- หน้าแรก
- ข้าก็แค่นักฆ่าปลายแถว ที่บังเอิญไร้เทียมทาน
- บทที่ 23 - ซื้อขายแลกเปลี่ยน
บทที่ 23 - ซื้อขายแลกเปลี่ยน
บทที่ 23 - ซื้อขายแลกเปลี่ยน
บทที่ 23 - ซื้อขายแลกเปลี่ยน
─── 💀 ─── 𝔖𝔞𝔥𝔞ℭ𝔥𝔬𝔨𝔪𝔦𝔫𝔤𝔨𝔴𝔞𝔫 ─── 💀 ───
เซวียหลิงสัมผัสได้ถึงความรู้สึกเศร้าหมองที่แฝงอยู่ในเสี้ยววินาทีที่ฟางเปี๋ยเอ่ยปากพูด นางกำลังจะเอ่ยคำปลอบโยน ทว่าก็ถูกฟางเปี๋ยดึงมือ แล้วเดินไปข้างหน้าอีกสองก้าว
ตลอดทางที่ผ่านมา มีแต่ฟางเปี๋ยที่เป็นคนดึงเซวียหลิงเดินไปเดินมา ทว่าในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยแห่งนี้ เซวียหลิงก็รู้สึกราวกับตนเองเป็นจอกแหนที่ไร้รากจริงๆ หากไม่ได้ฟางเปี๋ยคอยเตือนตลอดทาง เกรงว่าเซวียหลิงคงไม่อาจต้านทานพิษของเครื่องหอมหลงเสียนตั้งแต่แรกได้ด้วยซ้ำ
ทว่า —— เซวียหลิงมองดูหน้ากากลิงของฟางเปี๋ย "โหวเกอ พวกเรามาที่นี่ เพื่อมาทำอะไรกันแน่หรือ?"
ฟางเปี๋ยหันมายิ้ม "เจ้าไม่ต้องรู้หรอก แค่ดูแล้วก็เรียนรู้ไปก็พอ"
ขณะที่พูด ฟางเปี๋ยก็ยังคงดึงเซวียหลิงเดินฝ่าวงล้อมของคนชุดดำและเหล่าปีศาจไปเรื่อยๆ เนื่องจากกลิ่นเครื่องหอมที่รุนแรง แม้แต่กลิ่นกายของแต่ละคนก็ถูกกลบจนหมดสิ้น
เซวียหลิงพลันนึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ —— หากเป็นเช่นนั้น คนที่นี่เวลาเดินออกไปก็จะติดกลิ่นเครื่องหอมไปด้วย ดังนั้นที่ให้สวมเสื้อคลุมสีดำก็เพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้น่ะสิ?
ทว่าถึงจะเป็นเช่นนั้น หลังจากออกไปแล้ว หากไม่รีบหาที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เกรงว่าก็คงตกเป็นเป้าสายตาของผู้อื่นอยู่ดี? เพราะถึงอย่างไรหากใช้วิธีติดตามด้วยกลิ่นพิเศษ เครื่องหอมนี้ก็คงทำให้ผู้ที่สูดดมเข้าไปโดดเด่นราวกับหิ่งห้อยในความมืดเลยทีเดียว
เมื่อเซวียหลิงกระซิบความคิดเห็นของตน ฟางเปี๋ยก็หัวเราะฮ่าๆ "ดูเหมือนจะพัฒนาขึ้นมาบ้างแล้วนะ"
เด็กหนุ่มไม่ได้วิจารณ์ความคิดเห็นของเซวียหลิงมากไปกว่านั้น ทว่ากลับนั่งยองๆ ลง แล้วถามพ่อค้าหาบเร่คนหนึ่งที่สวมหน้ากากเหลยกงว่า "เหล็กพวกนี้ขายอย่างไรหรือ?"
เซวียหลิงมองตามไป ก็เห็นว่าตรงหน้าเหลยกงผู้นั้นมีเหล็กก้อนสีดำมะมะเมื่อมอยู่หลายก้อน ดูหนักอึ้ง ทว่าก็ไม่รู้ว่าเป็นเหล็กดำธรรมดา หรือว่าเป็นเหล็กนิลที่มาจากอุกกาบาตกันแน่
เหลยกงเงยหน้าขึ้นมองหน้ากากของฟางเปี๋ย โดยไม่เอ่ยปากพูด เพียงชูนิ้วอวบสั้นทั้งห้าขึ้นมา พลิกคว่ำพลิกหงายหนึ่งรอบ
"1,000 ตำลึง?" ฟางเปี๋ยถามกลับ
เหลยกงพยักหน้า
"ต่อก้อน?" ฟางเปี๋ยถามต่อ
เหลยกงพยักหน้าอีกครั้ง
เซวียหลิงที่อยู่ข้างๆ ฟังแล้วถึงกับเดาะลิ้นด้วยความตกตะลึง
หากเป็นแค่เหล็กก้อนเดียว ก็ขายถึง 1,000 ตำลึงเลยหรือ?
