- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นกรรมกร วิถีคนสู้ชีวิตแห่งเมืองเคนเดลล์
- บทที่ 23 - 4 8 10 เลือกอันไหนดี?
บทที่ 23 - 4 8 10 เลือกอันไหนดี?
บทที่ 23 - 4 8 10 เลือกอันไหนดี?
บทที่ 23 - 4 8 10 เลือกอันไหนดี?
─── 💀 ─── 𝔖𝔞𝔥𝔞ℭ𝔥𝔬𝔨𝔪𝔦𝔫𝔤𝔨𝔴𝔞𝔫 ─── 💀 ───
เมื่อเดินมาถึงหน้าโรงเตี๊ยม จ้าวจี๋เงยหน้าขึ้นมองป้ายหน้าร้าน จากความรู้ด้านตัวอักษรท้องถิ่นอันน้อยนิด เขาสามารถสะกดได้ว่าเป็น "ร้านอิ่มท้องของวอร์ตัน" แน่นอน จ้าวจี๋ย่อมรู้ดีว่าโรงเตี๊ยมแห่งนี้เป็นโรงเตี๊ยมที่มีชื่อเสียงที่สุดในท้องถิ่น และราคาค่าใช้จ่ายที่คู่ควรกับชื่อเสียงก็แพงที่สุดในท้องถิ่นเช่นกัน
เดินขึ้นบันไดไม้ไป 2-3 ขั้น ด้านข้างบันไดคือไม้ดอกไม้ประดับที่ทางโรงเตี๊ยมปลูกไว้โดยเฉพาะ แสงแดดในฤดูใบไม้ร่วงก็ไม่สามารถหยุดยั้งดอกไม้ที่แข็งแรงจากการเบ่งบานอย่างเต็มที่ได้ ประตูบานใหญ่ของโรงเตี๊ยมเปิดกว้าง จ้าวจี๋เดินตรงเข้าไปด้านใน ข้างประตูคือหน้าต่างไม้ที่เปิดกว้าง ทำให้แสงสว่างบริเวณหน้าประตูโรงเตี๊ยมดีเป็นพิเศษ จากถนนด้านนอกสามารถมองเห็นภาพรวมของโถงใหญ่ในโรงเตี๊ยมได้โดยตรง จ้าวจี๋คิดว่านี่คงเป็นความตั้งใจของเถ้าแก่โรงเตี๊ยมกระมัง พอถึงเวลาที่ลูกค้าในโรงเตี๊ยมแน่นขนัด คนที่เดินผ่านไปมาด้านนอกก็จะได้สัมผัสถึงความนิยมอันล้นหลามของโรงเตี๊ยมแห่งนี้
ในช่วงบ่ายที่ร้อนอบอ้าว โถงใหญ่ของโรงเตี๊ยมไม่มีลูกค้ามาดื่มเหล้าเลยสักคน พนักงานเสิร์ฟทั้งชายและหญิงต่างก็ทำความสะอาดกันอย่างห่อเหี่ยว เมื่อเห็นจ้าวจี๋เดินเข้ามา พวกเขากวาดสายตามองการแต่งกายของจ้าวจี๋ จากนั้นแต่ละคนก็กลับไปเช็ดโต๊ะและเติมน้ำมันตะเกียงต่ออย่างหมดอาลัยตายอยาก จ้าวจี๋เห็นว่าไม่มีใครสนใจเขา จึงเดินไปที่เคาน์เตอร์บาร์กลางโถงใหญ่ชั้นหนึ่งของโรงเตี๊ยม แล้วเคาะโต๊ะ
บาร์เทนเดอร์ที่กำลังเช็ดแก้วเหล้าทองแดงใบเล็กเงยหน้าขึ้นมองจ้าวจี๋ ก่อนจะกล่าวกับเขาว่า
"อายุของเจ้าน่ะ ยังไม่ถึงวัยที่จะดื่มเหล้าแรงๆ หรอกนะ อืม การแต่งกายก็เหมือนจะไม่ค่อยเหมาะกับการดื่มไวน์เท่าไหร่นัก สรุปว่าเจ้าต้องการอะไรล่ะ เจ้าหนู?"
