- หน้าแรก
- ข้าก็แค่นักฆ่าปลายแถว ที่บังเอิญไร้เทียมทาน
- บทที่ 24 - ในสระน้ำเย็น
บทที่ 24 - ในสระน้ำเย็น
บทที่ 24 - ในสระน้ำเย็น
บทที่ 24 - ในสระน้ำเย็น
─── 💀 ─── 𝔖𝔞𝔥𝔞ℭ𝔥𝔬𝔨𝔪𝔦𝔫𝔤𝔨𝔴𝔞𝔫 ─── 💀 ───
ฟางเปี๋ยได้ดั่งใจหวัง ซื้อก้อนเหล็กสีดำที่ดูหนักอึ้งราวๆ 3-4 จินมาได้หนึ่งก้อน จากนั้นก็ล้วงตั๋วเงินออกมาจ่ายให้เหลยกง
เซวียหลิงที่อยู่ข้างๆ มองเห็นอย่างชัดเจน ตั๋วเงิน 1,000 ตำลึงนี้ ส่วนหนึ่งมาจากหนิงหวยหย่วนประมาณ 700 ตำลึง ซึ่งประกอบด้วยค่ายาเม็ดสองขวด 408 ตำลึง ค่าคัมภีร์ลับ 80 ตำลึง และตั๋วเงินย่อยๆ บนตัวหนิงหวยหย่วนอีก 200 ตำลึง
เช่นนั้นแล้ว อีก 300 ตำลึงที่เหลือ ก็น่าจะเป็นทรัพย์สินที่ฟางเปี๋ยพกติดตัวมาสินะ?
เมื่อคิดเช่นนี้ ฟางเปี๋ยก็ถือว่าไม่ได้ยากจนมากนักใช่ไหม?
ขณะที่เซวียหลิงกำลังประเมินและคาดเดาในมุมมองของหญิงสาวอยู่นั้น ฟางเปี๋ยก็ทำธุรกรรมเสร็จสิ้นแล้ว เขานำก้อนเหล็กราคาพันตำลึงใส่ลงในถุงผ้าธรรมดาๆ ใบหนึ่ง แล้วแขวนไว้ที่เอว
ตอนนี้เซวียหลิงมั่นใจแล้วว่าฟางเปี๋ยแทบจะหมดตัวแล้วจริงๆ ทว่าประโยชน์ของก้อนเหล็กที่ฟางเปี๋ยซื้อมานี้ เซวียหลิงก็ยังคงไม่รู้เลยแม้แต่น้อย
"งั้นตอนนี้พวกเราจะไปกันหรือยัง?" เซวียหลิงถาม กลิ่นเครื่องหอมในนี้รุนแรงเกินไปจริงๆ เซวียหลิงแทบจะต้านทานการสะสมของยาดังกล่าวในร่างกายไม่ไหวแล้ว
"เดี๋ยวนี้แหละ" ฟางเปี๋ยยิ้ม ดึงเซวียหลิงเดินไปที่กำแพงด้านหนึ่งของตำหนัก ตรงนั้นมีช่องเล็กๆ ขนาดเท่ากำปั้นอยู่เพียงช่องเดียว
ฟางเปี๋ยส่งป้ายคำสั่งในมือ ซึ่งก็คือป้ายคำสั่งเดียวกับที่ให้คนเฝ้าประตูตำหนักหลงหวังดูตอนแรก เข้าไปในช่องนั้น
ไม่นานนัก ประตูลับบนตำหนักก็เปิดออก ฟางเปี๋ยดึงเซวียหลิงเดินเข้าไป
ที่นี่แตกต่างจากข้างนอก มันเป็นพื้นที่เล็กๆ คล้ายกับห้องหับ มีม้านั่งยาวหนึ่งตัว ฝั่งตรงข้ามม้านั่งยาวเป็นกำแพงที่ทาสีขาว
เซวียหลิงมองเห็นป้ายคำสั่งของฟางเปี๋ยถูกส่งคืนมาจากด้านหลังกำแพงสีขาว พร้อมกับมีเสียงดังออกมาด้วย
"เจ้าต้องการถามอะไร?"
