- หน้าแรก
- หวนคืนบัลลังก์จักรพรรดิเซียน
- บทที่ 38 เจ้ามีสิทธิ์ด้วยหรือ
บทที่ 38 เจ้ามีสิทธิ์ด้วยหรือ
บทที่ 38 เจ้ามีสิทธิ์ด้วยหรือ
ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา อารมณ์ของเซวียนหยวนรั่วหลานย่ำแย่เป็นอย่างมาก ตอนที่เซวียนหยวนฮ่าวเทียนเบิกชีพจรปุถุชนระดับหนึ่งได้ นางก็สลัดเขาทิ้งแล้วโผเข้าสู่อ้อมกอดของเซวียนหยวนเวยทันที
นางเชื่อมั่นว่าทางเลือกของตนเองนั้นไม่ผิด ผู้บ่มเพาะล้วนต้องแสวงหาขอบเขตที่สูงส่งขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน ไม่ว่าจะเป็นขอบเขตของตนเอง หรือขอบเขตของคู่บำเพ็ญก็ตาม
ทว่าเพียงแค่เวลาครึ่งเดือน ทุกสิ่งทุกอย่างกลับพลิกผันไป
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนสังหารนายน้อยตระกูลโจวก่อน จากนั้นจึงบั่นคอผู้นำตระกูลโจว ความห้าวหาญไร้ผู้ใดเปรียบนั้น ถึงขั้นหันกลับไปรีดไถผงรวบปราณจากตระกูลโจวถึงสามพันห่อ
ในยามที่ผู้คนต่างคิดว่าเขาก็มีดีเพียงแค่นั้น เป็นเพียงความโชคดีชั่วครั้งชั่วคราว มีแค่ชีพจรปุถุชนระดับหนึ่งคงกำเริบเสิบสานไปได้ไม่นานนัก เขากลับไปตัดแขนของผู้อาวุโสแห่งตระกูลเฟิงอย่างเฟิงเหลิงขาดสะบั้นเสียอีก
แม้ว่าตระกูลเฟิงจะปิดข่าวเอาไว้ ทว่าในเวลานั้นมีโยวจีเข้ามาแทรกแซง เรื่องราวนี้ย่อมไม่มีทางปิดบังได้มิดชิดจนไร้ร่องรอย
ทว่านี่ยังไม่จบสิ้น ผ่านไปอีกครึ่งเดือน เซวียนหยวนฮ่าวเทียนกลับพาเฮ่อจูกลับมาด้วยหนึ่งตัว
สั่นสะเทือนไปทั้งเมือง! นามของเซวียนหยวนฮ่าวเทียนกลายเป็นหัวข้อสนทนาที่ผู้คนต่างให้ความสนใจอีกครั้ง
และท่ามกลางหัวข้อสนทนาเหล่านี้ ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีชื่อของคนผู้หนึ่งถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เซวียนหยวนรั่วหลาน สตรีโง่งมที่ตาบอด หญิงสาวผู้หลงคิดไปว่ายอดอัจฉริยะที่นางเกาะติดแท้จริงแล้วคือคนโง่เขลา และสวะที่นางทอดทิ้งไปกลับกลายเป็นยอดอัจฉริยะตัวจริง
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนโด่งดังอีกครั้ง และเซวียนหยวนรั่วหลานอย่างนางก็โด่งดังเช่นเดียวกัน
ฝ่ายแรกโด่งดังด้วยชื่อเสียงอันเกรียงไกร ส่วนฝ่ายหลังโด่งดังด้วยชื่อเสียงอันน่าขบขัน
ตอนนี้เซวียนหยวนรั่วหลานไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเท้าออกจากจวน นางรู้สึกว่าขอเพียงก้าวออกจากจวน ก็จะมีดวงตานับหมื่นนับพันคู่จับจ้องมาที่ตนเอง และคอยชี้หน้าด่าทออยู่ลับหลัง
ไม่สิ ต่อให้ไม่ออกจากบ้าน หากนางเห็นผู้ใดจับกลุ่มกระซิบกระซาบกัน นางก็จะรู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังนินทาว่าร้ายตนอยู่เสมอ นั่นทำให้อารมณ์ของนางยิ่งทวีความร้ายกาจขึ้นเรื่อยๆ ภายในเวลาหนึ่งเดือนนางเปลี่ยนสาวใช้ไปแล้วถึงห้าชุด ซึ่งทั้งหมดล้วนถูกนางทุบตีจนบาดเจ็บแล้วไล่ออกจากจวนไปทั้งสิ้น
และในวันนี้ โยวจีก็มาหาเซวียนหยวนฮ่าวเทียนอีกครั้ง ไม่รู้ว่ามีเรื่องอันใดกันแน่ เมื่อหลายวันก่อนกระทั่งอู่เยียนแห่งตระกูลอู่ก็ยังมาเยือน สวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่าเหตุใดคนเหล่านี้จึงวิ่งโร่มาที่เรือนของเซวียนหยวนฮ่าวเทียนอยู่ทุกวี่ทุกวัน
รีบร้อนอยากจะแต่งงานเข้ามาขนาดนั้นเชียวหรือ?