บาร์เทนเดอร์คนนี้มีรูปร่างผอมสูง สวมเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายเข้ารูปที่สะอาดสะอ้าน ตรงปกเสื้อเผยให้เห็นจี้เงินที่สลักอักษรศักดิ์สิทธิ์ซึ่งจ้าวจี๋ไม่รู้ความหมาย ผมสีเทาดำดกหนา ที่ติ่งหูซ้ายมีอัญมณีเม็ดเล็กสีดำห้อยอยู่
"อืม ข้าคือ เอ่อ ข้าไม่ได้มาซื้อเหล้าหรอก ข้าจะมาซื้อน้ำเปปเปอร์มินต์แช่แข็งถังเล็กๆ ให้ยามรักษาการณ์ที่ประตูเมืองน่ะ พวกท่านมีน้ำเปปเปอร์มินต์แช่แข็งขายใช่ไหม?"
จ้าวจี๋รู้สึกหงุดหงิดกับคำว่า 'เจ้าหนู' ของอีกฝ่าย ชาติก่อนเขาเองก็อายุไม่ใช่น้อยๆ แล้ว แถมยังดื่มเหล้าอยู่บ่อยๆ แต่ตอนนี้อายุของร่างกายนี้ยังถือว่าเด็กอยู่ ช่างเถอะ เขารีบถามดีกว่าว่าน้ำเปปเปอร์มินต์แช่แข็งขายอย่างไร
"มีสิ แต่พวกเราไม่ให้ลงบัญชีหรอกนะ พวกยามรักษาการณ์อยากได้อะไร ก็ต้องเอาเหรียญทองแดงมาแลกเท่านั้น"
บาร์เทนเดอร์ล้วงเหรียญทองแดง 1 เหรียญออกมาจากกระเป๋าเสื้อเชิ้ต มันส่องประกายวาววับ เขาชูมันขึ้นตรงหน้าจ้าวจี๋เพื่อแสดงให้ดู
"ข้ามีเงิน ข้าจ่ายเอง แต่ว่าข้าอยากถามก่อนว่า น้ำเปปเปอร์มินต์แช่แข็งนี่ขายยังไงหรือ?"
จ้าวจี๋ยังคงกังวลเรื่องราคา เงินของเขามีไม่มากแล้ว เขาต้องเก็บเงินไว้สำรองส่วนหนึ่ง จะใช้จนหมดในคราวเดียวไม่ได้
"ถ้าเป็นแก้วเดียวก็ 1 เหรียญทองแดง แก้วใหญ่ก็ 2 เหรียญทองแดง ถ้าเจ้าต้องการถังเล็ก ก็ต้องใช้ 10 เหรียญทองแดง"
เมื่อเห็นว่าจ้าวจี๋มีเจตนาจะซื้อ บาร์เทนเดอร์ก็หยิบแก้วทองแดงธรรมดา 1 ใบ กับแก้วไม้หุ้มขอบทองแดงแบบมีหูจับที่ใหญ่กว่ามากออกมาให้จ้าวจี๋ดู แล้วชี้ไปที่ถังไม้เล็กๆ ที่วางนอนอยู่เรียงรายด้านหลัง เพื่อสื่อว่าสิ่งที่เรียกว่าถังเล็กก็คือแบบที่อยู่ด้านหลังนั่นเอง
เมื่อพิจารณาว่าต้องไปหาข้อมูล จะขี้เหนียวเกินไปก็คงไม่ได้ ดังนั้นแก้วธรรมดามันเล็กเกินไป ยามรักษาการณ์มีทั้งหมด 4 คน ถ้าเป็นแก้วใหญ่ก็ 8 เหรียญทองแดง แต่ถ้าเป็นถังเล็กก็แค่ 10 เหรียญทองแดง ทว่ากลับได้ปริมาณมากกว่า 4 แก้วใหญ่อยู่พอสมควร อากาศร้อนในฤดูใบไม้ร่วงแบบนี้ จ้าวจี๋เองก็อยากดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ เหมือนกัน เบียร์ที่ดื่มไปเมื่อเช้าคงกลายเป็นเหงื่อไหลออกไปหมดแล้ว เมื่อลองชั่งน้ำหนักดู เขาจึงตัดสินใจซื้อแบบถังเล็กดีกว่า ดูจะคุ้มค่ากว่า
"ข้าเอาถังเล็ก 1 ถัง ขอแบบแช่แข็งด้วยนะ รบกวนท่านด้วย"
จ้าวจี๋ควานหาเหรียญจำนวนหนึ่งออกมาจากถุงเงิน แล้วเก็บเหรียญทองแดงที่เกินกับเหรียญเหล็กที่ใช้ไม่ได้กลับคืนไป