นี่คงเป็นการปล้นครั้งใหญ่ที่สุดในโลกแล้วกระมัง
"ลดหน่อยได้หรือไม่?" ครั้งนี้ฟางเปี๋ยจ้องมองก้อนเหล็กเหล่านี้อย่างพิจารณา โดยไม่ได้ใช้มือสัมผัส แล้วเอ่ยถามต่อ
เหลยกงส่ายหน้าอย่างทื่อๆ
ฟางเปี๋ยถอนหายใจ ดึงเซวียหลิงเดินจากมา ชายสวมหน้ากากเหลยกงผู้นั้นยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ไม่ได้ขยับเขยื้อน ราวกับไม่ได้แปลกใจกับปฏิกิริยาของฟางเปี๋ยเลยแม้แต่น้อย
คราวนี้เซวียหลิงไม่เข้าใจจริงๆ แล้ว นางเดินตามฟางเปี๋ยออกมาได้สองสามก้าว จึงเอ่ยถามว่า "คราวนี้คงเป็นของจริงสินะ? ทว่าในเมื่อเจ้าสนใจ แล้วทำไมถึงไม่ซื้อล่ะ?"
ฟางเปี๋ยมองเซวียหลิงอย่างจริงจัง "ข้าก็อยากซื้อนะ แต่เจ้ามีเงินหรือเปล่าล่ะ?"
คราวนี้เซวียหลิงชะงักไปจริงๆ
"เงิน? อย่าบอกนะว่าเจ้าไม่มี?"
ฟางเปี๋ยยิ้มขื่น "นั่นมัน 1,000 ตำลึงเชียวนะ"
การเดินท่องยุทธภพ การควักเงิน 1,000 ตำลึงออกมาได้อย่างสบายๆ ไม่ใช่เรื่องปกติหรอกหรือ?
เซวียหลิงคิดอย่างจริงจัง บรรดาจอมยุทธ์ในยุทธภพ ไม่ใช่ว่าทุกคนล้วนร่ำรวยมหาศาล ไปที่ไหนก็มีแต่คนต้อนรับหรอกหรือ?
ที่แท้ฟางเปี๋ยก็ยากจนถึงเพียงนี้เลยหรือ?
ในขณะที่หญิงสาวกำลังครุ่นคิดอย่างจริงจัง ฟางเปี๋ยก็ดึงนางให้เดินหน้าต่อไป เด็กหนุ่มผู้นี้ดูเหมือนจะกลัวว่าหากไม่จับมือนางไว้ นางก็จะหลงทางในสถานที่แห่งนี้
หรือว่านางประเมินความร่ำรวยและระดับความแข็งแกร่งของฟางเปี๋ยสูงเกินไป?
ในเวลานี้ ฟางเปี๋ยได้ดึงเซวียหลิงมาจนถึงมุมหนึ่งของห้องโถงใหญ่ ที่มุมนั้นมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งสวมหน้ากากซ่านไฉถงจื่อ สวมชุดนักพรตสีขาวบริสุทธิ์
เมื่อซ่านไฉถงจื่อเห็นลิงดึงชิงหูเดินมาหยุดอยู่ห่างจากตนเองสามก้าว ก็เอ่ยปากขึ้นว่า "ทั้งสองท่านมีธุระอันใดหรือ?"
"มีของบางอย่างต้องการให้ช่วยประเมินราคา" ฟางเปี๋ยมองซ่านไฉถงจื่อ แล้วกล่าวเช่นนั้น
ซ่านไฉถงจื่อเคาะโต๊ะตรงหน้าตนเอง น้ำเสียงสดใสเป็นเสียงของเด็กชายที่ยังไม่แตกหนุ่ม "เอาออกมาสิ"
ฟางเปี๋ยพยักหน้า ล้วงเอายาเม็ดสองขวดออกมาจากอกเสื้อ ขวดหนึ่งเป็นกระเบื้องเคลือบสีเขียว อีกขวดเป็นกระเบื้องเคลือบสีขาว สูงประมาณสามชุ่น วางลงบนโต๊ะ
"ยาอะไร?" ซ่านไฉถงจื่อไม่ได้หยิบยาขึ้นมาดู ทว่ากลับเอ่ยปากถาม
"ท่านถงจื่อดูเอาก็รู้เอง" ฟางเปี๋ยกล่าวเช่นนั้น
ซ่านไฉถงจื่อเงยหน้ามองฟางเปี๋ยแวบหนึ่ง เอื้อมมือเล็กๆ หยิบขวดกระเบื้องเคลือบสีขาวขึ้นมา เปิดจุกออกแล้วสูดดมกลิ่นเบาๆ สีหน้าพลันเปลี่ยนไป จากนั้นก็หยิบจานหยกสีเขียวใบเล็กออกมาจากใต้โต๊ะ เอียงขวดกระเบื้องเคลือบ เทเอายาเม็ดสีดำขลับขนาดประมาณเมล็ดถั่วปากอ้าออกมาหนึ่งเม็ด ในขณะเดียวกันก็ใช้มีดแกะสลักเงินเล่มเล็กขูดผงยาบนนั้นออกมาเล็กน้อย ใช้นิ้วแตะผงยาขึ้นมาแตะที่ปลายลิ้น