เซวียนหยวนรั่วหลานทำได้เพียงลอบด่าทอทุกสิ่งตรงหน้าด้วยความร้ายกาจเช่นนี้ เพราะมีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะทำให้นางรู้สึกดีขึ้นมาได้บ้าง
โยวจีขลุกอยู่ในเรือนของเซวียนหยวนฮ่าวเทียนนานถึงหนึ่งหรือสองชั่วยาม ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไปดูว่าเกิดสิ่งใดขึ้นที่นั่น คนก่อนหน้าที่กล้าเข้าใกล้เรือนโดยไม่แจ้งล่วงหน้าแทบจะถูกเฮ่อจูกลืนกินไปแล้ว
ตอนนี้เรือนของเซวียนหยวนฮ่าวเทียนมีเพียงสามสาวอย่างโหรวเอ๋อร์ และโยวจีเท่านั้นที่สามารถเข้าออกได้อย่างอิสระ
"ต้องมีเรื่องบัดสีเป็นแน่ ฮึ!" เซวียนหยวนรั่วหลานถ่มน้ำลายไปทางเรือนของเซวียนหยวนฮ่าวเทียนอย่างเย็นชา
ในขณะนั้นเอง เงาร่างงดงามสายหนึ่งก็เดินผ่านข้างกายของเซวียนหยวนรั่วหลานไป
เป็นกู่ซิงฮว่านั่นเอง
ก่อนที่โยวจีจะมาเยือน นางได้ออกไปซื้อชาให้เซวียนหยวนฮ่าวเทียน เซวียนหยวนฮ่าวเทียนโปรดปรานการดื่มชา ทว่าสิ่งที่เหนือความคาดหมายก็คือ เขาไม่ชอบชาปราณวิญญาณที่ปรุงแต่งเพิ่มเติม ทว่ากลับชื่นชอบชาชั้นดีแบบธรรมดา
เพราะสำหรับเซวียนหยวนฮ่าวเทียนแล้ว ปราณวิญญาณเพียงน้อยนิดในชาปราณวิญญาณไม่เพียงแต่จะไร้ประโยชน์ ทว่ามันกลับทำลายกลิ่นหอมกรุ่นของรสชาไปเสียสนิท
แต่ผู้คนในเมืองกูหยางล้วนเสาะแสวงหาชาปราณวิญญาณ ชาชั้นดีธรรมดาจึงมีขายอยู่น้อยมาก กว่ากู่ซิงฮว่าจะหาแหล่งของได้จากร้านชาแห่งหนึ่งก็ยากเย็นแสนเข็ญ และนัดหมายที่จะไปรับของในวันนี้
ด้วยความดีใจที่ได้รับชาชั้นดีที่นายน้อยต้องการจะดื่ม กู่ซิงฮว่าจึงฮัมเพลงเบาๆ พลางวิ่งกลับบ้าน
นางพึงพอใจกับชีวิตในตอนนี้เป็นอย่างยิ่ง มีคนคอยห่วงใย มีเป้าหมาย สามารถบ่มเพาะได้ อีกทั้งแม้นายน้อยจะหยิ่งยโสไร้ผู้ใดเปรียบต่อหน้าคนนอก ทว่ากลับดีต่อพวกนางเป็นอย่างมาก
"หยุดเดี๋ยวนี้!" ขณะที่กู่ซิงฮว่าเดินผ่านลานหน้าจวน และกำลังจะเดินไปตามทางเดินเล็กๆ เพื่อกลับไปยังเรือนของเซวียนหยวนฮ่าวเทียน เสียงอันเย็นเยียบเสียงหนึ่งก็เรียกให้นางหยุดชะงัก
กู่ซิงฮว่าหันขวับไปมอง เมื่อเห็นว่าเป็นเซวียนหยวนรั่วหลาน ก็เผยสีหน้ารังเกียจออกมาทันที
เมื่อเทียบกับพี่สาวที่มีนิสัยเรียบง่ายและเยือกเย็นแล้ว กู่ซิงฮว่ามีนิสัยที่ค่อนข้างวู่วามและหุนหันพลันแล่น รักเกลียดชัดเจน นางรับรู้เรื่องราวของเซวียนหยวนรั่วหลานจากโหรวเอ๋อร์มานานแล้ว จึงรู้สึกรังเกียจสตรีผู้นี้อย่างถึงที่สุด