บาร์เทนเดอร์เก็บเหรียญเหล่านั้นลงในกล่องโลหะใต้เคาน์เตอร์บาร์ แล้วบอกกับพนักงานเสิร์ฟที่กำลังซึมกระทืออยู่ในโถงใหญ่ว่า
"ไปเอาถังเปล่ามา 1 ใบ เอาขนาดถังเล็กนะ แล้วก็น้ำแข็งครึ่งโหล กับเปปเปอร์มินต์ห่อเล็ก"
พนักงานเสิร์ฟ 2 คนรับคำ แล้วเดินจากริมกำแพงในโถงใหญ่ลงบันไดไปยังโกดังชั้นล่าง
"เจ้านั่งรอไปก่อน ประเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว"
บาร์เทนเดอร์พูดกับจ้าวจี๋ จากนั้นเขาก็หยิบขวดโหลที่ทำจากหินอ่อนเนื้อละเอียดออกมาจากใต้เคาน์เตอร์บาร์ แล้วใช้แก้วทองแดงรองเหล้าแรงจำนวนหนึ่งจากถังเหล้าด้านหลัง จากนั้นก็หยุดมือรอของอย่างอื่น
ในระหว่างที่รอคอยชั่วครู่นี้ บาร์เทนเดอร์ก็มองจ้าวจี๋ที่นั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์แล้วถามว่า
"เจ้าเป็นลูกหลานของยามรักษาการณ์คนไหนหรือ? ข้าเห็นเจ้ามาเตรียมของดับร้อนให้พวกเขาในสภาพอากาศแบบนี้"
"เปล่าหรอก ข้ามีเรื่องจะไปสอบถามพวกเขาน่ะ ท่านรู้จักมอนสเตอร์เมือกไหม?" จ้าวจี๋ตอบ
บาร์เทนเดอร์ส่ายหน้า "เคยได้ยิน แต่ข้าไม่เคยเห็นเลย เจ้าจะถามเรื่องนี้ไปทำไม?"
"ข้าตั้งใจจะไปล่ามอนสเตอร์เมือกสักฝูงน่ะ สมาคมการค้าหางจิ้งจอกกำลังจะซ่อมแซมหลังคา เยื่อหุ้มมอนสเตอร์เมือกน่าจะพอมีประโยชน์อยู่บ้าง"
จ้าวจี๋ไม่กล้าบอกเรื่องพนัน จึงต้องเอาเรื่องที่สมาคมการค้าจะซ่อมแซมหลังคามาใช้อ้างเพื่อตอบคำถามบาร์เทนเดอร์
"ก็ดีนะ แต่ว่า เยื่อหุ้มมอนสเตอร์เมือกสามารถเอามาใช้บนหลังคาบ้านได้ด้วยหรือ? เรื่องนี้ข้าไม่ค่อยรู้เลย"
บาร์เทนเดอร์เหมือนจะไม่ค่อยเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างเยื่อหุ้มมอนสเตอร์เมือกกับหลังคาบ้านนัก
"อ้อ ข้าเคยฟังแจมลาพูดถึงน่ะ ท่านรู้จักแจมลาไหม?" จ้าวจี๋ตอบ
"ข้าโตมาด้วยกันกับคูลัน พวกเรารู้จักกัน" บาร์เทนเดอร์พยักหน้า
"โอเค แจมลาบอกว่า แค่เอาเยื่อหุ้มมอนสเตอร์เมือกไปปูไว้บนหลังคา ใต้กระเบื้อง ก็สามารถกันน้ำฝนได้แล้ว"
"แค่นี้ก็พอแล้วหรือ?"
"อ่า ต้องนำเยื่อหุ้มมอนสเตอร์เมือกไปผ่านกรรมวิธีก่อน เยื่อหุ้มมอนสเตอร์เมือกถึงจะเปลี่ยนจากการซึมผ่านน้ำมาเป็นกันน้ำได้ ส่วนวิธีทำอย่างละเอียดข้าก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก"
"อา เข้าใจล่ะ ขอบใจเจ้ามากนะ เด็กน้อย พวกพนักงานเอาของมาส่งแล้ว ถึงเวลาที่ข้าต้องทำงานแล้วล่ะ"
บาร์เทนเดอร์พยักหน้า กวักมือเรียกพนักงานเสิร์ฟให้นำของมาให้
─── 💀 ─── 𝔖𝔞𝔥𝔞ℭ𝔥𝔬𝔨𝔪𝔦𝔫𝔤𝔨𝔴𝔞𝔫 ─── 💀 ───