"ยาเม็ดน้ำค้างสารทแปดวิเศษ"
ซ่านไฉถงจื่อเอ่ยชื่อยาทั้งห้าคำนี้ออกมาอย่างช้าๆ
"หนึ่งเม็ด ราคา 12 ตำลึง ในขวดมีทั้งหมด 9 เม็ด รวมเป็นเงิน 108 ตำลึง"
ฟางเปี๋ยพยักหน้า ไม่ได้พูดอะไร เพียงชี้ไปที่อีกขวดหนึ่ง "รบกวนท่านถงจื่อดูอีกขวดหนึ่ง"
ตรงหน้าซ่านไฉถงจื่อผู้นี้ ฟางเปี๋ยได้นำสิ่งของต่างๆ ออกมาแลกเปลี่ยนมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือสิ่งของที่ยึดมาจากร่างของหนิงหวยหย่วนนั่นเอง ในจำนวนนี้มียาเม็ดสองขวด ยาเม็ดน้ำค้างสารทแปดวิเศษเป็นยาวิเศษสำหรับรักษาอาการบาดเจ็บทั้งภายนอกและภายใน ส่วนอีกขวดคือยาเม็ดน้ำค้างใสดีงู ซึ่งเป็นยาที่ใช้รับประทานเพื่อเพิ่มพูนกำลังภายใน มีค่ามากยิ่งกว่า ราคาเม็ดละ 50 ตำลึง ในขวดมี 6 เม็ด คิดเป็นเงิน 300 ตำลึง
นอกจากยาเม็ดล้ำค่าสองขวดที่เหนือความคาดหมายของเซวียหลิงแล้ว สิ่งของอื่นๆ อย่างคัมภีร์เพลงกระบี่วายุคลุ้มคลั่งที่ถูกฟางเปี๋ยเปิดอ่านจนเยินแล้วนั้น เนื่องจากคัมภีร์เพลงกระบี่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ได้กว้างขวางเท่ากับเคล็ดวิชากำลังภายใน กอปรกับคัมภีร์วรยุทธ์เองก็มีความเสี่ยงที่จะถูกคัดลอกและทำสำเนาได้ ดังนั้น คัมภีร์เพลงกระบี่ทั้งเล่ม แม้จะเป็นของแท้ ทว่าทางตำหนักหลงหวังก็มีคัมภีร์ที่คล้ายคลึงกันอยู่แล้ว จึงรับซื้อในราคาเพียง 80 ตำลึงเท่านั้น
ส่วนเข็มเงินวิญญาณเหมันต์นั้น เนื่องจากเป็นอาวุธของพรรคมาร ฟางเปี๋ยจึงไม่กล้านำออกมาขาย โรเล็กซ์ก็สวมอยู่บนข้อมือของเซวียหลิง ในเมื่อฟางเปี๋ยมอบให้เซวียหลิงแล้ว ย่อมไม่มีเหตุผลที่จะนำกลับมาขายอีก
ดังนั้น สิ่งของทั้งสามอย่างนี้ จึงถูกซ่านไฉถงจื่อแลกเปลี่ยนเป็นตั๋วเงินในทันที ซ่านไฉถงจื่ออาจเห็นว่าฟางเปี๋ยไม่ได้ต่อรองราคา ท้ายที่สุดจึงเพิ่มเศษเงินให้ฟางเปี๋ยเล็กน้อย สิ่งของที่เดิมทีมีราคา 498 ตำลึง ท้ายที่สุดก็ให้ตั๋วเงินฟางเปี๋ยมา 500 ตำลึง
ตั๋วเงินเหล่านี้ใบละ 50 ตำลึง รวมทั้งหมด 10 ใบ เนื้อกระดาษและภาพวาดประณีตงดงามมาก ฟางเปี๋ยตรวจสอบตราประทับป้องกันการปลอมแปลงแล้วจึงรับเอาไว้
เมื่อได้ตั๋วเงินมาแล้ว ฟางเปี๋ยก็ดึงเซวียหลิงกลับไปที่แผงขายก้อนเหล็กสีดำของเหลยกงอีกครั้ง มองดูอีกฝ่ายแล้วพูดว่า "ข้ามีเงินพอแล้ว"
"เหล็กพวกนี้ ขายก้อนละ 1,000 ตำลึงทั้งหมดเลยใช่ไหม?"
เหลยกงพยักหน้า
ฟางเปี๋ยก็ยิ้มเช่นกัน "ถ้าอย่างนั้นข้าขอสุ่มเลือกสักก้อน ได้หรือไม่?"
เหลยกงจ้องมองหน้ากากโหวเกอของฟางเปี๋ย
เนิ่นนานผ่านไป จึงได้พยักหน้า
─── 💀 ─── 𝔖𝔞𝔥𝔞ℭ𝔥𝔬𝔨𝔪𝔦𝔫𝔤𝔨𝔴𝔞𝔫 ─── 💀 ───