เมื่อเห็นว่าเซวียนหยวนรั่วหลานเป็นคนเรียกตนเอง นางก็ไม่อยากจะเสวนาด้วยเลยแม้แต่น้อย นางแค่นเสียงเย็นชา หันหลังเตรียมจะเดินจากไป
"ข้าสั่งให้เจ้าหยุด เจ้ากล้าขัดคำสั่งข้าหรือ?" ไฟโทสะในอกของเซวียนหยวนรั่วหลานลุกโชนขึ้นมาทันที
อันที่จริงนางเองก็ไม่รู้ว่าเหตุใดตนจึงต้องเรียกกู่ซิงฮว่าเอาไว้ เพียงแต่รู้สึกว่าแผ่นหลังของอีกฝ่ายที่ฮัมเพลงพลางวิ่งเหยาะๆ กลับไปยังเรือนของเซวียนหยวนฮ่าวเทียนนั้นมันช่างบาดตายิ่งนัก บาดตาเสียจนนางแทบอยากจะลงมือสังหารอีกฝ่ายให้ตายเสียตรงนั้น
กู่ซิงฮว่าไม่สนใจแม้แต่น้อย สองเท้าไม่หยุดชะงัก ยังคงวิ่งตรงไปยังเรือนต่อไป
"นังแพศยา เจ้ากล้าดีอย่างไร!" ในที่สุดเซวียนหยวนรั่วหลานก็โมโหจนไฟแทบจะสุมทรวง ขาดสติสัมปชัญญะ พุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างกะทันหัน ฟาดฝ่ามือเข้าใส่กู่ซิงฮว่า
กู่ซิงฮว่าได้ยินเสียงกระแสพลังดังขึ้นจากด้านหลัง จึงรีบหันกลับมาตอบโต้ทันที แม้ว่าตอนนี้ขอบเขตพลังของนางจะพึ่งบรรลุถึงผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสมบูรณ์สูงสุด ซึ่งเทียบเท่ากับขอบเขตผลัดเปลี่ยนร่างกายระดับเจ็ด ย่อมไม่มีทางเป็นคู่มือของเซวียนหยวนรั่วหลานที่อยู่ในขอบเขตเบิกชีพจรระดับสามได้เลย
ทว่ากู่ซิงฮว่ามีนิสัยเด็ดเดี่ยว เมื่อเห็นเซวียนหยวนรั่วหลานซัดฝ่ามือเข้ามา ก็รู้สึกทันทีว่าจะทำให้นายน้อยต้องเสียชื่อไม่ได้ นางตวาดเสียงแหลม พร้อมกับวาดฝ่ามือตอบโต้กลับไป
ทว่าความห่างชั้นของความแข็งแกร่งนั้นมีอยู่จริง มิใช่ทุกคนที่จะเป็นจักรพรรดิเซียนสูงสุดอย่างเซวียนหยวนฮ่าวเทียน ที่สามารถข้ามขั้นสังหารผู้คนได้ราวกับการกินข้าวและดื่มน้ำ
กู่ซิงฮว่าปะทะฝ่ามือเข้ากับปราณฝ่ามือของเซวียนหยวนรั่วหลาน ปราณแท้ของนางถูกซัดจนกระจัดกระจายในทันที จากนั้นก็ถูกอีกฝ่ายซัดฝ่ามือประทับเข้าที่หน้าอก
กู่ซิงฮว่ากระอักเลือดคำโตออกมา ร่างของนางลอยละลิ่วกระเด็นออกไป ชนต้นไม้ดอกในลานบ้านหักไปถึงสองต้น ทว่านางกลับไม่ปริปากร้องออกมาแม้แต่แอะเดียว นางกระโดดลุกขึ้นยืน จ้องมองเซวียนหยวนรั่วหลานด้วยสายตาเคียดแค้น ก่อนจะหันหลังวิ่งกลับไปยังเรือนของเซวียนหยวนฮ่าวเทียน