เสียงนั้นแยกไม่ออกว่าเป็นชายหรือหญิง ไม่เบาไม่ดัง ไม่เอียงเอน คล้ายกับเสียงของคนตาย
ฟางเปี๋ยนิ่งเฉย
"ข้าอยากรู้ข่าวคราวของไต้ซือคงอู้แห่งเส้าหลิน"
"50 ตำลึง" หลังกำแพงสีขาวตอบกลับมาอย่างเย็นชา
ฟางเปี๋ยล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบตั๋วเงินใบละ 50 ตำลึงออกมาหนึ่งใบ ส่งผ่านช่องว่างของกำแพงสีขาวเข้าไป
"ไต้ซือคงอู้แห่งเส้าหลิน หลังจากเดินทางไปสนทนาธรรมที่เทียนจู๋เมื่อ 3 เดือนก่อน จะเดินทางมาถึงเขตเมืองลั่วเฉิงในอีก 10 วันข้างหน้า และจะเดินทางกลับไปยังวัดเส้าหลินที่เขาซงซานโดยตรง"
"เขานำพระบรมสารีริกธาตุมาด้วยหรือไม่?" ฟางเปี๋ยเอ่ยถามต่อ
"ข้อมูลนี้มีราคา 1,000 ตำลึง" กำแพงสีขาวตอบ
ฟางเปี๋ยยิ้ม พยักหน้า
"ถ้าอย่างนั้นข้าไม่มีคำถามแล้ว"
……
……
หลังจากเดินออกมาจากคฤหาสน์ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องหอม สิ่งแรกที่ฟางเปี๋ยทำก็คือ การพาเซวียหลิงมายังสระน้ำแห่งหนึ่งในป่า
"เจ้าอาบน้ำที่นี่ ข้าจะไปอีกฝั่งหนึ่ง" ฟางเปี๋ยกล่าวอย่างสงบนิ่ง
เวลานี้ใกล้จะถึงเทศกาลตวนอู่เดือน 5 แล้ว อากาศเริ่มร้อนขึ้น ทว่าสำหรับคนฝึกวรยุทธ์ทั่วไป ต่อให้อาบน้ำในป่ากลางฤดูหนาว ก็ไม่เป็นหวัดหรอก
ฟางเปี๋ยถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาและเย็นชา พร้อมกับส่งห่อผ้าสีเขียวมาให้ "อาบเสร็จแล้วเปลี่ยนชุดนี้ซะ"
"ทุกครั้งที่ไปตำหนักหลงหวัง ต้องอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเลยหรือ?" เซวียหลิงถาม "ถ้าอย่างนั้นทำไมเจ้าไม่พาข้ามาก่อนที่ข้าจะไปโรงอาบน้ำฉางชิงล่ะ?"
หญิงสาวแอบไม่พอใจ
ส่วนฟางเปี๋ยก็ยิ้ม "แน่นอนสิ ทุกครั้งเลย หากเจ้าไม่กลัวว่าจะถูกใครสะกดรอยตาม แม้ว่าข้าจะไม่เคยถูกใครสะกดรอยตามเลยสักครั้ง ทว่าระวังไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย"
"แล้วก็ ข้าตั้งใจจะเรียกเจ้าก่อนที่เจ้าจะไปแล้วล่ะ แต่มันช้าไปก้าวหนึ่งไม่ใช่หรือไง?"
ในขณะที่เซวียหลิงรับห่อผ้าสีเขียวมา ฟางเปี๋ยก็หันหลังเดินไปที่อีกฝั่งหนึ่งของสระน้ำ
ใช่แล้ว เขาดูไม่มีทีท่าสนใจที่จะแอบดูเซวียหลิงเลยสักนิด
หญิงสาวถอนหายใจยาวออกมา
นางยืนอยู่ริมสระน้ำมรกต มองดูน้ำในลำธารที่ใสจนเห็นก้นสระ พลางคิดว่านี่คงไม่ใช่สถานที่ที่ฟางเปี๋ยหามาได้แบบฉุกละหุกหรอก บางทีนี่อาจจะเป็นหนึ่งในสถานที่ตั้งแคมป์ในป่าที่ฟางเปี๋ยเตรียมไว้แต่แรกแล้วก็เป็นได้
เพราะถึงอย่างไรเวลาอยู่ข้างนอก ก็ไม่สามารถขุดบ่อน้ำหาน้ำได้ การจะหาแหล่งน้ำที่ปลอดภัยและสะอาดได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
นางเปิดห่อผ้าสีเขียว ในขณะเดียวกันก็ตรวจสอบเสื้อผ้าที่ฟางเปี๋ยเตรียมไว้ให้ เป็นเสื้อผ้าผู้หญิงธรรมดาๆ ดูแล้วเหมือนเพิ่งซื้อมาใหม่ ไม่ร่องรอยการสวมใส่มาก่อน แน่นอนว่า เสื้อผ้าธรรมดาๆ แบบนี้ราคาก็ไม่แพงนัก เมื่อพิจารณาจากเรื่องที่วันนี้ฟางเปี๋ยทุ่มเงินพันตำลึงซื้อก้อนเหล็กก้อนหนึ่ง และใช้เงิน 50 ตำลึงซื้อข่าวที่ยังไม่รู้ว่าจะมีประโยชน์อะไรนั้น เสื้อผ้าสตรีชุดนี้เกรงว่ารวมๆ แล้วคงไม่ถึง 5 เฉียนด้วยซ้ำ
