมพำอะไรบางอย่าง
ลินน์ขยับเข้าไปใกล้เพื่อฟังให้ชัด ถึงได้ยินคำพูดขาดๆ หายๆ ไม่กี่ประโยค
“ต้อง... รีบหน่อย... การคัดเลือกของตระกูลเฟรย์... ใกล้จะถึงแล้ว... หาตัวชาร์ลอตต์...”
เฟรย์? เป็นนามสกุลที่คุ้นหูจัง... เดี๋ยวนะ เมืองหลัวอันที่เป็นที่ตั้งของเมืองเคอลิน เจ้าเมืองไม่ได้นามสกุลเฟรย์หรอกเหรอ?
ม่านตาของลินน์หดเกร็งวูบ ก้มหน้าพินิจพิจารณาเด็กสาวฮาล์ฟเอลฟ์ที่กำลังตกอยู่ในอันตรายผู้นี้อย่างละเอียด
หรือว่าเธอจะเป็นคนของตระกูลเฟรย์? นั่นมันตระกูลขุนนางที่ทรงอิทธิพลมากเลยนะ!
ลินน์ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว
ไม่ว่ายังไง เขาก็ตัดสินใจแล้วว่าจะช่วยอีไล เรื่องนี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการที่เธอจะเป็นใครมากนัก
จะให้มองดูคนตายไปต่อหน้าต่อตาโดยไม่ช่วยได้อย่างไร?
ไม่ยอมเสียเวลาอีกต่อไป ลินน์ยังคงทำตามขั้นตอนเดิมเมื่อครู่
คลื่นพลังเวทในฐานะทริก หากเทียบกับวงแหวนที่หนึ่ง ปริมาณพลังเวทที่ต้องการก็น้อยลงไปมาก เขาจึงต้องใช้มันหลายๆ ครั้งถึงจะได้ผล
คงต้องโดน ‘ดีดมะกอก’ อีกหลายรอบเลยสินะ...
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ร่างกายของเขากลับทำตามอย่างว่าง่ายโดยการร่ายคาถา พลังเวทควบแน่น พลังจิตขาดห้วง ซี้ด— เจ็บชะมัด...
ทำซ้ำไปซ้ำมาเช่นนี้ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
ลินน์รู้สึกว่าสมองของเขาแทบจะด้านชาไปหมดแล้ว
ทว่า ความรู้สึกเจ็บปวดก็ลดลงไปในแต่ละครั้ง ดูเหมือนว่าเขาจะเริ่มชินกับความทรมานแบบนี้เสียแล้ว
ในที่สุด ลวดลายบนร่างกายของอีไลก็ค่อยๆ จางหายไป และผลึกพลังเวทบริเวณบาดแผลบนไหล่ก็หยุดผุดออกมา
เธอพ้นขีดอันตรายแล้ว
ต่อจากนี้ก็แค่รอให้เธอตื่นขึ้นมา ทั้งสองคนก็จะสามารถเดินทางกลับไปยังเมืองเคอลินได้
แม้จะเผชิญกับความยากลำบากมาไม่น้อย แต่ในใจของลินน์ก็ยังรู้สึกภูมิใจในความสำเร็จอยู่พอสมควร
“ลินน์? นี่ฉัน...” เด็กสาวฮาล์ฟเอลฟ์ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา
ลินน์พยุงเธอให้ลุกขึ้น ป้อนน้ำให้เธออีกเล็กน้อย และเล่าเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นให้เธอฟังอย่างคร่าวๆ
แต่เขาละเว้นขั้นตอนโดยละเอียดที่ตนค้นพบวิธีถ่ายเทพลังเวทเอาไว้
สีหน้าของอีไลเปลี่ยนไปหลายครั้ง เมื่อได้ยินว่าลินน์ช่วยเธอไว้อีกครั้ง เธอจึงกล่าวขอบคุณเขาด้วยความจริงใจ
“ความจริงแล้ว ฉันพกโพชั่นพลังเวทมาด้วยนะ” อีไลพูดเสียงเบา เธอกุมอัญมณีบนยอดคทาไว้ในฝ่ามือ แล้วเคาะเบาๆ
โพชั่นที่ใสบริสุทธิ์ ส่องประกายสีน้ำเงินอมม่วงอ่อนๆ ปรากฏขึ้นในมือของเธอ
ลินน์ถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ เขาไม่คิดเลยว่าคทาเวทมนตร์ของอีไลจะเป็นไอเทมเวทมนตร์ประเภทเก็บของด้วย
ความยากจนช่างจำกัดจินตนาการของเขาเสียจริงๆ...
จู่ๆ อีไลก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ นัยน์ตาสีเขียวเบิกกว้างขึ้น
“เกรย์... ไม่ได้การ พวกเราต้องรีบกลับไปหาคนมาช่วยเขานะ! เขายังไม่ทันได้พาฉันไปหาเพื่อนของฉันเลย!”