ถึงตอนนี้เซวียนหยวนรั่วหลานก็ตะลึงงันไปเช่นกัน เพิ่งจะตระหนักได้ว่าตนเองได้ก่อเรื่องใหญ่เข้าให้แล้ว นิสัยปกป้องคนของตนอย่างออกนอกหน้าของเซวียนหยวนฮ่าวเทียนนั้นได้แสดงให้เห็นแล้วก่อนหน้านี้
เพียงเพราะโจวอี้ล่วงเกินโหรวเอ๋อร์ เขาก็จัดการสังหารทิ้งทันที เพียงเพราะโจวอู๋ฝ่าด่าทอเซวียนหยวนเลี่ย เขาก็ลงมือบั่นคอโดยไม่ลังเล
หลังจากนั้น เขายังบุกไปเข่นฆ่าถึงตระกูลเฟิง เพียงเพราะพี่น้องตระกูลกู่ที่เคยพบหน้ากันแค่ครั้งเดียว สิ่งเหล่านี้ล้วนสร้างภาพจำให้แก่ทุกคนไปแล้วว่า เซวียนหยวนฮ่าวเทียนมีนิสัยปกป้องคนของตนเองอย่างถึงที่สุด
แน่นอนว่า สิ่งที่พวกเขาคิดนั้นล้วนถูกต้อง
เซวียนหยวนรั่วหลานรีบวิ่งไปบอกบิดาของตน หวังจะให้อีกฝ่ายช่วยคิดหาวิธีแก้ไข ทว่ายังไม่ทันจะได้อธิบายเรื่องราวให้ชัดเจน เซวียนหยวนฮ่าวเทียนก็มาถึงเสียแล้ว
"เป็นเจ้า?" เซวียนหยวนฮ่าวเทียนจ้องมองเซวียนหยวนรั่วหลานอย่างเย็นชา น้ำเสียงราวกับลูกปัดน้ำแข็งที่แตกกระจาย อุณหภูมิภายในโถงรับรองลดฮวบลงในทันที
มาถึงตอนนี้ เซวียนหยวนรั่วหลานกลับเลือกที่จะยอมแตกหัก "เป็นข้าแล้วจะทำไม? แค่สาวใช้ต้อยต่ำคนหนึ่ง ยังกล้ากำเริบเสิบสานกับข้า? เซวียนหยวนฮ่าวเทียน หรือว่าเจ้าจะลงมือกับข้าเพียงเพราะคนนอกคนหนึ่ง?"
ด้านนอกโถงรับรอง โยวจี โหรวเอ๋อร์ และกู่เยว่ฉินล้วนมาถึงแล้ว พวกนางยืนดูอยู่เงียบๆ ด้านหลัง เพื่อรอดูว่าเซวียนหยวนฮ่าวเทียนจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร
แม้ว่าเซวียนหยวนฮ่าวเทียนจะกำลังยิ้ม ทว่าอุณหภูมิภายในโถงรับรองกลับลดต่ำลงไปอีกหลายส่วน "คนนอกหรือ? ซิงฮว่าเป็นสาวใช้ของข้าเซวียนหยวนฮ่าวเทียน นับเป็นคนนอกได้อย่างไร? กลับเป็นเจ้า เซวียนหยวนรั่วหลาน เจ้าคิดว่าตนเองเป็นผู้ใดกัน? สาวใช้ของข้าเซวียนหยวนฮ่าวเทียน คนอย่างเจ้ามีสิทธิ์ทำร้ายนางด้วยหรือ?"
ร่างเงาวูบไหวพริบตาเดียว เซวียนหยวนฮ่าวเทียนก็ไปปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าของเซวียนหยวนรั่วหลานแล้ว "ในเมื่อเจ้ากล้าทำร้ายสาวใช้ของข้า เช่นนั้นก็รับฝ่ามือของข้าไปเสีย!"
ฝ่ามือถูกซัดออกไป พลานุภาพราวกับฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย ปราณวิญญาณทั้งหมดในโถงรับรองต่างแปรเปลี่ยนเป็นศัตรูของเซวียนหยวนรั่วหลานในชั่วขณะนี้
เพียงฝ่ามือเดียว ก็เพียงพอที่จะทำให้นางร่างแหลกสลายไม่เหลือซาก วิญญาณแตกดับไปตลอดกาล!