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เซวียหลิงก็ถอนหายใจออกมาอย่างเงียบๆ
ลองคำนวณดูแล้ว นางมาเป็นคู่หูกับฟางเปี๋ยก็เกือบ 2 เดือนแล้ว
จนถึงตอนนี้ นางก็ยังมองไม่ออกเลยว่าฟางเปี๋ยเป็นคนอย่างไร
เขาระมัดระวัง รอบคอบ จัดการทุกอย่างได้อย่างไร้ที่ติจนแทบจะเรียกได้ว่าป่วยทางจิต
สิ่งนี้ทำให้เซวียหลิงอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่า ตอนที่นางไปหาเขาในตอนนั้น เขาอาจจะเดาออกตั้งแต่แรกแล้วว่านางไม่ใช่หลินเสวี่ยตัวจริง
ถึงได้พูดว่าความสมบูรณ์แบบของเจ้าคือช่องโหว่ที่ใหญ่ที่สุด ทว่าท้ายที่สุด กลับยอมรับนางอย่างไม่ทราบสาเหตุ
แน่นอนว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เซวียหลิงปฏิบัติหน้าที่ปีกผึ้งด้วยท่าทีที่ดีที่สุดมาโดยตลอด ช่วงหลายวันมานี้นางเร่งศึกษาข้อมูลภายในรังผึ้ง รวมถึงลักษณะภูมิประเทศรอบๆ เมืองลั่วเฉิง และการกระจายตัวของสำนักต่างๆ อย่างหนัก เพราะมีเพียงการเข้าใจสิ่งรอบตัวอย่างถ่องแท้เท่านั้น ถึงจะสามารถรับมือได้อย่างสบายๆ และคล่องแคล่ว
ทว่าถึงจะเป็นเช่นนั้น ฟางเปี๋ยก็ยังคงแสดงท่าทีที่เหมือนกับว่าไม่ต้องการนางเลยสักนิด
เขาเพียงคนเดียวก็สามารถจัดการทุกอย่างได้เป็นอย่างดี ซ้ำยังมีโอกาสช่วยเหลือแก้ไขข้อผิดพลาดของนาง หากในโลกนี้จะมีเหล็กในผึ้งที่ไม่ต้องพึ่งพาปีกผึ้งเลยก็สามารถทำภารกิจให้สำเร็จได้ เซวียหลิงไม่สงสัยเลยว่าคนผู้นั้นก็คือฟางเปี๋ย
ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมฟางเปี๋ยถึงต้องการนางนั้น —— เซวียหลิงลองคิดดูอย่างถี่ถ้วนแล้ว ก็น่าจะเป็นเพราะนางสามารถช่วยฟางเปี๋ยตบตาผู้คนได้กระมัง
อย่างเช่นจนถึงตอนนี้ เซวียหลิงก็ยังไม่รู้เลยว่าตกลงแล้วฟางเปี๋ยเก่งกาจแค่ไหน ต่อให้ได้เห็นการลอบสังหารของฟางเปี๋ยกับตาตัวเองครั้งหนึ่งแล้วก็ตาม ทว่าก็ยิ่งทำให้ไม่สามารถเข้าใจระดับความแข็งแกร่งที่แท้จริงของฟางเปี๋ยได้เลย
เขาสังหารหนิงหวยหย่วนยอดฝีมือขั้น 3 ผู้มากประสบการณ์ได้ โดยไม่ต้องใช้วรยุทธ์ที่แท้จริงของตนเองด้วยซ้ำ เพียงแค่อาศัยการจัดฉาก ก็สามารถปั่นหัวอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย
ความจริงแล้วในบางครั้ง เซวียหลิงก็อดใจไม่ไหวอยากจะไปถามฟางเปี๋ยว่าตอนนี้เขาอยู่ระดับไหนแล้ว ทว่าท้ายที่สุดก็ต้องพยายามข่มใจเอาไว้
นางลงไปแช่ตัวในน้ำในลำธารที่ค่อนข้างเย็นแล้ว ฟางเปี๋ยยังเตรียมฝักสบู่สำหรับสระผมไว้ให้ด้วย เพราะสิ่งที่ติดกลิ่นเครื่องหอมได้ง่ายที่สุด นอกจากเสื้อผ้าทั้งชุดแล้ว ก็คือเรือนผมสีดำขลับนี่แหละ
ขณะนั้นเอง จู่ๆ เซวียหลิงก็ได้ยินเสียงคนตะโกนดังมาจากที่ไกลๆ
"ช่วยด้วย!"
"ฆ่าคนแล้ว!"
นางรีบตื่นตัวทันที พอจะลุกขึ้นยืน ลมเย็นๆ พัดมา ถึงได้รู้ตัวว่าตอนนี้ตนเองเปลือยเปล่า จึงทำได้เพียงกัดริมฝีปาก แล้วหดตัวกลับลงไปในน้ำเย็นๆ ในลำธารอีกครั้ง
─── 💀 ─── 𝔖𝔞𝔥𝔞ℭ𝔥𝔬𝔨𝔪𝔦𝔫𝔤𝔨𝔴𝔞𝔫 ─── 💀 ───